“ท่านย่า อยู่ด้านนอกท่านปู่จะทรมานมาก ข้ารับประกันว่าด้านในนั้นท่านปู่จะไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด ไม่มีแม้กระทั่งความเ็ปในปัจจุบัน อย่าได้เป็ห่วงไปเลย”
แม่เฒ่าซูหลุบั์ตาลง “ข้าห่วงเสียที่ไหน ข้าก็แค่เหงานิดหน่อย”
อาการปากไม่ตรงกับใจของแม่เฒ่าซูทำให้ความรู้สึกของพ่อเฒ่าซูดีขึ้นมาก “เพียงชั่วประเดี๋ยวข้าก็จะกลับมาแล้ว”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองบอกลากันชั่วคราวเรียบร้อย ซูเหยาก็จัดการนำพ่อเฒ่าซูเข้าไปด้านในทันที
แม้จะรู้ล่วงหน้าแล้วว่าพ่อเฒ่าซูจะหายไป แต่พอได้เห็นการหายไปในพริบตาหลายคนก็อดถอนหายใจไม่ได้ แม่เฒ่าซูรีบถามสถานการณ์ด้านในทันที
ซูเหยาเอ่ยตอบตามภาพที่เห็นในฟาร์ม แม้นางจะอยู่ด้านนอกแต่ก็สามารถมองเห็นได้ว่าสิ่งไหนอยู่ตรงไหน และมีสภาพเป็อย่างไร
“ไม่มีปัญหาเ้าค่ะ ่แวะพักข้าจะพาท่านปู่ออกมาข้างนอกบ้างเพื่อไม่ให้เป็ที่สงสัย”
เื่มิติที่ซูเหยากุขึ้นมานั้น นางบอกแก่คนตระกูลซูว่าจู่ๆ มิตินี้ก็ปรากฏขึ้นเองโดยบังเอิญในวันที่ถูกซูเมิ่งทำร้าย เป็เื่ดีในเื่ร้ายเลยก็ว่าได้ ซึ่งมิติที่ได้นั้นผูกติดกับตัว หาใช่แบบเดียวกับแหวนมิติ โดยพื้นฐานแล้วคนบนรถม้ารู้ดีถึงความอันตรายและยังกังวลเื่ความปลอดภัยของซูเหยา เื่ราวที่รู้เห็นในวันนี้จึงถือเสียว่าไม่เคยได้ยิน อีกทั้งยังต้องช่วยกันรักษาความลับให้ซูเหยาอีกด้วย
เมื่อเสร็จสิ้นเื่พ่อเฒ่าซูแล้ว ซูเหยาก็เปลี่ยนรถม้าไปนั่งกับลูกชายราคาถูกทั้งสองคนเพื่อทำความรู้จักพวกเขาให้มากขึ้น ก็นะ อย่างไรเสียในภายหน้าครอบครัวที่นางใช้ชีวิตอยู่ด้วยมิใช่คนในตระกูลซูแต่เป็เด็กทั้งสองรวมถึงบุรุษผู้นั้น
ทันทีที่เห็นบุคคลที่สามเข้ามายังรถม้า แววตาของก้อนดำๆ ทั้งสองก็พลันตื่นตระหนก จากเดิมที่กำลังชมวิวทิวทัศน์กลับกลายเป็หลุบต่ำ จนซูเหยาถึงกับถอนหายใจ
เห็นทีเื่นี้คงต้องใช้เวลาอีกนาน
หญิงสาวเอนตัวลงบนที่นั่งฝั่งตรงข้าม จากนั้นก็เอ่ยกับทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงเป็มิตรไม่เ็าแต่ก็ไม่กระตือรือร้นจนเกินพอดี
“มาแนะนำตัวกัน ข้าซูเหยา พวกเ้าคงรู้กันแล้วว่าข้าเป็ภรรยาใหม่ของพ่อพวกเ้า” นางไม่กล้าแนะนำตัวเองว่าเป็แม่ เนื่องด้วยกลัวว่าพวกเขาจะปรับตัวไม่ทันและต่อต้าน เื่พวกนี้ต้องค่อยเป็ค่อยไป จะเร่งรีบไม่ได้
และเช่นเคย คำตอบที่ได้จากการสนทนาในคราวนี้ก็คือความเงียบ ซูเหยาถึงกับอยากกุมขมับและยังปวดใจอยู่หน่อยๆ นี่ถ้านางไม่ได้ยินที่พวกเขาบอกลาลุงเสี่ยวอี้ที่โรงไม้ คงคิดว่าพวกเขาเป็ใบ้ หูไม่ได้ยิน ปากพูดไม่ได้เสียแล้ว
“เอาล่ะๆ ไม่อยากพูดก็ไม่เป็ไร” ซูเหยาทำท่าทางไม่ใส่ใจ นางยอมรับว่าตนเองนั้นยังอ่อนประสบการณ์ในเื่การเลี้ยงดูเด็ก ก็แน่ล่ะเ้าของร่างอายุเพียง 14 ปีเมื่อเทียบกับคนยุคที่นางจากมา เ้าของร่างเป็เพียงเด็กวัยมัธยมศึกษาตอนต้นเท่านั้น ส่วนจิติญญาของซูเหยาแม้จะแก่กว่าก็จริง แต่ก็ยังคงสงวนไว้ซึ่งความโสดจะรู้เื่การดูแลเด็กได้อย่างไร
ที่พูดไปกับกู้เซียงในวันนั้นเป็เพียงการพูดไปเรื่อย เพื่อให้เขายอมตกลงรับนางเป็ภรรยาก็เท่านั้นเอง ใครจะรู้ว่าสถานการณ์มันจะยากเย็นถึงเพียงนี้
แต่จะโทษเด็กก็ไม่ได้ ทั้งต้าเปาและเอ้อเปามีแผลในใจ หนำซ้ำผู้สร้างแผลยังเป็ถึงมารดาผู้ให้กำเนิด พวกเขาจะไม่ไว้ใจและกลัวคนแปลกหน้าอย่างนางก็ไม่แปลก ทว่าจะให้สถานการณ์เป็ไปแบบนี้ก็เห็นทีจะไม่ดี อย่างไรก็ต้องทลายกำแพงน้ำแข็งละลายพฤติกรรมกันก่อน
“มีใครหิวหรือไม่” ซูเหยาว่าพลางแสร้งทำเป็หยิบซาลาเปาที่ออกมาจากในตะกร้า ก่อนจะวางเอาไว้ที่นั่งด้านข้างตัว
สายตาของเด็กน้อยทั้งสองถูกย้ายไปยังสิ่งที่ทั้งขาวและอวบ อีกทั้งยังส่งกลิ่นยั่วยวนจนพวกเขาแอบกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
ซูเหยาแย้มยิ้ม อย่างคำคนว่าไว้ “ก่อนจะเอาชนะใจใคร จะต้องเอาชนะท้องเขาให้ได้ก่อน” นี่เห็นทีจะเป็เื่จริง ดูเด็กสองคนตรงหน้านางสิ แม้จะไม่เอ่ยเอื้อนอันใดแต่สีหน้าก็บ่งบอกทุกอย่างโดยหมดสิ้น
“การเดินทางครั้งนี้กินเวลาแรมเดือน นี่เป็อาหารร้อนๆ เพียงไม่กี่มื้อที่จะได้กิน นอกนั้นจำเป็ต้องกินอาหารแห้งเป็หลัก”
เด็กชายที่อยู่ฝั่งซ้ายติดหน้าต่างรถม้ากำหมัดแน่น สายตาของเขามองไปยังซาลาเปาที่ส่งกลิ่นหอมไม่วางตา
‘จะกินดี หรือไม่กินดี’
และสุดท้ายความหิวก็เอาชนะทุกสิ่ง เด็กน้อยตัดสินใจเอ่ยปาก “ข้ากินมันได้หรือไม่”
แม้น้ำเสียงจะฟังดูกริ่งเกรง แต่ซูเหยาก็ยังดีใจที่อย่างน้อย อีกฝ่ายยอมมีปฏิสัมพันธ์กับนาง
“โอ้แน่นอน มีซาลาเปาสำหรับต้าเปาและเอ้อเปาคนละสองลูก แต่ก่อนจะกินเ้าต้องบอกชื่อเสียงเรียงนามของเ้ามาก่อน นี่เป็ข้อแลกเปลี่ยน”
เื่นี้ไม่ยากๆ เอ้อเปาคิดในใจ ก่อนจะรีบเอ่ยตอบกลับ “ข้ากู้จุนเฉิน พ่อเรียกข้าว่าเอ้อเปา”
ซูเหยาพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะส่งสายตาไปหาเด็กชายอีกคนที่ยังคงนั่งนิ่ง
“เอ่อ ข้ากู้เว่ยหยาง ชื่อเล่นต้าเปา”
“ชื่อดี” หญิงสาวเอ่ยปากชม จากนั้นก็โบกไม้โบกมือหยิบซาลาเปาส่งให้เด็กน้อยทั้งสองคนละลูกแต่โดยดี
“กินช้าๆ ทีละลูก ไม่อิ่มยังมีเพิ่มอีก ส่วนนี่น้ำดื่ม”
เอ้อเปามองซาลาเปาร้อนที่น่าหลงใหลด้วยสายตาเร่าร้อน เขาเคยเห็นสหายคนอื่นกินอย่างเอร็ดอร่อย นี่เป็ครั้งแรกที่เขาจะได้ลองชิม ไม่รู้มันจะอร่อยเหมือนอย่างที่หนิวต้านบอกไว้หรือเปล่า
ทางด้านต้าเปาแม้จะทำสีหน้าไร้ความรู้สึก แต่แววตาของเขายังคงเป็ประกาย เขานำซาลาเปาเข้าปากทั้งชิ้น จนซูเหยาห้ามแทบไม่ทัน
“ช้าหน่อย ต้าเปาปากเ้าเล็กถึงเพียงนั้นจะใส่ซาลาเปาลงทั้งชิ้นได้อย่างไร ค่อยๆ กินไม่มีใครแย่งเ้าแน่นอน”
ได้ยินมาว่าเด็กน้อยมีชีวิตที่ยากลำบากมาก่อน เงินที่บิดาส่งมาให้ล้วนถูกผู้เป็มารดาใจั์นำไปปรนเปรอบุรุษ อีกทั้งยังแบ่งให้บ้านเดิมจนแทบไม่เหลือมาดูแลลูกชาย
แม้ต้าเปากับเอ้อเปาจะมีใบหน้าคล้ายบิดาถึงเจ็ดส่วน แต่ด้วยผิวที่ดำคล้ำอีกทั้งยังผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ในเวลานี้เด็กทั้งสองจึงไร้ซึ่งสง่าราศีผิดกับกู้เซียงผู้เป็บิดาอย่างสิ้นเชิง ซูเหยาหมายใจไว้ว่าเมื่อถึงหมู่บ้านตงไห่นางจะขุนเด็กทั้งสองให้อ้วนพีราวกับลูกหมูตัวน้อยๆ ให้ได้เลย
สามคนบนรถม้าตั้งหน้าตั้งตารับประทานซาลาเปาในมือของตน บรรยากาศจึงเงียบสงบลงคล้ายกับก่อนหน้า เพียงแต่...มันค่อนข้างกลมกลืนกว่าเดิมมาก
สองสัปดาห์ต่อมา
[ติ๊ง! ภารกิจได้รับการรีเฟรช โปรดใช้จ่ายเงิน 10,000 ตำลึงทอง]
ซิ่วซิ่วโก่งคอขันราวกับไก่ยามเช้า
หัวใจของซูเหยาเต้นถี่แรง คราวนี้ภารกิจที่ต้องใช้จ่ายมากกว่าเดิมถึงสิบเท่า! น่าเสียดายที่ไม่สามารถใช้มันให้กับตัวเองได้
“หยวนเป่า การอัปเกรดคราวนี้ต้องใช้เงินเท่าไร?”
[หยวนเป่า: เ้านายอัปเกรดระดับต่อไปใช้เงิน 2,000 ตำลึงทอง ครั้งต่อไป 4,000 ตำลึงทอง ครั้งต่อไป 8,000 ตำลึงทอง การอัปเกรดจะนับเป็สองเท่าไปเรื่อยๆ]
หญิงสาวยกมือลูบคางพลางครุ่นคิด “ถ้าอย่างนั้นอัปเกรดสองระดับ”
ที่นี่ไม่ใช่ยุค 2024 ที่เคยอยู่ที่สามารถใช้จ่ายเงินง่ายๆ ขนาดไม่ก้าวขาออกจากบ้านยังสามารถเสียเงินได้เลย การซื้อออนไลน์เอย สั่งอาหารเอย หรือจะโดเนทในแอปพลิเคชันถ่ายทอดสดเอย ทุกสิ่งสามารถใช้จ่ายเงินได้ทั้งนั้นผิดกับที่นี่ ยิ่งในขณะนี้ที่อยู่ระหว่างเดินทางแล้วด้วย ไหนจะที่มาที่ไปของเงินอีก ดังนั้นการเหลือเงินมากถึง 4,000 ตำลึงทองนั้นถือว่าเป็เงินจำนวนมหาศาล
[ตกลงเ้านาย! เ้านายน่ารักที่สู้ด]
[ระบบกำลังอัปเดต ระยะเวลา 4 ชั่วโมง โปรดรออย่างอดทน]