#โรงเรียน O-School#
“ว้าววววววว”
“โอ้..”
บรรยากาศภายในโรงเรียนกว้างขวาง และใหญ่โตสุดลูกหูลูกตา
อาคารกระจกใหม่เอี่ยมสูงหลายสิบชั้น
ลานกว้างใจกลางมีบ่อน้ำพุสวยงามขนาดใหญ่
“เอาตรงๆมันก็ไม่ได้ไกลบ้านพวกเราสักทีเดียวแหะ”
“เวสต้าพวกเราไปเดินเล่นใหัทั่วโรงเรียนกันเถอะ!!”
เมลฟี่จับมือผมแล้วจูงไปด้วยความตื่นเต้น
“ดะ..เดี๋ยวก่อนเมลฟี่..พวกเราต้องหาห้องเรียนของพวกเราก่อนนะ”
"อ้ะ..นั่นสิ..ลืมไปเลย"
เดิมทีอาณาจักรนี้นั้นมีสิ่งที่เจริญหูเจริญตาแบบนี้อยู่น้อยมาก แต่ว่าโรงเรียน O-School แห่งนี้เพิ่งก่อตั้งโดยองค์จักรพรรดิโอริเนียเมื่อไม่นานมานี้ พูดตรงๆนับว่าทำได้ดีทีเดียว
ก็ไม่รู้ว่าใช้เงินภาษีราษฎรไปเท่าไหร่หรอกนะ แต่สร้างซะหรูหราขนาดนี้น่าจะเยอะเอาการ แถมยังถูกเคลมชื่อไปเรียบร้อยแล้วด้วย แต่ก็เอาเถอะเดิมทีองค์จักรพรรดิก็มีฉายาว่า “นักบุญทุนชาวบ้าน” อยู่แล้วนี่นะมันก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเท่าไหร่หรอกถ้าจะใช้ตัว O นำหน้าชื่อโรงเรียนเพื่อ PR ล่ะนะ
ถ้าถามผมว่าควรสำนึกบุญคุณองค์จักรพรรดิมั้ยน่ะหรอ คำตอบก็คือไม่เลย ทั้งหมดนี้ก็มีอยู่3เหตุผลนั่นแหละ
1.โรงเรียนนี้ใช้เงินภาษีสร้าง
2.กูสอบเข้า + จ่ายค่าเทอม (ไม่ได้เรียนฟรีหรือใช้เส้นเข้ามาสักหน่อย)
3.คุณลองคิดดูว่า ถ้ามีประธานาธิบดีหรือนักการเมืองของอาณาจักรอื่นใช้งบประมาณแผ่นดินไปสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆด้วยเงินภาษีของรัฐ แต่กลับเอาชื่อตระกูลตัวเองมาเคลมแปะเป็ชื่อสถานที่นั้นๆ คุณคิดว่ามันจะไม่น่าเกลียดหรอกหรอ? ก็ในเมื่อเงินที่ใช้สร้างมันไม่ใช่เงินของตัวเองนี่หว่า
แต่ก็เอาเถอะที่ผมสอบเข้าโรงเรียนแห่งนี้ก็เพราะอยากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มันดีๆหน่อยล่ะนะ ก็โรงเรียนที่ผ่านมา มีแต่ตึกเก่าๆ พื้นแตกๆ เพดานรั่วๆ แถมห้องน้ำก็โคตรจะสกปรก ถามว่าสกปรกขนาดไหน?
เอาเป็ว่าเด็กนักเรียนเกิน 90%ของอาณาจักรนี้ ก็ต้องเคยมีประสบการณ์อั้นขี้ที่โรงเรียนเกิน 8 ชม.เพื่อจะกลับไปขี้ที่บ้านบ้างล่ะนะ ก็แหงล่ะ ขี้ที่บ้านมันสะดวกกว่านี่นา 555+
“นายยิ้มอะไรของนายเนี่ยเวสต้า..?”
ดูเหมือนเมลฟี่จะเห็นผมยิ้มแปลกๆเลยถามขึ้นมา
“ก็นะ..รู้สึกว่าชีวิตฉันจะดีขึ้นถ้าได้มาอยู่โรงเรียนนี้ละมั้ง”
“อ๋อ..งั้นหรอ”
ผมกับเมลฟี่เดินไปยังแถวห้องตัวเองที่เขียนว่า H 1/B
“นั่นไง!!”
คราวนี้เป็ฝ่ายที่ผมจูงมือเมลฟี่ไปบ้าง
นับว่าดีที่อ่านคู่มือมาก่อน พอเปิดเรียนวันแรกเลยไม่เอ๋อมากเท่าไหร่
H ย่อมาจาก High School (มัธยมปลาย)
เลข1 ด้านหน้าคือชั้นปีที่1 ส่วนอักษรด้านหลังคือห้องB
ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้จะแบ่งระบบห้องเรียนเป็ A,B,C,D,F โดยเรียงลำดับตามคะแนนสอบเข้าจากมากสุดไปน้อยสุด พูดง่ายๆคือถ้าอิงตามระบบนี้ห้องที่เก่งที่สุดคือห้องA ไงล่ะ ส่วนบ๊วยสุดก็ F
นับเป็ระบบการจัดห้องที่ห่วยแตกมาเกือบจะ100ปีละ เพราะแทนที่จะกระจายคนเก่งๆให้มันเท่าๆกันทุกห้องแท้ๆ แต่เอาเถอะทุกโรงเรียนในอาณาจักรนี้มันก็เป็แบบนี้กันหมดแหละนะ เพียงแต่ห้อง Fในโรงเรียนนี้จะเก่งกว่าห้อง Aของโรงเรียนอื่นหลายขุมเลย
เพราะคนสอบเข้าโรงเรียนนี้มีปีนึงตั้ง50,000หมื่นคน แต่กลับรับเข้าเรียนแค่ 400 คนเท่านั้น
แต่ก็เอาเถอะ ข้อสอบที่สอบเข้ามาก็เป็ความถนัดทางด้านวิชาการล้วนๆ ยิ่งอาณาจักรนี้มีค่านิยมเพี้ยนๆอย่างเรียนสายวิทย์ = ฉลาด & เรียนสายศิลป์ = โง่ อยู่ด้วย
แม้ผมจะชอบวิชาฟิสิกส์กับคณิตศาสตร์เอามากๆ แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยกับค่านิยมนี้อย่างแรง เพราะถ้าให้ผมไปวาดรูปดิจิตอลอาร์ทปริ้นหรือดีดกีต้าแข่งกับพวกเด็กสายศิลป์ ผมก็สู้พวกเขาไม่ได้อยู่ดี เพราะอะไรงั้นหรอ? ก็เพราะคนเรามันถนัดไม่เหมือนกันไงล่ะ ฉะนั้นคุณไม่ควรจะเอาบรรทัดฐานเดียวกันมาตัดสินมนุษย์ทุกคนนะ
และที่สำคัญมนุษย์แต่ละคนมันก็มีความฝันไม่เหมือนกันด้วย ..เอ่อ..ไม่สิ…ถ้าเป็อาณาจักรนี้ละก็ความฝันหมายเลข1ของเด็กๆทุกคนก็คงเป็ย้ายอาณาจักรละมั้ง
ผมกับเมลฟี่นั่งลงในแถว โดยเมลฟี่นั่งอยู่ฝั่งผู้หญิง ส่วนผมนั่งอยู่ฝั่งผู้ชาย
แน่นอนว่าตอนที่เดินมากับเมลฟี่ก็มีคนมองอยู่หลายคน ก็ไม่รู้ว่าเพราะเมลฟี่หน้าตาดี หรือเพราะว่าเข้าใจอะไรผิดสักอย่างกันแน่ แต่เอาเป็ว่าพวกกรูไม่ได้มีความสัมพันธ์กันแบบที่พวกมรึงคิดนะเฟร้ยยยยย
เมื่อเวลา 8:00 น. ก็ได้เวลาที่ทุกคนต้องยืนตรงเพื่อเคารพเพลงอาณาจักร
เด็กนักเรียนทุกคนชูสามนิ้วขึ้น แน่นอนว่าผมกับเมลฟี่ก็ชูเหมือนกัน
‘เอาเถอะเด็กรุ่นผมคงไม่มีสลิ่มเหลืออยู่แล้วล่ะนะ ก็นี่มันปี คศ.2045 แล้วนิ’
แต่ว่าไม่นานก็มีครูแก่ๆเสื้อสีเหลือง ผ้าพันคอสีฟ้าวิ่งเข้ามาตีมือของพวกเราด้วยความหัวร้อน
หลังเคารพเพลงอาณาจักรจบ ก็ตามด้วยเพลงสรรเสริญองค์จักรพรรดิต่อ ซึ่งพวกผมก็ฟังด้วยความรู้สึกอยากจะอ๊วกเหมือนกัน
ก็แหงล่ะ ไอคนที่เป็ต้นเหตุให้อาณาจักรชิบหายขนาดนี้จนพ่อแม่ผมต้องย้ายไปอยู่อาณาจักรอื่น แถมครอบครัวเมลฟี่และเด็กอีกหลายคนต้องตายจากการแดกหัวคิววัคซีนโรคระบาดและยังถูกทหารจักรวรรดิเข่นฆ่าอย่างโหดร้ายตอนออกมาประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยกับวัคซีนดีๆอีก ใครมันจะไปอินกันฟะ
หลังภารกิจเข้าแถวหน้าเสาธงจบลง แต่ละคนก็แยกย้ายกันขึ้นไปตามห้องเรียนของตัวเอง
***
#ห้อง H 1/B#
“นี่เวสต้าพวกเรานั่งด้วยกันนะ”
“อืมได้สิ”
โต๊ะห้องเรียนนี้แบ่งออกเป็ 3 แถวหลัก โดยจะมีแถวริมหน้าต่าง แถวกลาง และแถวริมประตู
ผมกับเมลฟี่นั่งตรงแถวกลางหน้าสุดของห้อง
“เห้ยๆ มันไม่หน้าสุดเกินไปหน่อยหรอ?”
“เอ๋..ก็ฉันชอบนั่งหน้านี่นา..”
“อะ..เอ่อ..งั้นก็ไม่เป็ไร”
ชิ..นั่งหน้านี่มันเด่นสุดเลยไม่ใช่หรือไงฟะ ลองมองไปรอบๆสิ แถวพวกเรามันไม่มีใครมานั่งด้วยเลยนะ แต่ก็ช่างเหอะตามใจเมลฟี่ละกัน
หลังนักเรียนแต่ละคนนั่งประจำที่ของตัวเองเรียบร้อยแล้ว อาจารย์ประจำห้องก็เดินเข้ามาพอดีตอน 8:30 น.
“สวัสดีนักเรียนห้องBมัธยมปลายปี1ทุกคน”
“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ”
อาจารย์ของโรงเรียนนี้จะมีเพียงยูนิฟอร์มเดียวเหมือนกันหมด คือเสื้อสีเหลือง+ผ้าพันคอสีฟ้า
นอกจากนั้นความซวยมันก็บังเกิดขึ้นเมื่อไอคนที่ยื่นอยู่ตรงหน้านี้มันก็คืออาจารย์สลิ่มแก่ผู้ชายที่เข้ามาไล่ตีมือพวกผมตอนชู3นิ้วนั่นเอง
“อะแฮ่มๆ….ดูท่าพวกเธอคงจะเป็พวกสามกีบสินะ”
อาจารย์แก่ขยับแว่นตาขึ้น ถือไม้กระบองคล้ายๆดิลโด้ั์แล้วตีที่มือตัวเองเบาๆ
“ฉันจะดัดนิสัยเด็กเหลือขออย่างพวกแกเอง เ้าพวกสามกีบชังอาณาจักร”