“ใกล้จะเข้าหน้าหนาว ชาวบ้านทุกครอบครัวต่างรัดเข็มขัดในการกินดื่ม พวกท่านมาร้องขออาหารจากชาวบ้าน มันไม่มากไปหน่อยหรือเ้าคะ ถ้าพวกเรามอบอาหารให้แก่พวกท่าน แล้วพวกเราจะมีชีวิตผ่านพ้นหน้าหนาวไปได้อย่างไร”
“เ้าเด็กคนนี้” มือปราบเอื้อมมือขึ้นสูง ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์หลายคนร้องห้ามเสียงหลง
ฮั่วหนานอันดึงบุตรสาวให้ถอยห่างออกมา หวังซื่อรับบุตรสาวคนเล็กเข้ามากอด
“ทำร้ายแม้กระทั่งเด็ก เ้าหน้าที่ของศาลาว่าการจางหลินตามสืบคดีแบบใด” คำถามของฮั่วหนานอัน สร้างความไม่พอใจให้กับอวี้กู่เหยา และมือปราบคนอื่นๆ
แต่ก่อนที่เื่จะวุ่นวายไปมากกว่านี้ เสียงร้องของกลุ่มชาวบ้านก็ดังขึ้น พวกเขาแตกฮือออกเป็สองข้าง ร่างของบุรุษหกคนที่หายไปถูกหามมาวางอยู่ต่อหน้าอวี้กู่เหยา
อวี้กู่เหยารีบล้วงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปาก “เกิดอันใดขึ้นกับคนพวกนี้” แทบไม่อยากมองร่างของชายหกคนที่เต็มไปด้วยตุ่มพองและมีน้ำเหลืองไหลออกมาตามบริเวณที่เกิดตุ่ม
“พวกเขาป่วยขอรับ คนในครอบครัวจึงให้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน” หัวหน้าหมู่บ้านละล่ำละลัก
“ป่วยด้วยโรคเดียวกันทั้งหกคนเลยหรือ เหตุใดไม่เรียกหมอมารักษา” ถามเอาความกับหัวหน้าหมู่บ้าน
“ข้าน้อยเพิ่งทราบเช่นเดียวกันขอรับ”
คนในครอบครัวของทั้งหกชีวิต ไม่มีผู้ใดมารายงานตนสักคำว่าในครอบครัวมีคนป่วย และยังป่วยด้วยอาการคล้ายกันอีกต่างหาก
“ท่านหมอ โปรดช่วยบุตรชายข้าด้วย”
หญิงชรานางหนึ่งเข้ามาคุกเข่าขอร้องโอวหยางเพ่ยเพ่ย วันแรกที่บุตรชายเริ่มป่วย นางคิดมาตามท่านหมอไปรักษาแต่ถูกบุตรชายห้ามเอาไว้ จึงทำได้เพียงทนมองดูบุตรชายนอนทรมานเพราะตุ่มหนอง
อวี้กู่เหยาปรายตาไปยังมือปราบผู้หนึ่ง มือปราบผู้นั้นจึงเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าสตรีที่สวมหมวกม่าน
“เหตุใดเ้าถึงไม่ถอดหมวก”
“หากข้าถอดหมวก เกรงว่าจะทำให้ทุกคนใกับใบหน้าอันอัปลักษณ์ของข้า” โอวหยางเพ่ยเพ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ถอดหมวกออก!”
ปัดมือที่ยื่นออกมากระชากหมวกม่าน “ข้าถอดเองได้ ไม่ต้องให้ท่านลำบาก”
“ใบหน้าของสตรีคือสิ่งสำคัญ ใบหน้าของท่านหมอมีรอยแผลเป็ นางไม่้าให้ผู้ใดเห็น ขอท่านอย่าได้บังคับข่มเหงใจผู้อื่นให้อับอาย”
น้ำเสียงอันนุ่มนวลของหวังซื่อดังขึ้น จนผู้ที่ได้ยินเคลิบเคลิ้มไปตาม ๆ กัน
“ไม่เป็ไร”
โอวหยางเพ่ยเพ่ยไม่้าให้เกิดปัญหากับบ้านฮั่ว พอนางถอดหมวกออก เสียงฮือฮาเริ่มแตกเป็วงกว้าง
ใบหน้าที่มีแผลเป็ลากยาวไปครึ่งหน้า ปรากฏสู่สายตาของทุกคน ชาวบ้านเข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใด ท่านหมอเทวดาถึงสวมหมวกทุกครั้งที่พบหน้า
“เ้าเป็หมอมิใช่หรือ รีบตรวจดูอาการของคนพวกนี้สิ” ส่งสายตาไปยังชายทั้งหกที่นอนหมดสติอยู่บนเสื่อเก่าๆ
โอวหยางเพ่ยเพ่ยเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ ร่างหนึ่ง แต่ก่อนที่นางจะนั่งลงตรวจอาการ หนึ่งในหกก็รู้สึกตัวขึ้นมาเสียก่อน
ใบหน้าอัปลักษณ์ปรากฏแก่สายตาของหมาจื่อ จนต้องพยายามขยับตัวหนี “ผี!” ะโโหวกเหวกโวยวายโดยไม่ลืมหูลืมตา
“หมาจื่อ นี่คือท่านหมอหญิง หาใช่ผีอย่างที่เ้าเข้าใจ เ้าให้ท่านหมอตรวจอาการเร็วเข้า” บุรุษผู้หนึ่งบอกกับหมาจื่อ
“หมอหญิงหรือ” หมาจื่อพยายามขยับตัวถอยหนี “นางเป็คนวางยาพิษเพื่อสังหารพวกข้า”
ละล่ำละลักบอกออกไปด้วยความหวาดกลัว ก้มมองแขนที่เต็มไปด้วยตุ่มพอง น้ำหนองที่ไหลออกมาจากตุ่มเหม็นจนเกินทน อาการเ็ปบวกกับตื่นตระหนกจึงทำให้หมาจื่อหมดสติไปอีกรอบ
ชาวบ้านแตกฮืออีกรอบ คนในครอบครัวของทั้งหกชีวิตก่นด่าหมอหญิงจิตใจเหี้ยมโหด แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่รอฟังเหตุผล เพราะรู้ดีว่าหกคนนี้เป็พวกอันธพาลมือเท้าสกปรก เกียจคร้านจนไม่มีผู้ใดชายตาแล
“คนพวกนี้น่าจะเป็หัวขโมยที่ลักลอบปล้นบ้านของข้าในคืนนั้น จึงถูกพิษที่ข้าโรยเอาไว้รอบบ้านเล่นงาน” โอวหยางเพ่ยเพ่ยยืนสงบนิ่งมองคนทั้งหกที่โดนพิษของนางเล่นงาน
“เ้ากล้าวางยาพิษราษฎรของโอรส์ โดยไม่กลัวความผิดเชียวหรือ” อวี้กู่เหยาหรี่ตาจ้องหญิงอัปลักษณ์
“ถ้าพวกเขาไม่บุกรุกเข้าไปขโมยของบ้านข้า จะมีสภาพแบบนี้ได้อย่างไร ท่านควรจับคนพวกนี้ในข้อหาปล้นชิงทรัพย์ผู้อื่น”
“ผู้ใดให้ความกล้าแก่เ้ากัน ทำคนตายหกชีวิต กลับออกคำสั่งให้ข้าจับพวกเขา แทนที่จะจับเ้า”
อวี้กู่เหยาไม่ชอบให้ผู้ใดมาสั่ง แม้แต่นายอำเภอยังใช้งานเขาด้วยถ้อยทีถ้อยอาศัย หญิงอัปลักษณ์นางนี้เอาความกล้าจากที่ใดมาสั่งตน
“ผู้ใดบอกว่าพวกเขาตาย เขาเพียงถูกพิษเล่นงานจนสลบไปเท่านั้น เพียงข้าให้ยาถอนพิษ พักฟื้นไม่กี่วันก็หาย ใต้เท้าโปรดให้ความเป็ธรรมแก่ข้าน้อยด้วยเ้าค่ะ”
โอวหยางเพ่ยเพ่ยยกมือขึ้นคารวะ เรียกร้องความเป็ธรรมให้แก่ตนเอง
“โจรที่บุกปล้นบ้านของท่านหมอคือหกคนนี้นี่เอง ไม่คิดเลยว่าในหมู่บ้านจะเลี้ยงโจรใจโฉดเอาไว้” หัวหน้าหมู่บ้านขยับเข้ามาใกล้ร่างทั้งหกที่นอนหมดสติ หันไปขอร้องอวี้กู่เหยา
“หัวหน้ามือปราบอวี้ โปรดจับหัวขโมยพวกนี้เข้าคุก หมู่บ้านซานไห่จะได้อยู่อย่างเป็สุข ไม่ต้องระแวงว่าจะถูกเข้าไปขโมยของ”
“ขอหัวหน้ามือปราบอวี้ให้ความเป็ธรรมแก่ท่านหมอ”
ชาวบ้านช่วยกันร้องขอ ใบหน้าอันอัปลักษณ์ของโอวหยางเพ่ยเพ่ยไม่ได้ทำให้คนในหมู่บ้านรังเกียจแม้แต่น้อย ชาวบ้านถือว่าการมีหมอเทวดาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านย่อมดีกว่ามีอันธพาลอยู่ในหมู่บ้าน
“มาทำคดีตามสืบหาคนหาย ไม่คิดเลยว่าจะจับหัวขโมยได้” อวี้กู่เหยาถอนหายใจ
“เอาเป็ว่าท่านหมอรักษาคนทั้งหกให้หายดีเสียก่อน ข้าจะส่งคนมารับตัวหกคนนี้ไปให้ท่านนายอำเภอตัดสินคดี”
“หัวหน้ามือปราบอวี้เที่ยงธรรมยิ่งนัก” หัวหน้าหมู่บ้านรีบประจบประแจงอวี้กู่เหยา
“ทำงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทของฮ่องเต้ ย่อมต้องเที่ยงธรรมอยู่แล้ว เื่นี้ค่อยว่ากัน แต่เื่ทำคดีคนหายยังไม่จบ”
อวี้กู่เหยาเร่งให้มือปราบสอบสวนชาวบ้าน จนในที่สุดก็สอบสวนจนครบทุกคน
“เอาล่ะ ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือกับเ้าหน้าที่เป็อย่างดี พวกเราคงต้องขอตัวกลับก่อน ส่วนหกคนนี้รอให้หายจากอาการป่วยเสียก่อน ข้าจะกลับมารับพวกเขาไปที่ศาลาว่าการ เพื่อให้ท่านนายอำเภอตัดสินโทษ”
อวี้กู่เหยาฉีกยิ้มให้กับชาวบ้าน รับปากมั่นเหมาะว่าจะให้ความยุติธรรมแก่ทุกคน
“กลับ”
อวี้กู่เหยากำลังจะเดินทางกลับ มือปราบผู้หนึ่งก็รีบวิ่งมากระซิบบางอย่างข้างหู ทำให้ทุกอย่างตกอยู่ในความตึงเครียดอีกครา