“ข้าไม่ยอมให้เ้าตายง่ายๆ แบบนี้หรอกเ้าหมูน้อย ฮ่าฮาๆๆ” มันก้มลงมาใช้มือที่เปือดเืสีแดงอันสากกร้านบีบแก้มทั้งสองข้างของเขาและดึงหน้ามาให้ปลายจมูกขาวเนียนนั้นชิดกับจมูกที่เหี่ยวย่นของมัน
“เ้ามันก็แค่ก้อนเนื้อไร้ค่า..ไอ้หมูสกปรก”
“ถุ๊ย!” เขาถุยน้ำลายใส่หน้ามัน ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยไฟโทสะ
“จะฆ่าก็รีบฆ่า.จะพล่ามให้เสียเวลาทำไมวะ”
….ใช่แล้ว วราริน ด่ามันเข้าไป อย่าไปกลัว อยากน้อยแกก็จะได้ตายเร็วขึ้นและไม่ต้องถูกไอ้สัตว์นรกนี่ทรมาน...เขาคิด
“ยอมแพ้แล้วเหรอ เ้าหมูน้อยแบบนี้มันก็ไม่สนุกนะสิ ฮาๆๆ หืม” ติรัจฉานพูดเสร็จก็พุ่งตรงเข้าไปหมายเลียที่หน้าของวรารินอีกรอบ
เขาเบนหน้าหนีออกไปทำให้ลิ้นโสโครกนั่นได้ััแต่เพียงต้นคอและใบหูด้านซ้ายเท่านั้น ลิ้นของมันทั้งหนาทั้งใหญ่เหมือนลิ้นของวัว สากและหยาบเหมือนกระดาษทราย เปียกชื้อและคาวคลุ่งไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่า
“อ๊าก..ปล่อยกูปล่อยกู..กูจะฆ่ามึง..กูจะฆ่ามึง ฮือ..ฮือ..”
วรารินดิ้นรนสุดแรงแต่ก็ไม่อาจหนีพ้นััอันสากเสียวน่าขนลุกจากลิ้นอวบดำของเ้าติรัจฉานได้
….เทวดาองค์เทพที่ลูกนับถือ...ได้โปรดช่วยลูกที...วรารินคิดขณะจ้องมองไปบนท้องฟ้า
เื้ัใบหูเหี่ยวย่นของเ้าสัตว์ร้าย เป็ท้องฟ้าสีครามสดสดใส มีปุยเมฆสีขาวลอยลองอย่างแช่มช้า ภายใต้ดวงตะวันสีทองที่สาดแสงแรงกล้า
….อะไร....นกเหรอ!..เป็ความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัววราริน เมื่อเขาสังเกตุเห็นปีกใหญ่สีขาวกระจ่างกำลังร่อนลงย้อนแสงจากเงาของพระอาทิตย์
ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยแผ่ไปทั้วทั้งเรือนร่างที่ใส่เพียงกางเกงในตัวเดียวของชายหนุ่ม น้ำตาเขาไหลออกมาอีกครั้งด้วยความปีติยินดี ความรู้สึกอบอุ่นนี้เหมือนตอนที่ฝันเห็นแม่ครั้งแรกหลังจากที่เธอตาย เธอจะมาเข้าฝันของเขาทุกครั้งในคืนที่เขานอนร้องไห้ คืนไหนที่เขา้ากำลังใจและพลังแห่งความรักในการมีชีวิตอยู่ต่อ
“แม่มารับผมไปอยู่ด้วยแล้วเหรอ..” วรารินเม้มปากพูดพึมพัมออกมา ติรัจฉานสังเกตุได้ถึงอาการผิดปกตินี้ มันจึงหันหลังไปมองบนท้องฟ้าว่าเกิดอะไรขึ้น
“ฉิบหาย!”
มันผละตัวออกจากวรารินอย่างรวดเร็ว ยกไม้คฑารูปเคียวขึ้นมาเกือบจะไม่ทันที่จะป้องกันคมดาบแห่งแสงที่สามารถจะปลิดชีวิตมันได้
“ตูม”
คลื่นพลังสีแดงและสีขาวปะทะกันรุนแรงเกิดเป็กระแสพลังแผ่ขยายไปทั่วทั้งบริเวณ พัดเศษกระดูกปลิวกระจัดกระจายไปทั่ว นกแร้งและอีกาจำนวนมากพลันแตกตื่นบินขึ้นฟ้าราวฝูงค้างคาวที่ออกจากถ้ำในยามเย็น
นักรบหนุ่มแกร่งกำยำในชุดขาวเกราะเกล็ดปลาเข้ารูป ฟาดฟันดาบแสงสีขาวใส่เ้าสัตว์นรกร้ายติรัจฉานไม่ยั้ง ประกายพลังแสงดาบสว่างวูบวาบทุกครั้งที่เกิดการปะทะกันของอาวุธวิเศษ สลับกับท่วงท่าเพลงดาบอันอ่อนช้อยหนักแน่นงดงามราวพยาหงษ์ที่กำลังกระพือปีกร่ายรำบนผิวน้ำใส
…นี่มันอะไรกัน..เทวดาเหรอ...เสียงความคิดนี้ก้องดังที่สุดในหัวของวราริน
นักรบผู้นั้นรูปสูงสง่า งามท่วงท่ากิริยาราวเทพบุตร เคลื่อนไหวว่องไวหนักหน่วงรุนแรงจนเ้าติรัจฉานเกือบเสียท่าไปหลายครั้ง
ติรัจฉานเองก็ใช่ย่อยมันต่อสู้กับชายผู้นั้นอย่างสูสี ผลัดกันรุกผลัดรับอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเสียทีง่ายๆ แม้ร่างของมันจะใหญ่โตแต่ก็ใช่ว่าจะเคลื่อนไหวเชื่องช้า มันสามารถรับการจู่โจมของชายผู้นั้นได้ทุกกระบวนท่า และโจมตีสวนกลับเขาได้เกือบทุกครั้ง
ชายในชุดขาวถีบตัวถอยออกมาก่อนจะพุ่งแทงดาบแสงเข้าตรงไปยังหัวใจของติรัจฉาน
“ไอ้โง่..ไม่ได้ผลหรอกโว้ย” ติรัจฉานเตรียมจะปัดดาบแสงที่กำลังพุ่งเข้ามาหามัน แต่ก็ต้องใเมื่อสายกระบี่ที่พุ่งมานั้นเปลี่ยนเป็ตวัดขึ้นฟาดฟ้าปัดเอาคฑารูปเคียวของมันให้หลุดลอยออกจากมือ
“ฟิ้ว..ตูม..” ชายผู้นั้นใช้มืออีกข้างสร้างลูกบอลแสงขึ้นมาและปล่อยอัดเข้าหน้าท้องของติรัจฉานอย่างจัง
“อ๊าก..” ไอ้สัตว์ร้ายร่างใหญ่เซมายังทิศทางของวราริน ก่อนจะเสียหลักล้มทับร่างผีดิบกระดูกสองตัวที่อยู่ซ้ายมือของจนแตกละเอียด แต่ยังไม่ทันที่วรารินจะกลิ้งตัวหลบหนี ติรัจฉานก็จับกระชากร่างของเขาเหวี่ยงไปหานักรบชุดขาวผู้นั้นที่กำลังพุ่งตัวมาหมายมั่นจะจัดการไอ้สัตว์นรกที่ล้มอยู่ให้ตายตกนรกไป
“เฮ้ย!..” วรารินร้องออกมาด้วยความใ
ร่างของเขาถูกโยนออกไปราวตุ๊กตาตัวหนึ่งที่ถูกหมีตัวใหญ่โยนเล่น มันพุ่งตรงไปยังหน้าของชายชุดขาวนั้นตรงๆ และเขากำลังจะง้างดาบฟันอะไรก็ตามที่พุ่งเข้ามาให้พ้นทาง
“ว๊าก....อย่า..” วรารินร้องแหกปากะโสุดชีวิตเมื่อเห็นคมดาบแสงนั้นกำลังจะฟาดเข้ามายังร่างของเขา
คิ้วของนักรบชุดขาวผู้นั้นกระตุกขึ้นจังหวะหนึ่ง เขายั้งมือไว้ได้ก่อนที่ดาบอันทรงพลังจะแยกร่างของวรารินออกเป็สองท่อน แต่มันก็สายเสียแล้วที่จะเบี่ยงตัวหลบ
“ตุบ..โอ๊ย” ร่างชุ่มเืที่ใส่เพียงกางเกงในพุ่งเข้ากระแทกชายผู้งดงามอย่างจัง
วรารินคว้าเอาทุกอย่างที่คว้าได้ตามสัญชาตญาณ เขาเกาะดึงไหล่ของนักรบรูปงามผู้นั้นแน่น แนบเนื้อติดอกราวลิงน้อยที่เกาะแม่ลิงไม่ยอมห่าง
ทั้งคู่ล้มกลิ้งคลุกฝัุ่นไปตามพื้นทับกันหลายตลบ ก่อนจะจบตรงจังหวะนักรบรูปงามนั้นเป็ผู้นอนทับร่างของเขาพอดี
ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงมิลลิเมตร ลมหายใจผ่าวร้อนได้ััแลกเปลี่ยนกลิ่นอายซึ่งกันและกัน
เนื้อเนินกายแนบชิดติดกดทับจมลึกลงในเนื้อผ้าเกราะขาวบางอันนุ่มละมุน กลิ่นหอมอ่อนโชยปะทะโสต เด่นชัดราวดอกกุหลาบโดดเดี่ยวที่บานส่งกลิ่นอยู่กลางทุ่งหญ้า
วรารินขมวดคิ้วจ้องหน้านักรบหนุ่มผู้นั้นด้วยความรู้สึกพิสมัย แววตาของเขามีสีฟ้า แลดูอ่อนโยนดุจน้ำทะเลที่เงียบสงบ ใบหน้าเรียบเนียนราวหยกขาวกระจาก หัวใจวรารินเต้นสั่นแรงลั่นเมื่อนักรบรูปงามผู้นั้นกระตุกลักยิ้นอันอ่อนหวานให้แก่เขา หัวใจเขาพองโตจนแทบจะทะลุออกมาจากร่าง โลหิตสูบฉีดไปทั้วร่างออกอาการผ่าวร้อนวูบวาบไปทั้งตัว
“ขออภัย” นักรบรูปงามผู้นั้นกล่าววาจาด้วยน้ำเสียงอุ่นลมุน ก่อนจะผละตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
แสงแดดส่องกระทบตุ้มหูเพชรเม็ดงามข้างซ้ายของเขาเปล่งประกายวิบวับ วรารินชายตามองตามแทบไม่กระพริบ เขารู้สึกเขินอายจนแก้มที่ซีดขาว แดงก่ำขึ้นมาทันที
“ผู้ชายอะไร..ดูอบอุ่นเป็บ้า..” เขาพูดออกมาลอยๆ ด้วยใบหน้าเช่นคนเพ้อฝัน
ก่อนจะลุกขึ้นและเร้นตัวไปหลบในซอกของกองกระดูงที่กองอยู่ใกล้ๆ สังเกตุการต่อสู้ของทั้งสองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“..ระวัง..” วรารินใสุดขีด เมื่อเห็นนักรบรูปงามผู้นั้นถูกติรัจฉานร้ายพุ่งเอาไหล่เข้ากระแทกล้มลง ก่อนที่มันจะเดินเข้ามาง้างเคียวอันคมกริบนั้นขึ้นจะตัดคอของเขาให้ขาดออกจากร่างกาย
“ตายซะเถอะไอ้ ..วรินทรา..” ติรัจฉานร้องะโลั่น
ชายชุดขาวยกแขนขึ้นมาเพื่อหวังสะกัดกั้นคมเคียวทมิฬดำสายนั้น เขาอาจเตรียมใจรับความเจ็บไว้แล้วระดับหนึ่งแต่ก็คงทำใจได้ยากเมื่อรู้ว่าตัวเองเสียทีและกำลังจะตาย
วรารินเห็นแน่แล้วว่าเทพบุตรผู้นั้นกำลังจะตายหากเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง หนุ่มหล่อผู้นั้นไม่มีทางหลบคมเคียวนั้นพ้นแน่นอน และด้วยสัญชาตญาณอันว่องไวของวราริน ผู้ที่เฝ้าฝึกฝนร่างกายมาอย่างช่ำชองและสามารถทำทุกอย่างได้เพื่อผู้ชายหล่อ เขาขว้าของที่อยู่ใกล้มือที่สุดนั่นก็คือดาบสีทองสี่ฟุตที่ตกอยู่ตรงพื้น พร้อมกับถีบเท้ากระโจนตัวออกไปอย่างทันท่วงทีโดยไม่คิดถึงชีวิตตัวเองเลยแม้แต่น้อย
“ฉึก….” ดาบนั้นเสียบเข้าสีข้างของไอ้ั์ดำลึกลงไปหนึ่งในสามส่วน กระแสความเ็ปวิ่งพล่านไปทั่วร่างอันน่าเกลียดของมันทำให้คมเคียวแห่งความตายเบี่ยงทิศเคลื่อนออกจากเทพบุตรชุดขาวอย่างหวุดหวิด
“ตูม” กองกระดูกที่กองอยู่ข้างกันนั้นแตกกระจายออกด้วยพลังอำนาจแห่งอาวุธวิเศษ
คลื่นพลังกระแสหนึ่งพัดปะทะหน้าและนร่างของวราริน เขาจิกเท้าลงพื้นยึดตำแหน่งเดิมไว้กุมกำด้ามดาบแน่นก่อนจะออกแรงกดเพิ่มส่งดาบเล่มนั้นปักลึกลงไปอีก โดยไม่ใส่ใจกระแสความเ็ปที่มือทั้งสองข้างเลยแม้แต่น้อย “ย๊าก..ตายซะไอ้ชาติชั่ว”
“อ๊าก..” ติรัจฉานร้องลั่นด้วยความเ็ปแสนสาหัส มันใช้เท้าถีบวรารินกระเด็นหลุดลอยออกไปทั้งคนทั้งดาบ ความเ็ปแสนสาหัสทำให้มันแทบจะทรงตัวยืนไม่ไหว เซกายถะหลาออกไปทางซ้ายเล็กน้อย
“ไอ้หมูโสโครก” น้ำเสียงแห่งความเ็ปและเคียดแค้นแผ่ก้องกระจายไปทั่วทุ่ง ตัวของมันสว่างจ้าก่อนจะแว๊บหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย
“..โอ๊ย..ซี๊ด..” วรารินพยายามลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก ก่อนจะตะกายไปหาชายชุดขาวที่นอนเอนตัวอยู่ข้างๆ
“ข้าไม่เป็ไร..แต่..เ้า” ชายในชุดขาวผู้นั้นมีสีหน้าใเขายิ้มอย่างเขินอายก่อนจะเบนหน้าหนีจากวรารินที่ยืนอยู่ต่อหน้าไปยังทิศทางอื่น
…เรามีอะไรแปลกไปเหรอ....
วรารินคิดก่อนจะเริ่มหันมาก้มมองสำรวจตัวเอง
“พ่อมึง ! ” วรารินแทบช๊อก ความรู้สึกเย็นวาบที่หว่างขาแผ่ซ่านพุ่งขึ้นหัวทำให้รู้สึกหน้ามืดจนอยากจะเอาหัวมุดแทรกลงแผ่นดินหนีถ้าทำได้
เขารีบออกมาจากกองกระดูกนั้นเร็วมากโดยไม่ทันระวัง ทำให้ขอบกางเกงในอันเป็สิ่งเดียวที่ใส่อยู่เพื่อปิดกั้นลำอ้อยจากสายตาชาวโลกขาดออกโดยที่เขาไม่รู้ตัว
วรารินไม่กล้ามองชายที่อยู่ตรงหน้าตรงๆ เขาจึงพยายามหรี่ตาลอบมองสังเกตุอาการของเขาผู้นั้น เห็นเพียง ยิ้มกว้างที่แลดูเป็ความรู้สึกเอ็นดูมากกว่าที่จะแสดงถึงความรู้สึกรังเกียจ ชายผู้นั้นเปล่งเสียงหัวเราะหึๆ เบาๆออกมาจากลำคอ เหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังมองการกระทำไม่ประสีประสาของเด็ก
ถึงจะเป็อย่างนั้น วรารินเองก็อายจนแทบอยากจะมุดแทรกแผ่นดินหนี ต่อหน้าช่ายรูปงามเช่นนี้เขากลับนุ่งลมห่มฟ้าแถมสภาพร่างกายก็ไม่ต่างอะไรกับคนวิปลาส สกปรกมอมแมมเสียจนเขาเองก็นึกสมเพชตัวเองอยู่มาก
อดรีนาลีนในร่างเริ่มจางหายไปแล้ว ความเหนื่อยหล้าเข้ามาแทนที่ วรารินเริ่มหายใจติดขัด แขนขาอ่อนแรง ภาพที่เห็นอยู่รอบๆ เริ่มพร่ามัวก่อนจะดับวูบไปพร้อมกับร่างที่อ่อนแรงร่วงลงสู่พื้น...ไม่มีประโยชน์ที่จะฝืน เขากลับรู้สึกโล่งอกซะอีกที่ร่างของเขากำลังจะหมดสติและไม่ต้องรับรู้อะไรหลังจากนี้