App ล่าสวาท

    ตอนที่ 61: กองพันร่านราคะ


    เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของรองเท้าคอมแบทหลายสิบคู่กระแทกลงบนพื้นคอนกรีตของลานจอดรถชั้นใต้ดินแห่งหนึ่งในคอนโดหรูใจกลางเมืองหลวง บรรยากาศโดยรอบอึมครึมและเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดหน่วยสืบสวนคดีพิเศษ ทุกนายสวมชุดปฏิบัติการสีดำสนิท สวมเสื้อเกราะกันกระสุนหนาเตอะ หมวกยุทธวิธีและอาวุธปราบจลาจลครบมือ แววตาของพวกเขาภายใต้หน้ากากและแว่นตากันสะเก็ดนั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นทว่าก็ซ่อนความประหม่าเอาไว้ลึกๆ

    ผู้พันวุฒิ หรือ พันตำรวจโท สราวุฒิ นายตำรวจหนุ่มใหญ่ผู้มีใบหน้าคมเข้มและดุดัน ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าแถวของลูกน้อง เขากวาดสายตาคมกริบมองตรวจความเรียบร้อยของกองกำลังรบพิเศษที่ถูกระดมมาเพื่อภารกิจจับกุมที่อันตรายและแปลกประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ของกรมตำรวจ ข้างกายของเขาคือ ผู้กองเมย์ หรือ ร้อยตำรวจเอกหญิง เมทินี นายตำรวจสาวสวยผู้มีใบหน้าหวานซึ้งแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ทว่าในเวลานี้ ภายใต้ความเข้มแข็งที่พยายามแสดงออก ผู้กองเมย์กลับซ่อนความหวาดกลัวและใจสั่นระรัวเอาไว้ภายในอย่างมิดชิด

    ความทรงจำอันเลวร้ายทว่าแสนจะสยิวซ่านจากการบุกจับกุมครั้งก่อนยังคงตามหลอกหลอนเธอ ภาพของความหิวกระหายกามารมณ์ที่ปะทุขึ้นอย่างไร้การควบคุม สัมผัสเร่าร้อนที่แผดเผาจากภายใน และความอับอายที่ต้องสูญเสียความเป็นตัวเองให้กับคลื่นพลังงานประหลาด เธอยกมือขึ้นสัมผัสอุปกรณ์ขนาดเล็กที่แนบติดอยู่บริเวณหลังใบหูและขมับ มันคือ "แอนตี้รัสต์ รุ่นหนึ่ง" เครื่องบล็อกเกอร์คลื่นสมองรุ่นต้นแบบที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างเร่งด่วนโดยทีมวิศวกรของกองทัพ เพื่อป้องกันความถี่ตัณหาของมารราคะที่พวกเขาต้องเผชิญ

    "ผู้กอง... ไหวไหม" เสียงทุ้มต่ำของผู้พันวุฒิดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของเธอ เขาก้าวเข้ามาใกล้และวางมือลงบนไหล่บอบบาง บีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านกำลังใจ

    ผู้กองเมย์สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกดข่มความสั่นสะท้านที่ตีตื้นขึ้นมาในอก "ไหวค่ะผู้พัน เมย์จะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบคราวก่อนอีกเด็ดขาด"

    "ดีมาก อุปกรณ์แอนตี้รัสต์รุ่นนี้ผ่านการทดสอบมาแล้ว มันจะช่วยกรองคลื่นสะกดจิตและปกป้องสติสัมปชัญญะของเราได้อย่างแน่นอน เราจะบุกขึ้นไปที่เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด จับกุมตัวเป้าหมายและปิดระบบบัดซบนั่นให้สิ้นซาก" ผู้พันวุฒิกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนจะหันไปสั่งการลูกน้อง "ทุกคนเตรียมพร้อม! เป้าหมายคือห้องเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด เราจะแบ่งกำลังบุกขึ้นไปทางบันไดหนีไฟและลิฟต์โดยสาร ระวังตัวให้ดี หากพบสิ่งผิดปกติให้รีบรายงานทันที ไปได้!"

    สิ้นเสียงคำสั่ง กองกำลังคอมมานโดก็เคลื่อนพลอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ พวกเขาบุกพังประตูทางเข้าหลักของคอนโดหรู ก้าวข้ามผ่านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ถูกสั่งให้หลบเลี่ยงไปก่อนหน้า มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวอาคารด้วยความเงียบเชียบและรัดกุม

    ในขณะเดียวกัน ที่ห้องควบคุมส่วนตัวภายในเพนต์เฮาส์สุดหรูชั้นบนสุด รัชชา หญิงสาวผู้เคยมีภาพลักษณ์เป็นเพียงโปรแกรมเมอร์แว่นหนาจอมเฉิ่ม บัดนี้ได้หลอมรวมร่างเข้ากับธิดามารราคะอย่างสมบูรณ์แบบ เธอทอดร่างนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังบุนวมนุ่มลื่น แว่นตาสายตาถูกโยนทิ้งไปอย่างไร้ค่า ดวงตากลมโตที่เคยเรียบเฉยบัดนี้เปล่งประกายแสงสีม่วงอเมทิสต์อันเจิดจ้าและลึกลับ แฝงไปด้วยอำนาจมืดและตัณหาที่พร้อมจะแผดเผาทุกสรรพสิ่ง

    บนหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่หลายสิบจอที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า ปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดทุกมุมของคอนโดหรู เผยให้เห็นการบุกรุกของกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ทุกขณะ รัชชาเหยียดยิ้มบางที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่เต็มไปด้วยความสมเพชต่อความพยายามอันสูญเปล่าของมนุษย์ผู้โง่เขลา

    "คิดว่าจะหยุดฉันได้ด้วยของเล่นปัญญาอ่อนพวกนั้นงั้นเหรอ... ช่างน่าขบขันเสียจริง" เสียงหวานใสทว่าแหบพร่าไปด้วยความกระหายดังขึ้นแผ่วเบา

    นิ้วเรียวยาวที่เคลือบด้วยสีทาเล็บสีม่วงเข้มจรดลงบนแป้นพิมพ์ พิมพ์คำสั่งลงในระบบหลังบ้านของแอปพลิเคชันอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ก่อนจะกดปุ่มตกลงเพื่อเปิดใช้งานระบบการป้องกันขั้นสูงสุด

    "แพนเดโมเนียมโดเมน เวอร์ชันสี่จุดศูนย์... ทำงาน"

    สิ้นคำสั่ง เสาส่งสัญญาณคลื่นพลังมารที่ซ่อนอยู่ภายในห้องของรัชชาก็เริ่มทำงานอย่างเต็มกำลัง มันปลดปล่อยรังสีและคลื่นเสียงสะกดจิตความถี่ต่ำที่หูมนุษย์ไม่สามารถได้ยิน ทว่ากลับทะลวงลึกเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางโดยตรง คลื่นพลังงานสีม่วงเข้มแผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง ทะลุทะลวงผ่านผนังคอนกรีตหนา กระจก และเหล็กกล้า กวาดผ่านไปทั่วบริเวณโถงทางเดินและช่องลิฟต์อย่างบ้าคลั่งราวกับพายุคลั่งที่มองไม่เห็น

    วินาทีที่คลื่นพลังมารราคะถูกปลดปล่อย ร่างกายของรัชชาเองก็เกิดปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรุนแรง ประสาทสัมผัสเชื่อมโยงทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ คลื่นความถี่ที่เธอส่งออกไปเพื่อกระตุ้นตัณหาผู้อื่น กลับย้อนกลับมากระตุ้นร่างกายของเธอเองด้วยเช่นกัน ความร้อนผ่าวแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย ผิวเนื้อเนียนละเอียดเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อ ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดและหอบถี่ขึ้น

    ความรู้สึกเสียวซ่านรุนแรงก่อตัวขึ้นที่จุดกึ่งกลางลำตัว กลีบกุหลาบงามที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างบวมเป่งและเต้นตุบๆ ตามจังหวะของคลื่นสะกดจิต หยาดน้ำหวานสีใสหลั่งรินออกมาจากร่องรักอย่างควบคุมไม่ได้ มันไหลเยิ้มจนเปียกแฉะกางเกงชั้นในตัวจิ๋ว สร้างความรู้สึกเหนอะหนะทว่ากลับกระตุ้นความกระสันอยากให้พุ่งสูงขึ้น รัชชาบิดเร่าร่างกายบนเก้าอี้ ขาเรียวหนีบเข้าหากันแน่นเพื่อบรรเทาความเสียวสะท้านที่โจมตีเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน เธอรับรู้ได้ถึงความรุ่มร้อนและความต้องการที่กำลังจะปะทุขึ้นในหมู่เจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องล่าง และความรู้สึกนั้นก็ยิ่งทำให้เธอเสร็จสมทางอารมณ์อย่างถึงอกถึงใจ

    ทางด้านกองกำลังตำรวจ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกบนโถงทางเดินชั้นเพนต์เฮาส์ สิ่งแรกที่พวกเขาสัมผัสได้คือไอหมอกสีม่วงจางๆ ที่ลอยอบอวลอยู่เต็มพื้นที่ มันหนาแน่นจนแทบบดบังทัศนวิสัย ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นหอมหวานประหลาดที่ปะปนมากับหมอกควันนั้นกลับกระตุ้นความรู้สึกบางอย่างในส่วนลึกของจิตใจ มันไม่ใช่กลิ่นของดอกไม้หรือน้ำหอมราคาแพง แต่เป็นกลิ่นของฟีโรโมนแห่งความใคร่ กลิ่นของตัณหาดิบเถื่อนที่ถูกสกัดมาอย่างเข้มข้นจนผิดธรรมชาติ

    ตำรวจคอมมานโดนายอื่นๆ ในทีมบุกที่ไม่ได้สวมใส่อุปกรณ์แอนตี้รัสต์ เริ่มแสดงอาการผิดปกติออกมาแทบจะในทันทีที่สูดดมกลิ่นและได้รับคลื่นสะกดจิตเข้าสู่ระบบประสาท ร่างกายที่เคยแข็งแรงและเต็มไปด้วยมัดกล้ามบัดนี้กลับร้อนผ่าวราวกับถูกไฟสุม เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้าและลำคอ ลมหายใจของพวกเขาหอบกระชั้นและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ

    แววตาที่เคยมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ บัดนี้กลับเลื่อนลอยและถูกแทนที่ด้วยความหิวกระหายกามารมณ์อย่างบ้าคลั่ง จิตสำนึกแห่งความดีงาม ความเกรงกลัวต่อกฎหมาย และระเบียบวินัยที่ถูกฝึกฝนมาอย่างหนัก พังทลายลงในชั่วพริบตา ราวกับเขื่อนที่แตกออกเพราะรับแรงดันน้ำไม่ไหว

    "อ๊า... ร้อน... ทำไมมันร้อนแบบนี้..." เสียงครางต่ำๆ อย่างแหบโหยหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของนายตำรวจหนุ่มคนหนึ่ง เขาทรุดเข่าลงกับพื้น มือสั่นเทาพยายามปลดตะขอเสื้อเกราะกันกระสุนที่รัดแน่นจนอึดอัด

    "ไม่ไหวแล้ว... อยาก... อยากได้..." อีกคนหนึ่งร้องตะโกนออกมาอย่างเสียสติ เขาโยนอาวุธปืนไรเฟิลจู่โจมทิ้งลงบนพื้นอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะทิ้งตัวลงไปนอนบิดเร่าเกลือกกลิ้งบนพรมทางเดิน มือหยาบกร้านลูบคลำไปตามร่างกายของตัวเองอย่างตะกละตะกลาม โดยเฉพาะบริเวณเป้ากางเกงที่โป่งพองขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

    ภาพเหตุการณ์ตรงหน้ากลายเป็นความโกลาหลที่น่าอดสู ตำรวจคอมมานโดหลายนายเริ่มกระทำอนาจารช่วยตัวเองอย่างไม่อายฟ้าดิน บางคนสูญเสียสติสัมปชัญญะไปอย่างสิ้นเชิง โผเข้ากอดรัดและลูบคลำเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ใกล้เคียง บดเบียดร่างกายเข้าหากันอย่างป่าเถื่อนและหยาบโลน เสียงครางกระหึ่มด้วยความเสียวซ่านดังระงมไปทั่วโถงทางเดิน พวกเขาสิ้นสภาพความเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยสิ้นเชิง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของสัตว์ป่าที่ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังมารราคะ

    ท่ามกลางความวิปลาสที่เกิดขึ้น มีเพียงผู้พันวุฒิและผู้กองเมย์เท่านั้นที่ยังคงประคองสติและยืนหยัดอยู่ได้ อุปกรณ์แอนตี้รัสต์รุ่นหนึ่งที่สวมใส่อยู่ส่งเสียงร้องเตือนแหลมเล็กเบาๆ พร้อมกับหลอดไฟแอลอีดีขนาดจิ๋วที่กะพริบแสงสีเขียวอย่างต่อเนื่อง มันกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างคลื่นความถี่ต้านทานและปกป้องสมองของพวกเขาจากการถูกแทรกแซง

    "ผู้พัน! พวกเขา... พวกเขาไม่ไหวแล้ว!" ผู้กองเมย์ร้องบอกด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก สายตาของเธอเบือนหนีจากภาพอันน่าสยดสยองของลูกน้องที่กำลังมัวเมาในกามารมณ์ ร่างกายของเธอเองก็เริ่มสั่นสะท้านจากแรงกดดันของคลื่นพลังมารที่โอบล้อมอยู่รอบตัว

    "อย่าไปสนใจพวกเขา! เราต้องเดินหน้าต่อไป! เป้าหมายอยู่ข้างหน้า!" ผู้พันวุฒิกัดฟันแน่น ฝืนความรู้สึกหนักอึ้งที่กดทับลงมาบนบ่า ขาทั้งสองข้างก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างยากลำบากราวกับกำลังเดินฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวกราก

    ผู้กองเมย์พยักหน้ารับ รวบรวมความกล้าและสติที่เหลืออยู่ ก้าวเดินตามผู้พันวุฒิไปอย่างกระชั้นชิด ทุกย่างก้าวที่เข้าใกล้ประตูห้องเพนต์เฮาส์ของรัชชาซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของแหล่งกำเนิดคลื่นตัณหา ความเข้มข้นของฟีโรโมนและพลังงานสะกดจิตก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

    หมอกสีม่วงหนาทึบจนแทบมองไม่เห็นมือตัวเอง กลิ่นหอมหวานบาดลึกเข้าไปในปอดและแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด อุปกรณ์แอนตี้รัสต์ที่เคยทำงานอย่างเสถียรเริ่มแสดงอาการผิดปกติ เสียงเตือนที่เคยแผ่วเบากลับดังหวีดหวิวกระชั้นชิดขึ้นเรื่อยๆ ไฟสีเขียวที่เคยกะพริบอย่างสม่ำเสมอเปลี่ยนเป็นสีแดงสดและกะพริบรัวถี่ราวกับจังหวะหัวใจที่กำลังจะวาย

    "ผู้พัน! เครื่องของฉัน... มันกำลังจะรับไม่ไหวแล้ว!" ผู้กองเมย์ตะโกนบอกแข่งกับเสียงหวีดร้องของอุปกรณ์ ความร้อนระอุเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากตัวเครื่องที่แนบอยู่กับผิวหนัง จนเธอรู้สึกปวดแสบปวดร้อน

    ผู้พันวุฒิเองก็ประสบปัญหาเดียวกัน เขาพยายามยกมือขึ้นปรับการตั้งค่าของเครื่อง แต่ก็พบว่าแผงควบคุมร้อนจัดจนแทบแตะไม่ได้ ความเจ็บปวดแล่นริ้วจู่โจมสมองอย่างรุนแรงราวกับมีเข็มแหลมนับพันเล่มทิ่มแทง ตัวบล็อกสมองกำลังต่อสู้กับพลังงานสะกดจิตที่เข้มข้นเกินขีดจำกัดที่มันจะทนได้

    "ทนอีกนิด เมย์! เราใกล้ถึงแล้ว!" ผู้พันวุฒิพยายามส่งเสียงให้กำลังใจ แต่เสียงของเขากลับสั่นพร่าและแหบแห้ง

    ทว่า เทคโนโลยีของมนุษย์หรือจะสู้พลังอำนาจแห่งมารราคะ แผงวงจรภายในของเครื่องแอนตี้รัสต์เริ่มส่งเสียงสปาร์คช็อตดังเปรี๊ยะๆ กลิ่นเหม็นไหม้ของพลาสติกและสายไฟโชยออกมาเตะจมูก ควันเส้นเล็กๆ ลอยลอยออกมาจากช่องระบายความร้อนของอุปกรณ์

    "อ๊ายยยย!" ผู้กองเมย์กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อประกายไฟแลบออกมาจากเครื่องและช็อตเข้าที่ผิวหนังบริเวณขมับของเธอ

    ปัง! เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นจากอุปกรณ์ของทั้งสองคน ไฟสีแดงดับวูบลงพร้อมกับเสียงเตือนที่เงียบหายไป เครื่องแอนตี้รัสต์รุ่นหนึ่งดับสนิทลงโดยสมบูรณ์ ทิ้งให้สมองและระบบประสาทของผู้พันวุฒิและผู้กองเมย์เปิดโล่ง ปราศจากเกราะกำบังใดๆ อีกต่อไป

    วินาทีที่ปราการป้องกันพังทลาย คลื่นฟีโรโมนสะกดจิตและจิตตัณหาสีม่วงเข้มข้นก็พุ่งทะลวงเข้าสู่ระบบประสาทของทั้งคู่อย่างรุนแรงและบ้าคลั่งราวกับคลื่นสึนามิที่กวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่าง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและสติสัมปชัญญะถูกลบล้างหายไปในเสี้ยววินาที

    นัยน์ตาของผู้กองเมย์ที่เคยสุกใสบัดนี้เบิกกว้าง ประกายแสงสีแดงก่ำพาดผ่านดวงตาคู่สวย สลับกับแสงสีม่วงอันลึกลับ เธอสะดุ้งตัวโยนอย่างแรง ร่างกายอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรงจนต้องทรุดตัวลงพิงกับผนังทางเดิน ลมหายใจของเธอหอบถี่กระชั้น ทรวงอกอวบอิ่มภายใต้ชุดตำรวจขยับขึ้นลงอย่างรุนแรง

    ความร้อนรุ่มแผดเผาไปทั่วทุกอณูขุมขน ผิวเนื้อใต้ร่มผ้าเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ ร่างกายส่วนล่างตอบสนองต่อคลื่นมารอย่างรุนแรงที่สุด กลีบเนื้อนุ่มอ่อนไหวหลั่งน้ำสวาทออกมาอย่างทะลักทลาย มันไหลเยิ้มจนเปียกชุ่มกางเกงชั้นในและซึมผ่านเนื้อผ้าของกางเกงเครื่องแบบ ความรู้สึกคันยิบๆ และความโหยหาการถูกเติมเต็ม ถูกข่มเหง และถูกร่วมรักอย่างรุนแรง กระแทกจิตสำนึกของเธอจนพยุงตัวแทบไม่อยู่ มือบางเผลอเลื่อนลงไปกอบกุมจุดกึ่งกลางลำตัวของตัวเองโดยไม่รู้ตัว

    ในขณะเดียวกัน ผู้พันวุฒิก็ไม่อาจต้านทานอำนาจแห่งตัณหาได้เช่นกัน เขาหมุนตัวกลับมาจ้องมองผู้กองเมย์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แววตาของความเป็นผู้นำและผู้บังคับบัญชาหายไป เหลือเพียงแววตาของสัตว์ป่าที่หิวกระหายและพร้อมจะขย้ำเหยื่อ ลมหายใจของเขาร้อนระอุและพ่นออกมาทางจมูกอย่างหนักหน่วง

    ร่างกายกำยำของเขาสั่นสะท้าน ท่อนเนื้อใหญ่ยาวที่ซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงยุทธวิธีขยายตัวและแข็งขืนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง มันตึงแน่นเปรี้ยะจนแทบจะฉีกขาดเนื้อผ้าออกมา ความปวดร้าวจากความต้องการที่ไม่ได้ถูกปลดปล่อยทำให้เขาแทบคลั่ง สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดในจิตใจถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ความต้องการที่จะขยี้ ร่วมรัก และครอบครองหญิงสาวตรงหน้าแบบป่าเถื่อนและไร้ความปรานี เข้ามาแทนที่หน้าที่และอุดมการณ์ทั้งหมดทั้งมวล

    ทั้งสองยืนสั่นระริกอยู่ท่ามกลางหมอกสีม่วง สายตาประสานกันด้วยความเสน่หาป่าเถื่อนและรุ่มร้อนอย่างไม่มีใครยอมใคร ไร้ซึ่งหนทางขัดขืน ไร้ซึ่งความละอาย มีเพียงความต้องการที่จะเสพสมและจมดิ่งลงสู่วังวนแห่งมารราคะอย่างถอนตัวไม่ขึ้น การต่อต้านสิ้นสุดลงแล้ว เหลือเพียงการยอมจำนนโดยสมบูรณ์แบบ...