“ทุกสรรพสิ่งล้วนมีจิต จิตสามารถหล่อเลี้ยงิญญาิญญาแปลงเป็จิตได้ พวกเรา้าจิติญญาแห่งขุนเขาต้องไปที่รวมตัวของพลังปราณก่อน”
สวีเสี่ยวหลานสวมชุดนักพรตสีขาวสาวเท้าเยื้องย่างอยู่ข้างหน้า พลางอธิบายให้อันหลินฟัง
กระพรวนล้ำค่าบนแถบคาดเอวส่งเสียงดังกังวานตามการเคลื่อนไหวของนาง ประหนึ่งเสียงนกร้องขับขาน
“แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตรงไหนเป็แหล่งรวมพลังปราณ” อันหลินเอ่ยถาม
“ตอนนี้ระดับของเ้าต่ำเกินไปยังไม่มีความรู้สึกกับระดับความเข้มข้นของพลังปราณ ฉะนั้นเื่นี้ต้องพึ่งข้าเ้าไม่รู้หรอก”
สวีเสี่ยวหลานหันมามองอันหลินแวบหนึ่งด้วยสีหน้าลำพองใจ
“ข้าระดับกายแห่งมรรคขั้นเจ็ดแล้วเ้าเองก็แค่ขั้นเก้า มีอะไรน่าอวดกัน”
เมื่อเห็นท่าทางของสวีเสี่ยวหลานอันหลินก็รู้สึกไม่พอใจ โพล่งออกมาทันที
“นี่ต้องขออภัย ข้าบรรลุกายแห่งมรรคขั้นสิบั้แ่เดือนก่อนแล้ว” สวีเสี่ยวหลานยิ้มกริ่มมองอันหลินที่พูดไม่ออก “มีแค่เ้าที่เพิ่มพลังยุทธ์ได้คนอื่นจะเพิ่มระดับพลังยุทธ์ไม่ได้งั้นหรือ”
อันหลินยืนนิ่งอยู่กับที่จู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมา
ทำไมสวีเสี่ยวหลานมักจะทำร้ายคนโดยไม่รู้ตัวกันนะ...
อันหลินบำเพ็ญเพียรจากกายแห่งมรรคขั้นสามเป็ขั้นสี่ใช้เวลาสามเดือน ส่วนการเพิ่มระดับพลังขั้นอื่นนั้นแท้จริงแล้วล้วนอาศัยโปรแกรมโกงมาทั้งสิ้น
แต่สวีเสี่ยวหลานเพิ่มระดับจากกายแห่งมรรคขั้นเก้าเป็ขั้นสิบใช้เวลาแค่สองเดือนงั้นเหรอ
ต้องรู้ว่าการเพิ่มระดับพลังยุทธ์ยิ่งระดับสูงจะยิ่งยากลำบาก!
หากอันหลินบำเพ็ญเพียรเพียงอย่างเดียวจากกายแห่งมรรคขั้นเก้าไปขั้นสิบ ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกันนะ
สองปีหรือยี่สิบปี
เมื่อคิดถึงตรงนี้อันหลินก็รู้สึกถึงเจตนาร้ายของอัจฉริยะ...
เขาตามหลังสวีเสี่ยวหลานอย่างกลัดกลุ้มด้วยจิตใจว้าวุ่น
ภายใต้การนำทางของสวีเสี่ยวหลานเขามาถึงร่องน้ำแห่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
ธารน้ำใสสะอาดไหลมาตามร่องเขารอบๆ มีดอกไม้สีแดงดุจเพลิงเบ่งบาน กลิ่นหอมประหลาดอบอวลอยู่ในอากาศ
อันหลินสูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ชนิดนี้รู้สึกเนื้อตัวอ่อนเปลี้ย ออกแรงไม่ค่อยได้
“ดอกไม้นี่มีพิษใช่ไหม!”
เขาได้สติชี้ไปที่ดอกไม้ที่แดงชอบกลเ่าั้พลางพูดอย่างใ
สวีเสี่ยวหลานกลอกตาใส่อันหลิน“ไม่รู้จักแม้แต่ดอกบัวไฟวิชายาอายุวัฒนะอาจารย์ที่ปรึกษาเป็คนสอนเ้าหรือ”
เมื่อได้ยินคำพูดของสวีเสี่ยวหลานในที่สุดอันหลินก็นึกออกแล้ว
ดอกบัวไฟสีแดงฉูดฉาด รูปร่างคล้ายดอกบัว กลิ่นเย้ายวน สูดดมนานวันสามารถบำรุงร่างกายได้มีสรรพคุณก่อกำเนิดพลังปราณ สมุนไพรอายุวัฒนะขั้นแปด
สมุนไพรล้ำค่าทั่วไปมักจะแบ่งออกเป็สมุนไพรอายุวัฒนะ สมุนไพร์และสมุนไพรวิเศษสามระดับ
สมุนไพรแต่ละระดับจะปรุงออกมาเป็เม็ดยาที่แตกต่างกันเช่นสมุนไพรอายุวัฒนะสามารถปรุงเป็ยาอายุวัฒนะ สมุนไพร์ใช้ปรุงยา์
สมุนไพรอายุวัฒนะขั้นหนึ่งล้ำค่าที่สุดและสมุนไพรอายุวัฒนะขั้นเก้าด้อยที่สุด
ดอกบัวไฟเป็สมุนไพรอายุวัฒนะขั้นแปดระดับขั้นต่ำไปหน่อย แต่อย่างไรเสียก็เป็สมุนไพรอายุวัฒนะก็นับว่าเป็สมุนไพรเลอค่าไหมเล่า!
เมื่อคิดได้ดังนั้นอันหลินก็นั่งลง เริ่มเปิดประสบการณ์การเก็บเกี่ยวของเขา...
สวีเสี่ยวหลานเห็นอันหลินกอดดอกบัวไฟแนบอกประหนึ่งแก้วตาดวงใจท่าทางราวกับเจอของล้ำค่า ลืมไปหมดสิ้นแล้วว่าตัวเองมาที่นี่เพื่ออะไรจึงอดพึมพำไม่ได้ว่า “ไม่เอาไหนเสียเลย”
นางไม่มองอันหลินอีกแต่ใช้มือลูบผาหินที่ขรุขระ ัักลิ่นอายของพลังปราณที่เคลื่อนไหวอยู่ภายใน
“น่าจะที่นี่แหละ...”สวีเสี่ยวหลานพึมพำ
จากนั้นนางก็สูดลมหายใจเข้าลึก ะโด้วยเสียงที่ดังกังวานว่า
“ท่านเ้าแห่งดินออกมาหน่อย!!!”
เพราะเสียงดังเกินไปทำให้อันหลินที่นั่งยองๆ อยู่กับพื้นสะดุ้งโหยง
ไม่รอให้อันหลินได้สติผิวดินก็สั่นะเืรุนแรงขึ้นมาทันที
“แผ่น...แผ่นดินไหวหรือ”อันหลินทำหน้าใ จากนั้นเขาก็เห็นฉากที่น่าตะลึงยิ่งกว่า
ร่างมหึมาที่ก่อตัวจากหินค่อยๆ ผุดขึ้นจากผิวดินช้าๆ
มันสูงหนึ่งจั้งกว่าดวงตาสีเหลืองอ่อนเปล่งแสงเจิดจ้ายามร่างกายเคลื่อนไหวเกิดเสียงหินกระทบกันดังสนั่น แลดูแข็งแกร่งยิ่งนัก
เมื่ออันหลินเห็นตัวประหลาดที่ก่อตัวจากหินไม่รู้เพราะเหตุใด เขานึกถึงตอนที่เล่นเกมเมื่อก่อน มักจะมีตัวละครมัลไฟต์สัตว์ประหลาดหินโผล่มาบ่อยๆ...
แต่สัตว์ประหลาดหินตัวนี้กลับถูกสวีเสี่ยวหลานเรียกว่าท่านเ้าแห่งดินงั้นเหรอ
“เด็กน้อยเ้าเรียกข้าหรือ”
เสียงทุ้มต่ำดังออกมาจากปากของสัตว์ประหลาดหินเสียงไม่ดัง ทว่ากลับให้อารมณ์กดดันอยู่ลึกๆ
สวีเสี่ยวหลานพยักหน้าแล้วพูดว่า“ข้ามาที่นี่ เพราะอยากให้ท่านเ้าแห่งดินประทานจิติญญาแห่งขุนเขาให้พวกเราสักหน่อย”
พูดได้ครึ่งหนึ่งสวีเสี่ยวหลานก็หันไปมองอันหลินแวบหนึ่ง เลิกคิ้วน้อยๆ จากนั้นพูดต่อว่า “ขอแค่สิบกรัมก็พอ”
“จิติญญาแห่งขุนเขาหรือข้ามีมากมายเชียวล่ะ ไม่คิดว่าจนตอนนี้ยังมีคน้าของสิ่งนี้อยู่อีก เอ้าข้ามอบให้!”
สัตว์ประหลาดหินยื่นมือมากลางฝ่ามือหิน มีลูกกลมๆ สีน้ำตาลปรากฏขึ้นอย่างเชื่องช้า
สวีเสี่ยวหลานหยิบลูกกลมๆเล็กๆ นั่นไปอย่างนอบน้อม โค้งตัวคำนับสัตว์ประหลาดหิน
อันหลินเห็นดังนั้นก็รีบเลียนแบบท่าทางของสวีเสี่ยวหลานคำนับมันเพื่อแสดงความขอบคุณ
สัตว์ประหลาดหินพยักหน้าเล็กน้อยจากนั้นก็ค่อยๆ ละลายกลืนไปกับผิวดิน หายลับไปอีกครั้ง
“นี่ได้จิติญญาแห่งขุนเขามาแล้ว รีบกินเสียสิ”
สวีเสี่ยวหลานยื่นลูกกลมๆสีน้ำตาลให้ถึงมืออันหลิน แววตาฉายความคาดหวัง
“ได้มาง่ายขนาดนี้เลยหรือง่ายเกินไปหรือเปล่า”
ตอนแรกอันหลินคิดว่าการค้นหาจิติญญาแห่งขุนเขาจะยากลำบากราวกับขุดหาอัญมณี ไม่คิดเลยว่าจะเรียก ‘เ้าแห่งดิน’ ออกมา จากนั้นขอร้องมันให้ ‘ประทานให้’ เพียงน้อยนิดก็จบเื่มันไม่เหมือนกันที่เขาคิดเลยสักนิด!
ต้องเคลียร์ดันเจี้ยน[1]ไม่ใช่เหรอต้องตามหาขุมทรัพย์ไม่ใช่หรือไง
หรือเ้านี่จะไม่ใช่วัตถุล้ำค่าทำไมถึงมอบให้ง่ายๆ ล่ะ
สวีเสี่ยวหลานได้ฟังก็ขำ“ทำไม ข้าเคยเจอแต่คนที่กลัวความยุ่งยากไม่คิดว่าเ้าจะเป็คนที่กลัวว่าเื่ราวจะง่ายดายเกินไป”
อันหลินยิ้มแห้งไม่รู้จะตอบกลับอย่างไร เขาไม่อิดออดอีก รีบยัดจิติญญาแห่งขุนเขาสีน้ำตาลเข้าปากทันที
รสััของจิติญญาแห่งขุนเขาเหนือความคาดหมายของอันหลินอย่างยิ่ง เมื่อเข้าปากแล้วละลายทันทีรสชาติใกล้เคียงกับลูกอมมินท์ เจือรสหวานเย็นสดชื่น
“อืมอร่อย” อันหลินพยักหน้าชื่นชม
สวีเสี่ยวหลานกลั้นขำถามอย่างคาดหวังว่า “ตอนนี้เ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง”
“ไม่รู้สึกอะไรนี่นาต้องรู้สึกอะไรงั้นหรือ” อันหลินมองสวีเสี่ยวหลานเอ่ยปากถามอย่างฉงนใจ
คราวนี้สวีเสี่ยวหลานกลัดกลุ้มนิดหน่อยราวกับรู้สึกผิดหวังเมื่อเื่ที่นางคาดหวังให้เกิดไม่เกิดขึ้น
ขณะนั้นเองก็มีเสียงติ้งดังขึ้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบเทพาของอันหลิน
‘ดูดซึมจิติญญาแห่งขุนเขาสิบกรัมแล้วยินดีด้วย หมัดะเืขุนเขา วิชาเซียนเทพาขั้นต้น สำเร็จแล้ว!’
จากนั้นข้อมูลของหมัดะเืขุนเขา การกระตุ้นพลังภายในและผลของการใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หลั่งไหลเข้ามาในสมองของอันหลินราวกับเทน้ำราดหัว
ผ่านไปครู่หนึ่งอันหลินสูดลมหายใจเข้าลึก ั์ตาเป็ประกายเห็นได้ชัดว่าได้รับวิชาเซียนของเทพาขั้นต้นแล้ว
เขารู้ว่าหากฝึกหมัดะเืขุนเขาได้สำเร็จหนึ่งหมัดสามารถทลายขุนเขาได้!
อันหลินรวบรวมพลังภายในของหมัดะเืขุนเขาแสงทองรวมตัวที่กำปั้นของอันหลิน ภายในแฝงด้วยพลังชีวิตอันปั่นป่วน
สวีเสี่ยวหลานเห็นแสงทองที่รวมตัวกันบนหมัดของอันหลินใบหน้าก็แสดงอาการประหลาดใจออกมา
อันหลินปล่อยหมัดโจมตีหน้าผาที่อยู่ไกลๆ กำปั้นะเิแสงทองเจิดจ้า
ภาพของกำปั้นสีทองขนาดหนึ่งจั้ง กระเพื่อมออกจากหมัดของเขาพุ่งไปหาหน้าผาพร้อมกับพลังหมัดมหาศาล
ตูม!
ูเาตรงหน้าอันหลินสั่นระริก หน้าผาถูกหมัดโจมตีจนเศษหินกระเด็นกระดอน
จากนั้น เขาก็พบอย่างน่าตะลึงว่า มีรอยหมัดขนาดหนึ่งจั้งที่ยุบลงไปบนหน้าผาสูงตระหง่านแห่งนั้น...
[1]ดันเจี้ยน (Dungeon) พื้นที่ที่ออกแบบมาพิเศษเพื่อทำภารกิจหนึ่งๆโดยมีรางวัลเป็ไอเทมต่างๆ