ภายในถ้ำ 'มรกตบันทึก์' มีพื้นที่ทั้งหมดอยู่ 4 ชั้น ในแต่ละชั้น ทุกพื้นที่จะเชื่อมต่อทะลุถึงกันทั้งหมด โดยถ้าหาก้าที่จะขึ้นชั้น 2 ต้องไปตรงกลางของพื้นที่ จะมีบันไดเวทย์ เมื่อกำจัดหัวหน้าอสูรของชั้นได้ เวทย์มนต์ที่ปิดกั้นจะคลายลง ทำให้สามารถขึ้นไปชั้นต่อไปได้
"ด้วยปราณแห่งข้า โปรดมอบพลังให้แก่ข้าด้วยเถิด ธนูทะลวงอสูร" !!
หลังจากที่ประตูยังเปิดไม่ทันสุด หลินหลิงโคจรพลังปราณพร้อมยิง เป็เพราะเธอใช้ 'ตรวจสอบ' อยู่ตลอดเพื่อให้พร้อมกับสิ่งไม่คาดคิด
ซึ่งก็เป็อย่างที่เธอคาดไว้ มีปีศาจอสูรที่แข็งแกร่งอย่างมาก (ระดับ 2) สีทอง ชื่อของมันคือ 'ดรอปเปอร์' หัวของมันเป็ปาก 4 แฉก มีฟันอันแหลมคมพร้อมจะฉีกเหล็กกล้าให้กระจุยกระจายอย่างไม่ปราณี
มันมีขนาดตัวไม่ต่ำกว่า 3 เมตร ที่สำคัญมันมีความว่องไวอย่างมาก ไม่เป็สองรองใครในถ้ำแห่งนี้
'หือ ! ทำไม อสูรระดับนี้มันมาอยู่ข้างหน้าถ้ำได้นะ ?' ชางอวิ๋นคิดเมื่อเขาได้เห็นสิ่งที่มันอยู่ตรงหน้าและโครจรพลังพร้อมต่อสู้ แต่ไม่พร้อมเท่ากับหลินหลิง
ลูกธนูแสงของหลินหลิงถูกยิงด้วยความเร็วสูง "เปรี้ยง" !! 'มันได้ผล' ปีศาจอสูรหวังจะเอามือปัดลูกธนูแสงอันเล็กๆของเธอ แต่หารู้ไม่ว่าลูกธนูแสงดอกนี้มันมีทั้งความเร็วและรุนแรงเป็อย่างมาก
"ตูมมมม" ทำให้มือของมันสะบัดอย่างรุนแรง แล้วตัวของอสูรก็กลิ้งไปด้านข้างตามแรงสะบัดของมือมันด้วย
ชางอวิ๋นไม่ปล่อยโอกาสดีงามอันนี้ เคลื่อนย้ายตนไปตามความเร็วของมัน โคจรพลังปราณทั้งหมดเข้ามาอยู่ที่หมัด
"ตูมมมม" ทันที ที่อสูรมันกำลังกลิ้งลอยเหนือพื้นของถ้ำ หมัดของชางอวิ๋นก็อัดเข้าไปที่หลังของมันทำให้มันเสียหลักล้มลงไปกระแทกกับพื้น กระเด็นไปไกล
จากที่ชางอวิ๋นััิัของมันรู้ทันทีว่าถ้าไม่ใช้วิชา จะทำยืดเยื้ออาจเกิดเหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้
เด็กหนุ่มจึงโคจรพลังปราณวิชาระดับตำนาน ร่างทั้งร่างมีลมปราณพลังแผ่พุ่งออกมาอย่ารุนแรง ชางอวิ๋นทะยานทิ้งหลุมบนพื้นใหญ่มากโดยมี รัศมีถึง 10 เมตร พุ่งไปด้วยความเร็วเสียง แล้วต่อยเข้าไปที่ท้องของมัน
"บูมมมม" อสูรเร่งความเร็ว หวังจะใช้พลังทั้งหมดซัดเข้าที่หน้าของเด็กหนุ่มที่พุ่งเข้ามา แต่ไม่ทันซะแล้ว "ตูมมมมมม" เนื้อของมันแหลกเหลว ไม่เหลือความเป็อสูรต่อไปอีก เมื่อมันตายลงแสงสีทองก็วิ่งเข้ามาในร่างของชางอวิ๋น
"โอ้ววว ข้าคิดว่าปีศาจอสูรระดับนี้ จะไม่ตึงมือพวกเรามากซะอีก นี้ท่านเล่นใช้วิชาระดับนี้กับมันเลยหรอ"
หลินหลิงเห็นชางอวิ๋นใช้ท่านี้ั้แ่เริ่ม จึงรู้แล้วว่าปีศาจอสูรตัวนี้ หนักเกินไปสำหรับพวกเขาทั้ง 2 คน
"ขอข้านั่งพักก่อนนะ วิชานี้กินพลังลมปราณข้าไปกว่า 6 ส่วน"ชางอวิ่นไม่รู้ว่าข้างหน้าจะมีอะไรโผล่ออกมาอีก จึงเตรียมความพร้อมไว้ก่อน หลินหลิงเห็นชางอวิ๋นโคจรพลังรักษาอยู่ ตนก็เข้าไปเก็บลูกแก้วิญญาอย่างมีความสุข
และเสียงะเิตูมตามก็ดังขึ้นเป็ระยะ
เวลาผ่านไปเพียง 100 ลมหายใจ ชางอวิ๋นก็ลืมตาขึ้นพร้อมลุย กลับพบว่าหลินหลิงยื่นลูกแก้วิญญามาทั้งหมด 20 กว่าเม็ด ทุกเม็ดเป็อสูรระดับ 2 ทั้งหมด แต่มันเป็แค่สีขาว มีเพียงแค่ 1 เม็ดเท่านั้นที่เป็สีทอง
'แสดงว่าพลังปราณออร่าสีเขียว ขั้น 7 ของหลินหลิง สามารถต่อกรกับ อสูรระดับ 2 สีขาวได้สบายๆสินะ'
ชางอวิ๋นคิดว่าถ้าจะไปชั้น 2 สงสัยต้องเพิ่มพลังปราณจากชั้นนี้ก่อน จึงหยิบลูกแก้วิญญาทั้งหมดมากลั่น แล้วแบ่งกันบ่มเพาะพลัง
โดยชางอวิ๋นจะให้หลินหลิงมากกว่าเนื่องจาก เขาได้รับพลังจากอสูรที่ตายด้วยน้ำมือของเขาอยู่แล้ว
"ซูมมมมม" หลังจากที่ทั้งคู่ใช้เวลากลั่นเพียง 20 ลมหายใจ เสียงะเิออร่าข้ามขั้นก็ดังปะทุขึ้น
"ตรวจสอบ ! โอ้ว หลิงน้อย เ้ามีพลังปราณออร่าสีส้มขั้น 2 แล้ว"
"ท่านก็เท่ากับข้านั่นแหละ" หลินหลิงรู้สึกถึงวาสนาที่เกิดขึ้น เธอไม่คิดเลยว่าระยะเวลาที่เจอกับชางอวิ๋นเพียงแค่ 1 เดือนนั้น จะทำให้พลังปราณของเธอทะลุมาจนถึงระดับนี้ได้ เธอทั้งดีใจและอบอุ่นเป็อย่างมาก
'พวกเ้าอย่าเพิ่งดีใจกันไปข้ามีความรู้สึกถึงออร่าอันสยดสยอง อยู่บนหัวของพวกเ้า เมื่อขึ้นไปชั้นต่อๆไป จงระวังตัวกันเอาไว้ให้มากๆ' จู่ๆ เทพัฟ้าก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็กังวล
"ท่านัน้อย อย่าได้กังวลไปข้ากะว่าจะเก็บกวาดอสูรชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ให้หมด พวกเราก็จะกลับไปพักผ่อนแล้ว ข้ารู้ตัวว่าพลังในตอนนี้ยังปราบตัวที่ท่านพูดถึงไม่ได้หรอก"
'หึ ! เ้าไม่ปราบมันแล้วเ้าจะออกไปอย่างไร' ชางอวิ๋นใมาก หันไปดูประตูที่พวกเขาเข้ามา
"มันหายไปแล้ว" !! ชายหนุ่มะโอย่างใ ทำให้สาวน้อยหันไปมองเหมือนกัน ทั้งคู่ตกอยู่ในอาการมึนงง บรรยากาศเริ่มมาคุ ชางอวิ๋นจึงเอ่ยเพื่อทำลายบรรยากาศแบบนี้ไป
"ก็ช่างมัน ข้าพอจะมีแผนที่ทำให้เราสองคนรอด ออกไปอย่างปลอดภัยแน่นอน"
หลินหลิงได้ยินอย่างนั้นก็รีบเข้ามากุมมือชางอวิ๋น เพราะนางมีความรู้สึกถึงความเข้มแข็งของชายหนุ่มแต่ก็รู้สึกถึงความกังวลที่ออกมาจากแววตาเขาด้วยจึงปลอบใจโดยการกุมมือ
ชางอวิ๋นรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย "นี้เราเพิ่งกวาดอสูรไปเพียงแค่นิดเดียว พลังพวกเราก็สูงขึ้นมากขนาดนี้แล้ว"
"เรามาพยายามด้วยกันนะ" หลินหลิงเอ่ย
ทันใดนั้นเสียงที่สยดสยองที่สุดก็บังเกิด !! "โฮกกกกกกกกกกก" แค่เสียงทำให้ถ้ำสั่นะเื พื้นดินขยับ พลังลมปราณของทั้งคู่กระเพื่อม ควบคุมลมปราณไม่ได้ชั่วขณะ
หลังจากที่ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เมื่อทั้งคู่ได้ยินเสียงนี้เข้า มือทั้งสองก็บีบแน่นโดยที่ไม่รู้ตัว
จากความหน้ากลัวที่แทรกเข้ามาในจิตใจ ชางอวิ๋นจึงมีความคิดที่เปลี่ยนแผนใหม่ทันที "ถ้าต้องเจออะไรที่มันอยู่้าแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ งั้นวันนี้วันเดียวจะทลวงให้ถึงชั้น 4 เลย จากนั้นค่อยมาวางแผนกันอีกทีดีไหม"
ชางอวิ๋นมีความรู้สึกถึงใจหวิวๆ 'ลางสังหรณ์ของข้าไม่ค่อยจะดีซักเท่าไร รู้สึกถึงอันตรายขั้นสูงสุดเลยท่านัน้อย'
'มันก็ใช่ ถ้าข้าคิดไม่ผิด เ้าได้เจอกับ 1 ใน 7 เทพอสูรัฟ้าเป็แน่ ภาวนาอย่าให้เจอกับัทมิฬ เพราะมันเป็คู่อริกับข้าโดยกำเนิด ข้าไม่สามารถเจรจาต่อรองอะไรกับมันได้ ขออย่าให้เจอกับมันหละกัน'
ชางอวิ๋นจึงลุกขึ้น รีบไปเก็บกวาดอสูรชั้นแรกทั้งหมด โดยที่ประตูเวทย์นั้นเปิดออกแล้วแสดงว่า ปีศาจอสูร 'ดรอปเปอร์' มันคือหัวหน้าอสูรของชั้นนี้ นี่เอง
เมื่อได้ลูกแก้วิญญามา ชางอวิ๋นก็ทำแบบเดิม กลั่นและแบ่งกัน บ่มเพาะเพิ่มพลังปราณโดยให้ระดับพลังปราณใกล้เคียงกันให้มากที่สุด พอขึ้นมาชั้นที่ 2 ก็ทำวนแบบเดิม ไม่เจอปัญหาหนักใจแม้แต่น้อย
ทั้งคู่ร่วมกันฝ่าฟันแบบง่ายดาย โดยแต่ละชั้นทิ้งคัมภีร์ไว้ ระดับที่ 2 หนึ่งเล่ม ระดับที่ 3 หนึ่งเล่ม โดยสีของเล่มนั้นแตกต่างจากคัมภีร์ธรรมดาเป็อย่างมาก เพราะว่ามันมีสี "ทอง" !!
---------------------
ตอนต่อไป : สิ่งที่คิดอาจจะไม่ใช่ สิ่งที่ใช่อาจจะไม่ได้คิด