“ กลับกันเถอะค่ะ ”
ดารินบอกกับดาราหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงคนป่วยตะวันสวมชุดธรรมดาที่ผู้จัดการนำมาให้ เป็เสื้อยืดสีฟ้าอ่อนกางเกงสามส่วนสีดำ ไม่ใช่ชุดผู้ป่วยของทางโรงพยาบาลแล้ว
วันนี้คุณหมออนุญาตให้ตะวันกลับบ้านได้เธอจึงรีบมาโรงพยาบาลั้แ่เช้าเพื่อพาอีกคนกลับบ้าน เพราะไม่มีอาการอะไรน่าเป็ห่วงแล้วส่วนเื่ที่น่าเป็ห่วงก็น่าจะเป็ความทรงจำที่ยังไม่กลับคืนมาของอีกฝ่าย
“ กลับไปไหนเหรอครับ ” คือตะวันไม่รู้จริง ๆ ว่าหลังจากที่เขาออกจากโรงพยาบาลแล้วต่อไปเขาจะต้องไปที่ไหนต่อ
“ ก็กลับบ้านของตะวันไง หรือตะวันจะแวะที่อื่นก่อน ”ดารินถามเผื่อว่าตะวันอยากจะไปที่ไหนก่อน อีกฝ่ายอยู่โรงพยาบาลมาหนึ่งวันเต็ม ๆ คงจะรู้สึกเบื่อถ้าได้ไปเดินเล่นในห้างซื้อของที่ชอบก็คงจะหายเบื่อ
“ ไม่ครับ ” ส่ายหน้า
“ งั้นเรากลับบ้านเลยนะคะ ”
ตะวันได้แต่พยักหน้าตอบผู้จัดการสาวไปเพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าบ้านของเ้าของร่างอยู่ที่ไหนโชคดีที่มีพี่ดารินอยู่ไม่อย่างนั้นนะ เขาคงลอยเคว้งยืนงงอยู่หน้าโรงพยาบาลแน่เพราะไม่รู้ว่าต้องไปทางไหนเงินติดตัวก็ไม่มีสักบาท
“ เอ่อ พี่ดารินครับ พี่ช่วยเล่าเื่เกี่ยวกับผมให้ฟังหน่อยได้ไหมครับคือว่า…ผมจำอะไรไม่ได้เลย ”
“ ตะวันยังจำพี่ไม่ได้อีกเหรอ ”
“ อ่า…ครับ ”
“ งั้นเดี๋ยวพี่เล่าให้ตะวันฟังระหว่างขับรถกลับบ้านแล้วกันจะได้ไม่เสียเวลา ”
อันที่จริงดารินคิดว่าดาราหนุ่มที่เธอดูแลอยู่เป็แบบนี้ก็มีข้อดีไปอีกแบบอยู่เหมือนกันเธอชอบที่อีกฝ่ายเป็เด็กที่สุภาพเรียบร้อย น่ารักเหมาะสมกับวัยไม่ได้เ้าอารมณ์เหมือนแต่ก่อน
ความจริงแล้วตะวันเป็คนเก่งและเสน่ห์ยิ่งชายหนุ่มมีใบหน้าหวานราวกับผู้หญิงเป็ทุนเดิม ก็ทำให้ดึงดูดคนรอบข้างให้อยากที่จะเข้ามาทำความรู้จักไม่น้อยซึ่งคนที่เข้ามาก็มีทั้งดีทั้งร้ายปะปนกันไป
แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีอาชีพเป็ดาราที่จะต้องพบเจอกับผู้คนมากมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่ตะวันก็ยังวางตัวได้ดีในทุกสถานการณ์ และถึงอย่างนั้นก็ยังมีเส้นบาง ๆ กั้นเอาไว้ไม่ให้ใครลุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ความเป็ส่วนตัวมากจนเกินไปจึงทำให้ถูกคนอื่นมองว่าดาราหนุ่มว่ามีนิสัยหยิ่งไม่เห็นใครอยู่ในสายตา เป็เหตุให้มีคนไม่ชอบไม่พอใจอยู่หลายส่วน
สำหรับดารินเธอมองว่าตะวันเป็เด็กที่เข้าหาคนอื่นไม่เป็มากกว่าทั้งยังเป็เด็กที่ขี้กลัวอีกด้วย กลัวว่าใครจะเข้าหาเขาเพื่อหวังผลประโยชน์มากกว่าเป็มิตรอาจจะเพราะอีกฝ่ายเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้กับตัวมาก่อน จึงทำให้เกิดความระแวงคนที่เข้ามาไม่กล้าไว้ใจใครเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
“ ครับ ”
“ ไปค่ะ เดี๋ยวพี่พาไปที่รถ ”
“ ตะวันอยากให้พี่เล่าเื่ไหนก่อนดีล่ะ ”ดารินหันมาถามคนที่นั่งสงบเสงี่ยมอยู่เบอะด้านข้างคนขับ เมื่อเธอขับรถออกมาพ้นเขตโรงพยาบาลแล้ว
“ เื่ไหนก่อนก็ได้ครับ ”
“ งั้นเอาเื่ที่ตะวันเป็ดาราก่อนแล้วกัน ”
ตะวันเองก็ไม่ได้เื่มากจะเล่าเื่ไหนก่อนหลังก็ได้เขาไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ชายหนุ่มนั่งฟังพี่ดารินเล่าเื่ของเ้าของร่างอย่างออกอรรถรถเหมือนกับเธอเองก็เก็บกดมานานแล้วเช่นกันเลยระบายออกมาหมด
แต่วีรกรรมเื่ไม่ดีของตะวันคนเก่าก็มีเยอะใช้ได้เลยเขาคิดว่าผู้จัดการสาวคนนี้เป็คนเก่งมาก สามารถรับมือและทนกับนิสัยของเ้าของร่างคนนี้ได้จากที่ฟังมาเขาเองก็พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมเมื่อวานถึงไม่มีเพื่อนคนไหนมาเยี่ยมเลยสักคน
คิดแล้วก็แอบสงสารอีกฝ่ายอยู่เหมือนกันนะขนาดเขาที่มีเพื่อนไม่เยอะ แต่คิดว่าถ้าตัวเองเข้าโรงพยาบาลก็น่าจะมีคนมาเยี่ยมบ้างล่ะนะ
เอ๊ะ!ไม่สิมีอยู่คนหนึ่งหนิ เมื่อคืนเขาจำได้ว่าตอนที่ตัวเองกำลังเคลิ้มหลับไปมีคนเข้ามาในห้องด้วยแต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นเขาดันหลับเสียก่อนเลยไม่เห็นหน้า
หรือว่าบางทีอาจจะเป็หมอที่เข้ามาตรวจเช็คอาการของเขาก็ไม่แน่ใจ
“ ขมวดคิ้วแบบนี้มีอะไรหรือเปล่า หรือว่าตะวันจะจำอะไรได้บ้างแล้ว ”
“ อ่ะ...อ๋อ เปล่าครับพี่ดารินช่วยเล่าเื่เกี่ยวกับครอบครัวของผมให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ ”ถ้าเจอกับครอบครัวของเ้าของร่างเขาจะได้ทำตัวถูก
“ ได้สิ ”
ดารินเล่าต่อว่าตะวันเป็ลูกคนสุดท้องมีพี่ชายและพี่สาวสองคนทุกคนเรียนจบและมีงานทำกันหมดแล้ว ส่วนพ่อกับแม่นั้นไม่ค่อยอยู่บ้านเพราะต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศอยู่บ่อยๆความสัมพันธ์ของครอบครัวก็ไม่ค่อยจะดีนัก ตะวันเองก็เอาแต่ใจ พอไม่พอใจอะไรก็โวยวายไม่ยอมฟังใคร ทุกคนไม่อยากให้เื่บานปลายเลยเลือกที่จะเงียบ กลายเป็ว่าพวกเขาไม่ยอมพูดกันจนความสัมพันธ์เริ่มห่างกันไปเรื่อยๆ
แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนในครอบครัวก็ยังคอยดูแลตะวันอยู่ห่างๆ เสมอ ที่เธอรู้เพราะพวกเขามักโทรมาถามไถ่ความเป็อยู่ของตะวันเป็ประจำว่าอีกคนทานข้าวตรงเวลาไหมทำงานหนักหรือเปล่า และยังฝากให้เธอช่วยดูแลตะวันอีกแรง
ด้วยเหตุนี้หากเกิดปัญหาอะไรครอบครัวของดาราหนุ่มไม่ว่าจะเื่เล็กหรือใหญ่พวกเขาก็จะเข้ามาจัดการ โดยที่ตะวันไม่รู้เลยว่าที่ไม่มีใครกล้าขัดใจดาราหนุ่มก็เพราะว่ามีเบื้องลึกเื้ัที่ใหญ่คอยปกป้องอยู่ตังหากครั้นจะทำอะไรถึงได้ราบรื่นไปหมด
“ แล้วพี่ไม่โกรธตะวันบ้างเหรอครับ ”
“ ก็ต้องมีบ้างเป็ธรรมดาแหละ ”
“ แล้วพี่ไม่คิดว่าจะลาออกไปเป็ผู้จัดการของดาราคนอื่นบ้างเหรอครับ ”
ถ้าเป็เขานะเจอคนนิสัยอย่างนี้ บอกเลยว่าตะวันคนนี้จะไม่ทน !! ขอลาออกไปตั้งนานแล้ว !!
แต่ก็เข้าใจนะงานมันไม่ได้หากันง่ายๆ ความคิดกับลงมือทำมันไม่เหมือนกันถึงอยากจะลาออกก็ทำไม่ได้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีเงินก็เหมือนกับเขาเมื่อเ้านายสั่งอะไรก็ต้องทำ จะหนักเบาหรือไม่อยากทำแค่ไหนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้มันเป็สิ่งที่ต้องยอมรับในเมื่อเราเป็ลูกน้องและอีกฝ่ายเป็เ้านาย
“ ไม่จ้ะ ”
“ ทำไมเหรอครับ ? ”
“ หึ ” ดารินมองดาราหนุ่มที่จ้องมองเธอตาแป๋วอย่างเด็กน้อยขี้สงสัย
อ่าตะวันในลุคนี้น่ารักเสียจริง เธอยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ก่อนจะตอบไปว่า
“ ก็เพราะตะวันเป็ตัวเงินตัวทองของพี่ไง ฮ่าฮ่าฮ่า ”
“ …”
เอ่อตะวันคิดว่าคำพูดของพี่ดารินนี่มันแปลก ๆ อยู่นะ มันต้องเปลี่ยนเป็ตัวทำเงินเฉย ๆหรือเปล่าถึงจะถูก แต่ที่อีกฝ่ายพูดมันน่าจะเป็สัตว์เลื่อยคลายชนิดหนึ่งมากกว่า
“ พี่ดารินแน่ใจนะครับว่านี้คือบ้านของผมจริงๆ ไม่ได้พามาผิดบ้านแน่นะ ” ตะวันมองบ้านตรงหน้าอย่างไม่แน่ใจนี่มันคฤหาสน์หรูหลังโตชัดๆ คนที่อยู่แต่ห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มาตลอดอย่างเขามาเจอแบบนี้ก็อดที่จะตาโตไม่ได้
“ แน่ใจสิ ”
ดารินหันมาตอบหยิบกระเป๋าก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ
“ อ้าว เดินมาสิตะวัน ” กวักมือเรียกเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มยังยืนนิ่งอยู่ข้างรถไม่ยอมเดินตามเธอมาจนสุดท้ายตะวันก็ยอมเดินไปหาผู้จัดการสาวในที่สุด
ตะวันเดินตามหลังของผู้จัดการสาวสวยไปอย่างเงียบๆไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้เขาจะได้มีบ้านที่ใหญ่ขนาดนี้ด้วยอาชีพพนักงานบริษัทธรรมดาได้เงินเดือนเดือนละไม่กี่บาท ใช้จ่ายทั้งเดือนก็เกือบจะไม่พอถ้าเขาเก็บเงินทั้งชาติก็คงซื้อบ้านหลังเท่านี้ไม่ได้จากที่ฟังครอบครัวของตะวันค่อยข้างที่จะมีฐานะดีพอสมควร แต่ก็ไม่คิดว่าจะรวยมากขนาดนี้
“ ทำไมบ้านเงียบจังเลยครับ ” ั้แ่ที่เข้ามาเขายังไม่เห็นใครสักคนเลยออกมาต้อนรับเลย
“ ทุกคนน่าจะจะออกไปทำงานกันหมดแล้วน่ะ ”
“ อ๋อ ครับ ”
“ คุณหนูกลับมาแล้วเหรอคะ ทานอะไรมาแล้วหรือยังคะ เดี๋ยวป้าไปทำมาให้ ” แม่บ้านมาจากที่ไหนก็ไม่รู้เดินเข้ามาทักตะวัน
ชายหนุ่มไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเป็ใครเขาจึงหันไปมองหน้าผู้จัดการสาวเพื่อขอความช่วยเหลือ
“ เอ่อ คือป้าสายใจคะ ตะวันพึ่งทานมาค่ะ ยังไงหนูขอตัวพาตะวันขึ้นไปพักบนห้องก่อนนะคะพอดีน้องพึ่งออกมาจากโรงพยาบาล้าพักผ่อน ”
“ ตายจริง ! แล้วคุณหนูเป็อะไรมากไหมคะ ” ป้าสายใจที่ได้ยินก็ใเธอเองก็ติดตามข่าวสารของคุณหนูของเธอตลอดแต่เช้าวันนี้ไม่ได้เปิดทีวีดูข่าวไม่รู้ว่าทุกคนในบ้านจะรู้เื่ที่คุณหนูเข้าโรงพยาบาลกันหรือยัง
“ เอ่อ ไม่ครับ ผมสบายดี ”
“ แล้วทำไมถึงเข้าโรงพยาบาลได้ เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ ”
“ เป็อุบัติเหตุตอนถ่ายทำละครน่ะค่ะ น้องลื่นผลัดตกน้ำ ”
ไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบก็มีเสียงแทรกขึ้นมาเสียก่อนผู้จัดการสาวหน้าซีดเมื่อเห็นว่าใครเป็คนพูด ในใจของเธอร้องว่าแย่แล้วนึกว่าที่บ้านจะไม่มีคนอยู่ซะอีก
“ ทีมงานดูแลกันยังไง ถึงได้เกิดเื่แบบนี้ได้ ”เสียงทุ่มเรียบเอ่ยขึ้นพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวคนคนอื่น ๆ
วันนี้เธอก้าวเท้าข้างไหนออกจากบ้านนะทำไมถึงได้ซวยขนาดนี้ เธอยังไม่ได้เตรียมใจที่จะเจอครอบครัวของดาราหนุ่มเลย
ตอนนี้ทุกคนในบ้านมานั่งรวมตัวกันที่ห้องรับแขกตะวันนั่งตัวลีบอยู่บนโซฟาข้างผู้จัดการสาวอย่างดารินเขาก้มหน้าลงไม่กล้าสบตากับใคร
อื้อทำไมบรรยากาศมันกดดันแบบนี้นะ อย่างกับถูกจับมานั่งสอบสวนในห้องดำเขาไม่ได้ทำอะไรผิดนะ ก็แค่มาอยู่ในร่างของลูกชายของพวกคุณเท่านั้น
“ ตะวันลูกมีอะไรจะบอกกพ่อกับแม่และทุกคนไหม ”
“ … ” ตะวันสะดุ้งเฮือกเมื่อมีคนเรียกชื่อของเขา แต่ก็ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาพูด
“ เอ่อ คุณไพโรจน์คะ ดารินมีเื่สำคัญที่จะสารภาพกับทุกคนค่ะ ” เธอรู้ดีว่าหากปิดบังเื่ที่ตะวันความจำเสื่อมไม่ใช่เื่ที่ดีนักไม่นานทุกคนก็จะสังเกตเห็นได้ว่าตะวันเปลี่ยนไปและรู้เื่ในที่สุดทางทีดีคือเธอควรจะบอกกับคนในครอบครัว ก่อนที่จะให้พวกเขามารู้เื่เองทีหลังตะวันเองก็จะได้มีคนคอยดูแลเพิ่มด้วย
การที่ผู้ป่วยได้รับการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวย่อมดีกว่าให้คนนอกมาดูแล
“ ตะวันความจำเสื่อมค่ะ ”
“ ฮะ ! อะไรนะ ”
ทุกคนใมากที่ได้ยินแบบนั้นพวกเขาสังเกตเห็นท่าทีของตะวันั้แ่ที่เจอแล้วว่าอีกฝ่ายมีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปเด็กหนุ่มดูเงียบผิดปกติ ไม่ยอมปริปากพูดอะไรเลย ทั้งยังพยายามหลบสายตาพวกเขาอีก ทั้งที่ปกติตะวันจะจ้องกลับอย่างไม่นึกกลัวใครเื่ที่อีกฝ่ายเกิดอุบัติเหตุนั้นทุกคนก็พอรู้จะอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะหนักจนถึงขั้นจำอะไรไม่ได้เลย
“ เป็เื่จริงค่ะ ตะวันจำอะไรไม่ได้เลย ”
“ ตะวันจำแม่ได้ไหมลูก ” คุณหญิงดุจดาวถามลูกชายคนเล็ก เธอไม่คิดว่าลูกของเธอจะลืมสิ้นจนหมดอย่างน้อยก็น่าจะจดจำคนในครอบครัวได้
“ ขอโทษด้วยนะครับ ผมจำพวกคุณไม่ได้เลย ”
“ ไม่เป็ไรลูก ไม่ต้องขอโทษ พวกเราจะทำทุกอย่างให้ลูกจำให้ได้ ”เสียงของคุณหญิงดุจดาวสั่นเคลือเล็กน้อย เธอไม่โทษที่ลูกจำเธอไม่ได้ ขอแค่ให้ลูกของเธอกลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว
ตอนที่ได้รู้ข่าวเธอกับสามีอยู่ต่างประเทศพวกเราทิ้งงานทั้งหมดที่ทำอยู่ แล้วตีตั๋วกลับประเทศในทันที พึ่งถึงเมื่อเช้านี้เองพอลงจากเครื่องบินก็กำลังจะขับรถไปโรงพยาบาลก็ได้ข่าวว่าอีกฝ่ายออกจากโรงพยาบาลแล้วเลยกลับมารออยู่ที่บ้านแทน
“ แล้วเื่งานของตะวัน จะเอายังไงต่อ หรือว่าจะหยุดไว้ก่อนดี ”
“ หนูคิดว่าจะให้ตะวันได้หยุดพักอยู่บ้านต่อสักอาทิตย์หนึ่งก่อนค่ะส่วนงานที่มีก็เลื่อนไปก่อน ”
“ ก็ดีเหมือนกัน อยู่บ้านเผื่อว่าตะวันจะจำอะไรขึ้นมาได้บ้าง ”
“ ค่ะ ” ดารินเองก็คิดเช่นนั้น ให้ตะวันได้อยู่กับครอบครัวน่าจะดีที่สุด
ตะวันลอบสำรวจใบหน้าของทุกคนเขาคิดว่าครอบครัวนี้หน้าตาดีกันหมดไม่แปลกใจเลยที่ตะวันจะมีใบหน้าหวานราวกับผู้หญิง เพราะอีกฝ่ายคงจะได้รับมรดกจากคุณแม่มาเต็มๆ แม้แต่ขนสักเส้นบนตัวเขาก็ไม่มี เขาสำรวจมาแล้วตอนที่เปลี่ยนชุด
เฮ้อไม่ได้เอาส่วนเด่นของคุณพ่อติดตัวมาเลยสักนิด
“ ถ้าหมดเื่แล้วหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ ”
“ อืม ”
เมื่อผู้จัดการสาวกลับไปแล้วคราวนี้ก็เหลือเพียงแต่ตะวันที่นั่งอยู่ท่ามกลางคนในครอบครัวเขานั่งหลังตรงเกร็งไปหมดทั้งตัว ไม่กล้ากระดุกกระดิก นิ่งเหมือนกับก้อนหิน จนคนที่เห็นก็อมยิ้มรู้สึกเอ็นดูในความน่ารัก
“ ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ลูก ”
“ เอ่อ ครับ ”
“ ก่อนอื่นเรามาแนะนำตัวกันก่อนนะ แม่ชื่อแม่ดุจดาว ข้าง ๆ แม่คือคุณพ่อไพโรจน์ส่วนสองคนที่เหลือเป็พี่ชายพี่สาวของลูกจ้ะ ”
ตะวันฉีกยิ้มกว้างอย่างคนอัธยาศัยดีมาอยู่บ้านเขาก็ต้องทำตัวให้ดีหน่อย ใครเห็นจะได้รู้สึกรักรู้สึกเอ็นดูอาทิตย์พี่ชายของตะวันที่เห็นน้องชายส่งยิ้มให้ก็ตะลึงนิ่งค้างไป เพราะไม่เห็นอีกฝ่ายยิ้มแบบนี้มานานแล้วจนฟ้าที่เป็น้องสาวของเขาต้องมาสะกิดเรียกถึงจะได้คืนสติกลับมา
“ อ้าว เป็อะไรคะ ทำไมหน้าแดงแบบนั้น หรือว่าเขินที่น้องยิ้มให้คะ คุณพี่ชาย” ฟ้าเอ่ยแซวพี่ชายที่หน้าแดงกล่ำอย่างขำ ๆ เธอยังไม่เคยเห็นพี่ชายเคยเขินกับใครมาก่อนเลย
“ อะ แฮ่ม เปล่าสักหน่อย ”
“ แหนะ อย่ามาปฏิเสธฟ้าหน่อยเลย หลักฐานมันฟ้องอยู่บนใบหน้าชัดขนาดนี้ ”
อาทิตย์ทำหน้าไม่ถูกเมื่อโดนแซวไม่หยุดก่อนจะปรับสีหน้าให้เคร่งขรึม
“ อย่าไปแซวพี่เขาเลย ไหนทั้งคู่มาแนะนำชื่อให้น้องรู้จักหน่อยสิ ”คุณหญิงดุจดาวเอ่ยห้ามลูกสาวคนกลาง ทว่าเธอเองก็ยังหลุดขำลูกชายคนโตอยู่เหมือนกัน
“ พี่ชื่ออาทิตย์นะ ”
“ พี่ชื่อฟ้าจ้ะ ”
ตะวันยืดตัวขึ้นก่อนจะตอบทุกคนไป
“ ผมชื่อตะวันครับ ยินดี่ที่ได้รู้จักทุกคนเหมือนกัน ”