เจียงตั่วหันหน้าไปทางอื่นนึกประหลาดใจที่ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอกล้าบุกไปถึงบ้านของผู้ชายยามวิกาลเพียงลำพังแบบนั้น
คราวนี้ิเจ๋อไม่ทันตั้งตัวแต่ถ้าทางนั้นระวังตัวไว้ก่อนล่ะ? เธอจะรอดกลับมาอย่างในครั้งนี้ได้อย่างไร?
เขาตักเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีก”
ิจู‘เกิดอะไรขึ้น นี่เขารู้ว่าเื่นี้เป็ฝีมือของเธองั้นเหรอ?’
เป็ไปไม่ได้หรอกมั้งเจียงตั่วจะฉลาดขนาดนี้เลย?
ิจูกระแอมเบาๆเธอถามย้อนด้วยสีหน้าจริงจัง “หมายถึงอะไรเหรอคะ?”
เมื่อเห็นว่าเธอไม่ยอมรับเจียงตั่วก็ขมวดคิ้ว “เธอรู้อยู่แก่ใจ”
ิจู“...”
เขามองออกจริงๆเหรอเนี่ย?
เจียงตั่ววิเคราะห์เก่งจริงๆ!
แต่เมื่อกี้นี้เขาไม่ได้เปิดโปงเธอต่อหน้าคนอื่นนี่พิสูจน์ได้แล้วว่าเขาอยู่ข้างเธอ
ิจูไม่แก้ตัวอีกและตอบกลับไปอย่างใจเย็นและตรงไปตรงมา “ฉันไม่คิดว่าฉันทำผิดค่ะฉันแค่เอาสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำกับฉัน คืนให้ไปก็เท่านั้น เพียงแต่เขาทำไม่สำเร็จแต่ฉันทำสำเร็จค่ะ”
เจียงตั่วหันกลับมาสายตาเปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้ง การกระทำของิเจ๋อเมื่อวานนี้สมควรลงโทษจริงๆแต่การกระทำของิจูก็ควรห้ามเช่นกัน คนเราไม่มีใครที่โชคดีได้แบบนี้ตลอดไปหรอก
“แค่ครั้งนี้เท่านั้น ครั้งหน้าห้ามมีอีก”
ิจูรู้ว่าคนในยุคนี้มีความคิดที่ค่อนข้างล้าสมัยและเื่ที่เธอทำเมื่อคืนนี้...คาดว่าในสายตาของเจียงตั่วคงเป็เื่ที่น่าใมาก
เธอไม่อยากให้คนอื่นมองตัวเธอด้วยความคิดแบบนั้นจึงถามตามตรงว่า “เจียงตั่วคุณคิดว่าฉันทำผิดเหรอคะ? คุณน่าจะรู้ว่าฉันไม่มีพ่อแม่คอยหนุนหลังได้รับความคับข้องใจก็ทำได้แค่ตอบโต้ด้วยตัวเองเท่านั้นไม่อย่างนั้นคนอื่นก็จะมองว่าฉันเป็คนอ่อนแอ ใครๆ ก็จะรังแกกันได้แล้วเวลาเจอเื่แบบนี้คิดว่าใครจะช่วยฉันได้ล่ะคะ?”
คาดไม่ถึงว่าเจียงตั่วจะตอบสนองคำนั้นออกมาโดยไม่ลังเล...
“ฉันไง”
ิจูชะงักไปครู่หนึ่งแม้จะรู้ว่าเจียงตั่วพูดเช่นนี้หมายถึงเขาจะช่วยเธอจริงๆไม่ได้มีเจตนาอื่นใดแอบแฝง แต่...
สำหรับิจูมันกลับให้ความรู้สึกเหมือนคำสัญญา
ชายคนนี้กำลังจีบเธออยู่หรือเปล่าเนี่ย?ไม่คิดเลยว่าเขาจะเก่งกาจขนาดนี้!
เจียงตั่วััได้ว่าสายตาที่ิจูมองเขา...แปลกไป ปกติเขาไม่ค่อยได้สุงสิงกับผู้หญิงนัก จึงไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่เขาสูดลมหายใจเข้า แล้วเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น “ไปเร็วเดี๋ยวคนอื่นเห็นว่าเราอยู่ด้วยกันสองต่อสองนานเกินไป...”
เขายังพูดไม่ทันจบประโยคิจูก็วิ่งเหยาะๆ ตามไป และพูดเนิบช้าอย่างร่าเริงว่า“ภาพลักษณ์จะดูไม่ดี ฉันเข้าใจแล้วค่ะ!”
เมื่อเห็นว่าเธอจงใจเลียนแบบน้ำเสียงของเขาอยู่ริมฝีปากของเจียงตั่วก็ยกยิ้มโดยที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว
สาวน้อยคนนี้น่าสนใจดี...
ทั้งสองมาถึงบริเวณคันดินแล้วเจียงตั่วก็สั่งให้ิจูไปนั่งในที่ร่มเพื่อคลายร้อนเหมือนคราวก่อน
ร้อนก็นั่งจิบน้ำง่วงก็งีบหลับสักพัก พอเห็นว่าเจียงตั่วเดินห่างออกไปไกลเธอก็จะเดินไปหาเพื่อยื่นน้ำให้เขา แล้วงานขุดดิน่เช้าก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เื่เดียวที่ทำให้เธอรู้สึกผิดก็คือ...เธอนั่งสบายๆ แต่เจียงตั่วกลับต้องมาทำงานหนัก
เฉียวปินที่อยู่ไม่ไกลมองว่าิจูี้เีมากหัวหน้าให้เธอนั่งอยู่เฉยๆ เธอก็นั่งนิ่งไม่ขยับตามนั้นเลยงั้นเหรอ?
คนแบบนี้จะเหมาะสมกับการใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างไร?แม้จะยอมถอยให้หนึ่งก้าว แต่ผู้หญิงควรจะประพฤติตัวแบบนี้หรือ?
เสียดายผู้ชายดีๆอย่างหัวหน้าชะมัด ดอกไม้สวยกลับไปปักในขี้วัว!
เมื่อเหลือเวลาอีกเพียงสิบห้านาทีก่อนจะเลิกงานิจูก็ลุกขึ้น แต่จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงเรียกที่มีน้ำเสียง‘อ่อนโยน’ แต่ชวนให้ขนลุกดังขึ้นมาจาก้า...
“จูจู...”
ิจูเงยหน้าขึ้นแล้วก็เห็นสวีข่ายที่ผอมแห้งราวกับไม้เสียบผี ยืนอยู่เหนือคูน้ำชายคนนั้นโบกมือให้เธออยู่
เสียงเรียกนั้นไม่เพียงดึงดูดความสนใจจากผู้คนรอบข้างที่กำลังทำงานอยู่จนต้องเหลียวมองิจูเท่านั้นแม้แต่เจียงตั่วและเฉียวปินที่อยู่ไม่ไกลก็หยุดงานที่ทำและหันขวับมาทางเดียวกัน
เฉียวปินสะกิดข้อศอกของเจียงตั่วโดยไม่รู้ตัวและถามอย่างงุนงง “หัวหน้าทำไมบัณฑิตคนนั้นมาอยู่ที่นี่ได้กันล่ะ?”
เจียงตั่วขมวดคิ้วเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวพอคิดถึงเหตุการณ์ที่ิจูเคยสารภาพกับเขาครั้งที่แล้วว่าสวีข่ายคือคนที่เธออยากแต่งงานด้วยั้แ่แรก...ความรู้สึกหงุดหงิดก็ผุดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลจากนั้นก็เหลือบมองเฉียวปินอย่างเ็า
เฉียวปินสับสนไปหมดคิดว่าเพราะเขาเผลอสอดรู้สอดเห็นมากเกินไป จึงหดคอไม่กล้าพูดอะไรต่อแต่สายตายังจับจ้องไปทางิจูที่อยู่ไม่ไกลตลอดเวลา
ปรากฏว่าิจูเดินไปที่ขอบคูน้ำอย่างหงุดหงิดแล้วถามอย่างไม่พอใจว่า “นายมีธุระอะไรกับฉัน?”
สวีข่ายยิ้ม“เธอขึ้นมาก่อนสิ ฉันมีเื่จะคุยกับเธอเป็การส่วนตัว”
มีหรือที่ิจูจะไม่รู้ว่าสวีข่ายกำลังคิดอะไรอยู่ในใจเธอี้เีแสร้งทำเป็ไม่รู้ จึงตำหนิออกมาทันที “นายเป็ถึงบัณฑิตที่มาจากในเมืองแต่ไม่รู้ธรรมเนียมพื้นฐานของหมู่บ้านเลยเหรอ? ชายหญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสองภาพลักษณ์ไม่เหมาะสม!มีอะไรก็พูดตรงนี้เลย! พูดเสียงดังๆ หน่อย ฉันไม่ได้ยิน!”
เมื่อได้ยินิจูพูดว่า‘ภาพลักษณ์ไม่เหมาะสม’ เจียงตั่วก็คลายคิ้วที่ขมวดลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว...เธอรู้จักรักษา ‘ภาพลักษณ์’ เป็เหมือนกันสินะ
ขณะนี้สวีข่ายที่อยู่บนคันดินสังเกตเห็นว่าคนรอบข้างกำลังมองมาทางเขาใบหน้าก็แดงก่ำด้วยความเขินอาย
แต่เมื่อเขานึกถึงเื่ที่ิเสี่ยวเจี๋ยเพิ่งบอกมาพลังใจก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที!
ิเสี่ยวเจี๋ยบอกเขาว่า...
'ฉันรู้ว่านายมีใจให้ฉัน ไม่สิ นายแค่มีใจให้ลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านแต่ถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว นายก็ยังชอบิจูมากกว่าใช่ไหม?'
ตอนนั้นเขากำลังจะปฏิเสธิเสี่ยวเจี๋ยก็พูดขึ้นอีกว่า 'พอดีฉันไม่ชอบนายฉันชอบเจียงตั่ว และจะแต่งงานกับเขา เรามาช่วยกันแยกพวกเขาออกจากกันดีกว่านายแต่งงานกับิจู ส่วนฉันแต่งงานกับเจียงตั่ว หลังจากเื่นี้จบลงด้วยดีฉันจะให้พ่อจัดหางานที่สบายที่สุดให้ แล้วถ้ามีโควตาให้กลับเข้าเมืองในอนาคตฉันจะเก็บสิทธิ์อันดับแรกไว้ให้นายถึงตอนนั้นนายก็หย่ากับิจูแล้วกลับเมืองไปหาผู้หญิงในเมืองซะ ว่ายังไงล่ะ?'
ต้องบอกเลยว่าเงื่อนไขเหล่านี้ดึงดูดใจสวีข่ายเหลือเกิน!
ถ้าไม่ได้พูดถึงชาติกำเนิดเขาย่อมอยากได้ิจูมากกว่า ถึงตอนนั้นเขาก็จะได้ทำงานสบายๆได้นอนกับสาวงามสักสองสามปีแล้วค่อยหย่าไปหาผู้หญิงในเมือง!
เขารีบตอบตกลงทันทีดังนั้นตอนนี้จึงรีบร้อนมาหาิจู
เมื่อก่อนิจูเคยเป็คนอ่อนโยนว่าง่ายเสมอแม้ว่าใน่สองสามวันมานี้จะดูแปลกไป แต่เมื่อคิดดูแล้ว...เขาย้อนแผนเล่นงานเธอกับเจียงตั่ววันนั้น ไม่แปลกเลยที่เธอจะโกรธ
สวีข่ายมองไปที่ผู้คนรอบข้างแล้วค่อยๆ เลื่อนตัวลงไปในร่องน้ำ
เขาตั้งหลักมั่นคงแล้วก็ตบดินบนกางเกงจากนั้นเดินไปหาิจู แล้วยื่นไข่ต้มลูกหนึ่งให้เธอด้วยท่าทางประจบประแจง...
“นี่ฉันเก็บไว้ให้เธอโดยเฉพาะเลยนะ ตอนเช้าไปหาเธอที่ลานตากข้าวแต่พวกเธอไปกันหมดแล้ว ฉันก็เลยรีบเอามาให้เธอก่อนเลิกงาน”
เฉียวปินที่อยู่ไม่ไกลเหลือบมองหัวหน้าแวบหนึ่งเห็นเพียงสีหน้ายากจะคาดเดา เขาพึมพำขึ้นมาอย่างหงุดหงิด“มีคนมองอยู่ตั้งเยอะ ถ้าิจูกล้ารับ...”
ต้องทำให้หัวหน้าของเขาขายหน้าแน่!
ิจูไม่ขยับสายตาดูถูกจับจ้องไปที่สวีข่ายตรงหน้า
ทันใดนั้นเธอก็เยาะเย้ย “ฉันว่านะบัณฑิตสวีนายเองก็แทบเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว ยังเอาไข่ต้มมาให้ฉันเนี่ยนะ? ฉันว่านายเหมือนพวกพังพอนไปคารวะไก่ [*] ไม่ได้มีเจตนาดีเลย!”
สวีข่ายเสียหน้าหน้าตึงขึ้นมาทันที แต่พอนึกถึงเงื่อนไขที่ิเสี่ยวเจี๋ยเสนอมาเขาก็พยายามเข้าหาต่อ “จูจู เธอเข้าใจผิดแล้วนะ!เมื่อก่อนฉันก็กินของที่เธอเอามาให้ไปหลายอย่าง ฉันเลยคิดมาตลอดว่าถ้าฉันมีอะไรฉันก็อยากให้เธอกินด้วย... เหมือนที่เรียกว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน!”
ร่วมทุกข์ร่วมสุขเหรอ?
ถ้อยคำนี้ต้องแปดเปื้อนเพราะเขาหมด!
ิจูหัวเราะเยาะเลิกคิ้วเล็กน้อย แล้วรับไข่ต้มมาอย่างไม่ใส่ใจ
เฉียวปินที่ยืนมองอยู่ไกลๆถึงกับเกือบจะะเิ!
เขาเหลือบไปมองเจียงตั่วอีกครั้งตอนนี้เห็นแค่สีหน้ายากจะคาดเดาเหมือนเดิมแต่เฉียวปินกลับรู้สึกได้ชัดเจนว่าอุณหภูมิรอบตัว... ลดลงฮวบฮาบ!
เชิงอรรถ
[*]พังพอนไปคารวะไก่ ไม่ได้มีเจตนาดีหมายถึงการเข้าหาด้วยท่าทีเป็มิตรผิดปกติมีเจตนาแอบแฝงที่จะทำอันตรายหรือหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน