PALMER46: เพื่อเธอที่ฉันรัก
ตอนที่2 การเดินทาง
เหล่ากลุ่มคนชุดดำ5คน กำลังเดินค่อยๆ ย่องไปในป่าตามต้นไม้ข้างทะเลเสียงกิ่งไม้และใบไม้แห้งที่แตกหักดังขึ้นเบาๆ ใต้เท้าของพวกเขาเสียงนั้นแ่เบาจนแทบไม่เป็ที่สังเกต แต่มันก็อัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดราวกับโลกทั้งใบกำลังจับจ้องมาแต่พวกเขา บางคนถือมีดสั้น บางคนถือดาบคาตานะพวกเขาคือนินจา — นักฆ่าที่ฝึกฝนมาหลายปีเพื่อความเงียบและแม่นยำในการฆ่า
ในขณะที่พวกนินจาเดินตามทางที่กำหนดไว้มือข้างหนึ่งยกคาตานะขึ้นเหมือนจะคอยระวังการโจมตีจากข้างหน้าส่วนคนด้านหลังสุดยังคงเดินไม่รู้สึกตัว
แต่ทันใดนั้น มือหนึ่งของปาล์มปิดปากนินจาคนนั้นอย่างเงียบเชียบ มืออีกข้างของปาล์มปาดคอของศัตรูอย่างแม่นยำเืสีแดงสดไหลออกมาเป็สาย ปาล์มล้มร่างของเขาลงเบาๆ โดยไม่ให้เกิดเสียงใดๆกลุ่มนินจาที่ยังคงเดินต่อไปไม่ทันสังเกตเห็นการหายไปของสมาชิกในทีม
ปาล์มกลืนตัวไปในความมืดราวกับเป็เงา เขาเคลื่อนไหวอย่างมีศิลปะการเคลื่อนไหวของเขาแทบจะไม่ทิ้งร่องรอยให้ตามได้ ในขณะที่อีก 4คนยังคงเดินโดยไม่รู้ตัว
สายตาของนินจาคนหนึ่งที่เดินอยู่ข้างหน้าแวววาวขึ้นเมื่อเห็นศพของเพื่อนในทีมที่ถูกทิ้งร่างไว้กลางทางมือข้างหนึ่งยกขึ้นเป็สัญญาณให้หยุด ก่อนที่เขาจะย่อตัวลงมองไปยังร่างไร้ิญญาเพื่อนของเขา ที่ถูกฆ่าไปในความเงียบ โดยไม่มีแม้เสียงร้อง
“ระวังตัวให้ดี”เขาพูดเสียงเบาๆ แต่ก็เพียงพอให้เพื่อนในทีมตื่นตัว
ตอนนี้พวกเขากลายเป็ผู้ถูกล่าไม่ใช่ผู้ล่าอีกต่อไป
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องดังแ่ๆ ขึ้นจากที่ใดสักแห่งในความมืด หลังจากนั้นก็เงียบไปหมดนินจาคนหนึ่งถูกลากเข้าไปในเงามืดของป่าและร้องด้วยความเ็ปจนเสียงหายไปในอากาศ ร่างของเขาหายไปอย่างเงียบๆ
ปาล์ม ที่ยืนอยู่ในมุมมืดราวกับเป็เงาของป่าก็ย่องไปใกล้ๆ อีกคนหนึ่ง ร่างนั้นยังไม่ทันได้ขยับตัวปาล์มก็ออกตัวอย่างเงียบเชียบ พร้อมสังหารอย่างรวดเร็วแต่ครั้งนี้นินจาคนนั้นหันมาเห็นเขาและได้หลบการโจมตีได้อย่างเฉียดฉิว
หนึ่งในนินจา ที่เห็นเข้าจึงโยนดาวกระจาย3อัน ด้วยความรวดเร็วเพื่อสกัดปาล์ม แต่ปาล์มหลบได้อย่างคล่องแคล่วจนกระทั่งมีดาวกระจายอันหนึ่งพุ่งเฉียดแขนซ้ายของเขาทิ้งรอยบาดไว้ที่ิัและเืไหลออกมา
ในระหว่างนั้น นินจาคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาพร้อมมีดสั้นในมือเพื่อฆ่าปาล์ม แต่ปาล์มหลบได้ทันก่อนที่เขาจะสวนกลับอย่างแม่นยำเข้าที่คอของอีกคน จนล้มลงไปทันที
ในขณะที่เขากำลังเตรียมตัวจะทำลายศัตรูคนถัดไปเสียงดาบคาตานะ ก็ดังก้องมา ปาล์มหันไปและชักปืนลูกโม่สีทองของเขาขึ้นทันทีเสียงปืนดังขึ้นในอากาศ คมะุพุ่งตรงไปยังหัวของนินจาคนนั้นดวงตาของเขาเบิกกว้างในวินาทีสุดท้าย ก่อนที่ร่างนั้นจะล้มลงไปกับพื้น
ฝน ก้าวออกจากที่ซ่อนก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความกังวล “พวกมันหมดรึยัง”
ปาล์ม หันไปมองและจับที่แขนซ้ายที่โดนดาวกระจายจนเืไหลลงมา“หมดแล้วละ...”
ฝน สังเกตเห็นรอยเืที่ไหลออกมาแล้วรีบพูดอย่างร้อนรน“เืนายไหล่นะ”
ปาล์ม ยิ้มให้กับคำเตือนนั้นและยักไหล่“ไม่เป็ไร...แค่เฉียดๆนะ
ฝนไม่รอช้าเธอรีบเปิดกระเป๋าเป้ ที่พกติดตัวมาและหยิบอุปกรณ์การทำแผลออกมาก่อนจะเดินเข้าไปข้างๆ ปาล์ม “นั่งลงก่อนสิ...ฉันจะทำแผลให้”
ปาล์ม ยังพยายามที่จะขัดคำขอของฝน“ชั่งเถอะ... ไม่เป็ไรหรอก”
ฝน สบตากับเขาก่อนเห็นท่าทีของปาล์มที่ยังไม่ยอมทำตามคำขอ “อย่าดื้อสิ...เดี๋ยวแผลก็ติดเชื้อหรอก” เธอกดให้เขานั่งลงบนพื้นโดยไม่พูดมากก่อนที่จะทำแผลให้เขาอย่างระมัดระวัง
ปาล์ม รู้สึกเจ็บจากการทำแผลแต่ก็อดที่จะพูดไม่ได้ “โอ้ย... เจ็บ”
ฝน ก้มหน้าทำแผลอย่างตั้งใจแต่ก็ไม่ลืมที่จะถาม “พวกเมื่อกี้มันนินจานิ”
ปาล์ม“คงจะอย่างนั้น... อุตส่าห์มาไกลจากญี่ปุ่น”
ฝน “ค่าหัวพวกเรารวมกัน 60 ล้าน...พวกมันคงจะมาเพื่อล่าค่าหัวพวกเราสินะ”
ปาล์ม“ฉันว่าคงจะมาเพราะ BioLink ที่เธอสร้างมากกว่า”
ฝน หยุดชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของปาล์มและรู้ว่าเขาคิดอะไร “งั้นเหรอ...แล้วนายจะเอา BioLink นี้ไปทำอะไรละ แต่ห้ามใช้มันเด็ดขาดนะเพราะมันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ถ้าฉีดมันเข้าร่างกายได้... ตายแน่”
ปาล์ม หยุดคิดไปครู่หนึ่งแล้วตอบเสียงเรียบ“ไม่ได้จะใช้มันสักหน่อย... แค่คิดว่าจะขโมยไปขายนะ”
ฝน มองเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อแต่ก็ยังพูดต่อไป “งั้นเหรอ ทั้งๆที่มันยังไม่เสร็จ... เอาไปก็ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้หรอก”
ปาล์ม“ตอนขโมยมาฉันก็ไม่รู้นิ... ว่าถ้าใช้มันจะถึงตาย”
ฝน ทำแผลให้ปาล์มเสร็จและยืนขึ้นอย่างคล่องแคล่ว“เสร็จแล้วละ”
ปาล์ม ลุกขึ้นและเตรียมตัวเดินต่อ“งั้นเราไปต่อกันเถอะ”
ปาล์ม และ ฝน เดินไปตามชายหาดในยามค่ำคืนที่คลื่นกระทบฝั่งเสียงดังพอให้ได้ยินเบาๆ ในความเงียบสงบ ร่างของพวกเขาค่อยๆเคลื่อนที่ไปท่ามกลางแสงจันทร์ที่สะท้อนบนผืนน้ำและเปลือกหอยที่กระจัดกระจายอยู่เต็มชายหาด
ฝน หันไปมองที่ ปาล์มพร้อมกับถามอย่างสงสัย “ที่ว่าจะเอามันไปขาย...แล้วมันจะขายได้เท่าไหร่กัน”
ปาล์ม“ก็ประมาณ 1 ล้านล้าน... เท่าที่มีคนบอกมา”
ฝน ตะลึงไปพักหนึ่งก่อนจะตอบกลับ“เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ ทั้งที่ถ้าใช้มันจะต้องตายเนี้ยนะ”
ปาล์ม หันมองฝนและพูดต่อด้วยเสียงที่ราบเรียบเหมือนมันเป็เื่ธรรมดา“นอกจากเธอและไม่กี่คนก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าถ้าใช้มันแล้วจะต้องตาย...ถ้ารู้ก็คงขายได้น้อยกว่านั้นเยอะมาก”
ฝนขมวดคิ้วและถามอีกคำถามที่คิดว่าอาจจะเป็เื่สำคัญ
“แล้วนายจะเอาเงิน 1 ล้านล้านไปทำอะไร?เยอะขนาดนั้นชาตินี้คงใช้ไม่หมดหรอก”
ปาล์ม หยุดเดินไปครู่หนึ่งและหันไปมองฝน“ฉันอาศัยอยู่ในอาณาเขตของ BIRD ROCK นะ...หลังจากาเหมือนจะมีคนอดอยากมาก ฉันคิดว่าเงินพวกนั้นอาจช่วยอะไรได้”
ฝน ยิ้มให้กับความคิด“โหว... ยอดไปเลย นายนี้ก็เป็ฮีโร่นิ”
ปาล์ม“จะใช่ได้ไง... ฮีโร่อะไรถูกตราหน้าว่าเป็ฆาตกรผู้โเี้และมีค่าหัวติดตัวตั้ง 30 ล้าน”
ฝน มองเขาด้วยสายตาที่เข้าใจแต่ก็ยังพูดต่อ “จริงด้วย... แต่สำหรับฉันนายคือฮีโร่นะ นายช่วยฉันหนีออกจากพวก Kittitech มา...นั่นแหละฮีโร่ของฉัน”
ปาล์ม หัวเราะเบาๆอีกครั้ง รู้สึกถึงความซาบซึ้งในคำพูดของฝน “งั้นเหรอ...ขอบคุณมากนะ”
ฝน มองเขาด้วยความสงสัยเมื่อเห็นรอยยิ้มที่เก็บซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้“หัวเราะอะไรนะ”
ปาล์ม ส่ายหัวและยิ้มออกมาอีกครั้ง“ป่าว... แค่นึกถึงอดีตนิดหน่อยนะ”
ทั้งสองเดินไปข้างหน้าพร้อมๆกันเสียงคลื่นที่ดังไปตามกระแสลมกลายเป็ฉากหลังที่เติมเต็มบรรยากาศแห่งความเงียบสงบท่ามกลางความมืดที่ห่อหุ้มโลกไว้ การเดินทางของพวกเขายังไม่จบสิ้นแต่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเริ่มจะค่อยๆ มากขึ้น
จู่ๆ เสียงมอเตอร์ไซค์ดังก้องขึ้นจากทางไกลและ ชายคนหนึ่ง ขี่มอเตอร์ไซค์ลอยฟ้ามาในท่าทางที่มั่นคง ก่อนจะเบรกอย่างเฉียบพลันหยุดที่ระยะ 50 เมตรจาก ปาล์ม และ ฝน ดวงตาของเขาฉายแววมั่นใจและท่าทางของเขาคือการมองหาความมั่นใจว่าเขาคือผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า
เขาถอดหมวกกันน็อตและลงจากรถก่อนจะยืนนิ่งตรงหน้า สายตาของเขามองไปที่ปาล์มอย่างแน่วแน่“แกคือ PALMER46 สินะ สงสัยนะสิว่าฉันเป็ใคร...”ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ฉันจะบอกให้เอาบุญนะ...ฉันคือ ริว ฉันคือตัวแทนที่ได้รับอาวุธชุดเกราะพิเศษจาก บริษัทเทคโนโลยี Ratchaการหนีของแกได้จบลงแล้ว”
ริวยกมือขึ้นและเปิดออกเพื่อให้เห็นเข็มขัดรูปร่างหน้าตาแปลกๆ ที่ดูเหมือนจะซับซ้อนและมีฟังก์ชั่นบางอย่างซ่อนอยู่ก่อนจะชี้มือไปข้างหน้า ราวกับจะสั่งให้บางสิ่งเกิดขึ้น“จงดู... แปลง...”
ปาล์ม ไม่รอช้ารู้ตัวว่ามันไม่ใช่เวลาที่จะเสียเวลาคิด จึงยิงไปที่เข็มขัดของริวอย่างรวดเร็วและตามมาด้วยอีกหนึ่งนัดที่ หัวของริว ร่างของเขาล้มลงไปทันทีเสียงปืนดังในความเงียบรอบข้าง
ฝน มองไปยังร่างของริวที่ล้มลงไปก่อนจะหันมาถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสงสัย “อะไรนะเมื่อกี้อะไรนะ เขากำลังจะพูดว่าแปลงร่างใช่ไหม”
ปาล์ม หยุดและมองไปที่ร่างของริวที่กำลังนอนอยู่ไม่ไกล“ไม่รู้สิ... คงจะพวกแปลกๆ นั้นแหละ”
ฝน“ทำไมไม่รอดูเขาแปลงร่างก่อนละ”
ปาล์ม หันไปมองฝนและตอบด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเฉยชา
“เสียเวลานะ... ไปกันต่อเถอะ”
ทั้งสองเดินออกไปจากที่นั้นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เื้ัคือศพของริวที่ยังคงนอนนิ่งเสียงเครื่องยนต์ของมอเตอร์ไซค์ที่ดับลงทำให้เหลือเพียงความเงียบที่ครอบงำท้องทะเลรอบๆพวกเขา
ทั้งสองเดินไปตามเส้นทางริมชายหาดในยามค่ำคืนที่เงียบสงบ เสียงคลื่นทะเลดังแ่ๆเป็ฉากหลังให้กับความเงียบในระหว่างการเดินทาง แต่แล้วเสียงฝีเท้าหนักๆที่ดังขึ้นจากข้างหน้า ทำให้ทั้งสองหยุดและเงียบไปทันที
ชายร่างใหญ่ 5คน ปรากฏตัวขึ้นขวางทางพวกเขา พวกเขาถอดเสื้อออกโชว์ กล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งและโพสท่าด้วยความมั่นใจ ร่างกายของพวกเขากล้ามเป็มัดๆดูเหมือนยิ่งใหญ่กว่าทุกอย่างที่ปาล์มเคยเจอมา
ชายกล้ามโตคนหนึ่งก้าวเข้ามาข้างหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างยั่วยุ“เ้า PALMER46 เวลาของแกสิ้นสุดลงแล้วพวกเราจะใช้กล้ามเนื้อเหล่านี้บดขยี้แก”
ปาล์ม หยิบปืนออกมารวดเร็วโดยไม่รีรอเขายิงไปที่ชายกล้ามโตทั้ง 5 คนอย่างแม่นยำะุพุ่งผ่านกลางศีรษะของพวกเขาทีละคน ร่างของพวกเขาล้มลงไปทันทีไม่ทันได้ตอบโต้หรือแสดงท่าทางใดๆ เลย
ฝน ยืนอยู่ข้างๆมองไปที่ศพของชายกล้ามโตเ่าั้อย่างใ “เอ๋... อะไรนะ จบแล้วเหรอ ไม่มีการต่อสู้อย่างเอาเป็เอาตายเหรอ”
ปาล์ม มองไปที่ศพของพวกเขาและตอบอย่างเ็าราวกับว่าไม่ใช่เื่ใหญ่ “ก็อย่างที่เห็นนั้นแหละ...เราไปกันต่อเถอะ”
ทั้งสองเดินผ่านร่างของชายกล้ามโตไปอย่างไม่สนใจเหมือนกับว่ามันเป็เื่ธรรมดาฝนเริ่มชินกับการเอาชนะศัตรูได้อย่างรวดเร็วและไม่เสียเวลาในการต่อสู้ที่ยาวนาน
ทั้งสองเดินทางต่อไปบนหาดทรายท่ามกลางความเงียบสงบของทะเลในยามค่ำคืน เสียงคลื่นที่กระทบฝั่งดังเป็ระยะๆ
ฝน เดินตามไปข้างๆก่อนจะชะลอการเดินลงและพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย “รอด้วยสิ... ฉันเดินจนปวดขาหมดแล้ว”
ปาล์ม หันมองไปที่ฝนก่อนจะหยุด“เธอไหวไหม ขี่หลังฉันไปเอาไหม”
ฝน มองไปที่ปาล์มด้วยสายตาที่แอบขำพร้อมกับยิ้มออกมา “ได้เหรอ เอาสิ”
ปาล์ม ย่อตัวลงให้ฝนขี่หลังโดยไม่แสดงความลังเล เขารู้ว่าเป็แค่การให้ฝนพักขาแต่ความรู้สึกบางอย่างเริ่มเข้ามาครอบงำเขา
ฝน กล่าวด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน“ไปกันเลย”
ปาล์มลุกขึ้นและเริ่มเดินต่อไปแต่ในขณะที่เขาเดิน หน้าอกของฝนัักับหลังของปาล์ม ทำให้เขารู้สึกถึงการใกล้ชิดที่ไม่เคยคาดคิดมือของปาล์มยกฝนขึ้นััที่ขาอ่อนของเธอทำให้เขาเริ่มมีสีแดงระเรื่อขึ้นจากความรู้สึกแปลกใหม่
ฝน สังเกตเห็นและหัวเราะเล็กน้อยเมื่อเห็นปาล์มเดินอย่างเกร็งๆ“ทำไมนายเดินเกร็งๆ นะ หรือว่าตัวฉันหนัก”
ปาล์ม พยายามห้ามไม่ให้เสียงของเขาสั่นเงียบไปก่อนจะตอบกลับ “ป่าวหรอก... ไม่มีอะไร”
ฝน มองไปที่มือของปาล์มที่ััขาอ่อนของเธอและหน้าอกที่ชิดกับแผ่นหลังของเขาใบหน้าของเธอเผยรอยยิ้มขบขัน “อ่อ... ฉันเข้าใจละ”
ปาล์ม ส่ายหัวด้วยความรีบร้อน“เข้าใจอะไรเหรอ”
ฝน หัวเราะเบาๆก่อนจะตอบในน้ำเสียงล้อเลียน “ป่าวนิ...ไม่มีอะไร”
ทั้งสองยังคงเดินต่อไปเส้นทางยังยาวไกล ท่ามกลางธรรมชาติของชายหาดที่เงียบสงบและทะเลที่ค่อยๆเริ่มสว่างขึ้นตามแสงที่เริ่มเผยตัวออกมา
ปาล์ม หยุดเดินและมองไปที่ทะเลที่เริ่มมีแสงของยามเช้า“จะเช้าแล้ว... เรามาพักกันแถวนี้เถอะ”
ฝน ขยับตัวลงจากหลังของปาล์มและยืนอยู่ข้างๆ “ปล่อยฉันลงได้แล้วละ”
ปาล์ม“อืม”
ฝน หยุดพักและยิ้มให้อย่างขบขัน“ให้ฉันขี่หลังมาตั้งไกลขนาดนี้... ไม่เหนื่อยบ้างเหรอ”
ปาล์ม“ไม่เท่าไหร่หรอก... แค่นี้สบาย”
ฝน มองไปที่เขาและยิ้มอย่างรู้ทัน“ไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝงใช่ไหม”
ปาล์ม หน้าแดงขึ้นเล็กน้อยจากคำถามนั้น“อะไรเหรอ ไม่มีหรอก”
ฝน หัวเราะเบาๆอย่างรู้ดี “จ้า... เชื่อก็ได้”
จู่ๆ เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากความมืดก็ดังมาใกล้ๆและ ชายคนหนึ่ง ปรากฏตัวออกมาจากป่า เขามี หนวดเครารุงรัง และ รอยสักแปลกๆ ที่ปกคลุมไปทั่วร่างกายสายตาของเขาคมกริบ
ฝน หันไปมองด้วยท่าทางใ“อะไรนะ พวกแปลกๆ อีกแล้วเหรอ”
ชายคนนั้นยิ้มเหี้ยมและหยิบตุ๊กตาขนาดเล็ก 2 ตัว ออกมาจากกระเป๋าก่อนจะพูดเสียงทุ้มต่ำ “PALMER46 จุดจบแกมาถึงแล้ว...จงออกมาจากกุมารทองลูกพ่อ”
ทันทีที่คำพูดนั้นจบลงตุ๊กตาทั้งสองตัว ก็เริ่ม ระเหยหายไป ในอากาศโดยไม่มีคำอธิบายชัดเจนว่ามันหายไปไหน
ปาล์ม รู้สึกถึงพลังที่ไม่สามารถเข้าใจได้ในทันทีและเห็น เม็ดทรายข้างตัว เริ่มรวมตัวกันกลายเป็เด็กมนุษย์ 2ร่าง ท่าทางเหมือนกับการเรียกใช้วิชาอาคมของหมอเปรมเด็กมนุษย์สองตัวนี้พุ่งตรงมายังปาล์มด้วยความเร็วสูง
ปาล์ม เห็นและหลบการโจมตีได้ทันที“พวกใช้เวทมนตร์”
ฝน ใอย่างเห็นได้ชัดกับสิ่งที่เธอไม่เคยเห็น“เวทมนตร์เหรอ”
ปาล์ม ไม่รอช้าเขา ต่อยไปที่เด็กมนุษย์ ตัวหนึ่งอย่างแรง ร่างของมันแตกกลายเป็ ทราย ทันที แต่แล้วมันก็กลับมารวมตัวกันและฟื้นคืนชีพอีกครั้ง“ฆ่าไม่ได้ด้วย” ปาล์มพูดออกมาอย่างหงุดหงิด
เด็กมนุษย์อีกตัวต่อยเข้าที่หน้าปาล์ม อย่างแรงจนเขาแทบล้ม
หมอเปรม ยิ้มอย่างเยาะเย้ยจากที่ห่างๆ “พลังกายภาพทำอะไรพวกมันไม่ได้หรอก”
ปาล์ม หยุดชั่วคราวและสำรวจสถานการณ์เขาเห็นว่า เด็กมนุษย์ ที่ถูกทำลายแล้วก็กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง“ทำแบบนี้ได้เหนื่อยตายแน่” ปาล์มบ่นกับตัวเอง
ในขณะที่ปาล์มกำลังหลบการโจมตีโอกาสมาถึง เขาควัก ปืนลูกโม่สีทอง ออกมาและยิงไปที่ หมอเปรม ทันที แต่แล้วเสียง แกร็กๆของไกปืนดังขึ้น หมอเปรมไม่ได้รับาเ็ “ะุหมดเหรอโครตซวยเลย” ปาล์มพูดอย่างไม่ค่อยพอใจ
หมอเปรม ยิ้มกว้างด้วยความมั่นใจ“เหมือนว่าโชคจะเข้าข้างฉันวะ...แต่ต่อให้แกมีะุปืนก็ยิงฉันไม่เข้าหรอก”
ฝน ที่มองเห็นสถานการณ์ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นเธอหยิบ ปืนลูกโม่สีเงิน ออกมาและยิงไปที่ หมอเปรม รัวๆแต่ะุที่ยิงออกไปกลับไม่สามารถ เจาะเข้าไปที่หนังเหนียวของเขาได้ ะุกระเด็นออกไปข้างๆแต่แรงกระแทกทำให้หมอเปรมล้มลงไป
หมอเปรม มองไปที่ฝนที่ยืนอยู่ข้างๆเขา หัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดออกมา “บอกแล้วไง...ะุทำอะไรฉันไม่ได้... รอยสักฉันทำให้หนังเหนียว”
ปาล์ม ที่ไม่รู้ว่ามาอยู่ข้างๆหมอเปรมได้เมื่อไหร่ เขามองไปที่คอของหมอเปรม “เหรอ...แต่ที่คอแกไม่มีรอยสักนิ” ปาล์มพูด ก่อนจะใช้ มีด ฟันไปที่คอของหมอเปรม อย่างแรง
หมอเปรมล้มลงไปโดยไม่มีเสียงร้องแต่ กุมารทองทั้งสอง ก็หายไปทันทีที่หมอเปรมตาย
ปาล์ม หันไปหาฝนและยิ้มให้“เกือบลืมไปเลยว่าฉันก็ให้เธอพกปืนไว้ด้วย ทำได้ดีมาก...ไม่มีเธอฉันคงหาจังหวะไปฆ่ามันได้ยาก”
ฝน หัวเราะเบาๆ“เอานะ... ช่วยๆ กัน แต่ะุมันหมดแล้วนะ”
ปาล์ม เหวี่ยง ปืนลูกโม่สีทองทิ้งไปอย่างไม่ใยดี “โยนทิ้งไปเถอะ...ไม่มีที่ใส่ะุมันก็ไร้ค่า” เขาพูดด้วยเสียงนิ่งๆ
ฝน หันไปมองปืนที่ปาล์มโยนทิ้งไปแล้วตัดสินใจเดินไปเก็บมันขึ้นมา“ฉันขอเก็บไว้ได้ไหม เก็บไว้ระลึกถึงการเดินทางครั้งนี้...”เธอพูดเบาๆ เหมือนเป็การบันทึกความทรงจำที่มีค่าให้กับตัวเอง
ปาล์ม มองไปยังฝนที่เก็บปืนแล้วยิ้มเล็กน้อย“ตามใจเธอ”
ฝนพยักหน้าและนำปืนลูกโม่สีเงิน และ ทอง ใส่กระเป๋าเป้ของเธอ ก่อนจะขยับกระเป๋าและทำหน้าบูดบึ้ง“หนักกว่าที่คิดเหอะ...”
ปาล์ม หันไปมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดลงและเริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้า“เราหาที่พักกันเถอะ... พักผ่อนเอาแรงกันหน่อย”
ฝน คิดตามและมองไปที่กระเป๋าเป้ของเธอที่เริ่มเบาบางลงเรื่อยๆ
“อืม... อาหารเราใกล้จะหมดแล้ว ทำยังไงดี”
ปาล์ม พูดด้วยท่าทีไม่รีบร้อน“ให้หมดก่อน... ไว้ค่อยคิดละกัน”
ฝน หันไปมองเขาอย่างไม่เห็นด้วย“ไม่ได้นะ... ถ้าเกิดหมดแล้วยังคิดไม่ออกจะทำไง”
ปาล์ม ยิ้มขำๆก่อนจะตอบ “น่าๆ... ค่อยหาของป่าหรือของจากพวกที่มาล่าพวกเราก็ได้”
ฝน ขมวดคิ้วและพูดอย่างระมัดระวัง“ฟังดูเชื่อถือไม่ได้เลย”
ปาล์ม หัวเราะเบาๆและหันไปมองรอบๆ ก่อนที่จะเริ่มมองหาทำเลที่พัก
ฝนเอา อาหารกระป๋องออกมาจากกระเป๋าและแบ่งให้ปาล์มคนละครึ่ง
ทั้งสองนั่งลงบนชายหาดใต้แสงเดือนที่เริ่มส่องสว่างน้ำทะเลซัดเข้าหาชายฝั่งเป็ระยะๆ ทั้งสองกินอาหารกระป๋องด้วยกันอย่างเงียบๆความรู้สึกของการแบ่งปันในยามยากลำบากแฝงไปด้วยความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นระหว่างการเดินทางที่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก