แสงแดดยามบ่ายคล้อยที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างห้องทำงานของรดากำลังค่อยๆ อ่อนแสงลง ทิ้งเงามืดทอดยาวไปตามพื้นห้อง หญิงสาวพยายามเพ่งสายตามองตัวอักษรบนกระดาษข้อสอบของนักศึกษาตรงหน้า แต่กลับไม่สามารถจับใจความคำตอบใดๆ ได้เลย สมองของเธอหมกมุ่นและว้าวุ่นอยู่กับเื่ราวที่กรุงเทพฯ ความเฉยชาและห่างเหินของอัครินทร์ที่ล็อกประตูขังตัวเองอยู่ในห้องทำงาน และข้อความคุกคามปนเย้ายวนใจจากกวินที่ยังคงเด่นหราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ
เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นกะทันหันทำลายความเงียบงันลง รดาสะดุ้งโหยงจนปากกาลูกลื่นในมือร่วงหล่นลงบนโต๊ะ เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหวังลึกๆ ว่าจะเป็สายจากอัครินทร์ ทว่าหน้าจอกลับแสดงเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นตา รดากดรับสายด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกประหลาด
"ฮัลโหล... รดาพูดค่ะ"
"สวัสดีครับ ใช่คุณรดาที่เป็เพื่อนสนิทของคุณเมทินีหรือเปล่าครับ" ปลายสายเป็น้ำเสียงทุ้มต่ำและเป็ทางการ คล้ายน้ำเสียงของเ้าหน้าที่รัฐ
"ใช่ค่ะ... มีเื่อะไรหรือเปล่าคะ" รดาถามกลับ หัวใจของเธอเริ่มเต้นรัวด้วยความกังวล
"ผมร้อยตำรวจเอกทรงยศ จาก สภ.หัวหิน นะครับ" ปลายสายเอ่ยชื่อยศทำให้รดาใจคอไม่ดี "ผมมีเื่ด่วนจะแจ้งให้ทราบ... เมื่อเวลาประมาณเที่ยงวันนี้ แม่บ้านของรีสอร์ตได้พบศพคุณเมทินีเสียชีวิตในอ่างอาบน้ำในห้องพูลวิลล่าที่คุณเพิ่งเช็กเอาต์ออกไปเมื่อวานนี้ครับ"
สมองของรดาขาวโพลนไปชั่วขณะ หูอื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบตัว ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ "อะ... อะไรนะผู้กอง? เมทินีเนี่ยนะเสียชีวิต? ไม่จริง... มันต้องมีความผิดพลาดแน่ๆ ฉันเพิ่งแยกจากเธอเมื่อวานนี้เอง!"
"ทางเรายืนยันตัวตนจากเอกสารและสัมภาระในที่เกิดเหตุแล้วครับ สภาพศพเบื้องต้นมีาแกรีดลึกที่ข้อมือซ้าย และเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจเนื่องจากการจมน้ำ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง ทางตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็การฆ่าตัวตายครับ..."
"ไม่มีทาง!" รดาะโออกไปเสียงดังลั่น น้ำตาร่วงหล่นอาบแก้มทันทีโดยไม่ต้องร้องไห้ "เมไม่มีวันฆ่าตัวตาย! เธอเพิ่งชวนฉันไปเที่ยว เธอร่าเริงแจ่มใสดีทุกอย่าง ไม่มีปัญหาร้ายแรงอะไรเลย... ตำรวจตรวจละเอียดดีหรือยังคะ! นี่มันฆาตกรรมชัดๆ!"
"คุณรดาครับ ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ ตอนนี้ศพกำลังถูกส่งไปชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดที่นิติเวช และทางเรา้าให้ญาติหรือผู้ใกล้ชิดเดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติม หากคุณรดาสะดวก..."
รดาไม่ได้ฟังคำพูดต่อจากนั้นอีกเลย มือเรียวอ่อนแรงจนโทรศัพท์มือถือเกือบร่วงหล่น เธอรีบเก็บข้าวของลนลาน น้ำตาไหลพรากจนมองทางแทบไม่เห็น รดาเร่งรีบขับรถกลับบ้านด้วยความเร็วสูง ในสมองมีแต่ภาพใบหน้ายิ้มแย้มของเพื่อนรักที่เพิ่งกอดเธอเมื่อวานสลับกับเสียงสนทนาสุดท้ายที่ริมสระน้ำ... *“ฉันจะไม่ยอมเป็ชู้หลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไปแล้วนะ!”*
---
คฤหาสน์หลังใหญ่ของอัครินทร์ยามค่ำคืนเงียบสงัดและเยือกเย็นราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่
รดาเปิดประตูบ้านก้าวเข้ามาในห้องโถงรับแขกและพบสามียืนหันหลังอยู่ตรงมุมห้อง อัครินทร์ไม่ได้สวมสูท มีเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมคอที่ยับย่นเล็กน้อย ชายหนุ่มกำลังคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและระแวดระวัง ใบหน้าหล่อเหลาขรึมตึงมีเหงื่อผุดซึมตามไรผม
"ใช่... สั่งทางตำรวจหัวหินให้ปิดปากเงียบที่สุด สรุปสำนวนให้เร็วว่าเป็คดีฆ่าตัวตายธรรมดา อย่าให้ข้อมูลเื่บันทึกสายโทรศัพท์เข้าออกหลุดไปถึงมือนักข่าวเด็ดขาด... เข้าใจไหม!" อัครินทร์สั่งการเสียงต่ำแกมบังคับ
รดายืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างหลัง สันหลังเย็นวาบเมื่อได้ยินประโยคเ่าั้ชัดเจนเต็มสองหู เธอสูดหายใจลึกรวบรวมเรี่ยวแรงถามออกไปเสียงดัง
"พี่รินคะ... พี่กำลังสั่งปิดข่าวการตายของเมทินีงั้นเหรอคะ!"
อัครินทร์สะดุ้งโหยง รีบกดวางสายโทรศัพท์ทันที ชายหนุ่มหันขวับมาเผชิญหน้ากับภรรยา แววตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความใวูบหนึ่ง ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็ความตึงเครียดและหงุดหงิดอย่างรวดเร็ว
"รดา... กลับมาั้แ่เมื่อไหร่ ทำไมไม่ให้เสียง" อัครินทร์พูด น้ำเสียงพยายามควบคุมให้ราบเรียบ
"รดาถามว่าพี่รินกำลังโทรสั่งปิดข่าวคดีฆ่าตัวตายของเมทินีใช่ไหมคะ!" รดาก้าวเข้ามาใกล้ จ้องมองสามีด้วยแววตาทวงเค้นความจริง "เมเพิ่งตาย... เพื่อนสนิทของรดาเพิ่งตายในอ่างอาบน้ำที่หัวหิน แต่ทำไมพี่รินไม่แสดงความเสียใจเลยสักนิด แถมยังโทรศัพท์สั่งการจำกัดข้อมูลคดีเหมือนกลัวความลับอะไรจะหลุดออกไป!"
"ผมทำเพื่อครอบครัวเรานะรดา!" อัครินทร์ตวาดกลับเสียงต่ำด้วยความโมโห "เมทินีเป็เพื่อนสนิทของคุณ และวิลล่าหลังนั้นเราก็ร่วมกันเช่าในนามของเราสองคน ถ้าข่าวนี้แพร่ออกไป สื่อจะรายงานเื่ชู้สาวและคดีฆาตกรรมมั่วซั่ว ชื่อเสียงของผู้พิพากษาอย่างผม และชื่อเสียงอาจารย์มหาวิทยาลัยของคุณจะป่นปี้ขนาดไหน! ยัยเมทินีนั่นจิตใจไม่ปกติอยู่แล้ว การกรีดข้อมือฆ่าตัวตายในอ่างน้ำก็ชัดเจนอยู่แล้ว จะให้ขุดคุ้ยหาเื่ใส่ตัวไปทำไม!"
"เมไม่ได้ฆ่าตัวตาย!" รดาสวนกลับทันที น้ำตาไหลพราก "เมื่อวานรดายังได้ยินเธอคุยโทรศัพท์กับชู้รักของเธอ... เธอขู่ว่าจะแฉข้อมูลและบีบให้ผู้ชายคนนั้นหย่าขาดกับภรรยา! แล้ววันต่อมาเธอก็ตายทันที... พี่รินคะ ชู้รักคนนั้นของเมทินีคือใครกันแน่คะ? หรือว่าจะเป็... พี่!"
อัครินทร์เบิกตาโพลง ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดไปชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความเกรี้ยวกราด ชายหนุ่มขยับก้าวเข้ามาบีบข้อมือรดาไว้แน่นแรงบีบมหาศาลทำให้รดารู้สึกเจ็บแปลบ
"พูดจาเหลวไหลไร้สาระใหญ่แล้วรดา!" อัครินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาดุร้ายน่ากลัวอย่างที่รดาไม่เคยเห็นมาก่อน "ผมบอกแล้วไงว่าผมทำงานหนักเพื่อคุณ เพื่อครอบครัวเรา อย่าเอาความฟุ้งซ่านระแวงไร้สาระของคุณมาปรักปรำผม! ข่าวเื่การตายของเมทินี ผมจะจัดการจำกัดข่าวให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันไม่ให้เราเดือดร้อน และนั่นคือหน้าที่ของผม!"
ในขณะที่สถานการณ์กำลังบึงตึงจนเกือบจะปะทุ เสียงกระดิ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะ อัครินทร์สะบัดข้อมือรดาทิ้งอย่างแรง ก่อนจะสูดหายใจลึกเพื่อปรับเปลี่ยนสีหน้าท่าทางแล้วก้าวเดินไปเปิดประตูบ้าน
แขกผู้มาเยือนยามวิกาลคือชายหนุ่มร่างโปร่งสวมแจ็คเก็ตยีนส์สีซีดทับเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์มีรอยขาดที่เข่า ใบหน้าเซอร์ๆ มีหนวดเคราจางๆ แววตาคมกริบแลดูเหนื่อยหน่ายทว่ามีประกายเฉลียวฉลาดที่สะกดคนมอง เขาคือนักสืบเอกชน **'วิญญู'** น้องชายแท้ๆ ของอัครินทร์ที่ห่างเหินกับครอบครัวไปนานเนื่องจากจุดยืนเื่ความถูกต้องที่ไม่ตรงกัน
"สืบคดีเหนื่อยๆ แล้วยังต้องมาทนเสียงโวยวายของพี่อีกเหรอเนี่ย อัครินทร์" วิญญูเอ่ยทักทายพี่ชายด้วยน้ำเสียงกวนๆ พลางก้าวเข้ามาในบ้านช้าๆ สายตากวาดมองรดาที่ยืนร้องไห้อยู่ด้านหลังสลับกับใบหน้าตึงเครียดของพี่ชาย
"วิญญู... แกมาก็ดีแล้ว" อัครินทร์ตัดบทน้ำเสียงรีบร้อน "ฉันมีงานด่วนและสำคัญมากจะให้แกทำทันที"
"งานด่วนของผู้พิพากษาศาลชั้นผู้ใหญ่เหรอ? หวังว่าคงไม่ใช่เื่ทุจริตคดีความนะ" วิญญูเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงแฝงความหยิ่งในศักดิ์ศรีของอดีตตำรวจสืบสวน
"เื่เพื่อนสนิทของรดา... เมทินี เสียชีวิตในห้องพักวิลล่าที่หัวหิน ทางตำรวจแถลงเบื้องต้นว่าเป็ฆ่าตัวตาย แต่ฉัน้าให้แกเดินทางลงไปหัวหินคืนนี้เลย ไปตามดูการทำงานของตำรวจอย่างใกล้ชิด คอยตัดแต่งควบคุมข้อมูลและรายงานความคืบหน้าให้ฉันฟังเป็การภายใน อย่าให้เื่ฉาวโฉ่อะไรหลุดรอดไปถึงสื่อเด็ดขาด" อัครินทร์เสนอเงินสดปึกใหญ่ลงบนโต๊ะ
วิญญูมองเงินบนโต๊ะสลับกับใบหน้าพี่ชายช้าๆ ั์ตาคมกริบของอดีตนักสืบหรี่ลงจ้องจับผิด "พี่ชาย... คดีฆ่าตัวตายของเพื่อนเมีย ทำไมผู้พิพากษาผู้ทรงเกียรติอย่างพี่ถึงต้องยอมควักเงินก้อนโตและดูร้อนรนขนาดนี้ล่ะ? หรือว่าคดี 'ฆ่าตัวตาย' นี้ มีร่องรอยของพี่ชายผู้แสนดีของฉันไปแปดเปื้อนอยู่ด้วยกันแน่?"
"ไอ้วิญญู! หุบปากและทำตามที่สั่งซะ!" อัครินทร์ตวาดเสียงกร้าวด้วยโทสะ "แกมีหน้าที่ทำงานตามที่ฉันสั่งและรับเงินไป อย่าเสือกตั้งคำถามไร้สาระ ถ้าแกไม่รับงานนี้ ก็ไสหัวออกไปซะ!"
วิญญูหัวเราะเบาๆ ในลำคอ หยิบปึกเงินบนโต๊ะขึ้นมาเก็บใส่กระเป๋าแจ็คเก็ตยีนส์ช้าๆ "ตกลงครับผู้พิพากษา... ผมจะลงไปสืบเื่นี้ให้ แต่บอกไว้ก่อนนะ ผมเป็ตำรวจเก่า หน้าที่ของผมคือการค้นหาความจริง ไม่ใช่การรับจ้างปิดปากพยาน ถ้าความจริงมันออกมาสกปรก... ผมก็ไม่มีวันยอมปกปิดให้พี่เหมือนกัน"
วิญญูหันไปมองรดาที่ยืนนิ่งเงียบ แววตาของเขาฉายประกายความเห็นใจแฝงความสงสัยชั่วขณะ ก่อนจะหันหลังก้าวเดินออกจากคฤหาสน์มุ่งหน้าสู่ราตรีอันมืดมิด
---
หลังจากวิญญูจากไป อัครินทร์สะบัดสูทพาดบ่าและเดินปึงปังหนีเข้าห้องทำงานส่วนตัวชั้นล่าง ล็อกประตูลงกลอนแกร๊กทิ้งความเงียบและเงามืดให้ปกคลุมคฤหาสน์หลังใหญ่ตามเดิม
รดาพยุงร่างที่อ่อนแอเดินขึ้นมาบนห้องนอนชั้นสอง เธอทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงปล่อยให้น้ำตาไหลพรากในความมืด ความคิดในสมองปั่นป่วนจนแทบคลั่ง... เมทินีขู่จะแฉเื่ชู้รักและบีบให้หย่าขาด แล้ววันรุ่งขึ้นเธอก็ตายในอ่างน้ำทันที อัครินทร์รีบร้อนโทรสั่งการปิดข่าวคดีและแสดงท่าทีหวาดระแวงเหมือนคนมีความผิด... หรือว่าสามีของเธอจะเป็ฆาตกรที่ลงมือปลิดชีพเมทินีเพื่อปกป้องตำแหน่งและชื่อเสียงของตน?
*ครืด... ครืด...*
โทรศัพท์มือถือในมือของเธอสั่นเตือนข้อความเข้า แสงไฟสว่างวาบจากหน้าจอส่องกระทบใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาของรดา ปรากฏข้อความส่งมาจากเบอร์แปลกเบอร์เดิม:
*‘ผมรู้ข่าวเื่คุณเมทินีแล้วนะครับรดา... น่ากลัวจังเลยนะ คุณโอเคไหม? ตอนนี้คุณอยู่บ้านหลังใหญ่คนเดียวปลอดภัยดีหรือเปล่า ให้ผมไปหาคุณ ไปอยู่เป็เพื่อนกอดคุณในคืนที่หนาวเหน็บแบบนี้ไหมครับ... ผมเป็ห่วงคุณเหลือเกิน’*
รดาจ้องมองข้อความสั้นๆ บนหน้าจอ ความเย็นะเืแล่นริ้วจับขั้วหัวใจ เมทินีตายแล้ว สามีกลายเป็ผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรม และตอนนี้ชู้รักหนุ่มรุ่นน้องอย่างกวินก็กำลังคุกคามคอยตามหลอกหลอนส่งข้อความตามเธอมาถึงกรุงเทพฯ...
รดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนยอดตึกสูงตระหง่านที่มีพายุร้ายพัดกระหน่ำ และเธอไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากการก้าวเดินต่อไปในเงามืดอันตรายเพื่อสืบหาความจริงที่ซ่อนเร้นนี้... โดยที่ไม่รู้เลยว่า ปลายทางของมันคือความจริงสีเืที่จะแผดเผาทุกคนให้มอดไหม้ไปพร้อมๆ กัน