ตอนที่ 18 ทดสอบจิตใจในด่านที่สอง
เมื่อกรรมการบอกกติกาและวิธีการผ่านด่านทดสอบเรียบร้อยแล้วเขาก็ส่งหินทดสอบจิตใจให้กับเด็กที่เข้าทดสอบทั้งหมดถือไว้ก่อนจะพูดขึ้นว่า.....
“พวกเ้าจะเลือกตรงไหนก็ได้ในลานทดสอบนี้และเมื่อดวงตะวันตกดินจะถือว่าจบการทดสอบและในการทดสอบนี้ทางผู้าุโได้ตกลงกันว่าจะให้โอกาสพวกเ้าถึงสามครั้งด้วยกันในการลองใหม่ถ้าหากเ้าทำผิดพลาดครั้งแรกพวกเ้าจะถูกยึดศิลาพลังซีที่จะได้ไปหนึ่งก้อนและหากว่าล้อมเหลวทั้งสามรอบก็เท่ากับว่าศิลาพลังซีของพวกเ้าจะหายไปสามก้อนด้วยกัน”
“เหมือนใจดีแต่มีเงื่อนไขโถ่.....ทีแรกก็นึกว่าใจดีให้กับเด็กๆนี่ก็ไม่ต่างอะไรกับต้องทำให้ได้ภายในครั้งเดียวนะสิเฮ้อ.....”
“แต่มันก็ดีกว่าไม่ผ่านการทดสอบนะยังน้อยก็ยังมีโอกาสอยู่”
เสียงของรุ่นพี่ที่ผ่านการทดสอบมาก่อนพูดขึ้นเพราะว่าการทดสอบที่พวกมันเคยผ่านมานั้นพวกมันมีเพียงแค่โอกาสเดียวเท่านั้นที่จะผ่านดังนั้นจึงทำให้คนไม่ผ่านการทดสอบเยอะพอสมควร....
ตุบ ตุบ ตุบ!!
เ้าสินะเจิ้งฟู่!!?
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงแหลมเล็กดังขึ้นเรียกเจิ้งฟู่จากด้านหลังและเมื่อเขาหันไปก็พบว่าคนที่เรียกเขาก็คือเด็กผู้หญิงที่มีชื่อเทียนฉีนั้นเอง........
"ใช่ ข้าเอง ทำไมหรอ?"
เจิ้งฟู่ตอบพร้อมกับมองไปที่นางถึงนางจะอายุเพียงแปดขวบแต่ด้วยผิวพรรณที่ขาวเนียนและผมที่ยาวของนางทำให้นางดูสวยและน่ารักนิดๆในสายตาของเด็กรุ่นเยาว์หรือแม้แต่รุ่นพี่แต่สำหรับเจิ้งฟู่แล้วนางก็ไม่ต่างจากเด็กอกไข่ดาวทั่วไปจากโลกก่อนหน้าของเขา.....
“นั้นเ้ามองอะไรของเ้ากัน ไอ้คนลามก!!”เทียนฉีรีบเอามือมาปิดที่หน้าอกของตัวเองเมื่อเห็นว่าเจิ้งฟู่จ้องมองมาที่่หน้าอกของตัวเองพร้อมกับะโด่าออกไป.....
"ลามก? เ้ามีอะไรให้ข้ามองบ้างแบนอย่างกะไม้กระดานแบบนั้นไม่เห็นจะน่ามองเลยสู้พี่สาวตรงนั้นก็ไม่ได้ทั้งสะบึ้มทั้ง....."
เ้า!!
“เ้าว่าข้าไม้กระดาษอย่างนั้นเรอะ!!?”เทียนฉีถึงกับลมออกหูเมื่อได้ยินเจิ้งฟู่ว่านางว่าอกไข่เดียวแต่มันก็จริงอย่างที่เจิ้งฟู่ว่าเพราะนางอกเล็กที่สุดแล้วในหมู่เพื่อนๆรุ่นเดียวกัน......
"ข้าว่าเ้า...? ไม่เลยข้าไม่ได้ว่าเ้าสะหน่อยข้าแค่พูดไปเรื่อยๆอย่าสนใจคำพูดข้าเลยนะ" เจิ้งฟู่ยกไหล่ขึ้นทั้งสองข้าพร้อมกับตอบกลับไปด้วยใบหน้ามึนๆ......
ตุบ!!
นางกระทืบเท้าด้วยความโกรธและทำหน้าไม่พอใจก่อนจะเดินจากไปด้วยอารมณ์โกรธนางไม่คิดว่าเจิ้งฟู่จะพูดแบบนี้กับนางเพราะไม่ว่าใครๆต่างก็กลัวนางและที่สำคัญนางจำได้ว่าเจิ้งฟู่เป็คนเงียบๆ(นั้นมันสมัยเด็กๆ)ไม่พูดกับใครแต่วันนี้ทำไมเขาถึงได้กล้าพูดขนาดนี้กัน.....
ชิ!!
“น่าหมั่นไส้จริงๆ ไอ้เจิ้งฟู่ ลูกพี่เราจะทำยังไงกับมันดีแถมระดับพลังของมันยัง.....”
“ต่อให้มันพลังสูงแล้วยังไงได้ยินมาว่ามันยังไม่มีทักษะต่อสู้เลยถึงมันจะมีพลังสูงก็คงได้มาจากการดูดซับพลังจากศิลาแน่ๆแบบนั้นมันก็เป็ได้แค่โอ่งใส่น้ำละวะ!!รอให้ถึงด่านที่สามก่อนเถอะข้าจะเป็ใครเชือดมันเอง”ตงชู่พูดพร้อมกับทำมือปาดไปที่คอของตนและยิ้มอย่างเ้าเล่ห์.....
“แล้วถ้ามันไม่ลงประลองละลูกพี่!!?”
“เื่นั้นข้าคิดไว้แล้วไม่ต้องห่วงยังไงมันก็ต้องลงอยู่แล้ว”
“เอาละได้เวลาแล้วทุกคนเริ่มได้!!”
เมื่อกรรมการพูดจบก็วางนาฬิกาทรายทันทีและหากว่าทรายในนั้นไหลลงมาด้านล่างจนหมดก็คือหมดเวลาของการทดสอบนี้และตอนนี้ก็พึ่งจะใกล้เที่ยงเท่านั้นพวกเขามีเวลาครั้งวันหรือก็คือสามชั่วยามก่อนอาทิตย์ตกดิน........
“เด็กรุ่นเยาว์ปีนี้ไม่ธรรมดาเลยแหะทุกคนต่างก็มีพลังที่สูงกว่ารุ่นก่อนๆเยอะเลย”ถงเทียนที่นั่งมองเหล่าเด็กที่พากันเลือกมุมของตัวเองได้พูดขึ้น......
“ใช่แล้ว....และที่น่าจับตามองก็มีอยู่สามคนนั้นก็คือเจิ้งฟู่เทียนฉี และก็ตงชู่ ทั้งสามสามารถทำให้ผลึกส่องแสงได้แต่ยังไงศิษย์เราก็เป็ที่หนึ่งอยู่ดี”ถงหลางพูดขึ้นเสริมพร้อมกับยิ้มกว้างโดยไม่สนใจใครที่จะได้ยินคำพูดของตน.....
“ใช่แล้วยังไงน้องเจิ้งก็เป็ตัวเก็งของงานนี้อยู่แล้วท่านผู้าุโ” ไหกังที่นั่งอยู่ข้างๆไหกู่กล่าวเสริมขึ้นอีกคน....
“แน่นอนมันต้องเป็เ้าหนูนั้นอยู่แล้ว เพราะว่ามันเป็ศิษย์ของข้า”ถงหลางหันมาตอบไหกังที่พูดขึ้นเมื่อคู่นี้ก่อนจะหัวเราะออกมาอีกครั้ง.....
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
ชิ!!
ทั้งถงเทียงถงหลาง ไหกัง ไหกู่ และคงซือ ต่างก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนานแต่มีเพียงเล่าชู่เท่านั้นที่มีใบหน้าบูดเบี้ยวราวกระดาษยับตัวมันเองเป็ถึงผู้าุโใหญ่แต่กลับต้องมาเสียหน้าซ้ำยังถูกพูดถากถางอีกจึงเป็เหตุให้มันทำหน้าสุนัขไม่รับประแบบนั้น.....
แต่ทันใดนั้นมันก็หันไปหาหม้อจือที่นั่งมองเหล่าเด็กๆอยู่ก่อนจะพูดขึ้นว่า“เรียนท่านผู้นำข้าอยากจะพูดอะไรสักอย่างจะได้หรือไม่?”
เชิญ!!
“ข้าอยากเพิ่มของรางวัลให้กับผู้ชนะในการประลองครั้งนี้จะได้หรือไม่?”
“เพิ่มของรางวัล...? แล้วท่านจะเพิ่มสิ่งใดละ!!?” หม้อจือแสดงใบหน้าสงสัยออกมาเมื่อได้ยินว่าเล่าชู่จะเพิ่มของรางวัลเข้าไปและเมื่อเล่าชู่เห็นแบบนั้นมันยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนที่จะพูดขึ้นว่า....
“เมื่อวันก่อนข้าออกไปข้างนอกมาและได้ไปพบกับโสมพลังกายมาข้าจึงอยากจะเพิ่มมันลงไปในของรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศขอรับ!!”
โสมพลังกาย!!?
ถงเทียงถงหลาง คงซือ และพ่อลูกไหถึงกับคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินถึงโสมพลังกายเพราะมันถือเป็สมุนไพรหายากทีเดียวแถมมันยังช่วยเพิ่มพลังกายให้กับผู้ที่กินมันเข้าไปด้วยโดยเฉพาะเจิ้งฟู่ที่มีร่างกายอ่อนแอถ้าเขาได้มันไปละก็มันต้องเป็ประโยชน์ต่อเขาแน่นอนทั้งห้าคนคิด........
“ไม่ทราบว่าท่านผู้นำคิดเห็นเช่นใด?”
“แล้วแต่ท่านเถอะถ้าท่านคิดว่ามันดีก็เชิญเลยเพราะมันเป็สมบัติส่วนตัวของท่านหาใช่ของตระกูลไม่อีกอย่างก็ถือว่าเป็สิ่งที่ดีที่จะทำให้เหล่าเด็กๆพยายามกันมากขึ้นเพื่อของรางวัลอันล้ำค่าที่ท่านเพิ่มเข้าไป”
“ขอบคุณท่านผู้นำตระกูลที่อนุญาต!!”เล่าชู่กล่าวพร้อมยิ้มที่มุมปากและหันไปทางพวกของคงซือที่นั่งมองมาทางมันก่อนจะส่งให้คนไปบอกกรรมการถึงรางวัลที่มันเพิ่มไป....
เหตุผลที่มันนำโสมพลังกายเพิ่มลงไปมีอยู่สองเหตุผลหนึ่งคือ้าล่อให้เจิ้งฟู่เข้าร่วมการประลองเพราะมันไม่เชื่อว่าเจิ้งฟู่จะสามารถชนะการประลองได้สองเพราะมัน้าให้โสมที่มันได้มาอย่างลับๆนี้เป็ของลูกชายมันอย่างถูกต้องด้วยอย่างไม่มีใครสงสัย......
หลังจากที่กรรมการได้ทราบเื่ของของรางวัลที่เพิ่มเข้ามาใหม่เขาก็รู้สึกใไม่น้อยก่อนจะขึ้นเวทีและประกาศออกไปว่า“มีเื่ใหม่จะประกาศให้ทราบท่านผู้าุโใหญ่ได้เพิ่มรางวัลให้กับผู้ที่ชนะเลิศการประลองในครั้งนี้นั้นคือโสมพลังกายที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับร่างกายของผู้ที่กินมันเข้าไปจากอ่อนแอให้แข็งแกร่งจากแข็งแกร่งให้แกร่งขึ้น”
โสมพลังกาย!!?
“บ้าน่านั่นมันของแรร์หายากเลยนะนั้นเขาไปดรอปมันมาจากไหนกัน(อิอิขำๆแค่ใส่ศัพท์เกมส์นิสนึง!!)
“จริงด้วยทำไมตอนข้าทดสอบไม่มีอะไรแบบนี้มั้งวะ ทำไมกัน!!”
ผู้คนต่างก็รู้สึกอิจฉากับเด็กๆพวกนี้มีได้รับของรางวัลชั้นเลิศแบบนี้เพราะคราวของพวกมันไม่มีอะไรแบบนี้เลยนอกจากก้อนเกลือและความหดหู่.......
ตงชู่รู้เื่โสมพลังกายอยู่แล้วมันเลยไม่ได้ใอะไรเพราะเื่นี้มันกับพ่อได้คุยกันไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าทีแรกพ่อของมันจะยกให้พี่ชายแต่พี่ชายของมันไปเข้าร่วมกับสำนักใหญ่เสียก่อนดังนั้นโสมนี้เลยตกเป็ของมัน......
หลังจากที่เริ่มการทดสอบมีมากว่าครึ่งหนึ่งของผู้อาทดสอบที่บีบหินทดสอบแตกและเริ่มใหม่ส่วนเจิ้งฟู่ยังคงนั่งขัดสมาธิและอยู่ในห่วงมิติจิตทดสอบของเขา......
ในการทดสอบจิตใจนี้แต่ละคนจะไม่เหมือนกันเพราะมันจะดึงเอาความกลัวของแต่ละคนออกมาเป็การทดสอบเช่นคนที่กลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งสิ่งเ่าั้แหละที่พวกเขาต้องต่อสู้กับมันให้ถึงเวลาครึ่งชั่วยามถึงจะสามารถบีบหินให้แตกได้หรืออยู่กับมันจนกว่าจะหมดเวลาก็ได้......
ในการทดสอบในด่านที่สองที่ผ่านมานั้นผู้ที่ทำเวลาได้นานที่สุดใน่หลังๆมานี้ก็คือหม้อจือเขาทำได้ครบสามชั่วยามเต็มเวลาที่กำหนดไว้และลองลงมาก็คือคงซือพ่อของเจิ้งฟู่ที่ทำได้สองชั่วยามครึ่งและเล่าชู่ที่ทำเวลาได้น้อยกว่าคงซือเพียงนิดเดียว.....
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามมีผู้ผ่านเพียงแค่สิบคนเท่านั้นที่เหลืออีกสิบกว่าคนไม่สามารถผ่านมันไปได้และตอนนี้ก็เหลือเพียงสามคนที่ยังนั่งอยู่ก็คือเจิ้งฟู่เทียนฉีและตงชู่.....
“เด็กสามคนนั้นยังคงนั่งอยู่เลยอยากรู้จริงๆว่าภายในมิติทดสอบจิตใจของพวกเขาเป็ยังไง?”
ทุกคนต่างก็ลุ้นกับทั้งสามคนมากเพราะตอนนี้ตงชู่เริ่มที่จะมีเหงื่อออกที่หน้าผากของเขาแล้วใบหน้าของเขาเริ่มที่จะซีดลงเรื่อยๆเหมือนกำลังพบเจอบางสิ่งบางอย่างที่หน้ากลัวอยู่อย่างนั้นแหละและดูท่าเหมือนว่าเขาจะไม่ไหวแล้วด้วย....
อีกครึ่งชั่วยามผ่านไป....
อ้าาาา!!
ทันใดนั้นเองเสียงร้องะโก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของตงชู่ที่ลุกพรวดขึ้นมาด้วยท่าทางหวาดกลัวหันซ้ายหันขวาไปมาก่อนจะรับรู้ได้ว่าตนเองออกมาจากการทดสอบแล้วและเมื่อมันหันไปมองที่นาฬิกาทรายมันก็พบว่านี่พึ่งผ่านไปเพียงแค่หนึ่งชั่วยามครึ่งเท่านั้นเองและเมื่อมองไปที่บิดาของมันตงชู่ก็ถึงกับหน้าซีดขวาทันที....
ไอ้ลูกไม่ได้เื่!!
เสียงสบถคำด่าของเล่าชู่ดังขึ้นเมื่อเห็นว่าคนแรกที่บีบหินทดสอบนั้นคือบุตรชายของตนเองแทนที่จะเป็เจิ้งฟู่หรือเทียนฉีใบหน้าของเล่าชู่นั้นตอนนี้เต็มไปด้วยเส้นเืปูดนูนไปหมดตลอดการทดสอบที่ผ่านมานี้มันเสียหน้าไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว......
“ท่านเล่าชู่ใยต้องโกรธขนาดนั้นด้วยเขาทำได้ตั้งหนึ่งชั่วยามครั้งก็ถือว่าไม่เลวแล้วข้าเองยังทำได้เพียงแค่หนึ่งชั่วยามเอง”ถงหลางเมื่อเห็นว่าเล่าชู่กำลังล้มเขาก็ไม่รอช้าเหยียบซ้ำทันที.....
เชอะ!!
เป็ธรรมดาที่มันจะโกรธเพราะลูกชายคนโตของมันทำได้ตั้งสองชั่วยามรวมทั้งตัวมันเองด้วยแต่ลูกชายคนเล็กของมันกลับทำได้น้อยกว่าสองมันจึงโกรธอย่างมากมันอุส่าคิดว่าลูกชายของมันจะทำได้ดีกว่านี้.....
ส่วนตงชู่หลังจากที่เห็นสายตาของบิดามันทำได้เพียงก้มหน้าและกำหมัดของมันด้วยความโกรธมันไม่คิดว่าเื่จะออกมาเป็แบบนี้ถึงมันจะแพ้ก็น่าจะแพ้แค่เทียนฉีลูกของผู้นำตระกูลแต่นี้มันกลับแพ้ให้ขยะที่มันเคยดูถูกอย่างเจิ้งฟู่......
“เป็ไปได้ยังไงกันข้าแพ้ให้กับไอ้ขยะพันนั้นเรอะเนี่ย!!!” หลังจากที่เดินออกมาตงชู่ก็บ่นสาปแช่งด่าทอเจิ้งฟู่อย่างหนักด้วยความโกรธ.....
ลูกพี่!!!
“ไม่เป็ไรนะขอรับแพ้แค่......”
“หุบปากถ้าหากเ้าไม่อยากเจ็บตัว!!”
อุ๊บ!!
เหล่าลูกน้องต่างพากันยกมือขึ้นปิดปากทันทีเพราะกลัวจะโดนตงชู่ที่กำลังโมโหร้ายอยู่เล่นงานเอาส่วนตงชู่เมื่ออกมาแล้วมันยังคงใช้สายตาจ้องมองไปที่เจิ้งฟู่อย่างอาฆาตแค้นก่อจะพูดขึ้นว่า.....
“คอยดูเถอะในการประลองรอบที่สามนั้นข้าจะทำให้เ้าได้ลิ้มรสชาติของการที่มาทำให้ข้าผู้นี้ชายหน้าให้สาสมเลยทีเดียว!!”