๗
คนดูแล
พ่อพาร์ท
“จริงเหรอพร้อม”
ผมพูดโทรศัพท์กับปลายสายด้วยความดีใจเพราะแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ปลายสายพูด
“จริงยิ่งกว่าจริงซะอีกครับคุณท่านผมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่า จะมีคนที่กำราบลูกหนูของคุณท่านได้”
ปลายเสียงก็พูดด้วยน้ำเสียงใไม่แพ้กัน
“ฉันบอกแล้วไงว่าครูคนนี้มีของดีเพียงครั้งแรกที่เห็นก็ถูกชะตาละ”
“อยากได้มาเป็ลูกเขยก็ว่ามาเถอะน่า”
“ถ้าได้ก็ดีฉันยอมให้ทุกอย่างเลยจะทุ่มสินสอดให้หนัก ๆ ฝ่ายชายไม่ต้องเอามาให้ เดี๋ยวฉันยกขบวนไปขอเอง”
“แค่ทุ่มค่ารักษาพยาบาลแม่เขาก็มากพออยู่แล้วนะครับ”
“เื่นี้เล็กน้อยมากสำหรับฐานะอย่างฉัน”
“ผมลืมไปว่าคุณท่านรวยล้นฟ้า”
“อย่าทำงานพลาดให้ลูกหนูฉันจับได้ล่ะว่านายกำลังตามดูเขาทุกฝีก้าว ถ้าคามแตกขึ้นมาก ไม่ใช่ฉันที่เจ็บตัวแต่เป็นาย”
“ผมโดนจนชินแล้วครับทุกครั้งที่ความแตกคุณท่านก็หนีเอาตัวรอดตลอด โยนความผิดให้ผมทุกครั้ง”
พูดเสร็จปลายสายก็กดวางทันที...
เขาเรียกว่าวิธีการเอาตัวรอดนะพร้อม
คนเป็พ่ออย่างผมก็หวังเพียงว่าอาจารย์คนนี้จะช่วยกำราบลูกชายเอาแต่ใจของผมได้
แค่รู้จักกันไม่กี่วันเขายังทำให้ลูกหนูผมสงบยอมได้อย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ผมมองคนไม่ผิดจริง ๆ
จบพาร์ทพ่อ
“ดีขึ้นหรือยัง”
เขาพยุงผมเดินมาเรื่อยๆ
“ก็ผมไม่เคยเจ็บเพื่อใครมาก่อนนี่เซนเซคนแรกเลยนะ”
“ฉันขอโทษ”
“เซนเซไม่ต้องขอโทษผมหรอกเพราะถึงยังไงผมก็จะเอาคืนเซนเซ แต่ช่วยนี้เราสงบศึกกันก่อนนะ”
ผมพูดพร้อมกับเดินมาเรื่อยๆ จนถึงห้องนอนและเตียงนุ่ม ๆ ราแพงของผม
“นายหิวเหรอ”
เขาถามในขณะที่ผมค่อยๆ นั่งลงที่เตียง
“ไม่หิว...ใครหินกันดึกดื่นป่านนี้แล้วอีกอย่างกินเวลานี้มันไม่ต่อสุขภาพ...” เสียงท้องผมร้องดังขึ้นอีกครั้งซึ่งทำให้ผมอายมากจริง ๆ “สงสัยน้ำย่อยกำลังทำงานแน่ ๆ เลย”
“นายนี่มัน...ไหนบอกว่าไม่หิว...”เขาพูดพร้อมกับทำหน้านิ่งเหมือนเดิม “นั่งอยู่ตรงนี้รอ”
พูดเสร็จเขาก็เดินออกไป
ความจริงแล้วเขาก็ไม่ใช่คนเ็าไปซะทุกเื่แค่เขาเป็คนแข็งกระด้าง ดู ๆ แล้วอาจจะปากแข็งซะด้วยซ้ำไป
ผมไม่เคยยอมใครผมไม่เคยให้ใครมาด่าผม แต่ทำไมผมถึงต้องยอมอาจารย์คนนี้ด้วยนะ
ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
ผมนั่งคิดอะไรอยู่สักพักใหญ่ๆ เขาก็เดินเข้ามาพร้อมกับจานอาหาร...เขาเอาจานยื่นให้ผม
“ฉันทำได้แค่นี้แหละ”
ในจานเป็ข้าวไข่เจียวธรรมดาๆ แต่กลิ่นช่างเย้ายวนผมเหลือเกิน
“จะกินไหม”
เขาถมอีกครั้งเพราะผมมองอยู่นาน
“กินก็ได้...ปกติผมไม่เคยกินอะไรแบบนี้มาก่อนเลยนะแต่เป็เพราะก้นผมเจ็บ ผมเดินไม่ได้ ก็เลยกิน ๆ ไปก่อน”
ผมดึงจานข้าวจากมือเขาแล้วตักกินทีละคำๆ ไม่น่าเชื่อว่าข้าวสวยร้อน ๆ กับไข่เจียวที่แสนธรรมดา ทำไมมันอร่อยอย่างนี้อร่อยกว่าอาหารที่ผมไปกินในภัตตาคาร ในห้าง ในโรงแรมหรู จานละเป็พันเป็หมื่นเป็ไหน ๆ
ผมกินข้าวไข่เจียวที่อยู่ในจานจนหมดเกลี้ยง
“ยา”
เขายื่นยาให้ผมแล้วหยิบตานข้าวออกจากมือผมไป ผมทานแล้วทานน้ำตามลงไป
“นายอยู่คนเดียวได้นะฉันจะกลับละ”
“เซนเซ...คุณทำยังไงมา”
ผมถามเพราะผมไม่เห็นรถเขา
“รถเมล์”
เขาตอบผมอย่างไม่อายน้ำเสียงเรียบๆ เหมือนเช่นเคย
“เอารถผมไปขับก่อนก็ได้มันดึกแล้ว”
“ไม่เป็ไร”
เขาเดินออกไปโดยที่ไม่สนใจว่าผมจะพูดอะไรต่อ...การที่ได้รู้จักกับเขาแค่ไม่กี่วันทำไมผมถึงรู้สึกว่าชีวิตผมมันกำลังจะเปลี่ยน
ความจริงอาจารย์หน้าบึ้งต้องอยู่ดูแลผมไม่ใช่เหรอเพราะเขาเป็ทำให้ผมเจ็บ ถ้าเขาไม่หยุดเดินผมก็ไม่ชนเขาจนผมต้องล้นก้นกระแทกกับพื้นหรอก
ผมกำลังจะล้มตัวลงนอนแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้มีสอบภาษาญี่ปุ่นที่เรียนไปวันนี้ผมจึงรีบลุกขึ้นมานั่งท่องศัพท์พร้อมกับทบทวนแกรมม่าที่เรียนไปวันนี้ทันทีเพราะถ้าพรุ่งนี้ผมสอบไม่ผ่านก็ต้องเรียนซ้ำบทเดิมอีก...มันเป็สิ่งที่น่าเบื่อมากๆ รวมถึงคนสอนด้วย
ไม่รูว่าเป็เวรเป็กรรมอะไรของคุณหนูอย่างผมทำไมต้องมานั่งเรียนอะไรแบบนี้ด้วย ตอนที่เลือกเรียนเพราะมีแต่คนบอกว่าง่ายพอเรียนแล้วหือ...นรกชัด ๆ แต่จะให้ทำยังไงได้ในเมื่อเลือกแล้วก็ต้องเรียนให้จบแต่จะจบเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกที
นอกจากที่ต้องเรียนให้จบแล้วยังต้องมาเจออาจารย์สอนพิเศษหน้าบึ้ง ๆ ที่วัน ๆ ชอบดุ ชอบว่าให้ผม ทั้ง ๆที่อาจารย์คนก่อนที่มาสอนผม หรือรวมถึงอาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่สอนผมก็ยังไม่ว่าให้ผมแบบนี้มาก่อน...เขาเป็แรกที่กล้าด่าผมคอยดูนะหลังจากเรียนเสร็จผมจะเอาคืนซะให้เข็ด
ปราณนต์พาร์ท
“ณนต์”
“ปล่อยผม แล้วอย่ามายุ่งกับผมอีก”
ผมคิดอะไรไปพลาง ๆระหว่างเดินมาป้ายรถเมล์...เหตุการณ์วันนี้ยิ่งทำให้ผมเกลียดเขา แต่ผมยิ่งหนีเขาเท่าไหร่ผมยิ่งหนีไม่พ้น ผมไม่อยากเจอเขา แต่ผมก็เจอเขาจนได้เมื่อไหร่เขาจะออกไปจากชีวิตพวกเราสามคนสักที
ทีเมื่อก่อนเขายังไม่เป็แบบนี้เลยเขาไม่เคยสนใจว่าเราจะอยู่กันอย่างไร กินอะไรกัน มีเงินใช้หรือเปล่าเขาไม่แม้แต่จะมาหา แล้ววันนี้ล่ะ เขามาทำไม เขา้าอะไรเพียงเพราะว่าสำนึกผิดกับสิ่งที่คนเองทำอย่างนั้นเหรอ
มันฟังไม่ขึ้น...
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลต่างๆ ที่เขางัดมาอ้างว่า เป็เพราะความไม่เหมาะสม เขาจึงทิ้งแม่ ทิ้งผมและน้องหรือเพราะเราต่างกันมากเกินไป...มันจัดเป็ข้ออ้างที่ไร้ซึ่งเหตุผลที่สุด ทั้ง ๆที่เขาก็รู้ว่าตอนนั้นแม่ท้องนุชอยู่อีกคน แต่เขาก็ขับไล่ผมและแม่ที่กำลังท้องอ่อนๆ ออกจากบ้าน โดยแม้แต่เงินบาทเดียวเขาก็ไม่ให้...เพียงเพราะเขาเชื่อแม่ของตัวเองแล้วไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น
เขาไม่เคยคิดว่าพวกเราจะอยู่กันยังไงครั้งหนึ่งแม่แบกหน้ากลับไปบ้านหลังนั้นเพียงเพราะจะขอเงินมาลงทุนตั้งตัวแต่แล้วก็ถูกกีดกันจากผู้เป็แม่ของเขาซึ่งผมไม่เคยเรียกเขาว่ายายเขายืนมองผมกับแม่ด้วยสายตาที่เฉยชาผมมองสายตาที่คนที่ได้ชื่อว่าเป็พ่อของผมในตอนนั้นด้วยความเ็ปเขามองผมโดยที่เขาปราศจากความรู้สึกใด ๆ ทั้งสั้น มันเป็สายตาที่เฉยชาพร้อมที่จะฆ่าผมกับแม่ให้ตายทั้งเป็
แต่พอมาวันนี้เขามาทำดีกับผมกับน้องผม กับแม่ผม...การที่เขาทำแค่นี้ถ้าคิดว่ามันจะลบล้างความเลวที่เขาทำกับพวกเราได้ เขาคิดผิด ถึงแม้แม่จะใจอ่อนแต่คนอย่างผมไม่ใจอ่อนให้กับเขาเด็ดขาด ที่ผมโตมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะแม่เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เลี้ยงดูผมคือเงินที่ได้มาจากการขายผัดไทยของแม่
ผมยกมือขึ้นปาดน้ำตาแล้วเดินก้มหน้าขึ้นรถประจำทางกลับบ้าน
สิ่งที่เขามอบให้เด็กคนหนึ่งในวันนั้นมันคือความเ็ปที่สุด
แม้แต่ความอบอุ่นจากเขาผมยังไม่เคยได้รับและไม่คิดที่จะรับจากเขาด้วย
เพราะแค่ความอบอุ่นที่แม่ให้ผมมันก็มากพอแล้ว
ผมควานมือหาโทรศัพท์เพราะเสียงเรียกเข้าดังขึ้น...ใครโทรฯมาเวลานี้เบอร์ไม่คุ้นตา แต่ผมก็ตัดสินใจกดรับ
“ปราณนต์พูดสายครับ”
“เซนเซ”
ปลายเสียงดูงัวเงียและงอแง
“นายเอาเบอร์ฉันมาจากไหน”
“นายหมาน้อยให้ผมไว้”
“แล้วโทรฯมามีอะไร...” ผมเหลือบมองนาฬิกาซึ่งตอนนี้เวลาตีสามกว่า ๆ“มันดึกมากแล้วนะฉันจะนอน”
“เซนเซผมปวดก้นปวดมาก ๆ ด้วย กินยาก็ยังไม่หายปวด นอนก็ปวด นอนก็ไม่ได้มันปวดมาก ๆ เลย ผมโทรฯหานายหมาน้อยก็ไม่ติด โทรฯ ไปที่บ้านก็ไม่มีใครรับ”
น้ำเสียงงอแงนั้นดูแ่เบาเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่ด้วย
“เดี๋ยวฉันไปหารอฉันหน่อยนะ”
ผมกดวางสายแล้วลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าจากนั้นก็รีบออกจากบ้านไปหาเด็กเอาแต่ใจทันที
ความจริงแล้วที่เขาล้นก้นกระแทกพื้นมันก็ไม่ใช่ความผิดของผมทั้งหมดหรอก มันเป็ความผิดของเขาด้วยที่ไม่ระวังอีกอย่างก็มัวแต่พูดมาก แต่ผมก็ต้องดูแลเขาให้เต็มที่เพราะผมได้รับปากกับพ่อเขาไว้แล้ว
“คุณรักบอกให้เอากุญแจสำรองให้คุณครับ”
พนักงานหน้าเคาน์เตอร์คอนโดฯยื่นคีย์การ์ดให้ผมผมรับคีย์การ์ดแล้วรีบไปที่ห้องของเด็กเอาแต่ใจทันที เพราะป่านนี้คงนอนร้องไห้ขี้มูกโป่งไปแล้วล่ะ
ความจริงการเจอกันครั้งแรกของผมกับเขาเป็เื่ที่ไม่น่าประทับใจเลยแม้แต่น้อยนับั้แ่เขาไปแย่งเค้กของผมจากร้านขายเค้ก และยังผิดนักผมอีก
แต่ทำไมผมมองความเอาแต่ใจของเขาเป็เื่น่ารักก็ไม่รู้...เพราะมันไม่ได้ไปทำร้ายใครอย่างที่เขาพูดแต่มันอาจจะมีบ้างที่ไปทำร้ายความรู้สึกของคนอื่น แต่จะพูดไปก็เท่านั้นเพราะยังไงเขาก็คงไม่ปรับตัว
ต้องค่อยๆ บอก ค่อย ๆ สอนกันไป...อีกนาน
ผมเปิดประตูห้องแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนที่เปิดไฟอยู่ร่างบางนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง ข้าง ๆ เตียงมีแต่ชีทและเอกสารที่ผมเอาให้เขาอ่านทว่ามันกระจัดกระจายเต็มไปหมด ผมเข้าไปนั่งที่เตียงอย่างนุ่มนวลแล้วพลิกตัวเขาให้หันหน้ามา
ดวงตากลมโตนั้นตอนนี้เปิดสนิทเวลาเขาโกรธ หรือใครทำอะไรไม่ได้ดั่งใจหรือสงสัยอะไร เขาจะชอบทำดวงตากลมโตผมมองใบหน้านั้นอย่างถี่ถ้วน ตามแก้มมีคราบน้ำตาติดอยู่จะว่าไปแล้วเวลาหลับแบบนี้ก็ดูน่ารักเหมือนเด็กทั่วไป ไม่มีพิษภัยอะไรแต่พอตื่นขึ้นมา...พิษร้ายยิ่งกว่างูพิษอีก
“เซนเซ”
ดวงตากลมโตต่อยๆ เปิดขึ้น เขาทำตาปรื๋อใส่ผม พร้อมกับปากบางสีชมพูค่อย ๆ ขยับ
“ผมร้องไห้จนเผลอหลับไปเมื่อกี้มันปวดมาก ผมกินยาแก้ปวดไปตั้งหลายเม็ด”
น้ำเสียงแ่เบาค่อยๆ พูดออกมาจากลำคอ
“ตอนนี้นาย้าอะไรอีกไหม...”เขาส่ายหน้าไปมา “งั้นก็นอน”
เขาพยักหน้าเบาๆ
ผมวางร่างบางลงกับที่นอนเบาๆ แล้วพิจารณาดูร่างนั้นอยู่สักพัก ร่าง เล็กๆ บาง ๆ อย่างกับผู้หญิง ริมฝีปากบางอมชมพูเป็กระจับได้รูปสวย ดวงตากลมโต ขนตางอนเป็แพประหนึ่งเหมือนผู้หญิงแต่คนที่นอนอยู่ตรงหน้าผมเขาเป็ผู้ชาย...ผมสลัดความคิดนี้ทิ้งไปแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เขา แล้วเดินอ้อมไปเก็บเอกสารต่าง ๆ วางไว้บนโต๊ะ
จากนั้นก็ล้มตัวลงที่โซฟาหรูปลายเตียงเพราะตอนนี้ผมคงกลับบ้านไม่ไหวแล้วล่ะ