บทที่ 23 ชายผู้โชคร้าย
รุ่งสาง
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มอย่างขมขื่น เพิ่งรู้ตัวว่าเขาถูกงูแบล็กแมมบาหลอกเสียแล้ว บางทีอีกฝ่ายน่าจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็ใคร
ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เข้าสู่ระบบและส่งข้อความถึงงูแบล็กแมมบา [อยู่ที่ไหนแล้วล่ะ?]
ในห้องหนึ่งที่บ้านตระกูลซู หลินเจี้ยนหลูสวมชุดนอนผ้าไหมบาง ๆ เผยให้เห็นผิวนวลเนียนและเนินอกสีขาวเหมือนหิมะ เธอพลิกตัวอย่างเกียจคร้าน หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากใต้หมอนแล้วยกยิ้มที่มุมปากขึ้น อ่านข้อความด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
เธอตอบว่า [ั เมื่อคืนคุณนอนหลับสบายไหม?]
มุมปากของลู่เฉิงเฟิงกระตุก เขาไม่ได้นอนทั้งคืนเลยด้วยซ้ำ! ตอบว่า [หลับสบายมากทีเดียว]
[งูแบล็กแมมบา: ช่างบังเอิญจริง ๆ ฉันก็เหมือนกัน!]
ลู่เฉิงเฟิง [คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันเป็ใคร?]
[งูแบล็กแมมบา: คุณรู้ไหมว่าแมวชอบเล่นกับหนู? แมวจะไม่กินหนูในทันที มันจะเล่นกับหนูช้า ๆ และกินเฉพาะตอนที่มันเบื่อจะเล่นแล้วเท่านั้น ั รอก่อนเถอะ คืนนี้ฉันจะไปหานาย]
ตอนนี้ลู่เฉิงเฟิงเกือบจะแน่ใจแล้วว่างูแบล็กแมมบาไม่รู้ว่าเขาเป็ใคร
เขาตอบกลับว่า [ฮ่า ๆ ฉันกลัวตายล่ะ!]
หลังจากนั้นเขาก็ออกจากระบบทันที
จากนั้นชายหนุ่มก็ไปนั่งขัดสมาธิที่โซฟาและเริ่มโคจรพลังในร่างซึ่งทำให้ทั้งร่างกาย และจิติญญาของเขากลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์โดยเร็ว
ในบ้านตระกูลซู งูแบล็กแมมบาดูประวัติการสนทนาระหว่างเธอกับัะเืเวหาและวิเคราะห์อย่างลับ ๆ
ัะเืเวหาเคยเรียกตัวเองว่า ‘หญิงชรา’ ดูเหมือนว่าัะเืเวหาน่าจะเป็ผู้หญิงจริง ๆ เธอเริ่มวิเคราะห์ผู้หญิงที่อยู่รอบ ๆ ซูอี้จวินอย่างเงียบ ๆ และพยายามระบุเป้าหมาย
เธอลุกขึ้นเดินไปที่ประตูห้องของซูอี้จวินแล้วเคาะประตู
“ใครคะ?”
เสียงที่มีเสน่ห์ของซูอี้จวินดังตอบจากข้างใน
“ฉันเอง”
“เข้ามาได้เลยประตูไม่ได้ล็อค”
หลินเจี้ยนหลูผลักประตูเปิดแล้วเข้าไปข้างใน เธอเห็นซูอี้จวินนอนอยู่บนเตียงกำลังมองมาอย่างงัวเงีย “เสี่ยวหลูมีอะไรเหรอ?”
“ไม่มีอะไร ฉันนอนคนเดียวไม่หลับก็เลยจะมานอนกับเธอ” พูดจบ หลินเจี้ยนหลูก็ขึ้นไปบนเตียง
ทันใดนั้นซูอี้จวินก็ส่งเสียงร้องอุทานแสนหวานออกมา
“เสี่ยวจวิน ของเธอดูใหญ่กว่าของฉันนิดหน่อยนะเนี่ย”
ใบหน้าสวยของซูอี้จวินแดงก่ำ “หยุดสร้างปัญหาได้แล้ว นี่มันดีตรงไหนกัน มันหนักมากจนฉันเดินแล้วปวดหลังด้วยซ้ำ”
“ของเธอดีกว่า ดูสมส่วนเข้ากับร่างกายมากกว่าเยอะ ถึงแม้ของฉันมันจะดูดีในสายตาคนอื่นก็จริง แต่ฉันรู้สึกว่ามันไม่เหมาะกับฉันเลย”
หลินเจี้ยนหลูเปลี่ยนหัวข้อ “เสี่ยวจวิน วันนี้ออกไปเดินเล่นกันเถอะ โทรหาเพื่อนสนิทของเธอทั้งหมดออกไปเที่ยวกัน ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งสนุกมากขึ้น”
“เธอเป็เพื่อนคนเดียวที่ฉันมี แล้วก็เฉิงเฟิง… ฉันให้เฉิงเฟิงไปกับเราได้ไหม?”
หลินเจี้ยนหลูใ “เธอเป็คุณหนูใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเหยียนเฉิงแต่เธอกลับไม่มีเพื่อนเลยนอกจากฉันเนี่ยนะ?”
ซูอี้จวินยิ้มอย่างขมขื่น “นอกเหนือจากการทำงานแล้ว ฉันก็อยู่แค่ในห้องทดลอง จะมีเวลาหาเพื่อนได้ยังไง?”
“ไม่มีสักคนเลยเหรอ?”
ซูอี้จวินส่ายหัว
หลินเจี้ยนหลูรู้สึกสับสน ‘ัะเืเวหา! ไอ้เวรนี้ซ่อนตัวดีเหลือเกินเลยนะ!’
ลู่เฉิงเฟิงโคจรพลังในร่างอยู่หลายรอบ จนในที่สุด จิติญญาของเขาก็กลับสู่สภาวะสูงสุด
เมื่ออาบน้ำเสร็จชายหนุ่มก็ออกไปกินข้าวเช้า แต่หลังจากกลับเข้ามาบ้านได้ไม่นานเขาก็ได้รับโทรศัพท์จากซูอี้จวินบอกว่าเธอ้าไปช้อปปิ้ง
ลู่เฉิงเฟิงขับรถไปที่บ้านตระกูลซู
เมื่อไปถึงบ้านที่หมาย ชายหนุ่มก็จอดรถ เห็นฮั่นเหยียนอยู่ในสนาม
เมื่อชายหนุ่มผิวเข้มเห็นเขาก็รีบหันกลับอย่างร้อนรนราวกับปกปิดอะไรบางอย่าง
ลู่เฉิงเฟิงเม้มปาก เขารู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่อยากเห็นหน้าเขา แต่นี่มันไม่ชัดเจนเกินไปหน่อยเหรอ?
“เฉิงเฟิง?”
สองสาวสวยเดินออกมาจากคฤหาสน์
ดวงตาของลู่เฉิงเฟิงเป็ประกาย รูปลักษณ์ของผู้หญิงสองคนนี้โดดเด่นมาก คนหนึ่งดูบริสุทธิ์และอีกคนดูตระการตา พวกเธอเป็ทิวทัศน์ที่สมบูรณ์แบบ
โดยเฉพาะซูอี้จวิน เธอมีใบหน้าที่เหมือนนางฟ้าและมีรูปร่างที่น่าหลงใหล ฉากที่เธอก้มศีรษะลงและเธอไม่สามารถเห็นนิ้วเท้าของตัวเองได้ มันจะเป็ฉากที่น่าทึ่งมากในโลกนี้
ลู่เฉิงเฟิงอดไม่ได้ที่จะมองดูหน้าอกที่อวบอิ่มของผู้หญิงทั้งสอง
หลินเจี้ยนหลูสังเกตเห็นสายตาของลู่เฉิงเฟิง ดวงตาดอกพีชที่มีเสน่ห์ของเธอหรี่ลงฉายแววเข้มขึ้น แต่ในไม่ช้าเธอก็กลับเป็ปกติ
“คุณหนูใหญ่อยากออกไปข้างนอกเหรอครับ?”
ฮั่นเหยียนหันกลับมาขณะพูด เมื่อลู่เฉิงเฟิงเห็นหน้าของฮั่นเหยียน เขาก็ตกตะลึงทันที
ใบหน้าของฮั่นเหยียนช้ำและเป็สีม่วงเต็มไปหมด อีกฝ่ายดูเหมือนเพิ่งจะถูกทุบตีมาอย่างรุนแรง
ซูอี้จวินและหลินเจี้ยนหลูต่างก็มองดูฮั่นเหยียนด้วยสีหน้าประหลาดใจเช่นกัน
“ฮั่นเหยียน… หน้าของคุณ?” ซูอี้จวินถามด้วยสีหน้าสงสัย
ใบหน้าของฮั่นเหยียนเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน
ซูอี้จวินก้าวไปข้างหน้าสองก้าว “หน้าของคุณไปโดนอะไรมา?”
ขณะที่ถาม เธอก็มองไปที่ลู่เฉิงเฟิงโดยไม่รู้ตัว ในความคิดของเธอ มีเพียงลู่เฉิงเฟิงเท่านั้นที่สามารถเอาชนะฮั่นเหยียนได้เช่นนี้
แต่เมื่อเธอเห็นใบหน้าของลู่เฉิงเฟิงที่เต็มไปด้วยความใเช่นกัน หญิงสาวจึงตระหนักได้ว่าตัวเองเข้าใจเขาผิด
“คุณหนูใหญ่ มีคนพยายามลักลอบเข้ามาในบ้านของเราเมื่อคืนนี้ คน ๆ นั้นแข็งแกร่งมาก ผมไม่อาจเทียบกับเขาได้เลย แต่โชคดีที่คุณหนูใหญ่ปลอดภัย”
ใบหน้าของฮั่นเหยียนเต็มไปด้วยความอับอาย ทักษะของคนชุดดำนั่นผิดปกติอย่างมาก อีกทั้งดูเหมือนว่าอีกฝ่ายมาที่นี่เพื่อพุ่งเป้าจัดการกับเขาโดยเฉพาะอย่างไรอย่างนั้น
สีหน้าของซูอี้จวินซีดลง หัวใจของเธอรู้สึกหวาดหวั่น
ลู่เฉิงเฟิงกระพริบตาช้า ๆ ‘ต้องเป็งูแบล็กแมมบาแน่ ๆ มันควรจะเป็งูแบล็กแมมบาที่คิดว่าฮั่นเหยียนคือฉัน!’
หากเป็นักฆ่าคนอื่น มันคงเป็ไปไม่ได้ที่หลังจากเอาชนะฮั่นเหยียนแล้วจะไม่ไปแตะต้องซูอี้จวิน
ลู่เฉิงเฟิงมองดูใบหน้าที่ปูดโปนช้ำเขียวของฮั่นเหยียน อยากจะหัวเราะก๊ากออกมาดัง ๆ เขาเห็นใจอีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ และไว้อาลัยให้ชายผู้โชคร้ายคนนี้เป็เวลาสามวินาทีอย่างลับ ๆ
ในขณะเดียวกัน ลู่เฉิงเฟิงก็สับสนมาก เขาวางแผนที่จะทำให้ฮั่นเหยียนเป็แพะรับะุแทนเขา แต่ยังไม่ทันได้สร้างเบาะแสปลอมล่อลวงงูแบล็กแมมบาเลย ดังนั้นงูแบล็กแมมบามุ่งเป้าไปที่ฮั่นเหยียนได้อย่างไร? ไปเอาความคิดว่าฮั่นเหยียนเป็เขามาจากไหน?
“คุณสองคนโอเคไหม?” สีหน้าของลู่เฉิงเฟิงเต็มไปด้วยความกังวล
ซูอี้จวินส่ายหัว “ฉันไม่เป็ไร!”
หลินเจี้ยนหลูส่ายหัว “ฉันก็ไม่เป็ไรเหมือนกัน แต่เมื่อคืนฉันไม่ได้ยินอะไรเลย”
ลู่เฉิงเฟิงขมวดคิ้ว “แปลกไหม เป้าหมายของนักฆ่าควรเป็เสี่ยวจวินแต่ทำไมอีกฝ่ายกลับไม่โจมตีเสี่ยวจวินหลังจากเอาชนะฮั่นเหยียนได้?”
ฮั่นเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ผมไม่คิดว่านักฆ่าคนนั้นมาหาคุณหนูใหญ่”
“ฮะ?” ลู่เฉิงเฟิงมองด้วยความสับสน
“นักฆ่าคนนั้นเหมือนคนสมองผิดปกติอย่างมาก และเขาก็เอาแต่พูดพล่ามแปลก ๆ ตลอดเวลา หลังจากที่เขาจับผมได้ เขาก็พูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับั รู้สึกจะพูดว่าัะเืเวหาอะไรสักอย่าง และท้ายที่สุดดูเหมือนว่าเขาจะจำคนผิด”
ลู่เฉิงเฟิงแสร้งแสดงสีหน้าสับสน “ัะเืเวหาคืออะไร?”
ฮั่นเหยียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ัะเืเวหาควรจะเป็ใครบางคน เมื่อนักฆ่าคนนั้นตระหนักได้ว่าเขาจำคนผิด เขาก็ทุบผมจนหมดสติก่อนจะหนีไป เมื่อผมตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ที่ประตูแล้ว”
“ดีแล้วที่นายไม่เป็อะไร” ลู่เฉิงเฟิงเว้นวรรคชั่วคราวก่อนจจะถามต่อว่า “ว่าแต่นายเห็นชัดเจนไหมว่าอีกฝ่ายคือใคร”
ฮั่นเหยียนส่ายหัว “อีกฝ่ายสวมชุดสีดำ มีผ้าปิดบังใบหน้า ดังนั้นผมจึงไม่สามารถมองเห็นรูปร่างหน้าตาของเขาได้ชัดเจน”
“แต่นายน่าจะสามารถบอกความแตกต่างได้ว่าเขาเป็ผู้ชายหรือผู้หญิงได้ใช่ไหม?”
ฮั่นเหยียนพูดอย่างมั่นใจ “อาจจะเป็ผู้ชาย เสียงของเขาแหบแห้งและต่ำ เขาน่าจะอายุไม่ต่ำกว่าห้าสิบ”
สีหน้าท่าทางของลู่เฉิงเฟิงแข็งค้าง นี่มันผิด! เขาเคยได้ยินเฒ่าลั่วพูดถึงว่าสมาชิกของกลุ่มสิบสองนักษัตรทมิฬล้วนเป็คนหนุ่มสาว และทุกคนมีอายุไล่เลี่ยกันกับเขา
เกินห้าสิบเหรอ? เสียงพูดนั้นน่าจะถูกดัดเป็พิเศษ งูแบล็กแมมบาตัวนี้ระวังตัวแจมากทีเดียวไม่เปิดเผยช่องโหว่เลย
“โชคดีที่ไม่มีใครเป็อะไร... แต่นักฆ่าคนนี้กำลังมองหาัะเืเวหาอะไรกัน ช่างเป็ชื่อที่แปลกจริง ๆ เสี่ยวจวิน มีคนชื่อนี้อยู่รอบตัวเธอบ้างไหม?”
หลินเจี้ยนหลูถามอย่างสงสัย
ซูอี้จวินครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วส่ายหัว “ไม่นะ ชื่อนี้แปลกมาก หากมีบุคคลที่มีชื่อเช่นนี้มาอยู่ใกล้ฉัน ฉันจะต้องจำได้แม่นอย่างแน่นอน”
“มีใครมีคำว่าัอยู่ในชื่อบ้างไหม?”
ซูอี้จวินส่ายหัว “ไม่มี”
ความผิดหวังแวบขึ้นมาในดวงตาของเพื่อนสาว “ดีแล้วที่ไม่มี ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายทำผิดพลาดจริง ๆ แต่หากมี เธอต้องอยู่ให้ห่างจากบุคคลนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าไปพัวพันกับเขานะ”
ซูอี้จวินยิ้มและพยักหน้า