คนที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูเองก็เดือดดาลขึ้นมาเช่นกัน นางหลี่หวังผู้นี้ล้มลงเองเมื่อวาน แต่กลับมาถามหาเอาความกับแม่หนูหมิงเยว่ พวกหลี่ต้าชวนช่างไร้ยางอายเสียจริง ถึงได้ใช้ข้ออ้างนี้มาโบ้ยหาคนผิด
หลี่ชงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หลี่ต้าชวนเอ๋ยหลี่ต้าชวน เจ้านี่ช่างเหลือเกินจริง ๆ เรื่องในวันนี้ข้าจะไม่ยุ่งก็แล้วกัน ให้เสี่ยวหมิงเยว่จัดการฟ้องทางการไปเสีย!”
หลี่ชงสะบัดแขนเสื้อและหันกายไปไถ่ถามอาการของนางซูจากผู้เฒ่าหลิวจึงได้รู้จากผู้เฒ่าหลิวว่า สภาพร่างกายของนางซูในตอนนี้นั้นแย่กว่าที่หลี่หมิงเยว่พูดเสียอีก ดังนั้นเขาจึงทวีความไม่พอใจต่อครอบครัวของหลี่ต้าชวนมากขึ้น
หลี่ต้าชวนเห็นท่าทางไม่พอใจอย่างมากของหลี่ชง จึงหันไปโต้เถียงกับหลี่หมิงเยว่ “หากเจ้าอยากไปฟ้องทางการก็ไป ตั้งแต่ตอนที่เมียข้ากลับมาจากบ้านเจ้า นางก็ซวนเซจนหกล้มลงไป ดังนั้นที่ข้ามาที่นี่จึงมีเหตุผล”
ฟู่เหวินชิงเห็นท่าทางไร้ยางอายของเขาจึงหัวเราะเย้ยหยันออกมา และพูดกับลุงเหวินที่มาด้วยกันว่า “ลุงเหวิน ในเมื่อพวกเขาไม่กลัวว่าจะฟ้องทางการ เช่นนั้นลุงก็ไปที่ศาลาว่าการ แล้วบอกปู่เจ้าเมืองว่าหากเขามีเวลาก็มาที่นี่ด้วยตนเอง จากนั้นลุงไปที่สำนักศึกษาประจำเมือง ขอให้อาจารย์ใหญ่ของพวกเขามาดูลูกหลานในครอบครัวหลี่ต้าชวนสักหน่อย”
ก่อนที่คนอื่นจะตอบสนอง จู่ ๆ ก็ได้ยินนางหลี่ลู่ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง “ไปไม่ได้นะ”
พูดจบนางก็เข้ามาขวางหน้าลุงเหวินไว้ ไม่ให้เขาออกไป ขณะนั้นหลี่เหอเองก็รู้สึกกังวลขึ้นมา และรีบเดินเข้าไปพูดกับฟู่เหวินชิง “หมอฟู่ ท่านทำเช่นไม่ได้ ทำเช่นนั้นเท่ากับเป็นการทำลายเด็ก ๆ พวกนี้นะ! พวกเขาไม่ได้ทำผิดอะไร เรื่องนี้เป็นความผิดของพวกข้าเอง ข้าจะขอโทษแม่หนูหมิงเยว่ตอนนี้เลย ข้าจะขอโทษนางซูด้วย ขอร้องล่ะ”
ในตอนนี้หลี่ต้าชวนถึงรู้จักกลัวขึ้นมา คาดไม่ถึงเลยว่านังเด็กนี่จะกล้าไปแจ้งทางการและเหมือนว่าหมอฟู่ผู้นี้กับท่านเจ้าเมืองจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาต่อกัน เมื่อได้ยินลูกชายคนรองพูดกลับคำ จึงรีบเอ่ยปาก “หมอฟู่ พวกข้าผิดไปแล้ว อย่าไปที่สำนักศึกษาเลยนะขอรับ! พวกท่านทำเช่นนี้เป็นการทำลายเด็ก ๆ เหล่านี้ หมอฟู่ พวกข้ารู้ความผิดแล้ว ข้าจะไปขอโทษนางซู”
หลี่เจียงที่ก่อนหน้านี้ยังอยากจะโวยวายต่อ ตอนนี้กลับลงไปหมอบลงกับพื้น หากซงเกอเอ๋อร์รู้ว่าอนาคตของตนถูกทำลายเพราะพวกเขา ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กนั่นลงมือทำอะไร เมื่อนึกถึงสายตาดำมืดของลูกชายตน เขาจึงตัวสั่นระริก
นางเสี่ยวหลี่หวังที่หมอบอยู่บนพื้นและแสร้งทำเป็นดูแลนางหลี่หวังเองก็ถูกสถานการณ์นี้ทำให้หวาดกลัวจนไม่รู้จะเอ่ยคำใด นางรู้ดีว่ามันจบลงแล้ว หากให้คนพวกนี้ไปหาอาจารย์ที่สำนักศึกษาประจำล่ะก็ซงเกอเอ๋อร์จะต้องเกลียดนางจนตายแน่
ที่นอกประตู ผู้นำหมู่บ้านพาผู้อาวุโสประจำตระกูลหลายคนเดินก้าวเข้ามา ยังไม่ทันได้เข้าประตู พวกเขาก็ได้ยินเสียงพวกชาวบ้านถกเถียงกันขึ้นมาเสียก่อน จากนั้นถึงพาคนเดินเข้าประตูไปด้วยใบหน้ามืดมน
ในขณะนั้นผู้อาวุโสประจำตระกูลทั้งหลายที่เดินตามหลังเขามาต่างเกลียดพวกหลี่ต้าชวนเข้าไส้ เหตุใดครอบครัวของพวกเขาถึงได้ก่อเรื่องเช่นนี้อยู่ตลอด ชื่อเสียงของหมู่บ้านสกุลหลี่ถูกพวกเขาทำลายจนย่อยยับหมดแล้ว ชื่อเสียงของสกุลหลี่ของพวกเขาไม่อาจเสื่อมเสียเพียงเพราะครอบครัวนี้ครอบครัวเดียวได้ ในใจของเหล่าผู้อาวุโสประจำตระกูลจึงไร้ความเมตตาปรานี วันนี้จะต้องไล่ครอบครัวของพวกเขาออกไปจากหมู่บ้านให้ได้
คนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาถึงลานบ้าน และมองไปที่ครอบครัวของหลี่ต้าชวนด้วยสายตาเย็นเฉียบยิ่งนัก เจ้าหลี่ต้าชวนผู้นี้ช่างกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไรวันนี้ก็ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ เมื่อเข้าในบ้านทักทายผู้เฒ่าหลิวและฟู่เหวินชิงแล้ว พวกเขาจึงแยกกันนั่งลง
ผู้นำหมู่บ้านหันหน้าไปหาหลี่หมิงเยว่และยิ้มให้อย่างอบอุ่น “แม่หนูหมิงเยว่ เจ้าคิดจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ไม่ต้องห่วงนะ ครั้งนี้ปู่จะให้คำอธิบายกับเจ้าเอง”
หลี่หมิงเยว่โค้งกายคำนับผู้นำหมู่บ้าน จากนั้นจึงพูดว่า “ปู่ผู้นำตระกูล ปู่ผู้นำหมู่บ้าน เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับท่านแม่ของข้า ข้าจึงไม่อาจตัดสินใจได้ในตอนนี้ จึงขอให้พวกท่านทั้งหลายรอพวกพี่ใหญ่ข้ากลับมาก่อนเจ้าค่ะ”
หลี่ชงพยักหน้าและยกถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นดื่ม ก่อนจะปรึกษาหารือกับผู้นำหมู่บ้านและฟู่เหวินชิงว่าควรจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ส่วนพวกหลี่ต้าชวนถูกปล่อยให้รออยู่ในลานบ้าน
นางหลี่หวังที่ได้รับยาคลายกังวลจากหลี่เจียงก่อนหน้านี้จึงหลับอยู่ตลอด และเพิ่งจะได้สติขึ้นมาเมื่อครู่นี้ เมื่อตื่นขึ้นมานางก็พบว่าตนเองนั้นอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นตา และรู้สึกปวดเอวขึ้นมา แต่ไอ้เด็กเลวพวกนี้กลับไม่สนใจนาง ปล่อยให้นางนอนอยู่ที่นี่ เมื่อนึกถึงตรงนี้นางจึงหันไปหาลูกสะใภ้ทั้งสามพลางด่ากราดขึ้นมาทันที “นางหวัง นางลู่ นางเหมา พวกเจ้าไปไหนกันหมด ไม่รู้หรือว่าแม่ตนเองเจ็บแผล ยังไม่รีบไปเชิญหมอมาให้ข้าอีก นังพวกใจไม้ไส้ระกำ…”
เมื่อตื่นขึ้นมานางก็เปิดปากสาปแช่งในทันทีโดยไม่สนใจสถานการณ์รอบ ๆ เลยแม้แต่น้อย เมื่อเอ่ยปากด่าก็ยากที่จะหยุดลง ตอนนี้นางแค่อยากจะระบายความโกรธก็เท่านั้น จากนั้นจึงให้คนไปเชิญหมอมาให้นาง
หลี่ต้าชวนมองภรรยาของตนที่นอนอยู่บนพื้น ในสายตาของเขากลับเต็มไปด้วยความรังเกียจ นังแก่คนนี้ชักจะไม่รู้กาลเทศะขึ้นเรื่อย ๆ เขามองภรรยาเฒ่าที่เอ่ยปากดุด่าอยู่ที่พื้นอย่างโหดร้ายขึ้นเรื่อย ๆ นางไม่รู้เลยหรือว่าตอนนี้พวกเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย! สายตาที่เขาจ้องมองคนบนพื้นยิ่งทวีความเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ “เจ้าโวยวายพอหรือยัง รีบหุบปากไปเสีย”
เสียงตวาดดังขึ้นขัดนางหลี่หวังที่กำลังเอ่ยปากสาปแช่ง เพราะหยุดพูดโดยฉันพลัน นางจึงสำลักน้ำลายตัวเองและไอออกมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุด จากนั้นถึงหยุดลงได้อย่างยากลำบาก นางเพิ่งสังเกตได้ว่าที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่คนในครอบครัวนาง แต่ยังมีคนในหมู่บ้านอยู่ไม่น้อย และสิ่งที่ทำให้นางยิ่งประหลาดใจนั่นก็คือตอนนี้ตนอยู่ในบ้านของนางซู
นี่มันอะไรกัน ทำไมคนในหมู่บ้านถึงได้มองนางด้วยสายตาแปลกประหลาดเช่นนั้น เมื่อเห็นสีหน้ามืดครึ้มของหลี่ต้าชวนจึงก้มหน้าไม่กล้าเอ่ยคำใดอีก แม้นางจะเป็นคนปากมากดูราวกับเป็นคนสู้คน แต่เวลาที่หลี่ต้าชวนโกรธขึ้นมาจริง ๆ นางก็ไม่กล้าแม้แต่น้อย ยามนี้หดตัวชิดประตูและไม่ส่งเสียงอะไรอีกแม้แต่คำเดียว
ในตอนที่พวกหลี่อวิ๋นห้าวโดนตามตัวกลับมา เมื่อพวกเขาได้ยินเรื่องจากชาวบ้าน ระหว่างทางใบหน้าพวกเขาต่างมืดครึ้ม พอกลับมาถึงบ้านเห็นครอบครัวของหลี่ต้าชวนอยู่ที่ลานบ้าน จิตใจของพวกเขาก็ยิ่งเดือดดาล แต่ที่ทำให้เขาโมโหยิ่งกว่าเดิมคือตนนั้นไร้ประโยชน์ เขาเป็นเด็กคนโตสุดของครอบครัวแต่กลับไม่อาจปกป้องคนในครอบครัวเอาไว้ได้ น้องสี่พูดถูก ตราบใดที่ตนเองแข็งแกร่งพอ คนอื่นก็จะไม่มารังแกคนในครอบครัวของเขา
จิตใจของหลี่อวิ๋นซู่เองก็ว้าวุ่นเช่นกัน เขามองไปที่คนในลานบ้านอย่างโกรธเคืองยิ่งนัก แต่เขากลับไม่แสดงออกมาให้เห็น น้องสี่เคยบอกว่าหากต้องการจะเหนือกว่าคนอื่น ก็จำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะอดทน มีเพียงทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมาเท่านั้นถึงจะปกป้องคนในครอบครัวได้
เขาขอสาบานเลยว่าหลังจากวันนี้ไปเขาจะตั้งใจพยายามให้มาก พยายามทำให้คนในครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น พยายามแข็งแกร่งขึ้นมาเพื่อให้ไม่มีใครกล้ามารังแกคนในครอบครัวของเขา พยายามทำให้คนที่มารังแกพวกเขาได้ชดใช้
หลี่อวิ๋นฮุยกับหลี่อวิ๋นโม่นั้นอายุยังน้อย ในตอนนี้จึงรู้แค่ตนเองนั้นกำลังโกรธเคือง แต่พวกเขากลับไม่มีวิธีจัดการกับคนพวกนี้ ทำได้เพียงแสดงสีหน้าไม่พอใจและเดินเข้าห้องไปพร้อมกับพวกพี่ชาย
“คารวะ ปู่ผู้นำตระกูล ปู่ผู้นำหมู่บ้าน และผู้อาวุโสทุกท่าน อาจารย์ ปู่หลิว พวกท่านเองก็มาด้วยหรือขอรับ” หลี่อวิ๋นห้าวพาน้อง ๆ เข้าไปทักทายคนในห้อง จากนั้นจึงพาพวกเขาไปยืนอยู่อีกด้านเพื่อรอไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบกับหลี่ชง
หลี่ชงมองพวกเขาและพูดอย่างอบอุ่น “ห้าวเกอเอ๋อร์ เจ้าคงรู้แล้วว่าเรื่องมันเป็นมาอย่างไร แล้วตอนนี้เจ้ามีความคิดว่าอย่างไรหรือ?”
.
.
.
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง