คัมภีร์เลิกนับแล้วว่าธีรัชอยู่กับเขาที่บ้านใจพักนานแค่ไหน
เหมือนกับที่ธีรัชเลิกโอนเงินเข้าบัญชีของคัมภีร์แล้ว แต่ทำตัวเป็พนักงานของบ้านใจพักแทน
ลูกค้าคนแล้วคนเล่าที่เข้ามาใช้บริการและกลับไปอย่างมีความสุขและความหวัง ว่าอย่างน้อย โลกนี้ยังมีที่ที่ยังใจดีกับพวกเขาอยู่
"ทุกคน มาที่นี่ด้วยความหวัง"
ธีรัชพูดกับคัมภีร์ในเช้าวันหนึ่ง ที่คัมภีร์กำลังทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง ส่วนธีรัช ชายหนุ่มสวมผ้ากันเปื้อนไว้อย่างทะมัดทะแมง เขากำลังนวดขนมปังสำหรับเอาไว้กินด้วยกันตลอดทั้งสัปดาห์ เดี๋ยวนี้เขาช่วยคัมภีร์ทำขนมปังได้แล้ว
"มันก็เลยทำให้ที่นี่อยู่มาได้มั้ง ไม่เจ๊งกับเขาสักที"
คัมภีร์พูดยิ้ม ๆ
"แล้วถ้าเจ๊ง คุณจะทำยังไง ถ้าวันหนึ่งไม่มีคนมาที่บ้านใจพักแล้ว"
ธีรัชถาม แต่เขาไม่ได้หันไปมองคัมภีร์ แต่ถ้าเขาหันไปมอง เขาก็คงจะเห็นคัมภีร์ยิ้มอย่างมีความสุขอยู่
"ผมก็คง จะขอนักเขียนกินมั้ง"
มือของธีรัชยังขยับทำงาน ใบหน้าขาวสะอาด มีไรหนวดขึ้นอยู่จาง ๆ นั้นกำลังยิ้มให้แป้งขนมปังที่กำลังนวดอยู่ตรงหน้า
"จริงด้วย ผมลืมนึกไปเลย ว่าคุณมีผมคอยดูแลอยู่ ส่วนผมก็กลับมาเขียนได้ก็เพราะมาที่นี่"
คัมภีร์ถือถ้วยชาแล้วเดินมายืนใกล้ ๆ ธีรัช
"มีคนทำขนมปังให้กินอยู่อย่างนี้ ผมยังไม่น่าจะอดตายง่าย ๆ แล้วอีกอย่าง ผมคงไม่ปล่อยให้ตัวเองอดตายหรอก คนเรามีอะไรเยอะแยะที่ต้องทำ"
ธีรัชหันมายิ้ม
"ผมดีใจที่คุณคิดอย่างนี้ ผมเชื่อว่า ก่อนหน้าที่ผมมาที่นี่ คุณน่าจะคิดแตกต่างออกไป"
"ก็จริงของคุณ"
"แล้วเมื่อก่อนคุณคิดยังไง"
"เมื่อก่อนหรือ ผมไม่ได้คิดอะไร นอกจากอยู่ไปวัน ๆ แล้วก็มาคิดได้ว่า จริง ๆ แล้วมันแย่มากที่คิดอย่างนั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ชีวิตก็ควรจะต้องดำเนินต่อไป เรามีเื่มากมายที่จะต้องทำ แล้วสนุกไปกับมัน"
"พอจะรู้อยู่เหมือนกัน ว่าเ้าของบ้านใจพักเมื่อก่อนนั้นอยู่ไปวัน ๆ จริง ๆ เพราะผมอ่านทุกรีวิวของบ้านใจพักทุกรีวิวเลย"
ธีรัชบอกแล้วยิ้ม เพราะเขาอ่านจริง ๆ การรีวิวบ้านใจพักนั้นช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงสำหรับคนมาพักแต่ละคน ราวกับว่ามันเป็คนละสถานที่กันโดยสิ้นเชิง
"คุณคิดอย่างนั้นหรือ"
คัมภีร์ถาม แล้วธีรัชก็พยักหน้า
"บางคนบอกว่าเ้าของดีมาก บริการดีทุกอย่าง แต่บางคนก็บอกว่า รู้สึกผิดที่มาที่นี่ เพราะเหมือนว่าเ้าของไม่อยากจะพบเจอใคร เหมือนกับว่าพวกเขามารบกวน พวกเขามากันคนละ่อารมณ์ของคุณจริง ๆ เลยนะ"
"ผมก็อ่าน เอาจริงผมก็รู้สึกแย่เหมือนกันที่บางคนรีวิวอย่างนั้น แต่นั่นผมเองก็ได้พยายามอย่างที่สุดแล้ว"
"แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ทุกคนรีวิวเหมือนกันหมด คือ เงียบ สงบ เหมือนหัวใจของพวกเขาได้พักจริง ๆ"
"จังหวัดเล็ก ๆ ก็อย่างนี้แหละ ยังไงก็เงียบ ดังที่สุดก็ตลาดเช้าที่เราไปกันทุกวันนั่นแหละ"
คัมภีร์เคยพาธีรัชไปตลาด แล้วเขาก็ชอบเหลือเกิน เพราะได้เห็นชาวบ้านมากหน้าหลายตา ทุกคนมองธีรัชเพราะรู้ว่าเป็คนแปลกหน้า แต่เมื่อเขาไปตลาดเช้าหลายครั้งเข้า เขาก็กลายเป็ส่วนหนึ่งของคนที่นี่ไปแล้ว
เขาชอบความรู้สึกแบบนี้จัง
กลายเป็คนคุ้นเคยของต่างถิ่นต่างที่ มันไม่ได้เป็กันง่าย ๆ แล้วชาวบ้านก็ใจดีกับเขาทุกคน
"พูดถึงตลาดเช้าแล้วผมก็ชอบมันจัง มันทำให้ผมรู้สึกว่าผมเป็ส่วนหนึ่งของที่นี่"
คัมภีร์โอบไหล่ธีรัชไว้แล้วกระชับแน่นให้ความมั่นใจ
"คุณเป็ส่วนหนึ่งของที่นี่นะ"
คัมภีร์จูบเขาตรงขมับ เรียกความมั่นใจว่า ไม่ว่าเขาจะไปไกลแสนไกลแค่ไหน เขาก็จะกลับมาที่นี่ได้เสมอ
และแม้ว่าเงาของทั้งสองจะทาบทับกันในทุก ๆ ค่ำคืน แต่ธีรัชก็ตัดสินใจแล้วว่า เขาต้องไปทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จ
"พรุ่งนี้แล้วสินะ ที่คุณต้องไป"
คัมภีร์กอดเขาไว้แน่น และเขาเองก็กอดตอบเช่นกัน
"ผมจะคิดถึงที่นี่ทุกวัน แล้วจะรีบกลับมา"
"ผมจะรอ"
ธีรัชได้จากบ้านไม้เก่าริมทะเลไปในเช้าที่คลื่นลมสงบ เขาบอกว่า เขาจากไปเพียงชั่วคราว แล้วจะรีบกลับมา แต่คัมภีร์รู้ดีว่า เขาไม่ควรจะใส่ใจหรือคาดหวังสิ่งใด ๆ เพื่อให้ใจของตัวเองถูกกระทบกระเทือนเหมือนที่ผ่านมา
บ้านไม้เก่าริมทะเลจึงกลับมามีความสุขแบบสันโดษอีกครั้ง
สามวันผ่านไป...
แล้วสายฝนแรงในวันที่ฟ้ามืดมัวหม่นก็พัดพาเอาความหลังที่เ็ปกลับมาอีกครั้ง
แสงไฟรถยนต์สาดเข้ามาตามร่องประตูไม้หน้าบ้าน มาถึงคัมภีร์ที่กำลังนั่งฟังเพลงแจ๊สใหม่ ๆ ที่เขาเลือกไว้หลังจากที่ธีรัชไม่อยู่ เขาลุกไปแง้มม่านที่หน้าต่างหน้าบ้านดู แล้วเดินไปเปิดประตูให้คนที่กำลังสะพายเป้ใบเล็ก วิ่งฝ่าฝนเข้ามาในชายคาบ้าน
"ขอบคุณที่เปิดประตูให้ผม พี่ภีร์สบายดีนะครับ"
ริวผลุบเข้ามาในตัวบ้านแล้วทักคัมภีร์ เขาไม่ได้มาที่นี่เกือบห้าปีแล้ว และวันนี้ เขาตั้งใจมาที่นี่โดยเฉพาะ
"มีธุระอะไรหรือเปล่า"
"มีสิครับ แล้วผมก็อยากจะขอค้างที่นี่สักคืน"
เขายังพูดจาดี ดูอ่อนโยนเหมือนเดิม แววตาเ้าชู้ขี้เล่น ยังคงระยับอยู่ในแววตาเหมือนที่เคยเป็ไม่มีผิด
"ได้สิ ไปอาบน้ำก่อนเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา กินอะไรมาหรือยัง"
"ยังเลยครับ แล้วก็หิวมากด้วย"
คัมภีร์มองคนที่นั่งตรงข้าม ริวกำลังทานอาหารที่เขาเตรียมให้อย่างเอร็ดอร่อย แล้วตบท้ายด้วยชาร้อนกลิ่นที่ริวชอบ
ริวเงยหน้าขึ้นมองคัมภีร์
"ขอบคุณที่ยังไม่ลืมว่าผมชอบชากลิ่นนี้"
คัมภีร์ทำเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ แล้วพยักหน้า
"มีธุระอะไร ถึงได้มาถึงนี่ได้"
"ผมแวะมาคุยธุระกับพี่นิดหน่อย"
"อย่าใช้คำว่าแวะ เพราะริวก็รู้ว่า คนที่จะมาที่นี่ได้ ต้องตั้งใจมาเท่านั้น"
ริวพยักหน้าแล้วมองไปรอบ ๆ
"ฮะ ผมตั้งใจมาที่นี่ มาหาพี่"
ริวสารภาพ
"ถ้าอย่างนั้นก็พูดมาเลย ริวก็รู้ว่าพี่ไม่ชอบเยิ่นเย้อ"
ริวถอนหายใจ จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้อยากจะมาที่นี่แม้แต่น้อย แต่เขาติดต่อคัมภีร์ไม่ได้เลย เพราะคัมภีร์ไม่เล่นโซเชียล เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ ถ้าไม่มีเื่ เขาก็คงไม่ขับรถมาถึงที่นี่
"เื่จดหมายนั่น.."
"อ้อ..จดหมายเก่า ๆ ที่บอกว่า เราไม่มีทางจะเหมือนเดิมได้อีก"
"ฮะ...ฉบับนั้นแหละ"
คัมภีร์เงียบ มันไม่ใช่เวลาที่เขาจะต้องพูดอะไร ริวต่างหาก ที่ต้องเป็คนอธิบายเื่ทั้งหมด
"ไนท์คงไม่พอใจที่ผมยังเก็บของ 'เก่า ๆ' ไว้ เขาเจอจดหมาย เขาก็เลยส่งมาหาพี่"
"แค่นี้หรอกหรือ ถึงทำให้ริวมาที่นี่"
"ฮะ ผมก็ร้อนใจ ไม่อยากจะให้พี่มองผมไม่ดี ผมได้บอกพี่แล้วผมก็สบายใจ เพราะเราเองก็เลิกกันนานแล้ว ผมคงไม่ส่งจดหมายหรือส่งอะไรมาหาพี่หรอก ผมมาขอโทษแทนไนท์ พี่อย่าโกรธเขาเลยนะฮะ ไนท์ยังเด็ก ห่างกับผมอยู่หลายปี เขาต้องเรียนรู้อีกหลายเื่"
ริวไม่เคยเปลี่ยน อะไรก็ได้ ถ้าไม่กระทบถึงตัวเอง แต่ถ้าเื่ราวไม่ดีกำลังจะมาถึงตัวเองแล้ว เขาจะทำทุกวิถีทาง ที่จะให้มันจบลง เขาไม่ได้ผิดที่ทำอย่างนั้น แต่เป็เื่ของแต่ละบุคคลที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
"อือ พี่เข้าใจ"
"แล้วก็เื่ที่...ผมไม่เคยไปเยี่ยมพี่เลย ตอนที่พี่เอ้อ...นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล"
ตอนที่คัมภีร์นอนอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่หลายคืน เขารอว่าริวจะอาจจะมาเยี่ยมเขาสักครั้ง แต่ริวก็ไม่โผล่มาให้เขาเห็นเลย
"ในตอนนั้น ผมแค่ไม่อยากให้พี่รู้สึกว่า เรายังผูกพันต่อกันน่ะ เลิกก็คือเลิก"
"พี่เข้าใจ"
ตอนนี้ คัมภีร์เข้าใจทั้งหมด มันเป็เพราะเวลาที่มันเนิ่นนานเกินที่เขาจะเก็บเื่เก่า ๆ เอามาคิด แล้วเขาก็มูฟออนแล้วเสียด้วยสิ มันก็คงเหมือนกับริว ที่มูฟออนจากเขาไปแล้ว จึงกล้าที่จะพูดเื่ต่าง ๆ ในอดีตได้โดยไม่ได้รู้สึกอะไร
แต่คนทิ้งกับคนถูกทิ้งนั้นความรู้สึกมันต่างกัน
คัมภีร์รู้ว่า ธีรัชมีผลต่อการมูฟออนของเขาอยู่ไม่น้อย
"ผมเลิกกับพี่ธีร์ได้สองปีแล้ว ตอนนี้ผมกับไนท์คิดว่า เราจะแต่งงานกัน"
"ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าด้วยนะ"
"ขอบคุณฮะ แล้วตอนนี้ พี่มีใครแล้วหรือยัง"