2
คมน์ยื่นไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานหยิบเอารูปเก่าและยับย่นออกมาดูนิ้วยาวไล้ไปบนวงหน้ากลมป้อมของเด็กหญิงในภาพอย่างคิดถึงวันที่เขาต้องจากไปเรียนต่อยังเมืองไกลเด็กหญิงพรรณธรได้ยื่นรูปใบนี้ให้พร้อมกับรอยยิ้มเศร้าๆและคำพูดที่เหมือนกับข้อความซึ่งเขียนไว้ด้านหลัง
“ต้นหลิวให้ต่อให้พี่คมน์อยู่ไกลสุดฟ้านู่น...” มือเล็กยกขึ้นชี้ไปไกล “แต่พี่คมน์จะไม่เหงาเพราะต้นหลิวจะอยู่กับพี่คมน์เสมอ” แม่น้องน้อยบอกอย่างร่าเริงยังจะมีแขนเล็กที่โอบกอดร่างหนา พลางกดจมูกลงบนแก้มตอบ
“ต้นหลิวจะรอพี่คมน์รีบกลับมานะคะ”
“จ๊ะพี่จะรีบเรียนให้จบ เพื่อจะได้รีบกลับมารับใช้เ้าหญิงครับ” คำพูดที่เอ่ยไป คือสัญญาที่จะต้องทำตามให้เร็วที่สุด
แต่พอเรียนจบกลับมาจริงๆเขาก็ต้องมารับหน้าที่แทนบิดาซึ่งมีสุขภาพร่างกายไม่ดีจนแทบไม่มีเวลาปลีกตัวไปหาพรรณธร หรือถ้าได้ไป ก็จะคลาดกับหญิงสาวที่หาเื่ออกจากบ้านได้เสมอ
คมน์ถอนใจเฮือกใหญ่คิดหนักกับสิ่งที่ได้คิดและทำลงไป ป่านนี้คุณย่ากลมพรรณคงจะบอกกำหนดวันที่เขาจะพาครอบครัวไปสู่ขอและจดทะเบียนสมรสให้กับพรรณธรได้รู้แล้วไม่อยากคิดเลยว่าหญิงสาวจะโกรธขนาดไหน คงแทบอยากจะฆ่าเขาให้ตายคามือเลยเชียวล่ะ
ชายหนุ่มนำรูปกลับไปวางที่เดิมหันเหความสนใจไปที่งาน เพื่อให้ลืมเื่ที่กำลังรบกวนจิตใจอยู่ แต่เผอิญไปสะดุดตากับอะไรบางอย่างที่ไหวๆอยู่
ชายหนุ่มไล่มองขึ้นไปอย่างช้าๆพร้อมกับหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นเข้าหากัน
สิ่งที่เขาเห็นคือขาของใครคนหนึ่งเท้ากระดิกยิกๆ เป็จังหวะ แต่...ใครกันละที่ไม่รู้กาลเทศะ เข้าห้องคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้อย่าว่าแต่ขออนุญาตเลย แม้แต่เสียงเคาะประตูบอกกล่าวก็ยังไม่มีเลย
ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจเมื่อเห็นคนที่มาเยือนชัดเจน...ยังไม่ทันจะทำอะไรความยุ่งยากอย่างแรกก็แวะเวียนมาหาเขาเสียแล้ว
“หวัดดีไอ้คุณพี่คมน์”พรรณธรทักทายแบบแยกเขี้ยวใส่ แถมเธอยังไม่คิดยกมือไหว้เขาด้วย
หญิงสาวเดินไปนั่งบนโซฟาตรงมุมห้องพลางเท้าเล็กเรียวก็รีบตวัดขึ้นไปไขว้กันทันที อวดลำขาเรียวยาวขาวนวลผ่องเป็ยองใย
ในดวงตากลมโตฉายแววเกรี้ยวกราดมองคนที่นั่งเหมือนกับพระาาอยู่บนบัลลังก์อย่างไม่พอใจ
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะสบายดีใช่ไหมคะไอ้คุณพี่” หญิงสาวถามเสียงหวานเจือโทสะถามอย่างไม่คิดจะเอาคำตอบ
ตอนที่เดินทางออกจากบ้านเธอโมโหจนเห็นช้างตัวเท่ามด แต่ด้วยระยะทางจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่งต้องนั่นรถเป็ชั่วโมง ความโกรธเกรี้ยวที่มีเริ่มสลายตัวไปกับสายลมเสียก็เยอะแต่พอมาเห็นหน้าหล่อๆ ยิ้มๆ ของคมน์ อารมณ์ที่เริ่มจะดับลงก็ประทุขึ้นมาใหม่
คมน์อึ้งเมื่อเจอกับพรรณธรโดยไม่ทันได้ตั้งตัวหัวใจหนุ่มเต้นแรงเร็วอย่างน่ากลัว ภาพถ่ายที่สวยและน่ารักยังไม่เท่าตัวจริงที่ทำให้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูกแต่เพียงแค่แวบเดียวชายหนุ่มก็เรียกสติคืนกลับมาได้
“สวัสดีต้นหลิวพี่สบายดี แต่ดูท่าเราจะไม่ค่อยสบายนะหน้าตาค่อนไปทางซีดเซียวไม่ร่าเริงสดใสเลยนี่” ชายหนุ่มตอบกลับ ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างอารมณ์ดีไม่คิดว่าแม่ตัวดีจะใจกล้าบุกมาพบเขาถึงที่นี่ สงสัยถูกยุยงมา
อืม...คุณย่ากลมพรรณรู้หรือเปล่านะสงสัยจะไม่...ว่าแต่พรรณธรมาแบบนี้แล้วพักที่ไหนละ ในเมื่อบ้านหญิงสาวอยู่อีกในตัวเมืองของอีกจังหวัดหนึ่งถ้าจะให้กลับหลังจากที่คุยกับเขาเสร็จ ก็คงจะไม่ทัน
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันคิดแล้วก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยหน่ายใจเหมือนกันถ้าจะต้องทะเลาะกับพรรณธรั้แ่ยังไม่เริ่มอยู่ด้วยกัน
จมูกโด่งเป็สันยู่ย่นริมฝีปากที่แบะออก “ก็ใช่นะสิคะ ลองมาถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักดูสิจะมีความสุขได้ไหม” พรรณธรกัดฟันพูด พลางตวัดค้อนใส่ชายหนุ่มวงโต
เธอโกรธแทบบ้ายิ่งได้มาเห็นอาณาจักรของคมน์ที่ ดูดี เลิศหรู และอลังการซึ่งคนรักของเธอเทียบไม่ได้เลยสักนิด ไหนจะหน้าตาที่ตฤณเป็หนุ่มตี๋ขาวซีดในขณะที่คมน์กลับดูดี ใบหน้าคมเข้ม คิ้วดก ดวงตาคมล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอนผู้หญิงอย่างเธอยังอายจมูกโด่งเป็สันรับกับริมฝีปากหนาสีแดงสดของคนที่ไม่สูบบุหรี่
ได้เห็นคมน์อย่างใกล้ชิดเพลิงโทสะก็คุขึ้นจนเธออยากจะเอานิตยสารที่วางอยู่ใต้กระจกแก้วเขวี้ยงใส่หน้ายิ้มๆนั่นให้เือาบ
“ผิดกับพี่นะตอนแรกที่คุณย่ามาขอร้องก็ยังคิดอยู่ว่าจะปฏิเสธท่านยังไงไม่ให้ท่านเสียใจที่คาดหวังไว้สูงแต่พอได้เห็นหน้าต้นหลิวแล้วชักอยากเร่งวันเร่งคืนให้ถึงวันแต่งงานเร็วๆ เสียแล้ว”คมน์พูดยิ้มๆ ดวงตาพราวระยับอย่างมีความนัย ดูเหมือนกับว่าหญิงสาวจะรับรู้ได้ใบหน้าคมสวยถึงได้แดงระเื่ขึ้น พร้อมกับตวัดค้อนใส่เขาวงโต
ตอนแรกที่ได้รับฟังเื่ราวจากคุณย่ากลมพรรณเขาหนักใจจนนอนไม่หลับเสียหลายคืน คิดๆ จะยกโทรศัพท์บอกเลิกสิ่งที่รับปากไป แต่พอใบหน้าดีใจและมีความสุขของคนรอบข้าง...พ่อแม่ คุณย่ากลมพรรณ เป็เสมือนเกลียวเชือกที่ผูกรัดเขาไว้จนทำอย่างใจ้าไม่ได้
ชายหนุ่มเอนตัวอิงเก้าอี้ทำงานแม้จะอึดอัดใจ แต่เขาก็ยังยิ้มได้ ดวงตาคมมองใบหน้ารูปไข่ดวงตากลมโตล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอนจมูกโด่งเป็สันรับกับริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูระเรื่อ พวงแก้มนวลเป็สีชมพูราวกับ้าประทับภาพหญิงสาวไว้ในหัวใจและในส่วนลึกของจิตใจ
จากเด็กน้อยตัวเล็กกระจ๋อยร่อยที่คอยเดินตามเขาไปทุกหนแห่งเติบใหญ่กลายมาเป็สาวสวยน่ารักและน่าทะนุถนอม แต่อย่าให้หญิงสาวเอ่ยพูดเพราะระหว่างหน้าและคำพูดนั้นช่างผิดกันไกล
“อีพี่คมน์!”