สวัสดีคุณๆทุกท่าน ไม่ได้เขียนเื่ราวซะตั้งนานแล้ว ไม่ค่อยว่างเลยงานยุ๊งยุ่ง แต่ไม่เคยลืมเื่ราวที่ผ่านมาเลยนะ ใจเย็นๆนะเดี๋ยวจะค่อยๆเล่าให้ฟัง ตอนนี้ฉันเริ่มโตขึ้น แต่ความสามารถของฉันก็ยังคงเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนสถานที่เท่านั้นเอง
เอาล่ะเริ่มเลยละกัน ฉันจะเล่าเท่าที่จำได้ และเหตุการณ์ที่จำไม่เคยลืม จากที่ออกจากโรงเรียนระดับมัธยมประจำจังหวัดแล้ว ก็สอบเข้าในระดับอาชีวะ ก็นั่นแหละอาชีวะต้องประจำจังหวัด ระดับฉันอ่ะนะ เรียนเก่ง สาเหตุที่ไม่เรียนต่อม.ปลายแต่กับเข้าอาชีวะแทนก็คงเพราะสมัยฉันการเรียนมีการแข่งขันสูง ถ้าเรียนต่อม.ปลายก็ต้องต่อมหาวิทยาลัย ซึ่งตอนนั้นมันมีการแข่งขันที่สูงมากเลยทีเดียว ฉันเองก็ไม่อยากแข่งกับใคร ณ.ตอนนั้น และไม่คิดเรียนมหาวิทยาลัย แต่อยากเรียนไม่กี่ปีแล้วออกมาทำงานเลยมากกว่า เกริ่นมาเยอะล่ะ ฉันเลยสอบเข้าอาชีวะ ในคณะศิลปะ สาขาศิลปะการถ่ายภาพ ของอาชีวะประจำจังหวัดของภาคเหนือเมืองล้านนา นั้นแน่…. คงเดาถูกแล้วล่ะสิว่าฉันอยู่อาชีวะอะไร?
เมื่อสอบติดต้องมีการมอบตัวเพื่อเข้าเรียนใช่ไหม นั้นคือจุดเริ่มต้นของเื่ราวทั้งหมด ก่อนอื่นฉันของแนะนำอาคารเรียน และรายละเอียดของสถานที่ของวิทยาลัยก่อนเลยละกันขอแบ่งรายละเอียดของวิทยาลัยออกเป็สองส่วนนะ เรียกว่าโซน A และโซน B
ขออธิบายโซน A ก่อน โซนนี้เป็โซนส่วนหน้าของทางวิทยาลัยเลย เข้าประตูมาถ้าเราหันหน้าเข้าทางวิทยาลัยด้านซ้ายมือจะเจอศาลประจำวิทยาลัยเป็ศาลไม้เรือนไทยแบบล้านนายกสูงที่ใหญ่มากในศาลมีรูปปั้นตา ยาย บริเวณรอบๆมีช้าง ม้า มีเครื่องสักการะเยอะแยะมากมายอยู่ใต้ต้นฉ่ำฉาขนาดใหญ่ ถัดจากศาลมาเล็กน้อยเป็ตึกสองชั้น ชั้นล่างเป็โรงอาหารมีที่นั่งและร้านค้าประมาณ สี่ถึงห้าร้านค่อนข้างโล่งมาก ส่วน้าเป็ห้องทึบ พวกเรานักศึกษาเรียกกันว่า”ห้องประชุม” ด้านหน้าของเราจะเป็อาคารสามชั้น ซอยหลายๆห้อง เรียกว่า”ตึกพาณิชย์” อาคารนี้ไว้สำหรับนักศึกษาพาณิชย์เรียน ก็จำพวก บัญชี การตลาด อะไรประมาณนั้น ส่วนด้านขวาเป็นอาคาร สี่ชั้น ซอยเป็ห้องย่อยๆอีกเหมือนกันเรียกว่า “ตึกเรียนรวม” อาคารนี้สำหรับเรียนวิชาสามัญพี้นฐานคือ อังกฤษ คณิต วิทย์ เป็ต้น อาคารนี้มีทั้งห้องปฏิบัติการรวมทั้งหลาย ส่วนตรงกลางของตึกพวกนี้ก็เป็สนามฟุตซอล เอ่อ! เกือบลืมบอกไปด้านหน้าตึกพาณิชย์เป็สนามกีฬาขนาดย่อมๆ สามารถเล่นฟุตซอล บาส วอลเลย์ หรือวิ่งได้่ตอนเย็น ขวามือสุดถัดจากตึกเรียนรวมคือ ประตูทางออก วิทยาลัยนี้ เข้าทางเดียวออกทางเดียวเท่านั้น เอาล่ะรายละเอียดคร่าวๆของโซน A ต่อไปก็ โซน B
โซน B เป็โซนที่เกี่ยวข้องกันฉันมากที่สุด เพราะโดยส่วนมากฉันเรียนอยู่ที่โซน B ทางเข้าโซน B เป็ทางเดินเล็กๆระหว่างโรงอาหารและตึกพาณิชย์ เป็ทางเดินที่ปูด้วยอิฐรูปตัวหนอนเมื่อเดินทางเข้ามาจะเหมือนเข้ามาสู่อีกโลกหนึ่งเลย เพราะโซน B ส่วนมากที่เรียนจะเป็เด็กศิลปะ จึงค่อนข้างที่จะเงียบ แต่แฝงไปด้วยความสนุกสนาน อย่างที่รู้เด็กศิลป์อ่ะนะ ไม่เหมือนใครมีความเป็ตัวเองสูงมาก เอาล่ะในโซน B เมื่อเดินเข้ามาจะเจออาคารเรียนที่เป็ไม้ซ้ายมือมีสองชั้น ซึ่งพวกเราเรียกว่า “ตึกทฤษฎี” ไว้สำหรับเรียนเกี่ยวกับที่วิชาการของแต่ละสาขา ด้านหน้าเป็ตึกเรียนสาขาของฉันโดยเฉพาะ คือ “ ตึกถ่ายภาพ” ตึกนี้มีอุปกรณ์ทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพทั้งหมด เป็ตึกที่มีชั้นเดียวเก่าๆ ซึ่งถ้าใครเดินเข้ามาเห็นตึกนี้จะพูดเป็เสียงเดียวกันว่า “น่ากลัวแต่คลาสสิค” เพราะตึกเก่ามาก มีตะไคร่น้ำเกาะตามอาคาร ตามพื้น ซึ่งตึกนี้จะอยู่ตรงข้ามกับอาคารปฏิบัติการ ซึ่งเราเรียนกันว่า “ ตึกงาน” เป็ตึกที่ไว้ลงมือปฏิบัติงาน จำพวก วาดรูป ปั้น ออกแบบ อะไรทำนองนั้น ซึ่งตึกนี้เป็ตึกที่มีรูปแบบตัวแอลคว้ำชั้นเดียว ทางด้านโซน B จะอยู่ติดกับรั้วด้านหลังของวิทยาลัย เอาล่ะทีนี้คุณๆ พอจะนึกภาพออกแล้วนะ ฉันจะได้เล่าอย่างสบายใจ และคุณๆจะได้ไม่งง ถ้างง ก็มโนภาพเอานะ 555
เอาล่ะบรรยายสภาพแวดล้อมมาพอประมาณให้คุณๆเข้าใจบ้างแล้ว ถึงเวลาที่ฉันจะเล่าสักที ฉันเข้าวิทยาลัยนี้ครั้งแรกเป็วันที่รายงานตัวเพื่อเป็ส่วนหนึ่งของการเป็นักศึกษาที่นี่ ฉันมากับแม่ในการมารายงานตัวส่วนแม่ต้องมานั่งประชุม ฉันมามอบตัวเพื่อเป็นักศึกษา เดินเข้ามาพร้อมความวุ่นวายของนักศึกษาและผู้ปกครองเยอะแยะมาก ฉันก็ไม่ได้สังเกตอะไรมากเท่าไหร่ มัวแต่สนใจและวุ่นวายอยู่โดยไม่ได้โฟกัสกับสิ่งลึกลับอะไร ก็เหมือนคนปกตินั้นแหละ จนมีใครคนหนึ่งมาสะกิดด้านหลังฉัน
“ น้องๆ เรียนถ่ายภาพใช่ไหม? ” พี่ผู้หญิง ผมยาวใบหน้ารูปไข่รับกับดวงตากลมโตสีั์ตามืดสนิททว่าทอประกายสดใส ผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดช่วยขับให้ร่างระหงในชุดนักศึกษาดูโดดเด่นและสง่างาม และมีรอยยิ้มบางเบาบนเรียวปากอิ่มที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจและเป็มิตร ฉันมองหน้านั้นอย่างงง
‘ ใครว่ะ ???’ ฉันคิดในใจพร้อมยิ้มตอบ
“ ไม่ต้องทำหน้างงเลย พี่เป็รุ่นพี่เราไง พี่ชื่อ รุ่งทิวา หรือเรียกว่า พี่รุ่งเฉยๆ ก็ได้ ” พูดเสร็จพร้อมทำหน้าทะเล้นใส่ แถมยิ้มหวานๆที่แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์
‘ อะไรของเขา ???’ ฉันพยักหน้าตอบ
“ เอาล่ะเดี๋ยวพวกน้องที่เรียนด้านศิลปะรายงานตัวเสร็จตามพี่ๆมานะ จะพาไปเที่ยวตึกที่เราจะต้องเรียน พวกพี่ๆรอที่สนามฟุตซอลด้านล่างนะ” พี่รุ่งะโเสียงดังบอกน้องๆที่กำลังรายงานตัว พร้อมกับยิ้มมาให้ฉันอีกครั้ง
‘ อะไรอีกล่ะเนี้ย อย่าบอกนะว่าเรียนอาชีวะจะมีรับน้อง ’ ใช่ตอนนี้ฉันแค่อยากรายงานตัวเสร็จ รอแม่ประชุมเสร็จกลับบ้าน ฉันไม่ค่อยชอบทำกิจกรรมเท่าไหร่ เพราะที่ผ่านมาจากมัฐยมมันก็หนักหนาสาหัสพอ ใครไม่รู้ก็กลับไปอ่านตอนต้นๆได้นะ อีกอย่างฉันมาเรียนที่นี่คนเดียวไม่มีเพื่อนมาด้วยสักคน แน่นอนทุกอย่างใหม่หมด เลยไม่ค่อยเป็มิตรกับใครเท่าไหร่ และยิ่งเป็คนประหลาดๆด้วย กลัวเขาว่าเป็บ้า เลยพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร พี่รุ่งหันมามองฉันเหมือนจะรู้ว่าฉันคิดอะไร
“ น้องคนนั้นน่ะ รายงานตัวเสร็จรีบมานะ อย่าหนีล่ะ พี่ความจำดีมากนะจะบอกให้ ” พี่รุ่งพูดเสร็จก็เดินไปทางสนามฟุตซอลที่อยู่กลางวิทยาลัย ฉันมองตามพี่รุ่งไป ซึ่งตอนนี้ฉันไม่ได้เห็นแค่พี่รุ่งแต่ที่ฉันเห็นผู้ชายมีร่างกายล่ำสัน กำยำ และบึกบึน ผิวกำยำ ทรงผมมหาดไทย (คิดว่าใช่นะ ตอนนั้นเดาเอา)
รอยสักลงอาคมทั่วทั้งแผ่นหลัง หน้าอก และต้นขาสักยันต์ ไม่ใส่เสื้อ นุ่งผ้าโจงกระเบนสีน้ำตาลเข้ม เดินตามพี่รุ่งไป แล้วค่อยๆหันหน้ามามองฉันแล้วแสยะยิ้มให้ฉัน ฟันมีแต่น้ำหมาก ( น้ำหมากเถอะอย่าเป็เืเลย ) ฉันมองดูขนลุกและเย็นะเืสุดขั้วหัวใจ เอาแล้วไง เปลี่ยนสถานที่แต่มันยังไม่หาย จะเกิดอะไรขึ้นอีกเนี้ย !