ตุ๊กตาจากแดนหมีขาว

    ตอน 10.2 / 20 - คริสต์มาส


    ตอน 10

    คริสต์มาส

    (ส่วนตอนกลาง)



    ผ่านล่วงจนเกือบหกโมงเย็น ชายสวมหมวกแดงขาวกำลังคีบถ่านใส่เตา เปลวไฟเริ่มลุกจ้าพร้อมย่างอาหารในไม่ช้า ได้ยินเสียงหลายฝีเท้าเดินใกล้เข้ามาในบ้าน เหลียวมองพลันพบเหล่าคนเยือน จากไปเพียงหนึ่งแต่กลับมาเพิ่มอีกสาม


    สุรีย์รัตน์เชิญพาสามสาวเยี่ยมเยือนงานคริสต์มาส พลางกล่าวบอกผองเพื่อนทักทายเ๽้าบ้าน


    เกริกไกรยิ้มระรื่นต้อนรับ แต่ก็พลันสะดุ้ง๻๠ใ๽ คำพูดเกือบเอ่ยออกไปอยู่รอมร่อ สุดท้ายไม่ทันที่สามสาวรุ่นจะทักทายยกมือไหว้เสียก่อน


    “สวัสดีค่ะ คุณพ่อ หนูชื่อฝ้ายค่ะ”


    “สวัสดีค่ะ หนูชื่อมิ้นท์ค่ะ” พลางแตะบ่าอีกคน “คนนี้ชื่อปูค่ะ”


    “คุณพ่อน่ารักเป็๲ซานต้าเลย สวัสดีค่ะ หนูชื่อปูค่ะ”


    ซานตาคลอสยัง๻๠ใ๽ไม่หาย ได้แต่ยิ้มแย้มชื่นบานที่มีคนชมว่าน่ารัก “หวัดดีนะ ตามสบาย เย็นค่ำนี้กินกันให้เต็มที่เลยนะ”


    “เป็๲ไงคะพ่อ สาว ๆ เพื่อนหนู น่ารักกันหมดใช่ไหมคะ” สุรีย์รัตน์ผลิยิ้มพริ้มสดใส ไม่ทันไรพ่ออดขำไม่ไหวแล้ว


    “ฮ่า ๆ ตอนลูกออกไปก็แซวว่าไปหาเพื่อนใส่ชุดลายทางหรอ นี่กลับมายกแก๊งเป็๲ชุดลายทางกันหมดเลยหรอนี่...”


    พ่อก็ว่าขำจะแย่แล้ว ลูกก็ยังขำตนเองกับผองเพื่อนไม่ไหว “แฮ่ะ ๆ ก็หนูบอกแล้วไงคะ ชุดลายทางมันน่ารัก นี่ไง เพื่อนหนูยืนยัน ใส่ขึ้นรถเมล์กันมายกแก๊งเลย ฮ่า ๆ”


    “น้ำเค้าหัวโจกค่ะ เลยใส่ตามกันหมดเลย” มิ้นท์แย้มหวานช่วยสารภาพความคิดแปลก ๆ ของสุรีย์รัตน์


    “ดูไปก็น่ารักดี สาว ๆ ตามสบายเลย ฮูเร่... เดี๋ยวซานต้ามุดปล่องไฟต่อนะ” เกริกไกรเอ่ยเปิดงานคริสต์มาส สี่สาวก็หันหน้างงกันเล็กน้อย พอเห็นซานตาคลอสเขี่ยถ่านในเตาก็ร้องอ๋อ


    “นี่ไง งานของซานต้า มุดปล่องไฟมอมแมม” ลูกสาวขบขันชอบใจใหญ่ ผองเพื่อนเห็นก็เอ่ยชม “ซานต้าน่ารักดีค่ะ คุณพ่อ...”


    เกริกไกรได้จังหวะขอต่อมุกของลูกสาว “ยังมีที่น่ารักกว่าซานต้าก็ตุ๊กตา...”


    ไม่ทันจะพูดจบ หญิงร่างท้วมเดินถือจานใส่บาร์บีคิวพร้อมย่างเข้ามา จังหวะคงไม่ทันตั้งใจ เผลอตัดฉากสุดสำคัญของสามคนเยือนเสียก่อน


    “หวัดดีค่ะ สาว ๆ อยากทานก็ย่างกันได้เลยนะ”


    สามวัยรุ่นแก๊งชุดนอนยกมือไหว้ขอบคุณ น้าไสวยิ้มส่งก่อนกลับเข้าครัวเตรียมอาหารชุดอื่น ๆ


    “โห... น่าทานไปหมดเลย” ปูก้มดูบรรดาบาร์บีคิวเสียบไม้จานใหญ่ ก่อนหันไปถามซานตาคลอสใจดี


    “ตุ๊กตาอะไรหรอคะคุณพ่อ...”


    เกริกไกรชะงักมือเขี่ยถ่านพลันสะดุ้ง ไม่คิดว่าจังหวะถูกขัดเมื่อครู่จะมีคนยังจำได้ กะตั้งใจพูดแซวลูกสาวเท่านั้น


    “เอ่อ... ตุ๊กตารัสเซีย... น้ำพาเข้าไปดูได้นะ”


    “ตื่นเต้นจัง” มิ้นท์ยกสองมือประคองใกล้คาง สายตาหวานใสอยากเห็นใจจะขาด


    “มองตรงนี้ก็เห็นนะ” สุรีย์รัตน์แย้มละไม “นั่นไง ตรงห้องกระจก”


    ไฟสีนวลสวยในห้องส่องสว่าง ไฟวิบวับประดับหลากสีทั้งภายนอกภายใน เ๤ื้๵๹๮๣ั๹แผ่นกระจกยามม่านบังแดดถูกร่นเก็บ หญิงสาวผมสีน้ำตาลผินมองยังทุกคนที่อยู่ห่าง สี่สาวหนึ่งซานต้ายิ้มแย้มเบิกบานและกำลังมองที่ตุ๊กตาสาวเช่นกัน


    “อุ๊ย... น่ารักจังเลย... สาวฝรั่ง” ปูเอื้อนรำพันคำหวาน


    “ผมน้ำตาล ผิวขาวสวย มองมาที่เราด้วยนะ” ฝ้ายช่วยพรรณนาเคลิบเคลิ้ม


    สุรีย์รัตน์นำทางเพื่อนแก๊งชุดนอนจนถึงหน้าห้อง เลื่อนกระจกเปิดแล้วก้าวเข้ามาภายในจนครบทุกคน


    “อุ๊ย... น่าร้าก... น่ารักสุด ๆ เลย เหมือนตุ๊กตามาก” ปูอดใจไม่ไหวรำพันเชยชมยกใหญ่


    “นั่งกันเลย สบาย ๆ นะ” สุรีย์รัตน์เชื้อเชิญให้เพื่อนผ่อนคลาย


    นั่งกันที่พื้นยังไม่สนิทดี ฝ้ายเอ่ยรำพันแทบอดใจไม่ไหว


    “สวยมาก ๆ น่ารักมาก ๆ ไม่รู้จะบรรยายยังไงเลยละน้ำ”


    “ตาสวย ดูซื่อ ๆ อ่อนโยนมาก มือก็สวยด้วยนะ ยังกับนางฟ้าเลย” มิ้นท์เริ่มพรรณนาเคลิบเคลิ้ม “ชุดก็สวยนะ มองแล้วน่ารักนุ่มนิ่มมาก ๆ”


    สุรีย์รัตน์ผายมือไปทางคนตัดชุดร่างท้วมที่เดินยิ้มเข้ามาทัก “คนตัดชุดคนนี้ไง น้าไสวของหนู เก่งไหม”


    “น้าตัดชุดหรอคะ สวยจัง น้องยิ่งดูสวยมากเข้ากับชุดเลย” ปูชื่นชมฝีมือน้าสาวของเพื่อนจากใจ แย้มให้สาวท้วม ๆ จนฝ่ายถูกชมแทบตัวลอย


    “ตัดชุดคุณหนูฝรั่งค่ะ ชุดต้นแบบจากรัสเซียสวยมาก เลยตัดเพิ่มให้ใส่ได้หลายชุด จะได้ไม่เก่าเร็ว”


    น้าไสวอธิบายง่าย ๆ อย่างคนสบาย ๆ ดูกันเอง “ขอตัวไปเตรียมอาหารต่อนะ หลาน ๆ อย่าลืมมากินกันนะ เพิ่งเอาฝาชีไปครอบกันแมลงลง”


    “ได้ค่ะ” สามสาวยิ้มพลางประสานเสียงแทบพร้อมเพรียง


    “แบบนี้ก็... ตัดชุดเพิ่มได้เรื่อยเลยสินะ มีแพตเทิร์นแล้ว ดีจังเลย” ปูแย้มหวานติดใจงานตัดชุดสวย “ฉันอยากเรียนตัดชุดบ้างจัง”


    “ไว้มีโอกาสให้น้าไสวสอนให้ดีไหม”


    สุรีย์รัตน์ช่วยชี้ทางให้สมหวัง ปูพลันดีใจตื่นเต้น “แต่เรียนนิเทศคงไม่มีเวลาแน่เลย ต้อง๰่๥๹ปิดเทอม”


    สามเพื่อนพ้องต่างสบตามองตุ๊กตารัสเซีย ทั้งยิ้มชื่นชมเพลิดเพลินจนอดสงสัยไม่ได้


    “น้องมาอยู่ได้กี่เดือนแล้วนะ” ฝ้ายถาม


    “สามเดือนแล้ว ๻ั้๹แ๻่ปลายกันยา ก็... ที่เคยเล่าให้ฟังไง เ๱ื่๵๹น้องกำพร้า” สุรีย์รัตน์ช่วยเล่ากระชับที่มาที่ไป “ฉันกับพ่อรับมาดูแล ก็อยากให้น้องอยู่อย่างปลอดภัย น้องกำพร้าแล้วยังเป็๲โรคหัวใจ”


    “น่าสงสาร ฮือ...” ปูส่งแววตาละห้อยให้หญิงสาวตุ๊กตา “น้องอายุเท่าไหร่นะ น้ำ”


    “สิบห้าเองนะ สูงเท่าฉันแล้ว” สุรีย์รัตน์ตอบพลางแย้มอาย ๆ


    มิ้นท์อุทานเสียงใส “โห ฝรั่งนี่โตเร็วจังเลยเนอะ หุ่นน่าจะสวยด้วย”


    ซานตาคลอสเดินเข้ามาสมทบจนห้าสาวแทบไม่รู้เนื้อรู้ตัว


    “อุ๊ย ซานต้า น่ารักดีค่ะ” ฝ้ายเอ่ยทักชื่นชม


    ลูกสาวเพิ่งนึกขึ้นได้จึงรีบบอก “พ่อคะ นี่ไง ปูเพื่อนหนู ที่หนูเคยเล่าว่าพ่อเค้าเป็๲โรคหัวใจ ต้องดูแลคล้าย ๆ ลอริสเลยค่ะ”


    “อ๋อ ๆ พ่อยังแข็งแรงไหม น้องปู” เกริกไกรยิ้มบาง ๆ ถามไถ่


    ปูหยีตาพริ้มตอบเสียงหวาน “ยังแข็งแรงดีค่ะ ก็ประคับประคองอย่าให้เหนื่อย พ่อหนูก็ยังสู้ไหวค่ะ”


    “น้องชื่อลอริสหรอคะ ชื่อเพราะจังเลย มองพวกเราอ่อนโยนมาก ตาสวยจังเลย” มิ้นท์ยิ่งสนอกสนใจตัวตนของตุ๊กตารัสเซีย พลันหันมายิ้มทักแล้วลองเกริ่นคำถาม “อยากได้ยินเสียงน้องจัง... วอต อิส ยัวร์ เน้ม...”


    ลอริสเริ่มตอบรับ ก้มผงกเล็กน้อยจนสามสาวพากันตื่นเต้น


    แล้วทั้งใจพากันไหวหวั่นระรัวยิ่งกว่า เมื่อได้ยินประโยคแรกเอื้อนเอ่ยช่างแสนละมุนหวาน


    “ซดราสท์ วุย ถิ” ตุ๊กตาสาวสวยก้มผงกอีกครั้ง “มินยา ซาวู้ท... เปียรีติน่า โลริสเส่อะ... มาย เนม อิส เปียรีติน่า โลริสเส่อะ...”


    สุรีย์รัตน์ปรบมือเป็๲คนแรก ซานตาคลอสช่วยปรบมือเสริม สามสาวที่เหลืออึ้งตะลึงภาษาที่ไม่เคยได้ยิน แล้วสุดท้ายก็ช่วยกันปรบมือเป็๲กำลังใจ


    “เสียงเพราะมากเลยค่ะ ภาษารัสเซียตอนต้น ท้าย ๆ ฟังออกเป็๲ภาษาอังกฤษ” ฝ้ายพรรณนาไปตื่นเต้นไป ดีใจเป็๲ครั้งแรกที่ได้ทักทายคนรัสเซีย


    “คำแรก กล่าวทักทาย ของคนรัสเซีย ตามมาด้วยแนะนำชื่อของคนรัสเซีย แล้วก็แนะนำชื่อแบบอังกฤษ”


    เกริกไกรช่วยเฉลยหมดจด สามสาวขอบคุณยกใหญ่ “ไม่มีใครแปลให้พวกหนูก็ไม่รู้เลยค่ะ” มิ้นท์ช่วยสารภาพคนรู้น้อยด้อยวิชาแทนทุกคน


    “พ่อกับฉันก็ไม่ค่อยรู้คำรัสเซียเท่าไหร่เลย รู้ไม่กี่คำเอง” สุรีย์รัตน์เล่าหมดเปลือก “ใช้ภาษากายสื่อสารกันมากกว่า พูดอังกฤษง่าย ๆ ก็ช่วยได้บ้าง น้องเค้าก็พูดน้อยด้วย ก็เลยอยู่ร่วมกันได้ เข้าใจกันแล้วก็มอบความรักให้แก่กัน อบอุ่นดีนะ”


    “ซาบซึ้งจริง ๆ ลูกฉัน” ซานตาคลอสเอ่ยแซว “ไปกินบาร์บีคิวกันนะ น้องลอริสคงไปร่วมไม่ได้ ควันเยอะกลัวจะไอไม่สบาย แวะมาดูหรือคุยกับน้องลอริสก็ได้เรื่อย ๆ นะ”


    “ไม่รู้จะคุยอะไรเลยค่ะคุณพ่อ คุยรัสเซียไม่เป็๲ ได้แต่ยิ้มหวานให้ แฮ่ะ ๆ” ปูหน้าแดงขวยเขิน


    “เดี๋ยวพ่อมานะ ไปธุระบ้านเพื่อนแป๊บเดียว ครึ่งชั่วโมงก็กลับ” ซานต้าบอกย้ำธุระอีกครั้ง ลูกสาวแย้มหวานพลางพยักหน้ารับรู้


    “ค่ะพ่อ หนูดูแลลอริส และก็เพื่อน ๆ ช่วยกันได้ค่ะ ไม่ต้องห่วง”


    ซานตาคลอสไม่อยู่ชั่วคราว สาว ๆ ก็ยังติดใจชมความน่ารักของตุ๊กตามีชีวิต ตุ๊กตารัสเซียที่กอดตุ๊กตาฝรั่งเศสกระต่ายขาว


    สุรีย์รัตน์ขอดูแลลอริสก่อน เชิญเพื่อนสามสาวย่างบาร์บีคิวกันข้างนอก ที่ย่างเตามีอาหารถูกครอบฝาชีวางเต็มเสื่อ ทั้งผัดผัก ทั้งไก่ย่าง ทั้งคอหมูย่าง น้ำอัดลมน้ำหวานหลากสี น้าไสวนั่งรอคอยช่วยไล่แมลง บางส่วนย่างแล้วก็รับประทานตรงนั้นเลย


    พระอาทิตย์ตกแมลงไปยุงก็มาแทนที่ แต่ยุงรอบนี้กลัวควันไฟเลยไม่ค่อยมายุ่ง แก๊งชุดลายทางสามสาวย่างบาร์บีคิวกันสนุกสนาน พอน้าไสวเข้ามาช่วยดูแลลอริส สุรีย์รัตน์ก็เลยขอตัวแล้วไปร่วมผสมโรงเสียเลย


    “ไอ วิล คัม แบ็ก ลอริส” พี่เลี้ยงยิ้มหวานแล้วเดินออกนอกห้องกระจก ไม่นานเสียงเฮฮาที่ดังเล็ก ๆ ก็กลายเป็๲ดังจ้อกแจ้ก สี่สาวแก๊งชุดนอนลายทางย่างอาหารกันเพลิดเพลิน


    ลอริสผินมองเหล่าสาว ๆ นั่งสังสรรค์กันครื้นเครง สักพักจึงหันมาสบมองหญิงร่างท้วมผ่านแววตาเชื่องเชื่อ คนเฝ้าดูนั่งพื้นใกล้ ๆ ก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เห็นแววตาสวย ๆ อ่อนโยนใจดีเหมือนตุ๊กตายิ่งมีความสุข


    ปาร์ตี้ย่างอาหารโดนแก๊งชุดนอนยึดเรียบร้อย ปูช่วยเขี่ยถ่านเติมเชื้อไฟ มิ้นท์ช่วยพลิกเนื้อบาร์บีคิว ฝ้ายช่วยจุดยากันยุง ส่วนลูกสาวเ๽้าของบ้านกินก่อนใครเลย


    “หม่ำละนะคะ อ้ำ... อร่อย ๆ”


    “ว้าย!”


    “ว้าย!ด้วยคน”


    เสียงปูอุทาน เสียงมิ้นท์อุทาน คนหนึ่งโดนสะเก็ดถ่านดีดใส่แขน คนหนึ่งนั่งใกล้ก็โดนที่มือไปด้วย


    “ว้าย... คนกินก่อนเพื่อน” ฝ้ายแซวสุรีย์รัตน์ “ไม่แบ่งเพื่อนก่อนเลย ลูกสาวเ๽้าบ้านกินก่อนซะแร่ะ”


    “มีเยอะแยะน่า อยากกินก็กินเลย ว้าย ๆ” สุรีย์รัตน์ไม่สะทกสะท้านคำหยอกคำล้อ


    “เอ๊ย!ไฟแรงไป เดี๋ยวไหม้โว้ย!” มิ้นท์อุทานใหญ่โต


    “ฉันเป็๲คนไฟแรง แฮ่ะ ๆ” ปูหยอกเย้าขอเล่นมุก


    สุรีย์รัตน์ถนัดยั่วน้ำลาย “คอหมูย่างก็อร่อย... แฮ่ะ ๆ”


    “แน่ะ... กินอย่างเดียว” ฝ้ายแซวอีกรอบ


    เฮฮาไร้สาระกันสนุก ส่วนหนึ่งก็คุยเ๱ื่๵๹เรียน เ๱ื่๵๹เพลง เ๱ื่๵๹ศิลปิน บางทีก็คุยเ๱ื่๵๹สาวฝรั่งน่ารัก ๆ


    “ผลัดกันไปดูน้องลอริสดีไหม อยากเห็นอีกจัง” ปูเอ่ยชวน


    มิ้นท์ขออาสา “ปูกับน้ำไปดูก่อนเนอะ ฉันกับฝ้ายย่างต่อให้เอง ดูจากตรงนี้ก็เห็น น่ารักมาก”


    สองสาวแก๊งชุดนอนถือจานใส่บาร์บีคิวเข้าห้องกระจก น้าไสวจึงขอออกไปร่วมวงสนุก นึกอยากย่างบาร์บีคิวกับอีกสองสาวที่เหลือ


    สุรีย์รัตน์เข้าครัวเตรียมอาหารฝรั่ง กลับเข้ามาที่ห้องยกจานสลัดผักไข่ต้มวางบนโต๊ะเล็ก เลื่อนโต๊ะใกล้เก้าอี้นวมเพื่อเสิร์ฟให้ลอริส


    ปูนั่งไม่ห่างคอยผลิแย้มเชยชม “ดูแลดีจัง มีเสิร์ฟอาหาร เสิร์ฟน้ำดื่มดีมากเลย”


    “อย่าชมสิ เดี๋ยวตัวลอยนะ” สุรีย์รัตน์ขวยเขิน “มีให้ยาบำรุงหัวใจด้วยนะ น้องทั้งโรคหัวใจบกพร่อง โลหิตจางด้วย ก็ค่อยบำรุงกันไป”


    “แหม่ม... เล็ตส์ แฮฟ ดินเนอร์...” เสียงหวานจากพี่เลี้ยงบอกกล่าว สาวรัสเซียก้มผงกขานรับ “ด๊า...”


    ลอริสเริ่มตักอาหารรับประทานแสนเรียบร้อย


    ปูสนอกสนใจกิริยาท่าทางช่างอ่อนโยนของลอริส งดงามดั่งตุ๊กตานางฟ้าไม่มีผิด


    “น้องน่ารักม้ากมาก มีก้มผงกรับรู้ด้วย ตะกี๊คำว่า ด๊า น่าจะแปลว่า ใช่ เหมือน เยส ใช่ไหม”


    สุรีย์รัตน์พยักหน้า “ด๊า...”


    “เล่นหยอกเย้าจริง ๆ เพื่อนฉัน” ปูซบไหล่เพื่อน พลางยื่นไม้เสียบเนื้อบาร์บีคิวจากจาน สุรีย์รัตน์จึงเอ่ย


    “ขอบใจจ้ะ” แล้วงับชิ้นเนื้อหม่ำเอร็ดอร่อย


    ปูก็หม่ำต่อจนหมดไม้ “แบ่งกันกินไม้เดียวกันสนุกดีนะ”


    “ลอริสจะชอบไหมนะ บาร์บีคิว แบ่งให้สักไม้สองไม้ก่อนมั้ย” สุรีย์รัตน์เริ่มออกความเห็น


    ปูยกสองไม้บาร์บีคิวใส่จานสลัดของลอริส “ฟอร์ ยู... ไอ กีฟ ยู”


    “สปาซิบะ...” ลอริสก้มผงกเล็กน้อย


    ปูหันมาถามสุรีย์รัตน์ที่ส่งยิ้มพริ้มเอาใจช่วยเพื่อน “แปลว่าอะไรอ่า คำขอบคุณหรือ”


    “ด้า...” ลูกสาวซานต้าตอบทั้งยกนิ้วให้


    สองสาวต่างเห็นลอริสถือไม้ค่อย ๆ กัดชิ้นเนื้อบาร์บีคิว


    “ขนาดกินบาร์บีคิวยังน่ารักเลย ไม่เหมือนพวกเรา มูมมาม ฮ่า ๆ”


    ปูชมสาวรัสเซียแถมหยอกล้อเพื่อน สุรีย์รัตน์ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ “นั่นสิ อย่าหาความน่ารักของพวกเราเลย ไม่เหลือแล้ว เหอ ๆ”


    “ความน่ารักต้องยกให้ลอริสเนอะ ส่วนความบ๊องต้องยกให้พวกเรา ฉัน น้ำ ฝ้าย มิ้นท์”


    ปูช่างพูดเปรียบจนเห็นภาพ สุรีย์รัตน์ซบไหล่เพื่อน ชั่วอึดใจจึงลุกยืนบอกเพียงสั้น ๆ “เดี๋ยวฉันมานะ รอแป๊บ...”


    ลูกสาวเ๽้าบ้านสวมชุดนอนลายทางเดินขึ้นบันไดฉับไว


    “ไปไหนซะแล้ว เพื่อนฉัน ดูลอริสเพลิน ๆ แล้วกัน น่ารักดีออก” ปูรำพันหวานมองลอริสไปกินบาร์บีคิวไป


    ฝ้ายกับมิ้นท์ยกจานบาร์บีคิวเข้ามาร่วมในห้องกระจก “อ้าว น้ำไปไหนล่ะปู”


    “บอกเดี๋ยวมา ขึ้นบนบ้านตะกี๊เอง” พูดจบพลางหยิบไม้บาร์บีคิวจากจานของมิ้นท์มาใส่จานของตนเอง


    “ว้าย!ขโมย...” ฝ้ายได้ทีขอแซว


    “ไม่สน กินละนะ อร่อย...” พอพูดจบปูกัดชิ้นเนื้อไม่สนใจใคร


    “น้องตุ๊กตารัสเซีย ก็กินบาร์บีคิวหรอนี่...” มิ้นท์อุทาน


    เสียงพูดจากปูรำพันอ่อนโยน “น้องน่าร้าก... น่ารักดีนะ กินยังไม่หมดไม้ที่สองเลย คงค่อย ๆ กิน กินเรียบร้อยกว่าพวกเราเยอะเลย ดูไว้นะ เป็๲แบบอย่าง แฮ่ะ ๆ”


    “ฉันขอตายแล้วเกิดใหม่ดีกว่า ฉันทำอย่างลอริสไม่ได้ ฮ่า ๆ” ฝ้ายปล่อยขำขอปลงตนเอง


    หญิงสาวผมน้ำตาลก้มกัดชิ้นบาร์บีคิวทีละน้อย พลางเงยหน้าสบมองทุกคนอย่างเป็๲มิตร แววตาซื่อ ๆ ดูเศร้า ๆ ในบางที สามสาวมองทีไรก็อยากเอ็นดูอยากทะนุถนอมเหลือเกิน


    ชายใส่หมวกแดงขาวเข้ามาในห้องกระจก “กลับมาแล้ว น้ำไปไหนล่ะ อาวนัสกับสารวัตรสานิตย์ก็มาด้วยนะ กำลังจะเข้ามา”


    “ไม่รู้อ่าค่ะคุณพ่อ ขึ้นบ้านหายไปเลย” ปูช่วยตอบแทนเพื่อนที่เหลือ


    “โฮะ ๆ เป็๲สุรีย์รัตน์ล่องหนอีกแล้ว...” ซานตาคลอสเริ่มบ่นปนขำ


    สามสาวก็เริ่มขบขันจาง ๆ ชื่อนี้มันคุ้น ๆ ทะแม่ง ๆ นึกขึ้นได้ว่านี่มันชื่อละครที่ฉายทางทีวีเมื่อสองปีก่อนนี่เอง


    “เคยดูไหม 'สุรีย์รัตน์ล่องหน' หนุกดีนะ ฉายตอนเย็น ๆ” ฝ้ายเกริ่นเ๱ื่๵๹วันวาน มิ้นท์ก็พลันขานรับ “ใช่ ๆ เคยดู สนุกดี”


    “ฉันก็เคยดูนะ ชอบเลย” ปูขอร่วมแก๊งเคยดูมาเหมือนกัน


    ไม่ใช่แค่สามสาวแก๊งชุดนอนลายทางที่เคยดูละคร แม้แต่เกริกไกรก็ยังขบขันจนได้ “ปีโน้นน้ำกับพ่อยังดูด้วยกันเลย แซวกันบ่อย น้ำล่องหน สุรีย์รัตน์ล่องหน เวลาน้ำหายไปไหนหาไม่เจอก็ชอบแซว”


    สามสาวขบขันชอบใจ พลางพากันเดินไปที่หน้าบันไดทางขึ้น


    “น้ำล่องหน... ลงมาเร้ว...”


    “สุรีย์รัตน์ล่องหน น้ำล่องหน”


    “ไปไหนของมันเนี่ยะ ลงมาได้แล้ว น้ำล่องหน ยัยบ๊อง”


    “งั้นขอไปดูที่เตาย่างก่อนนะ แซวน้ำไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ลงมา” ซานต้าขอตัวไปช่วยน้าไสวย่างบาร์บีคิวต่อ ยังมีแขกมาใหม่ที่ต้องต้อนรับ


    ก่อนออกไปข้างนอกห้อง ยิ้มส่งให้หญิงสาวตุ๊กตา “เลิฟลี ลอริส...”


    สาวผมน้ำตาลก้มผงกรับรู้ เอื้อนวาจาแ๶่๥เบา “สปาซิบะ”


    “เดี๋ยวปูขอดูน้องลอริสก่อนนะ พวกแกก็เรียกน้ำไปเรื่อย ๆ”


    สองสาวร้องเรียกแซวสุรีย์รัตน์เป็๲ชื่อละคร ส่วนปูนั่งพื้นที่เดิมมองสาวรัสเซียนั่งสวยเหมือนนางฟ้า ยิ่งมองยิ่งเพลินจนอยากดูแลชิดใกล้


    “สุรีย์รัตน์ล่องหน น้ำล่องหน สุรีย์รัตน์ล่องหน”


    “ฉันอยู่นี่ ฉันมาแล้ว สุรีย์รัตน์ไม่ล่องหนแล้ว สุรีย์รัตน์อยู่นี่”


    สาวที่หายไปส่งเสียงตอบรับจากข้างบนแล้วเริ่มเดินลงบันได โผล่อีกครั้งด้วยชุดนอนลายทางแต่เปลี่ยนสี


    “ไปทำอะไรมาซะนาน โอ๊ย... แซวเป็๲ชื่อละครจนเหนื่อย” มิ้นท์โวยวายก่อนเลย ส่วนฝ้ายได้ทีขอใส่มุกขำกลิ้ง “เธอโดนจับล่องหนในห้องทดลองหรอสุรีย์รัตน์ ฮ่า ๆ”


    ลูกสาวเ๽้าของบ้านกลั้นขำไม่ไหว “โอ๊ย ฮ่า ๆ ก็ไปเปลี่ยนชุดนอนลายทางไง ฉันกับปูดันใส่สีซ้ำกันน่ะ”


    ปูหันมาทำหน้าน้อยใจ “ฉันไม่ได้ผิดนะ ก็ไม่บอกว่าให้ใส่สีอะไรอ่า”


    “หยอกเล่นน่า... ฉันใส่สีม่วงสลับครามอ่อนแล้ว ไม่ซ้ำใครแน่ ๆ” ว่าแล้วจึงลูบหลังง้อปูเบา ๆ ไม่ทันให้รอปูจึงกอดสุรีย์รัตน์กลมเกลียว “ฉันก็แกล้งน้อยใจไปงั้นแหละ เพื่อนร้าก”


    “เห็นพ่อเธอกลับมาแล้วน่ะ บอกมีแขกมาด้วย ไปดูหน่อยไหม” ฝ้ายรบเร้าให้สุรีย์รัตน์ออกไปต้อนรับ


    ลูกสาวซานตาคลอสเดินผ่านเก้าอี้นวม ยิ้มรวยรินส่งมอบให้ลอริส “แหม่ม... ไอ วิล คัม แบ็ก” ก่อนเร้นกายไปจากห้องกระจก ไม่ทันมองว่าตุ๊กตารัสเซียผินมองพี่เลี้ยงสาวจนลับตา


    แขกเยี่ยมเพิ่มอีกสองดั่งที่ฝ้ายบอก คนที่คุ้นเคยฐานะตำรวจ อาวนัสและสารวัตรสานิตย์ มาครั้งนี้แต่งตัวนอกเครื่องแบบและไร้อาวุธ มาแบบสบาย ๆ ในวันแห่งความสุข


    “ดีใจที่ท่านสารวัตรกับอาวนัสมาเยี่ยมค่ะ”


    ลูกสาวเ๽้าของบ้านยกมือไหว้น้อมนอบ สานิตย์โบกมือส่าย “ไม่ต้องเกรงใจ สบาย ๆ เลยน้องน้ำ”


    “เพื่อนหนูอยู่ในห้องกันค่ะ”


    สุรีย์รัตน์เชื้อเชิญสองแขกเยี่ยมผู้ใหญ่ พอเห็นซานตาคลอสเข้ามาด้วยจึงเอ่ยแซว “พ่อหนูเป็๲ซานต้าทั้งวันเลยค่ะ”


    “ขับรถยังใส่หมวกซานต้าเลย ไม่นั่งที่ลากเลื่อนหิมะเทียมกวางเรนเดียร์ซะแล้ว ฮ่า ๆ” วนัสใส่สีสันขบขัน “วันนี้อาไม่ได้เอารถมา ตอนกลับก็คงรบกวนซานต้าขับไปส่งอย่างวันโน้น”


    “ซานต้าคงเหนื่อยหน่อยค่ะ ต้องรบกวนส่งเพื่อนหนูถึงบ้านตั้งสามที่เลยค่ะ แต่ไม่ห่างกันมาก เพื่อนหนูอยู่ละแวกใกล้กัน แถวสนามบินน้ำกับปากเกร็ด”


    สุรีย์รัตน์พาคุยพลางพาเดินเข้าห้องกระจก สานิตย์และวนัสเห็นเหล่าสาว ๆ ในห้องถึงสี่คน


    “โอ้โห... นี่วันแห่งความสุขของสาว ๆ หรือนี่ เกรงใจเลย” สานิตย์เริ่มถ่อมตน กะอยู่ว่าวันนี้จะไม่ใช้ยศใหญ่ข่มใครทั้งนั้น เพราะรู้อยู่ว่างานสังสรรค์ครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อใคร


    “เพื่อน ๆ ทั้งหลาย มีแขกเพื่อนพ่อมาเยี่ยมด้วยนะ คนนี้สารวัตรสานิตย์ คนนี้อาวนัส เป็๲ตำรวจอยู่ตรวจคนเข้าเมือง ที่ฉันเคยเล่าเ๱ื่๵๹ช่วยน้องลอริสลี้ภัยให้อยู่ที่ไทยได้น่ะ”


    ลูกสาวซานต้าแนะนำจบ ผองเพื่อนแก๊งชุดนอนลายทางยกมือไหว้สวัสดี สีหน้าล้วนยิ้มแย้มแช่มชื่น


    “สวัสดีค่ะ” ทั้งปู มิ้นท์ และฝ้ายพูดกันพร้อมเพรียง


    “ตามสบายนะ น้อง ๆ วัยรุ่นทั้งหลาย อ้อ...” สานิตย์ชะงักคำพูดเล็กน้อย “เกือบลืมเลย วนัส ทักทายให้ฟังหน่อย ผมลืม...”


    “อ๋อ ได้ครับ” วนัสหันหน้าไปทางตุ๊กตารัสเซีย ได้เห็นแววตาสบมองสองตำรวจช่างอ่อนโยน พลันยิ้มทักทายด้วยคำรัสเซีย “ซดราสท์ วุย ถิ”


    คนยศใหญ่ลองพูดตามบ้าง “สะ ด๊าด วุย ที” พลางหันไปทางวนัส “สำเนียงผมสอบตกเลย ฮ่า ๆ”


    “ผมยังพูดไม่ชัดเลยครับ ขนาดหัดพูดบ่อย” เกริกไกรแย้มเขิน ๆ


    สี่สาวยิ้มแย้มชอบใจ เห็นผู้หลักผู้ใหญ่พยายามพูดรัสเซีย


    แต่ที่ทำให้ทุกคนยิ่งประทับใจ ลอริสพยายามจะยืนทายทัก แต่สุรีย์รัตน์ประคองร่างไว้เกรงจะไม่สะดวก เพราะโต๊ะมื้ออาหารยังไม่ได้เลื่อนออกไป เกริกไกรช่วยขยับโต๊ะจนลอริสขอยืนตามที่ตั้งใจ


    “ซดราสท์ วุย ถิ”


    เสียงหวานสำเนียงรัสเซียแท้ นุ่มนิ่มไพเราะน่าเอ็นดูเป็๲ที่สุด สาวรัสเซียก้มผงกน้อมนอบสองผู้เยือน ยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกหัวใจพองฟู ตื้นตันล้นปรี่อย่างบอกไม่ถูก


    สานิตย์ปรบมือก่อน ซานต้าปรบมือตาม วนัสช่วยปรบมือพร้อมสี่สาวแก๊งชุดนอนลายทาง ต่างผลิยิ้มโปรยมอบให้ตุ๊กตารัสเซีย


    “สปาซิบะ...” เสียงเอื้อนหวานดั่งนางฟ้า ลอริสค่อยย่อตัวลงนั่งเก้าอี้นวมดุจเดิม เกริกไกรช่วยเลื่อนโต๊ะเข้ามาใกล้เพราะยังรับประทานไม่เสร็จ


    น้าไสวมาไม่ทันแต่ก็ไม่สาย ยกมือไหว้สองตำรวจที่เริ่มคุ้นหน้า สานิตย์และวนัสบอกกล่าว วันนี้ไม่ต้องเกร็งตามสบายเลย


    “เ๱ื่๵๹ญาติของลอริส ติดต่อมาบ้างไหมคะ” สุรีย์รัตน์บรรจงคำถามอยากทราบข่าวคราว


    สานิตย์ได้แต่ส่ายหน้า วนัสพรรณนาเพียงสั้น “เงียบสนิทเลย ส่งไปทุกทางที่เกี่ยวข้องกับรัสเซียก็ไม่มีอะไรตอบกลับเลย”


    “แปลกจังเลยนะคะ” สุรีย์รัตน์ก้มผงกขอบคุณ


    วนัสเดินออกจากห้องกระจกชั่วครู่ หยิบสิ่งหนึ่งดูแบน ๆ ที่วางอยู่ระเบียงนั่งเล่น กลับเข้ามาสาว ๆ แก๊งชุดนอนพากันร้องว้าว


    “อู้หู แผ่นเสียง เพลงฝรั่งด้วย” มิ้นท์อุทานตื่นเต้นใหญ่


    “คุ้น ๆ นะคะนี่ นักเป่าแซ็กหรือเปล่านะ” ฝ้ายแย้มน้อย ๆ ถามไถ่


    วนัสยิ้มตอบ “เป่าคล้าย ๆ แซ็กนะ แต่เป็๲แคลริเน็ต เสียงหวาน ๆ คนนี้ 'เคนนี จี' ศิลปินแจซชื่อดังของอเมริกา แผ่นเสียงนี่เป็๲คอนเสิร์ตได้มาจากร้านนำเข้าแถวสนามบิน เห็นว่าหายากเลยซื้อมาฝาก”


    “ของขวัญคริสต์มาสนี่เอง ขอบใจมาก ซาบซึ้งเลย” ซานตาคลอสยิ้มชื่นบาน กลายเป็๲ผู้รับของขวัญแทนผู้แจกเสียแล้ว


    “แต่มีเพลงช้าผสมเพลงเร็วนะ ตอนเปิดฟังก็ต้องระวังหน่อย เดี๋ยวน้องลอริสจะตื่นเต้นเกินไป กลัวกระทบโรคหัวใจ” วนัสคอยย้ำเตือน


    “ขอบคุณมากค่ะอาวนัส” สุรีย์รัตน์ยกมือไหว้โปรยคำหวาน


    สามสาวแก๊งชุดนอนไหว้ตามเพื่อน สานิตย์ขอแซวเล่น “สาว ๆ แต่งตัวกันเหมือนพร้อมจะนอนที่นี่เลยหรอ ฮ่า ๆ”


    “นัดกันใส่มาน่ะค่ะท่านสารวัตร” ลูกสาวซานต้าแย้มเขิน ๆ


    พอสนทนาจบ ซานต้าพาเชิญสองแขกผู้ใหญ่นั่งกินบาร์บีคิว สุรีย์รัตน์จึงต้องกุลีกุจอต้อนรับเ๱ื่๵๹อาหาร น้าไสวก็ช่วยอีกแรง ผู้ใหญ่มาทั้งทีจึงไม่อยากให้ขาดตกบกพร่อง แต่สานิตย์กลับไม่ถือสา อยากถอดยศใหญ่ขอเป็๲พลเรือนสักคืน แม้ว่าวันนี้ไม่ได้หยุดราชการเหมือนพวกธรรมเนียมฝรั่ง


    สามสาวแก๊งชุดนอนจึงเข้าใจเหตุผลนี้ แต่ประเดี๋ยวความครื้นเครงรวมเพื่อนกันก็จะเหมือนเดิม​



    -ยังไม่จบตอน-