ตอนที่ 74 ปิดด่านบ่มเพาะ
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ก่อนที่จะกลับเฟิร์สได้ตรวจนับดูผลประโยชน์ที่เขาได้รับมาจากอบิสในครั้งนี้
ปรากฏว่านอกจากมณีทักษะที่ถูกใช้ไปแล้ว เขายังได้รับแกนสปีริตไปมากถึงห้าพันกว่าก้อน
มอนสเตอร์ตัวอ่อนภายในรังแห่งนี้นั้นมีมากจริงๆ นอกจากนี้มอนสเตอร์ที่เขาตระเวนกำจัดมาตลอดทางก็มีไม่น้อยเช่นเดียวกัน
เรียกได้ว่าการเข้ามาอบิสในครั้งนี้เขาได้รับกำไรมหาศาล
การทะลวงจุดชีพจรทั้งสิบเก้าจุดทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก การโคจรพลังก็ง่ายมากขึ้นด้วย นั่นทำให้การใช้พลังตัวเบาของเขาก้าวหน้าขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเขาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้เฟิร์สก็ไม่ได้เหาะเหินกลับไปยังเซฟโซนเช่นเดิม
เด็กหนุ่มทำการผนึกมุทราแล้วชี้ลงเบื้องล่าง พลังอักขระปะทุออกมาเป็นเส้นสายแล้วค่อยๆ ก่อรูปร่างเป็นวงแหวนเคลื่อนย้ายออกมา
“ที่นี่ห่างจากประตูอบิสมาก โชคดีที่ฉันวางวงแหวนค่ายกลไว้ที่นั่นแล้ว” เฟิร์สกล่าวอย่างยิ้มๆ
ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในวงแหวนอักขระทำการกระตุ้นค่ายกลให้สำแดงพลังออกมา
เวิง!
แสงค่ายกลพลันอาบไปทั้งร่างของเด็กหนุ่ม จากนั้นมันก็หายไปเหมือนไฟที่ไหม้ฟาง ไม่หลงเหลือแม้แต่วงแหวนอักขระบนพื้น
เฟิร์สปรากฏตัวยังพื้นที่ที่อยู่ใกล้บริเวณประตูอบิส
เขาเดินทางอีกเล็กน้อยก็ไปถึงเขตเซฟโซนแล้ว
ระหว่างทางเขาพบกับมอนสเตอร์จำนวนเล็กน้อย แต่เขาก็จัดการพวกมันได้อย่างง่ายดาย
กล่าวกันตามตรง อบิสสีขาวระดับกลางนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้เฟิร์สรู้สึกกดดันได้แล้ว
ตอนที่เขาเข้ามาที่เซฟโซน เขาได้พบกับเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่มาทำการตรวจตรา ก่อนที่ทีมกวาดล้างระลอกต่อไปจะมาถึง
“เอ๊ะ! นั่นคุณ ... ผู้หมวดเฟิร์สวัน คุณกลับมาแล้ว” เจ้าหน้าที่คนนั้นเอ่ยอย่างประหลาดใจ
“ใช่ผมกลับมาแล้ว” เฟิร์สพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินหายเข้าไปในประตูอบิสผ่านไปยังอีกฟากหนึ่งทันที
เฟิร์สเข้าไปรายงานตัวกับผู้กองก่อนเป็นอันดับแรก
เขาได้รายงานข้อมูลเบื้องต้นของอบิสแห่งนี้ และแจ้งว่าตนเองได้กำจัดหนึ่งนางพญา และสามราชามอนสเตอร์ไปทั้งหมดแล้ว
ข่าวนี้สร้างความตกใจให้กับผู้กอง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากทั้งนางพญาและราชามอนสเตอร์ตายไปแล้ว นั่นหมายความว่าอบิสแห่งนี้จะไม่มีวันแตก
งานของเขาที่จะต้องทำจึงเบาลงเป็นอย่างมาก
การรายงานมอนสเตอร์ที่เฟิร์สสังหารทำให้ผู้กองมองเขาเหมือนกับปีศาจ
ข่าวการพบรังนับว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่การที่คนคนเดียวสามารถกวาดล้างมอนสเตอร์ทั้งรังนั้นเป็นข่าวใหญ่ยิ่งกว่า
ผู้กองคนนี้เชื่อคำพูดของเฟิร์ส เพราะที่ผ่านมานี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เด็กหนุ่มโซโล่เดี่ยวในการกวาดล้างมอนสเตอร์ แถมเขาก็ไม่ได้เคยพบกับรังเป็นครั้งแรกด้วย
เฟิร์สได้แจ้งว่ามีเหมืองแร่สปีริตอยู่ในรัง แต่รังนั้นเต็มไปด้วยพิษจึงแจ้งเตือนเอาไว้
ผู้กองรับทราบอย่างยินดี แน่นอนว่านิวโฮปย่อมต้องมีวิธีเก็บเกี่ยวที่สามารถหลีกเลี่ยงกับพิษเหล่านั้นได้
“เอาล่ะคุณไปได้แล้ว”
“ผมขอตัว”
หลังจากรายงานทุกอย่างเสร็จสิ้นเฟิร์สก็ตรงดิ่งกลับไปที่บ้านของตนทันที
เขาได้พบกับพ่อและทำกิจวัตรเช่นเดิม
ภายในถ้ำกระบี่
เด็กหนุ่มนั่งอยู่ท่ามกลางแรงกดดันกระบี่ที่มากกว่าเดิม นั่นเป็นเพราะเขาพึ่งจะขัดเกลาร่องรอยกระบี่ภายในถ้ำแห่งนี้
หลายวันมานี้วิถีกระบี่ของเขาก้าวหน้าขึ้นมาก จึงทำให้แรงกดดันเจตจำนงกระบี่ที่แผ่ออกมาจากร่องรอยกระบี่เหนือกว่าเดิม
“ฉันอยู่ในอบิสแห่งนั้นถึงสิบสองวัน นั่นหมายความว่าฉันใช้เวลาในการขุดค้นทักษะไปถึงห้าวันเลยหรอ?”
เฟิร์สค่อนข้างตกใจกับการจมจ่อมในการขุดค้นทักษะของตนเอง
ช่วงเวลานั้นเขาใช้สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่กับการขุดค้นทั้งสิ้น โดยที่ลืมวันเวลา
ห้าวันนั้นถือว่ามาก แต่ก็ยังน้อยเมื่อเทียบกับคนอื่นที่สามารถทำเช่นนี้ได้
ต้องรู้ไว้ว่าเฟิร์สเป็นคนแรกของโลกที่สามารถขุดค้นทักษะอื่นนอกจากทักษะที่มณีมอบให้ได้
แม้เหตุผลส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะมณีทักษะนั้นหาได้ยาก แต่ผู้ที่จะมีความคิดผ่าเหล่าแบบนี้ก็มีน้อยมากเช่นกัน
มนุษย์ส่วนใหญ่จะอ้างอิงทักษะที่ได้รับมาเหมือนกับสกิลในเกมส์ เมื่อได้รับมอบอะไรมาก็รับสิ่งนั้นมาตรงๆ ไม่ได้เอ๊ะใจที่คิดว่าได้รับอะไรที่มากกว่านี้ พวกเขาจึงมุ่งหมายว่ามณีทักษะนั้นจะมอบทักษะอะไรให้
“ฉันมีมณีทักษะสายโจมตีอีกก้อนหนึ่ง ฉันไม่รู้ว่าหากต้องการขุดค้นจะต้องใช้เวลาไปกับมันเท่าไหร่ อีกไม่กี่วันฉันจะต้องไปทำงานแล้วด้วย”
เฟิร์สในตอนนี้ไม่ได้เป็นอิสระอีกต่อไป เขายังมีงานและหน้าที่ที่จะต้องทำ
“แต่ครั้งนี้ฉันก็หาเงินมาได้ไม่ใช่น้อยๆ”
เขาได้รับแกนสปีริตมาเกือบหกพันก้อน คิดเป็นเงินก็หลายพันล้าน จนตอนนี้เขารู้สึกว่าการหาเงินของเขานั้นง่ายดายยิ่ง ไม่ได้ขัดสนเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
“เมื่อฉันมีเงินแล้วมันก็ไม่ยากที่จะบ่มเพาะ แม้แต่การซื้อเวลา ...” เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ออกมา
ตอนนี้เขามีคนที่พร้อมจะควงเวรให้กับเขาแล้ว หากเขาใช้เงินซื้อเวลาในการทำงาน นิวโฮปอาจจะปิดตาข้างหนึ่งอย่างไม่ถือสา เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขานั้นสร้างประโยชน์ให้กับนิวโฮปเป็นอย่างมาก
ทั้งการกวาดล้างมอนสเตอร์และการค้นพบเหมืองสปีริตทั้งหลาย
สำหรับการทำงานในครั้งหน้าเขาได้ติดต่อกับสการ์ไว้แล้ว
ครั้งนี้เขาได้โอนเงินค่าจ้างให้สการ์ล่วงหน้าเพื่อคลายความกังวลให้กับเขา
เฟิร์สนั้นตัดสินใจที่จะใช้เวลาต่อจากนี้ฝึกฝนบ่มเพาะ
“การขุดค้นทักษะจากมณีทักษะนั้นให้ผลลัพธ์ที่ดีเป็นอย่างมาก ถ้าหากฉันลองขุดค้นวิถีชี้แนะไอเทมสปีริตของฉันดูล่ะ ไม่แน่ว่าฉันอาจจะได้รับทักษะที่ยอดเยี่ยมมากกว่าของเดิมก็ได้” ดวงตาของเฟิร์สเป็นประกายขึ้นมา
มณีทักษะไม่ใช่สิ่งเดียวที่มีวิถีชี้แนะ แต่ไอเทมสปีริตที่ติดตัวเขามาตั้งแต่ตื่นจากนิทราก็มีวิถีชี้แนะแบบนี้ได้เช่นกัน
ไม่แน่ว่าเฟิร์สอาจจะเปลี่ยนทักษะที่ไร้ประโยชน์เป็นทักษะขั้นเทพได้ก็เป็นได้
“เริ่มที่การจารึกกระบี่ก่อนก็แล้วกัน”
เฟิร์สตัดสินใจที่จะบ่มเพาะระยะยาว โดยทำการติดต่อกับผู้หมวดม้าสีเงินในการจัดหาคนมาทำงานแทนเขา จนกว่าเขาจะติดต่อกลับไป ในค่าจ้างเรทเดียวกัน ซึ่งนั่นเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว
แม้แต่ผู้หมวดม้าสีเงินเองก็อดใจที่จะออกไปทำงานแทนเฟิร์สไม่ได้
การทำงานในนิวโฮปของเฟิร์สนั้นไม่ได้กดดันอะไรนัก แม้จะมีกรอบแต่ก็สามารถหาช่องว่างในการใช้ประโยชน์ได้
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เฟิร์สก็ไม่ได้กลับออกไปจากถ้ำกระบี่อีกเลย
มิหนำซ้ำภูเขาลูกนั้นยังแผ่กลิ่นอายประหลาดจนสัตว์น้อยใหญ่ไม่กล้าเข้าใกล้
มีเพียงแต่สัตว์มีพิษเท่านั้นที่วนเวียนอยู่บริเวณนั้น
ในระหว่างที่เฟิร์สทำการบ่มเพาะ กลิ่นอายของวิถีต้นกำเนิดพิษได้ดึงดูให้สัตว์มีพิษเหล่านี้เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นแมงป่อง งู ตะขาบ แมงมุม มด แมลง พวกมันต่างเข้ามาล้อมรอบภูเขาลูกนี้อย่างไม่ทราบสาเหตุ
ทว่าเฟิร์สที่อยู่ภายในถ้ำกลับหาได้สนใจไม่ เขายังคงบ่มเพาะอยู่เงียบๆ
ต้องการที่จะจารึกจุดชีพจรอีกเจ็ดจุดที่เหลือให้ได้
ด้วยวิถีกระบี่ที่มีความก้าวหน้า การจารึกกระบี่ของเขาเพิ่มความเร็วมากขึ้นเช่นกัน
ต้องรู้ไว้ว่าชีวิตที่ฝึกฝนอยู่อีกโลกหนึ่ง เฟิร์สสามารถจารึกกระบี่ทั้งหนึ่งร้อยแปดจุดได้ภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี
ด้วยการมีอยู่ของกายากระบี่ขั้นสูง ก็ยิ่งเป็นการส่งเสริมวิถีกระบี่ให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วขึ้นไปด้วย
แม้การบ่มเพาะของเขาจะไม่ได้สูงส่ง แต่เพราะเหตุนี้ถึงได้มีฝีมือที่เหนือกว่าสิบสองดารา และกลายเป็นผู้นำของหอคอยดาราได้
ในตอนนั้นต่อให้เขายังไม่ก้าวไปถึงขอบเขตกึ่งเทพ แต่ก็มีอำนาจเพียงพอที่จะรับมือกับกึ่งเทพได้เลยด้วยซ้ำ
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า จนกระทั่งภารกิจหน้าที่ของเฟิร์สเสร็จสิ้นไปหลายครั้ง
ด้วยการจัดการของผู้หมวดม้าสีเงิน นั่นจึงทำให้เฟิร์สสามารถหาคนไปทำงานแทนเขาได้
ตอนนี้ทุกคนรู้ว่าเฟิร์สกำลังปิดด่านบ่มเพาะ และไม่มีใครรู้ว่าเด็กหนุ่มจะก้าวหน้าไปถึงระดับใด
แค่พลังที่มีก่อนหน้านี้ก็ทำให้ระดับสูงในนิวโฮปภาคเหนือคาดหวังกับเด็กหนุ่มมากแล้ว
“เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ต่อให้เขาไม่ได้เข้าร่วมในแคลน แต่ในอนาคตเราก็สามารถกำหนดภารกิจให้เขาร่วมมือกับแคลนได้” หนึ่งในผู้บริหารนิวโฮปภาคเหนือเอ่ยขึ้น