ในเช้าวันรุ่งขึ้นถัดจากที่เหอหลงกลับเข้ามา ข่าวที่เรียกความโกลาหลครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้น ข่าวนั้นคือเ้าเมืองผู้ปกปักเมืองแห่งนี้ได้หายตัวไปจากตำหนักของเขาอย่างไม่อาจสืบหาตัวได้ อีกทั้งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนผู้เป็ความหวังใหม่ของเหล่ารุ่นเยาว์พร้อมทั้งเหล่าลิ่วล้อก็หายไปในวันเดียวกันนั้นเอง
หากหายไปเฉยๆแค่คืนเดียวคงไม่ใช่ปัญหามากนักถ้าหากไม่มีอีกเหตุการณ์นึงที่เกิดขึ้นพร้อมกันคืนนั้นเช่นกัน ในราตรีนั้นข้ารับใช้คนสนิทได้แจ้งว่าเ้าเมืองมุ่งหน้าไปยังทิศของป่าอสูรเพียงลำพังเพื่อสิ่งใดไม่อาจทราบ หลังจากนั้นแค่ครู่เดียวทั่วทั้งท้องฟ้าและจันทราก็ถูกย้อมเป็สีแดงก่ำ..ทุกสรรพสิ่งเกิดการไหวสั่น
แต่เมื่อทุกอย่างจบลง มีชาวบ้านผู้หนึ่งที่เดินทางมุ่งหน้าไปยังป่าอสูรเจอเข้ากับหลุมขนาดมหึมากลืนกินพื้นที่แถบหายไปเป็ลี้ ผู้คนต่างคิดกันว่าเป็ฝีมือของสัตว์ร้ายระดับตำนานที่หลุดออกมาจากป่าอสูร อาจด้วยเหตุนี้เองเ้าเมืองจึงหายไปเพราะเข้าเสียสละตนต่อกรกับสัตว์ร้ายจนกายสิ้นสูญ………
…….“ อาาา นี่ข้านอนตกเตียงรึไงกัน”เหอหลงลืมตาตื่นขึ้น และพบว่าตัวเขาในตอนนี้ก็กำลังนอนอยู่บนเตียงไม้ในห้องนอนของตนตามปกติ
“ เื่เมื่อคืนมัน… มันต้องเป็ข้าฝันไปแน่ๆฮะฮะ”
“ ไม่มีทางที่เื่บ้าบอแบบนั้นจะเกิดขึ้นจริง ม..ไม่มีทาง”
เหงื่อเม็ดโป้งไหลเย็นเยียบเมื่อนึกคิดถึงความทรงจำรางๆของเหตุการณ์หนึ่ง เด็กหนุ่มภาวนาอย่างสุดห้วงหัวใจให้มันไม่ใช่เื่ที่เกิดขึ้นจริง มิฉะนั้นชะตาของเขาคงใกล้จบสิ้นเต็มที
“ โอ้ยยย คอข้า..”
ความเ็ปแล่นแปล๊บขึ้นสมองทันทีเมื่อชายหนุ่มนำฝ่ามือลูบบริเวณกรามและต้นคอ เหอหลงค่อยๆััอย่างระมัดระวังที่บริเวณความเ็ปนั่นจึงพบว่า…
( ;∀;) : “ บัดซบ! จบสิ้น ข้าจบสิ้นแล้ว”
…….
“ เหอหลงเ้าตื่นรึยัง รีบลงมาร่วมโต๊ะอาหารสิ ข้าเตรียมมื้อเช้าไว้ให้เ้าแล้ว”เสียงเหอเฟิงยวี่ดังขึ้นที่ด้านนอกร้องเรียกบุตรชายตนให้ลงไปยังด้านล่างเพื่อร่วมโต๊ะอาหาร
“ ไร้ทางเลือก! หวังว่านางคงไม่ใจอำมหิตเกินไปนัก”ชายหนุ่มรีบจัดระเบียบร่างกายอย่างเร่งรีบ จากนั้นจึงค่อยๆพยุงตัวเดินออกนอกห้องมุ่งหน้าไปยังเบื้องล่าง…
…เมื่อเดินไปถึงยังประตูห้องครัว เอื้อหมัวหยู่เหลียงนาง.. นางได้นั่งยังที่ที่นางเคยนั่งอยู่เมื่อคราวก่อนเรียบร้อยแล้ว และนั่งอยู่ข้างๆมารดาของตน
เหอหลงค่อยๆเดินเข้าไปอย่างเงียบเชียบด้วยท่าทีเจียมเนื้อเจียมตัว ทั้งสามนั่งกินอาหารร่วมโต๊ะกันอย่างนิ่งเงียบด้วยเหล่าอาหารที่ทำขึ้นอย่างเรียบง่าย ระหว่างนั้นเหอหลงคอยลอบมองหยู่เหลียงอยู่เป็พักๆ แต่นางดูเหมือนนางจะหาได้สนใจสิ่งใดไม่และยังคงกินอาหารต่อไปอย่างไร้ท่าทีใดๆ
“ เหอหลง เ้าได้ยินข่าวที่เกิดขึ้นข้างนอกบ้างรึยัง ”เหอเฟิงยวี่เอ่ยขึ้น
เอื้อหมัวหยูเหลียงที่นั่งนิ่งเงียบจนถึงตอนนี้เริ่มหันสายตาของนางมาจดจ้องยังเหอหลงคล้ายเหมือนสนใจและกำลังใคร่คิดบางสิ่ง
“ ข้า… มีอะไรเกิดขึ้นด้านนอกงั้นรึท่านแม่”
แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเื่ในคืนนั้นมิอาจจบลงอย่างเรียบง่ายได้เป็แน่ แต่เขายังคงอยากรับรู้ถึงความเป็ไปของ ณ เบื้องนอกในมุมของผู้อื่นว่ามันจะไปในหนทางแบบใด
“ ข้าได้ยินมาว่าในคืนนั้นหลังจากเกิดเหตุการณ์ประหลาดบนท้องฟ้า…”เหอเฟิงยวี่เริ่มสาธยายยาวยืดถึงสิ่งที่นางได้ยินมาจากลูกค้าเมืองนี้ที่เข้ามาซื้อของต่างๆตอนเช้ามืด
“ ……สุดท้ายแล้วถ้าเป็สัตว์ร้ายระดับนั้นจริงเมืองคงถึงคราวพินาศเป็แน่ อีกทั้งการหายตัวไปของเ้าเมืองในครั้งนี้ สถานการณ์เมืองของเราต่อจากนี้คงไม่สงบสุขเท่าไหร่นัก”
เหอเฟิงยวี่จบการเล่าของนางแต่เพียงเท่านี้ หลังจากนั้นนางจึงค่อยๆเหลือบตามามองบุตรชายตนด้วยท่าทางนิ่งเงียบคล้ายกำลังรอบุตรชายตนออกความเห็นบางสิ่ง
“ เอ่อ อืม……..”ความกดดันไร้ตัวตนเริ่มเข้ามาครอบคลุมตัวเด็กหนุ่ม ด้ายสายตาคบกริบสองคู่ที่ยังคงจดจ้องมาอย่างแแ่ที่ตัวเขาในตอนนี้
“ ตัวข้าคงบอกพวกท่านได้ไม่มากนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่พวกท่านไม่ต้องกังวลถึงสัตว์ร้ายอะไรนั่นหรอก ข้าอยากให้พวกท่านโปรดมองข้ามข่าวลือเ่าั้ซะ ทั้งหมดที่ข้าสามารถบอกได้คงจะมีเพียงเท่านี้”นี่คือทุกสิ่งที่เขาสามารถบอกกับพวกนางได้ ถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอกก็ตามทีว่าทุกอย่างล้วนมีสาเหตุมาจากตัวของเขาเองทั้งนั้น
หลังเหอหลงพูดเหอจบลงเฟิงยวี่จึงค่อยๆพยักหน้าลงอย่างเบาๆและคลี่ยิ้มอยู่ภายใต้ผ้าปิดหน้าบางอย่างไม่มีผู้ใดอาจจะสังเกตเห็นได้ จากนั้นทุกคนจึงทานอาหารต่อกันจนหมด หลังกินหมดเหอเฟิงยวี่จึงปลีกตัวออกไปก่อนเพราะมีหน้าที่ต้องไปดูแลร้านและฝากฝังให้สองคนที่เหลือช่วยเก็บจานชามเข้าที่….
“ ข..ข้าจะจัดการพวกมันเอง เชิญท่านไปพักผ่อนเถิด..ฮะฮะ”เหอหลงเอ่ยบอกด้วยความกระอักกระอ่วนและหัวเราะร่วน
“ อืมม หลักเสร็จแล้วเ้าตามขึ้นมาหาข้าซะ ข้าจะรออยู่ที่ห้องนอนเ้า”นางเอ่ยกับเขาและลุกเดินจากไปยัง้า ปล่อยให้เหอหลงยืนแข็งทื่ออยู่ในห้องครัวเพียงลำพัง…
…“ นาง้าจะสานต่อเื่เมื่อคืนงั้นรึ”นั่นคือคำถามในใจของเด็กหนุ่มที่ตอนนี้กำลังยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูเข้าห้องของตน แม้นจะเป็ห้องตนก็ตาม..แต่กลับไม่อาจทำใจเปิดประตูเข้าไปข้างในได้สักที
“ เ้าจะปล่อยให้ข้ารออีกนานเท่าไหร่กัน เข้ามาข้างในเสีย” เสียงพูดไม่ยินดียินร้ายดังออกมาจากภายในห้อง
“ อ..อาา ข้าขอโทษ” เหอหลงรีบเปิดประตูเข้าไปทันทีเมื่อถูกเร่งเร้า…
..สตรีในชุดคลุมผ้าไหมงามปลิวไสวยามต้องกับลมที่พัดโชยเบา..บัดนี้นางกำลังยืนจดจ้องผืนราตรีอยู่ ณ บานหน้าต่างเ้ากรรมซึ่งเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นในคืนก่อนหน้า
นางทอดสายตามองออกไปเบื้องนอกอย่างนิ่งงันไม่ได้หันกายกลับมาเมื่อเขาเดินเข้าห้อง “ เป็ทิวทัศน์ที่ธรรมดา แต่กลับงดงาม” นางเอ่ย..
เหอหลง : “ เื่เมื่อคืน…”
…“ ลืมมันซะ ข้าไม่ได้เรียกตัวเ้ามาเพื่อกล่าวโทษสิ่งใด”
เหอหลง : “ ข้าขอโทษต่อท่าน”
…“ อืมม ช่างมันเถิด ข้าเรียกเ้ามาเพียงเพื่อหยิบยื่นโอกาสให้ตัวเ้าก็เท่านั้น”
“ ในคืนวันนั้นที่ข้าต้องประจันหน้ากับเ้าหมาป่าชรานั่น แก่นิญญาและร่างกายของข้าทรุดโทรมลงอยากหนัก ข้าคงต้องใช้เวลาอีกสักพักถึงจะฟื้นคืนอย่างสมบูรณ์ ”
เหอหลง : “ เป็ความผิดของข้าเอง หากข้ารีบหนีไปตามคำที่ท่านบอก..”
…“ มันหาใช่ความผิดของตัวเ้าไม่ เป็ข้าด้วยซ้ำที่ต้องขอบคุณเ้าที่ตัวข้าตอนนี้ยังมีชีวิตเหลืออยู่จนแม้นแต่ข้ายังแปลกประหลาดใจที่หมาป่าเฒ่านั่นยอมปล่อยรามือเสีย ”
“ …และเพื่อเป็การขอบคุณต่อสิ่งนั้นเอง ข้าจะตอบเ้าแทนกลับคืนด้วยหยิบยื่นโอกาสแก่เ้า”
“ ตัวเ้านั้นบอกเล่าข้าว่าในกายนั้นไร้ซึ่งชีพจรแห่งปราณมาั้แ่กาลก่อน ซึ่งในครั้งที่เราเจอกันครั้งแรกมันเป็ความจริง เพราะข้าไม่สามารถััการคงอยู่หรือร่องรอยแห่งปราณในตัวเ้าเลยเพียงนิด”
“ แต่อาจเป็เพราะเหตุการณ์ไม่นานมานี้ที่ผ่านมา ถึงตัวเ้าพยายามปิดบังไว้เป็ความลับแต่ข้าสามารถััถึงการคงอยู่แห่งปราณได้แล้วในกายเ้าตอนนี้…. ”
“ ข้าจะไม่ซักถามถึงที่มาที่ไปแต่จะหยิบยื่นโอกาสให้… ภายในเจ็ดวัน..หากเ้าสามารถบรรลุ36จุดชีพจรปราณได้ภายในเวลานั้น ตัวข้าเอื้อหมัวหยู่เหลียงให้คำสัตย์ในนามผู้สืบทอดแห่งอสูรฉีก์ว่าจะเป็ผู้ชี้แนะเ้าเองในหนทางแห่งการฝึกยุทธ์จนกว่าตัวข้าจะฟื้นคืนอาการาเ็ได้โดยสมบูรณ์”
“ แต่หากเ้าล้มเหลว.. หลังเจ็ดวันนั้นข้าจะจากไปจากที่แห่งนี้และกลับไปฟื้นฟูกาย ณ ที่ที่ข้าจากมา”
“ ทุกสิ่งทุกอย่าง… ล้วนขึ้นกับตัวเ้าเองแล้ว”
หลังเอ่ยมาอย่างยืดยาว เมื่อสิ้นสุดประโยคสุดท้ายตัวนางพลันหายไปจากเบื้องหน้าสายตาของเหอหลงทันทีและเหลือทิ้งไว้เพียงสายลมอบอุ่นพร้อมกลิ่นหอมอ่อนจางของดอกไม้……