ตระกูลฉิง
“ว่าไงคุณสนใจที่จะเรียนไหม?” ฉิงเฉินไม่ได้สนใจปฏิกิริยาอันแตกตื่นของซูฉิงอู่ เขาเพียงพูดออกมาอย่างเรียบๆ
เขารู้ตัวดีว่าอาการแตกตื่นจากการได้เห็นทักษะของผู้ฝึกตนเป็นยังไง เพราะเขาเองก็เคยผ่านจุดนี้มาเหมือนกัน
ทักษะที่เขาใช้ออกมา ให้ซูฉิงอู่เห็นอยู่ในตอนนี้คือทักษะเพลิง เป็นหนึ่งในทักษะที่เขาเชี่ยวชาญที่สุด
ผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งขององค์กรลับ ได้สอนให้เขาฝึกใช้จนชำนาญ เพราะมันเป็นประโยชน์ต่องานลอบสังหารอย่างมาก
และในอดีตที่ผ่านมา ฉิงเฉินได้ใช้ทักษะเพลิงอันนี้เผาศพของผู้คนมามากมายหลายร้อยกว่าคนแล้ว ด้วยการมีทักษะเพลิงอย่าว่าแต่ซากศพเลย ไม่ว่าอะไรก็ไม่หลงเหลือ หากมันถูกแผดเผาโดยทักษะเพลิง!
แม้ว่าความร้อนแรงและความน่ากลัวของทักษะเพลิง จะขึ้นอยู่กับระดับอาณาจักรฉีก็ตาม แต่มันก็ยังคงมีช่องว่างที่ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ด้วย ยิ่งผู้ใช้มีความชำนาญมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งน่ากลัวขึ้นเท่านั้น!
“คะ...คุณจะสอนฉันจริงๆ” ซูฉิงอู่สงบอาการแตกตื่นลง เธอกลืนน้ำลายลงลำคอที่แห้งพราก และพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“แน่นอน...แต่ผมมีเงื่อนไขหนึ่งข้อ”
“เงื่อนไขอะไร?” ซูฉิงอู่เร่งรีบถามออกมาอย่างรวดเร็ว สำหรับเธอแล้วการได้เรียนรู้ทักษะเพลิง มันเป็นอะไรที่เกินกว่าฝัน แบบนั้นแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะไม่รู้สึกตื่นเต้น
เพราะแม้แต่ตอนที่อาจารย์ผู้ชี้นำเธอเข้าสู่หนทางแห่งการฝึกตนตอนเขามีชีวิตอยู่ เขาก็ไม่ได้ครอบครองทักษะใดๆของผู้ฝึกตนเลย เขาเพียงรู้การฝึกฝนร่างกายและยกระดับเข้าสู่อาณาจักรฉีเท่านั้น
แต่เขาก็ได้เล่าเรื่องต่างๆ สำหรับตำนานของผู้ฝึกตนให้เธอฟังเอาไว้มาก เพราะงั้นเธอจึงใฝ่ฝันเรื่อยมา ใฝ่ฝันที่จะแข็งแกร่งขึ้นในหนทางนี้ และได้เรียนรู้ทักษะของผู้ฝึกตน!
“ไม่ยาก....คุณช่วยหาโรงเรียนแถวๆนี้ให้หลิงหลิง และช่วยพาเธอไปสมัครได้ไหม?” ฉิงเฉินมองไปที่ซูฉิงอู่ นี่ก็คือเรื่องที่เขาได้ยินจากสองพี่น้องภายในห้อง พวกเธอกำลังพูดคุยกันในเรื่องการเรียนต่อของลู่หลิงหลิง
ซึ่งน้ำเสียงของพวกเธอเป็นที่กังวลมาก อาจจะเป็นเพราะพวกเธอกลัวว่าจะไม่มีโรงเรียนที่ไหนรับก็เป็นได้ จึงช่วยไม่ได้ที่เขาอยากจะช่วยพวกเธอ
“ระ...เรื่องแค่นี้?” ซูฉิงอู่อยากจะบ้าตาย เธอคิดไม่ถึงว่าการแลกเปลี่ยนกับการสอนทักษะเพลิงให้เธอ มันจะเป็นเรื่องนี้ นี่มันเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งกว่าง่ายเสียอีก
โดยไม่คิดอะไรมาก เธอพยักหน้าตอบตกลงอย่างไม่ลังเล “นี่มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย ฉันตกลงค่ะ”
“ดี!” ฉิงเฉินพยักหน้า “พรุ่งนี้หลังจากที่คุณพาลู่หลิงหลิงไปสมัครเรียนแล้ว ผมจะสอนทักษะเพลิงให้คุณ”
หลังจากได้ยินที่ฉิงเฉินพูด ซูฉิงอู่อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ เธอได้แต่นึกขอบคุณนิสัยขี้สงสัยและอารมณ์ร้อนของตัวเอง
เพราะหากเธอไม่ถามเขาเรื่องเงินและไม่อารมณ์ร้อนใส่ เธอก็คงจะไม่มีทางรู้ว่าว่าเขาเป็นผู้ฝึกตน และมันจะไม่มีทางเป็นไปได้ ที่จะนำมาซึ่งสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้
ฉิงเฉินสะบัดมือไปมา เปลวเพลิงสีแดงก็มอดดับลง ควันสีขาวลอยขึ้นจากมือของเขาเล็กน้อย จากนั้นเขาพลันลุกออกจากโซฟา พร้อมกับกระเป๋าสะพายและพูดขึ้น “คุณกลับไปได้แล้ว”
“ค่ะ” ซูฉิงอู่อยู่ในอารมณ์ตื่นเต้นสุดขีด เธอพยักหน้าอย่างเชื่อฟังและเตรียมที่จะออกไป อย่างไรก็ตามเธอก็หยุดลง และนึกขึ้นได้ว่ายังไม่รู้จักชื่อของเขา “ฉันยังไม่รู้จักชื่อของคณุเลย ฉันซูฉิงอู่คุณชื่ออะไร?”
“ฉิงเฉิน” เขาตอบออกมาเบาๆ ก่อนจะไม่สนใจเธออีก และเดินเข้าห้องนอนทางด้านซ้ายไป
หลังจากที่ได้ยินชื่อของเขา ร่างของซูฉิงอู่อดสั่นสะท้านไม่ได้ ดวงตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย ริมฝีปากพึมพำออกมา “ฉิงเฉิน...หรือว่าเขาจะมาจากตระกูลฉิง?”
ตระกูลฉิงนั้น...เป็น 1 ใน 5 ตระกูลใหญ่ของปักกิ่ง พวกเขาทำธุรกิจหลักเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี อำนาจของพวกเขาไม่เพียงจำกัดอยู่ในปักกิ่ง แต่ยังมีอีกหลายจัดหวังที่อำนาจของพวกเขาเข้าถึง
เรียกได้ว่าตระกูลฉิงเป็นหนึ่งในตระกูลที่มีเบื้องหลังอันน่ากลัว ในประเทศจีนเลยก็ว่าได้ จึงไม่แปลกที่ร่างของซูฉิงอู่จะสั่นสะท้านเมื่อเธอได้ยินถึงชื่อของฉิงเฉิน
“ไม่น่าเป็นไปได้! เพราะเขาเป็นทหาร ตระกูลฉิงคงไม่มีทางให้ใครในตระกูลไปเป็นทหารแน่” แต่ไม่นานเธอก็ส่ายหน้าไปมา เนื่องจากว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ตระกูลฉิงเป็นถึงหนึ่งในตระกูลที่มีทั้งเงินและอำนาจ พวกเขายังจะส่งลูกหลานในตระกูลไปเป็นทหารเพื่ออะไร
สุดท้ายซูฉิงอู่ก็เลิกคิดเรื่องนี้ และจมลงสู่ความตื่นเต้นต่อไป จากนั้นเธอก็เดินออกจากห้องไป
หลังจากที่ฉิงเฉินเข้ามาภายในห้องนอน เขากวาดสายตามองภายในห้องเล็กน้อย ภายในห้องเป็นสีขาวสบายตา ไม่มีอะไรมากมาย มีเตียงสีขาวที่ถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ แอร์ติดอยู่บนผนังและมีโต๊ะกับโคมไฟตั้งอยู่ด้านข้าง
“ถือว่าเป็นห้องที่ดี” ฉิงเฉินรู้สึกพอใจในห้องนี้มาก แม้มันจะไม่ได้หรูหราอะไรมาก แต่มันก็น่าอยู่และให้ความรู้สึกสบายตา “จากนี้ไปที่นี่จะเป็นห้องของฉัน”
ฉิงเฉินได้ก้าวเดินไปวางกระเป๋าสะพายลง และล้มตัวลงนอนบนเตียง ความนุ่มของเตียงได้ส่งผ่านมายังแผ่นหลังของเขา ทำให้เขารู้สึกได้รับความผ่อนคลายและความรู้สึกที่สบายอย่างมาก
ขณะที่เขากำลังจะปิดเปลือกตาลง เสียงเคาะประตูได้ดังขึ้น พร้อมๆกับเสียงของลู่เซี่ยวเซี่ยว “ฉันเข้าไปได้ไหมคะ?”
“เข้ามา” ฉิงเฉินลุกขึ้นมานั่งและตะโกนไปทางประตู
ไม่นานนักประตูได้ถูกผลักเข้ามา ลู่เซี่ยวเซี่ยวเดินเข้ามาเธอปิดประตูลงอย่างเบามือ ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดยืนที่ด้านหน้าของฉิงเฉิน พร้อมกับยื่นคีย์การ์ดสีขาวให้ “คีย์การ์ดห้องค่ะ ฉันลืมให้คุณก่อนหน้านี้ ส่วนรหัสห้องคือ XXXXXX”
ฉิงเฉินรับมาและไม่ได้พูดอะไร แต่เขาก็สังเกตสีหน้าของลู่เซี่ยวเซี่ยว เหมือนว่าเธออยากจะพูดอะไรสักอย่าง สุดท้ายเขาก็ได้แต่พูดออกมา “ถ้ามีอะไรอยากจะพูดก็พูดเถอะ”
จบบทที่ 12