“อ๋อ...มีเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยทำงานอยู่ที่นี่ครับ เธอชื่อซอจียอน...เพื่อนคนนี้แหละครับที่บอกผมเื่ประกาศรับสมัครพนักงานฝึกหัด”
“ซอจียอนเหรอ ซอจียอนจากทีมวางแผนสามที่จบจากมหาวิทยาลัย S ใช่ไหม”
จงชานแอบทำหน้าบึ้งเล็กน้อยเมื่อพูดถึงมหาวิทยาลัย S ดูเหมือนเ้าตัวติดนิสัยหน้าบึ้งหน่อยๆหรือเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งในเวลาไม่ชอบใจอะไรบางอย่าง ชัดเจนขนาดซึงฮยอนที่เพิ่งเข้าบริษัทมาสดๆร้อนๆยังสังเกตเห็น
แค่นี้ก็พาใจเต้นตึกตักแล้ว ว่าแต่ในสถานการณ์แบบนี้พนักงานที่ดีควรทำตัวอย่างไรดีนะ ซึงฮยอนตัดสินใจไม่ถูกเลยสักนิด หัวหน้าส่วนกำลังยืนคุยด้วยแต่เขากลับนั่งตอบ ถ้าลุกขึ้นตอบคำถามซะตอนนี้จะถือเป็มารยาทที่ดีหรือเปล่านะ ไม่มีใครบอกเื่นี้แก่เขาเลยสักคน ซึงฮยอนที่ตกอยู่ในอาการประหม่าเล็กน้อยมีท่าทีลังเลและมืดแปดด้าน
“แสดงว่าคุณอูซึงฮยอนก็จบสื่อสารมวลชนเหมือนกัน คุณซอจียอนเรียนสื่อสารมวลชนมาไม่ใช่เหรอ”
“อ๋อ...ก็ใช่ครับ แต่ผมเรียนบริหารธุรกิจ”
“บริหารธุรกิจเหรอ ถ้างั้นไปสมัครฝ่ายการตลาดหรือฝ่ายทั่วไปน่าจะดีกว่านี่ มหาวิทยาลัย S ดังเื่นี้ โดยเฉพาะบริหารธุรกิจ”
“เอ่อ...นั่น...”
“อืม...หรือว่าคุณสนใจด้านโฆษณา”
“อ๋อ! เอ่อ...ผมเคยเรียนโฆษณามาบ้างครับ...”
“เคยเรียนเพราะเป็ส่วนหนึ่งในคณะบริหารธุรกิจ แต่คุณคงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการวางแผนหรือการผลิตสื่อโฆษณาเลยสินะ ใช่หรือเปล่า”
“ครับ ที่จริงผมเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียว เลยไม่รู้มาก่อนว่าบริษัทมีลักษณะเป็ยังไง แล้วยังกังวลเกี่ยวกับทางเดินชีวิต...ผมจึงคิดว่านี่น่าจะเป็โอกาสที่ดีในหลายๆด้าน”
แม้ซึงฮยอนรีบเสริมต่อว่า งานโฆษณาก็น่าสนใจเหมือนกันแต่ดวงตาของจงชานที่ดูเป็มิตรอยู่ประเดี๋ยวประด๋าวเปลี่ยนไปไร้ชีวิตชีวาอีกครั้ง
เอ๋? เมื่อกี้เราพูดอะไรผิด...ไปหรือเปล่านะ
“อ๊ะ! หัวหน้าส่วน สวัสดีค่ะ”
“อ้อ...คุณจียอน”
รอดแล้ว! ซึงฮยอนะโกู่ก้องภายในใจ
เนื่องจากจียอนไม่ได้รับข้อความตอบกลับมาพักใหญ่ เธอจึงแวะมาดูสถานการณ์ที่ทีมวางแผนหนึ่งด้วยความสงสัย หญิงสาวเขย่าเครื่องดื่มสองแก้วในมือราวกับชักชวนให้ดื่มด้วยกัน
“ไม่มีใครอยู่เลยเหรอคะ”
“ส่วนผลิตฯ ไปโรงพยาบาล ส่วนที่เหลือไปทำงานนอกสถานที่”
“เอ่อ...ถ้างั้นฉันขอพาซึงฮยอนไปเดินดูรอบๆบริษัทหน่อยได้ไหมคะ”
“เื่พาทัวร์แผนกกับทักทายเป็หน้าที่ของหัวหน้า นั่นไม่เป็ไรหรอก...แต่ช่วยแนะนำโครงสร้างองค์กรให้หน่อยนะ อ้อ...แล้วจะขอบคุณมากถ้าช่วยบอกวิธีส่งงานด่วนให้ด้วย”
ที่จริงจียอนประหม่ามาก แต่เธอแกล้งตอบอย่างมีน้ำใจว่า “ค่ะ!” ก่อนดันหลังซึงฮยอนเข้าไปในห้องประชุม
“เอ่อ...หัวหน้าส่วนไม่ใช่เล่นๆเลยใช่ไหม”
“อืม...หรือว่าฉันเผลอทำอะไรผิด”
“ไม่หรอก ปกติเขาก็เป็แบบนั้นแหละ บริษัทเรามีวัฒนธรรมองค์กรอยู่อย่างหนึ่ง ให้เรียกคนอื่นด้วยคำนำหน้าว่า ‘คุณ’ เป็การให้เกียรติทุกคนน่ะ เช่น คุณซึงฮยอน คุณจียอน อะไรทำนองนี้ แต่ไม่มีใครกล้าเรียกเขาว่าคุณจงชานเลยสักคน”
“งะ...งั้นเหรอ”
“ใช่แล้ว นายก็เรียกเขาว่าหัวหน้าส่วนเฉยๆแล้วกัน หรือไม่ก็หัวหน้าส่วนคิมจงชาน ไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยแฮะว่าหัวหน้าส่วนจะเรียกฉันว่าคุณจียอน”
จากนั้นจียอนก็ส่ายหัวไปมาราวกับรู้สึกขนลุก ผิดกับซึงฮยอนที่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะตรงนี้เป็ห้องประชุมที่อยู่ถัดจากทีมวางแผนหนึ่งไม่ไกลเท่าไร เขาจึงกลัวว่าหัวหน้าส่วนผู้น่ากลัวคนนั้นอาจได้ยินเื่ซุบซิบนินทาของจียอนเข้า
“เดิมทีทีมวางแผนเคยมีคุณอีบอมและคุณคิมซังซอนอยู่ด้วย ทั้งคู่มีตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ...แต่คุณซังซอนเพิ่งลาออกไปได้ไม่นาน ตอนนี้ทีมวางแผนฯ เลยขาดคนนิดหน่อย แต่หัวหน้าส่วนก็รู้ดีว่าต้องทำยังไง”
“งั้นเหรอ แสดงว่า...หัวหน้าของฉันก็ต้องเป็คุณอีบอมน่ะสิ”
“อืม...คงงั้นแหละ แต่คุณอีบอมแทบจะไม่โผล่หน้าในบริษัท เพราะเขาเล่นโยนประชุมน่าเบื่อทั้งหมดให้ผู้ช่วยของเขาไปทำ แถมตอนนี้ต้องดูแลลูกค้าแทนคุณซังซอนอีก เขาน่าจะยุ่งมาก”
“งั้น...อีกหน่อยคนที่ฉันจะเจอบ่อยที่สุดในบริษัทก็คือ...”
“อาจจะเป็หัวหน้าส่วนคิมจงชานละมั้ง”
“นะ...นั่นสินะ”
“แต่นายน่าจะได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะเลยแหละ ถ้าบอกใครต่อใครว่าทำงานเป็ลูกน้องของหัวหน้าส่วน จะไปไหนมาไหนคนก็คงต้อนรับ”
หัวหน้าส่วนที่เคยจินตนาการถึงหลังฟังคำพูดของจียอนเมื่อวานนี้...น่าจะเป็คนที่ยุ่งสุดๆ ให้งานบานตะไท แถมยังด่าลูกน้องเก่งด้วย แต่ถึงโดนด่าหูชาขนาดไหน เขาก็คงได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการเป็ลูกน้อง แต่หัวหน้าคนนั้น อืม...
แน่นอนว่า เขา...ไม่สิ! คงตรงเผงเฉพาะเื่ที่เ้าตัวยุ่งสุดๆ ดีไม่ดี ถ้าเผลอทำอะไรผิดพลาดเข้าหน่อยก็คงโดนด่าเปิงแบบสายฟ้าแลบ แถมทำอย่างกับว่าซึงฮยอนไม่มีตัวตนอีกต่างหาก...สงสัยต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อกระตุ้นให้ตัวเองโดนด่าซะแล้ว จะได้เรียนรู้บทเรียนดีๆสักเื่
“ว่ากันว่ากำไรกว่าครึ่งหนึ่งของบริษัทเรามาจากลูกค้าของหัวหน้าส่วนทั้งนั้น พวกผู้โฆษณา[1]เลยเรียกทุกทีมภายใต้ความดูแลของหัวหน้าส่วนแบบเหมารวมว่า ‘ทีมของคิมจงชาน’ เลยละ”
“หือ? จริงเหรอ”
“อื้ม เขาเป็ตำนานในหลายๆด้านน่ะ เ้าตัวยืนกรานหนักแน่นว่าจะรับผิดชอบเฉพาะการวางแผนของตัวเองเท่านั้น ถึงขั้นแต่งตั้งตำแหน่งตัวแทนผู้จัดการที่ไม่เคยมีมาก่อนในหน้าประวัติศาสตร์ให้ด้วยนะ ไม่แปลกใจเลยถ้าเขาไปทีมอื่นแล้วได้ขึ้นเป็หัวหน้าแผนกทันที”
“ตัวแทนผู้จัดการ? มีอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ”
“ใช่ นายก็เพิ่งได้ยินครั้งแรกเหมือนกันใช่ไหม ไปข้างนอกเขาอื่นเรียกก๊อปปีไรเตอร์และ AE...แต่เอาเข้าจริง มีบริษัทไหนบ้างที่มีตำแหน่งตัวแทนผู้จัดการกัน เป็คนอื่นนะ ถ้าเป็ผู้จัดการไม่ได้ก็ต้องลงมาเป็ผู้ช่วยกันทั้งนั้น”
ซึงฮยอนตอบรับว่า “อืม” ก่อนวาดภาพในหัวครู่หนึ่ง
เขารู้จักตำแหน่งต่างๆในบริษัทแบบผิวเผิน ไม่ยักรู้ว่ามีผู้ทงผู้แทนอะไรแบบนั้นด้วย อ้อ...เคยเห็นพวกผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการหรือผู้จัดการมาบ้างตามข่าว แต่ไอ้คำว่า “ตัวแทนผู้จัดการ” เพิ่งได้ยินครั้งแรกก็ตอนมาที่นี่แหละ
“งั้นก็แต่งตั้งให้เป็ผู้จัดการไปเลยสิ จะเป็แค่ตัวแทนทำไม เขาทำงานเก่งออก”
“อ๋อ...หัวหน้าทีมชเวน่ะสิ ขนาดหัวหน้าทีมของพวกเรายังเป็แค่รองผู้จัดการเอง ขืนแต่งตั้งให้มีตำแหน่งสูงกว่ารองผู้จัดการมันก็กระไรอยู่ไม่ใช่เหรอ รองผู้จัดการกับผู้จัดการแผนกเลยตามน้ำไป แต่ในทีมวางแผนหนึ่งเนี่ยมีตำแหน่งผู้จัดการเยอะมากอยู่แล้วเดี๋ยวจะเสียสมดุลเข้า เลยให้เป็ผู้จัดการไม่ได้แล้ว อีกอย่างเ้าตัวบอกเองว่าจะทำแค่งานวางแผนเท่านั้น เลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแต่งตั้งตำแหน่งนี้ขึ้นมา”
“อย่างนี้นี่เอง...ว่าแต่ทีมเราทำอะไรกันแน่”
“อืม...เบื้องต้นก็คือการหาสตอรีมาผลิตโฆษณา...เพราะโฆษณาทุกวันนี้ไม่ได้ฉายทางโทรทัศน์เท่านั้น คิดโปรโมชันและคอนเซปต์การตลาดหลากหลายรูปแบบ โดยจะปรึกษาหารือร่วมกับแผนกอื่น”
“อ๋อ...ถ้างั้นก็ต้องคิดคอนเซปต์และสร้างแบรนด์ทุกซีซันเลยน่ะสิ”
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้เพราะสุดท้ายการโฆษณาก็คือ การตลาด”
อย่างนี้นี่เอง
เมื่อเริ่มจับทางได้ว่าการวางแผนเป็งานประมาณไหน ซึงฮยอนชักเริ่มมีความมั่นใจขึ้น
“หัวหน้าส่วนก็เป็เด็กมหาวิทยาลัย S ด้วยนะ จบคณะสื่อสารมวลชน”
“ฮะ? จริงเหรอ ถ้าสื่อสารมวลชน...”
“อื้ม เป็รุ่นพี่สายตรงของฉันเอง เห็นว่าสมัยเรียนดังมาก แต่ฉันเป็พวกคนนอก ไม่สุงสิงกับใคร เลยไม่รู้มาก่อน” จียอนยักไหล่
“แล้วทำไม...”
“หือ? เกิดอะไรขึ้น”
“เมื่อกี้ตอนฉันบอกว่าจบจากมหาวิทยาลัย S เหมือนเขาจะทำหน้าแปลกๆ...”
“อ๋อ! คงมีพวกศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัย S ไปฝึกงานกับหัวหน้าส่วนเยอะละมั้ง บางคนไม่ใช่เด็กมหาวิทยาลัย S จริงๆด้วยซ้ำ แต่อย่างที่บอกไปแล้วว่าหัวหน้าส่วนคนนั้นดังมาก แค่บอกว่าเป็เด็กฝึกงานของเขาก็จะได้รับการยอมรับจากทุกคนแล้ว”
“งั้นเหรอ”
“อื้ม แต่ว่านะ...เ้าพวกนั้นก็แค่้าเอาเื่นี้ไปเขียนอวดในจดหมายสมัครงานเท่านั้นแหละ แต่นายมาเพราะอยากเรียนรู้งานจริงๆนี่นา ไม่เป็หรอกน่า ไม่เป็ไร”
“...”
“เป็อะไรไป”
“...ซวยแล้ว”
บริหารธุรกิจเหรอ ถ้างั้นไปสมัครฝ่ายการตลาดหรือฝ่ายทั่วไปน่าจะดีกว่านี่ มหาวิทยาลัย S ดังเื่นี้ โดยเฉพาะบริหารธุรกิจ หรือว่าคุณสนใจด้านโฆษณา เคยเรียนเพราะเป็ส่วนหนึ่งในคณะบริหารธุรกิจ แต่คุณคงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการวางแผนหรือการผลิตสื่อโฆษณาเลยสินะ ใช่หรือเปล่า