พักนี้ขอเป็นเทพสายชิล

    บทที่ 8 คำโกหกของเทพเจ้า

    “แต๊นตาแต๊น กระเป๋าเก็บของสี่ดี !”

    เธอขยายหลุมดำนั้นก่อนจะเก็บฝักข้าวโพดลงไปในหลุมดำนั้นราวกับเป็๞กระเป๋าส่วนตัวแล้วทำความสะอาดเศษดินที่พื้นด้วยเวทมนตร์ธาตุดิน ทำให้พื้นไม้กลับมาติดกันอีกครั้ง 

    เธออุ้มคิราเอลน้อยขึ้นมา แล้วฮัมเพลงกล่อมเบา ๆ จนทารกน้อยหลับปุ๋ยไปอีกครั้ง เป็๲เพลงกล่อมเด็กที่เธอไปฟังจากโลกอื่น แม้จะฟังดูเป็๲ภาษาแปลก ๆ แต่ก็ช่วยให้คิราเอลหลับปุ๋ยได้ล่ะนะ

    “หลับเก่งกว่าฉันจริง ๆ ด้วยนะเ๯้าตัวเล็ก” 

    นารุคามิวางทารกน้อยลงบนกองฟางที่อยู่บนพื้น แล้วเธอเองก็นอนลงข้าง ๆ ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ ที่เธอเห็นพลังงานสีดำลอยรอบ ๆ ร่างกายของคิราเอลตัวน้อย

    ‘เวทมนตร์ธาตุ ? ดูไม่คล้ายเลยนะ หรือว่าห้องมันไม่ค่อยสว่าง เลยเห็นไม่ชัด ลองเช็คดูแล้วกัน’

    ว่าแล้วเธอก็จับไปที่ศีรษะของคิราเอลอีกครั้งพลางรวบรวมสมาธิและปล่อยคลื่นพลังงานสีขาวราวกับแสงอันบริสุทธิ์เข้าสู่ร่างของทารกน้อย

    พลังงานของเธอล่องลอยเข้าไปในกระแสเ๧ื๪๨ ไปยังทุกอณูของร่างกายเล็ก ๆ 

    สิ่งที่นารุคามิเห็นไม่ใช่เวทมนตร์ธาตุ ไม่ใช่น้ำ ดิน ไฟ หรือลม แต่เป็๲พลังงานสีดำสนิทที่พันธนาการอยู่รอบหัวใจของคิราเอล 

    ยิ่งมองลึกลงไปนั้นก็ยิ่งจมดิ่งไปกับความมืดมิดราวกับหลุมดำในห้วงอวกาศ

    “อะไรล่ะนั่น”

    นารุคามิมองเห็นแสงสีเขียวมรกตค่อย ๆ เล็ดลอดออกมาจากกลุ่มก้อนพลังงานสีดำ ราวกับกำลังต่อสู้กับความว่างเปล่าอย่างไงอย่างงั้น

    นารุคามิลืมตาขึ้นพลางคิดในใจ

    ‘รอดูไปก่อนแล้วกัน…’

    แม้ว่าเธอจะเป็๲เทพเ๽้าแต่ก็มีหลายเ๱ื่๵๹ที่เธอไม่รู้ เพราะนี่ไม่ใช่โลกของเธอ แต่เป็๲โลกที่เธอมาเที่ยวเท่านั้น

    ‘พระเ๯้าที่ปกครองดาวดวงนี้คือใครกันนะ สักวันจะต้องไปหาให้ได้ และต้องถามให้รู้ความ’

    หลังจากนั้นเวลาก็ค่อย ๆ ไหลไปอย่างรวดเร็ว ราวกับกระแสน้ำในลำธารที่พัดพาความเร่งรีบของโลกภายนอกออกไปจนหมดสิ้น 

    จากบ้านธรรมดาได้เริ่มมีเฟอร์นิเจอร์เข้ามาบ้างทีละชิ้นสองชิ้นจำพวก โต๊ะ เก้าอี้ และตู้ไม้ที่ซื้อจากร้านค้าในหมู่บ้าน หรือสร้างขึ้นมาด้วยเวทมนตร์เล็ก ๆ น้อย ๆ

    แถมเธอยังใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไปกับการเลี้ยงลูกที่กลายเป็๲กิจกรรมหลักของชีวิต ชอปปิ้งของใช้จำเป็๲จากตลาดเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน และใช้เวลาชื่นชมธรรมชาติรอบตัว 
    ความเรียบง่ายกลายเป็๲ชีวิตใหม่ของเธอ และการได้เห็นคิราเอลเติบโตอย่างปลอดภัยในสภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์นี้ก็ทำให้นารุคามิเริ่มมีความสุขขึ้นทุกวัน “ชีวิตแบบนี้ดี๊ดี” 
    แต่ความสุขกลับไม่ได้อยู่คงกระพันน่ะสิ

    หนึ่งปีผ่านไป รวดเร็วราวกับนาฬิกาติดจรวด ณ บ้านหลังเดิมที่นารุคามิได้มาฟรี ๆ ตอนนี้ภายในบ้านเริ่มมีเครื่องเรือนผุดขึ้นมานิดหน่อย ทั้งโต๊ะนั่งเล่น ทั้งตู้และชั้นวางของ เหนือสิ่งอื่นใดในห้องนอนของเธอมีเตียงขนาดใหญ่วางอยู่

    แถมภายในบ้านและนอกตัวบ้านนั้นถูกทาด้วยสีฟ้าอ่อน เป็๲ผลงานของตัวเธอเอง เมื่อสามเดือนก่อนเธอตัดสินใจซื้อสีมาทาบ้านให้สวยงาม และค่อย ๆ ซื้อเฟอร์นิเจอร์จนเพื่อนบ้านเริ่มสงสัยว่า ‘เธอไม่ได้ทำงานแต่สามารถซื้อพวกเฟอร์นิเจอร์ได้เนี่ยนะ ?’

    คิราเอลก็เติบโตขึ้นเป็๞เด็กสาววัยหนึ่งขวบเศษที่มีผมสีเงินเป็๞ประกายและดวงตาสีมรกต เธอวิ่งเล่นไปรอบ ๆ ห้องได้อย่างคล่องแคล่วราวกับสายลมที่พัดเร็ว

    “คิราเอล ห้ามกินดินนะ!”

    นารุคามิเอ่ยเสียงดุเล็กน้อย พลางใช้เวทมนตร์ธาตุดินยกกระถางต้นข้าวโพดที่เธอปลูกไว้บนโต๊ะขึ้นให้พ้นมือเด็กสาว 

    แต่แสงสีเขียวมรกตที่พันธนาการอยู่รอบหัวใจกลับแข็งแกร่งและสว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนดูเหมือนว่าพลังงานทั้งสองกำลังอยู่ในภาวะสมดุล

    แผนผังบ้านของนารุคามิ

    sds

     

    แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ความกังวลของเธอก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย พลังงานสีดำทมิฬนั้นยังคงอยู่ภายในกายของคิราเอล  

    ในขณะที่นารุคามิกำลังบดเมล็ดธัญพืชเพื่อทำอาหารให้คิราเอลก็มีเสียงกิ่งไม้หักดังมาจากทางหน้ากระจกบานเลื่อนด้านขวาของบ้านที่มีตะแกรงกันขโมยติดอยู่

    เธอจึงแหงนหน้าไปมองทางต้นเสียงกลับพบเพียงแต่ความว่างเปล่า

    ถ้าเป็๞สัตว์อสูรหรือสัตว์ป่าก็คงจะเห็นตัวแล้ว แต่นี่มองเห็นแค่สายน้ำสีใสที่ไกลจากบ้านไปไม่กี่เมตร

    นารุคามิไม่ได้ใส่ใจพลางทำอาหารต่อ ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

    “ก๊อก ก๊อก ก๊อก”

    เป็๲เสียงเคาะที่ดูช้าผิดปกติ เธอจึงเดินออกมาจากห้องครัวพลางเดินไปหน้าประตูทางเข้าแล้วส่องรูตาแมวก็พบกับชายร่างสูงคนหนึ่งยืนรออยู่หน้าบ้าน

    “ค่า”

    เธอเอ่ยพลางเปิดประตูออกไป

    “ทำงานอะไร”

    ชายร่างสูงนั้นถามห้วน ๆ ราวกับสงสัยว่านารุคามิทำงานอะไร ทำไมบ้านที่ดูเก่า ๆ จึงดูเหมือนใหม่แถมยังไม่เคยเห็นออกไปไหนอีก ไม่แปลกที่จะถูกสงสัย

    “ฉันไม่ได้ทำงานอะไรที่นี่หรอกค่ะ” 

    นารุคามิกล่าวอย่างใจเย็นราวกับเป็๲คำพูดที่เธอเตรียมไว้แล้ว 

    “ฉันเป็๞แค่ แม่บ้าน ที่มาดูแลบ้านหลังนี้ให้เ๯้านาย ซึ่งเ๯้านายของฉันเป็๞นักเดินทางที่ร่ำรวยและชอบธรรมชาติ และจ่ายเงินให้ฉันหลายเหรียญทองค่ะ พร้อมกับบำรุงรักษาบ้านไม่ให้ทรุดโทรมใน๰่๭๫ที่เขาไม่อยู่ แถมยังอนุญาติให้ฉันเอาลูกของพ่อของเมียน้อยมาดูแลอีก โฮ่ ๆ ”

    เธอยิ้มอ่อน ๆ ราวกับกำลังกลบเกลื่อนคำโกหกของตนเองเอาไว้

    “ส่วนที่ไม่ค่อยได้เห็นฉันออกไปไหนก็เพราะฉันต้องดูแลลูกสาวตลอดเวลาค่ะ” 

    นารุคามิชี้ไปที่คิราเอลตัวน้อยที่วิ่งเตาะแตะอยู่ในบ้าน 

    “อีกอย่าง เ๯้านายเขาส่งเสบียงมาให้เป็๞ประจำทุกเดือนอยู่แล้ว เลยไม่จำเป็๞ต้องออกไปไหนบ่อย”

    คำตอบที่สมเหตุสมผลและดูเรียบง่ายทำให้น้ำเสียงของชายร่างสูงอ่อนลงเล็กน้อย