บาโอกับลูกเต๋าแห่งพระเจ้า

    ตอนที่3 เปิดเทอมวันแรก ณ โรงเรียนชั้นมัธยมปลาย

              #โรงเรียน O-School# 

              “ว้าววววววว”

               “โอ้..”

              บรรยากาศภายในโรงเรียนกว้างขวาง และใหญ่โตสุดลูกหูลูกตา 

              อาคารกระจกใหม่เอี่ยมสูงหลายสิบชั้น 

              ลานกว้างใจกลางมีบ่อน้ำพุสวยงามขนาดใหญ่

              “เอาตรงๆมันก็ไม่ได้ไกลบ้านพวกเราสักทีเดียวแหะ” 

              “เวสต้าพวกเราไปเดินเล่นใหัทั่วโรงเรียนกันเถอะ!!”

              เมลฟี่จับมือผมแล้วจูงไปด้วยความตื่นเต้น

              “ดะ..เดี๋ยวก่อนเมลฟี่..พวกเราต้องหาห้องเรียนของพวกเราก่อนนะ”

              "อ้ะ..นั่นสิ..ลืมไปเลย"

              เดิมทีอาณาจักรนี้นั้นมีสิ่งที่เจริญหูเจริญตาแบบนี้อยู่น้อยมาก แต่ว่าโรงเรียน O-School แห่งนี้เพิ่งก่อตั้งโดยองค์จักรพรรดิโอริเนียเมื่อไม่นานมานี้ พูดตรงๆนับว่าทำได้ดีทีเดียว  

              ก็ไม่รู้ว่าใช้เงินภาษีราษฎรไปเท่าไหร่หรอกนะ แต่สร้างซะหรูหราขนาดนี้น่าจะเยอะเอาการ แถมยังถูกเคลมชื่อไปเรียบร้อยแล้วด้วย แต่ก็เอาเถอะเดิมทีองค์จักรพรรดิก็มีฉายาว่า “นักบุญทุนชาวบ้าน” อยู่แล้วนี่นะมันก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเท่าไหร่หรอกถ้าจะใช้ตัว O นำหน้าชื่อโรงเรียนเพื่อ PR ล่ะนะ

              ถ้าถามผมว่าควรสำนึกบุญคุณองค์จักรพรรดิมั้ยน่ะหรอ คำตอบก็คือไม่เลย ทั้งหมดนี้ก็มีอยู่3เหตุผลนั่นแหละ

              1.โรงเรียนนี้ใช้เงินภาษีสร้าง

              2.กูสอบเข้า + จ่ายค่าเทอม (ไม่ได้เรียนฟรีหรือใช้เส้นเข้ามาสักหน่อย)

              3.คุณลองคิดดูว่า ถ้ามีประธานาธิบดีหรือนักการเมืองของอาณาจักรอื่นใช้งบประมาณแผ่นดินไปสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆด้วยเงินภาษีของรัฐ แต่กลับเอาชื่อตระกูลตัวเองมาเคลมแปะเป็๲ชื่อสถานที่นั้นๆ คุณคิดว่ามันจะไม่น่าเกลียดหรอกหรอ? ก็ในเมื่อเงินที่ใช้สร้างมันไม่ใช่เงินของตัวเองนี่หว่า

              แต่ก็เอาเถอะที่ผมสอบเข้าโรงเรียนแห่งนี้ก็เพราะอยากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มันดีๆหน่อยล่ะนะ ก็โรงเรียนที่ผ่านมา มีแต่ตึกเก่าๆ พื้นแตกๆ เพดานรั่วๆ แถมห้องน้ำก็โคตรจะสกปรก ถามว่าสกปรกขนาดไหน? 

              เอาเป็๲ว่าเด็กนักเรียนเกิน 90%ของอาณาจักรนี้ ก็ต้องเคยมีประสบการณ์อั้นขี้ที่โรงเรียนเกิน 8 ชม.เพื่อจะกลับไปขี้ที่บ้านบ้างล่ะนะ ก็แหงล่ะ ขี้ที่บ้านมันสะดวกกว่านี่นา 555+

              “นายยิ้มอะไรของนายเนี่ยเวสต้า..?”

              ดูเหมือนเมลฟี่จะเห็นผมยิ้มแปลกๆเลยถามขึ้นมา

              “ก็นะ..รู้สึกว่าชีวิตฉันจะดีขึ้นถ้าได้มาอยู่โรงเรียนนี้ละมั้ง”

              “อ๋อ..งั้นหรอ”

              ผมกับเมลฟี่เดินไปยังแถวห้องตัวเองที่เขียนว่า H 1/B

              “นั่นไง!!”

              คราวนี้เป็๞ฝ่ายที่ผมจูงมือเมลฟี่ไปบ้าง 

              นับว่าดีที่อ่านคู่มือมาก่อน พอเปิดเรียนวันแรกเลยไม่เอ๋อมากเท่าไหร่ 

              H ย่อมาจาก High School (มัธยมปลาย)

              เลข1 ด้านหน้าคือชั้นปีที่1 ส่วนอักษรด้านหลังคือห้องB

              ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้จะแบ่งระบบห้องเรียนเป็๞ A,B,C,D,F  โดยเรียงลำดับตามคะแนนสอบเข้าจากมากสุดไปน้อยสุด พูดง่ายๆคือถ้าอิงตามระบบนี้ห้องที่เก่งที่สุดคือห้องA ไงล่ะ ส่วนบ๊วยสุดก็ F

              นับเป็๲ระบบการจัดห้องที่ห่วยแตกมาเกือบจะ100ปีละ เพราะแทนที่จะกระจายคนเก่งๆให้มันเท่าๆกันทุกห้องแท้ๆ แต่เอาเถอะทุกโรงเรียนในอาณาจักรนี้มันก็เป็๲แบบนี้กันหมดแหละนะ เพียงแต่ห้อง Fในโรงเรียนนี้จะเก่งกว่าห้อง Aของโรงเรียนอื่นหลายขุมเลย 

              เพราะคนสอบเข้าโรงเรียนนี้มีปีนึงตั้ง50,000หมื่นคน แต่กลับรับเข้าเรียนแค่ 400 คนเท่านั้น  

              แต่ก็เอาเถอะ ข้อสอบที่สอบเข้ามาก็เป็๲ความถนัดทางด้านวิชาการล้วนๆ ยิ่งอาณาจักรนี้มีค่านิยมเพี้ยนๆอย่างเรียนสายวิทย์ = ฉลาด & เรียนสายศิลป์ = โง่ อยู่ด้วย

              แม้ผมจะชอบวิชาฟิสิกส์กับคณิตศาสตร์เอามากๆ แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยกับค่านิยมนี้อย่างแรง เพราะถ้าให้ผมไปวาดรูปดิจิตอลอาร์ทปริ้นหรือดีดกีต้าแข่งกับพวกเด็กสายศิลป์ ผมก็สู้พวกเขาไม่ได้อยู่ดี เพราะอะไรงั้นหรอ? ก็เพราะคนเรามันถนัดไม่เหมือนกันไงล่ะ ฉะนั้นคุณไม่ควรจะเอาบรรทัดฐานเดียวกันมาตัดสินมนุษย์ทุกคนนะ 

              และที่สำคัญมนุษย์แต่ละคนมันก็มีความฝันไม่เหมือนกันด้วย ..เอ่อ..ไม่สิ…ถ้าเป็๲อาณาจักรนี้ละก็ความฝันหมายเลข1ของเด็กๆทุกคนก็คงเป็๲ย้ายอาณาจักรละมั้ง

              ผมกับเมลฟี่นั่งลงในแถว โดยเมลฟี่นั่งอยู่ฝั่งผู้หญิง ส่วนผมนั่งอยู่ฝั่งผู้ชาย

              แน่นอนว่าตอนที่เดินมากับเมลฟี่ก็มีคนมองอยู่หลายคน ก็ไม่รู้ว่าเพราะเมลฟี่หน้าตาดี หรือเพราะว่าเข้าใจอะไรผิดสักอย่างกันแน่ แต่เอาเป็๲ว่าพวกกรูไม่ได้มีความสัมพันธ์กันแบบที่พวกมรึงคิดนะเฟร้ยยยยย 

              เมื่อเวลา 8:00 น. ก็ได้เวลาที่ทุกคนต้องยืนตรงเพื่อเคารพเพลงอาณาจักร

              เด็กนักเรียนทุกคนชูสามนิ้วขึ้น แน่นอนว่าผมกับเมลฟี่ก็ชูเหมือนกัน

              ‘เอาเถอะเด็กรุ่นผมคงไม่มีสลิ่มเหลืออยู่แล้วล่ะนะ ก็นี่มันปี คศ.2045 แล้วนิ’ 

              แต่ว่าไม่นานก็มีครูแก่ๆเสื้อสีเหลือง ผ้าพันคอสีฟ้าวิ่งเข้ามาตีมือของพวกเราด้วยความหัวร้อน

              หลังเคารพเพลงอาณาจักรจบ ก็ตามด้วยเพลงสรรเสริญองค์จักรพรรดิต่อ ซึ่งพวกผมก็ฟังด้วยความรู้สึกอยากจะอ๊วกเหมือนกัน 

              ก็แหงล่ะ ไอคนที่เป็๲ต้นเหตุให้อาณาจักรชิบหายขนาดนี้จนพ่อแม่ผมต้องย้ายไปอยู่อาณาจักรอื่น แถมครอบครัวเมลฟี่และเด็กอีกหลายคนต้องตายจากการแดกหัวคิววัคซีนโรคระบาดและยังถูกทหารจักรวรรดิเข่นฆ่าอย่างโหดร้ายตอนออกมาประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยกับวัคซีนดีๆอีก  ใครมันจะไปอินกันฟะ  

              หลังภารกิจเข้าแถวหน้าเสาธงจบลง แต่ละคนก็แยกย้ายกันขึ้นไปตามห้องเรียนของตัวเอง

              ***

              #ห้อง H 1/B#

              “นี่เวสต้าพวกเรานั่งด้วยกันนะ”

              “อืมได้สิ”

              โต๊ะห้องเรียนนี้แบ่งออกเป็๲ 3 แถวหลัก โดยจะมีแถวริมหน้าต่าง แถวกลาง และแถวริมประตู

              ผมกับเมลฟี่นั่งตรงแถวกลางหน้าสุดของห้อง  

              “เห้ยๆ มันไม่หน้าสุดเกินไปหน่อยหรอ?”

              “เอ๋..ก็ฉันชอบนั่งหน้านี่นา..”

              “อะ..เอ่อ..งั้นก็ไม่เป็๲ไร” 

              ชิ..นั่งหน้านี่มันเด่นสุดเลยไม่ใช่หรือไงฟะ ลองมองไปรอบๆสิ แถวพวกเรามันไม่มีใครมานั่งด้วยเลยนะ แต่ก็ช่างเหอะตามใจเมลฟี่ละกัน   

              หลังนักเรียนแต่ละคนนั่งประจำที่ของตัวเองเรียบร้อยแล้ว อาจารย์ประจำห้องก็เดินเข้ามาพอดีตอน 8:30 น. 

              “สวัสดีนักเรียนห้องBมัธยมปลายปี1ทุกคน”

              “สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ”

              อาจารย์ของโรงเรียนนี้จะมีเพียงยูนิฟอร์มเดียวเหมือนกันหมด คือเสื้อสีเหลือง+ผ้าพันคอสีฟ้า

              นอกจากนั้นความซวยมันก็บังเกิดขึ้นเมื่อไอคนที่ยื่นอยู่ตรงหน้านี้มันก็คืออาจารย์สลิ่มแก่ผู้ชายที่เข้ามาไล่ตีมือพวกผมตอนชู3นิ้วนั่นเอง

              “อะแฮ่มๆ….ดูท่าพวกเธอคงจะเป็๞พวกสามกีบสินะ”

              อาจารย์แก่ขยับแว่นตาขึ้น ถือไม้กระบองคล้ายๆดิลโด้๾ั๠๩์แล้วตีที่มือตัวเองเบาๆ

              “ฉันจะดัดนิสัยเด็กเหลือขออย่างพวกแกเอง เ๯้าพวกสามกีบชังอาณาจักร”