“พี่ใหญ่ท่านคิดว่า.....สมบัติชิ้นจะทำให้พวกเราได้กลับเข้าไปอีกครั้งจริงๆหรือ?” เงาซ้ายผู้เป็มันสมองของกองโจรเงามรณะถามกับบุรุษผู้สวมหน้ากากหนังมนุษย์
เงามรณะนิ่งเงียบไม่ได้ตอบคำถามแต่เงาขวาที่เป็คนเอ่ยตอบแทน“อย่างน้อยพวกเราก็ได้ลอง....ความผิดครั้งนั้นพี่ใหญ่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ข้าคิดว่าประมุขคนใหม่มีเหตุผลพอที่จะรับฟังเหตุผลและรับคำขออภัยของพวกเรา”
“ดินแดนมาร....ข้าคิดถึงที่นั้นยิ่งนัก”เงาซ้ายหวนนึกถึงอดีตในยามรุ่งโรจน์
ไม่มีการสนทนาใดๆอีกระหว่างคนทั้งสามพวกมันเพียงแค่นั่งเงียบๆล้อมรอบกองไฟ เงาขวาที่เห็นบรรยากาศตึงเครียดเกินไปก็พูดขึ้นมาขำๆ“ดูท่าพวกข้างนอกคงดวลสุราจนหลับใหลไปหมดแล้วกระมั้ง? ฮาๆ”มันเอ่ยถึงเหล่าสมุนที่ตั้งที่พักอยู่รอบนอกที่เงียบกริบ เงาซ้ายที่เห็นเงาขวาพยายามพูดตลกก็เพียงยักไหล่เบาๆ
ตอนนั้นเองเงามรณะที่นั่งเงียบๆมาโดยตลอดพลันเงยหน้าขึ้น“เงียบเกินไป..” เสียงแหบผากที่เสียดแทงลึกไปถึงจิตใจดังขึ้นมา
เงาซ้ายและเงาขวาสีหน้าเปลี่ยนไปตอนนี้พวกมันรู้ถึงความผิดปกติแล้ว ถึงลูกสมุนของพวกมันจะดื่มสุราจนเมาหัวทิ่มขนาดไหนก็ไม่มีทางเงียบเชียบได้ขนาดนี้แน่นั้นแสดงว่า....
“แต่ว่าไม่มีกลิ่นเื”เงาขวาขมวดคิ้ว
“ไม่มีเสียงต่อสู้หรือเสียงร้องใดๆเลย”เงาซ้ายเอ่ยอย่างุนงง
“ออกไปดู”เงามรณะสั่งสมุนคู่ใจ สองเงากระโจนออกไปอย่างรวดเร็วเหลือเพียงหัวหน้าของกองโจรมรณะที่นั่งเฝ้าที่เก็บสมบัติที่พวกมันใช้เวลาหลายปีในการรวบรวมมา
สองเงาซ้ายขวาเมื่อมาถึงที่ๆพวกมันให้เหล่าลูกน้องตั้งที่พักก็ชะงักไป ลูกน้องของพวกมันไม่หลับอยู่ตามพื้นก็นั่งหลับก่ายกองกันไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ คล้ายเหมือนพวกมันแค่ดื่มสุรามากเกินไปจนสลบเท่านั้นเอง
เงาซ้ายหยิบขวดสุราขึ้นมาดมก็ขมวดคิ้ว“ไม่มียาพิษแต่ข้าััได้สุรานี้มีฤทธิ์แรงกว่าปกติหลายเท่าตัวนัก” สองเงาซ้ายขวางุนงงกลับเหตุการณ์แปลกๆทันใดนั้นเองเสียงะเิก็ดังขึ้นจากที่ๆพวกมันจากมา
ตูม!
สองเงาซ้ายขวาเบิกตากว้างรีบมุ่งหน้ากลับไปที่ๆพี่ใหญ่ของพวกมันอยู่ทันทีเมื่อพวกมันไปถึงก็ยิ่งใกว่าเดิม พี่ใหญ่ที่ไร้พ่ายของมันตอนนี้กำลังทรุดลงกับพื้นเบื้องหน้าของบุรุษหนุ่มคนหนึ่งที่มีผีเมื้อทัดอยู่ที่ข้างหู...
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ที่สองเงาซ้ายขวาออกไปดูสถานการณ์เงามรณะนั่งอยู่เงียบคนเดียวหน้าหน้ากองไฟของดวงตาเ็าของมันคล้ายกำลังคิดบางสิ่งอยู่
“แย่แล้วหัวหน้า!” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีผีเสื้อทัดอยู่ข้างๆหูวิ่งตาตื่นมาหามัน “พวกเราข้างนอกแย่แล้วขอรับ!พวกเรานั่งดื่มสุรากันอยู่ดีๆจู่ๆคนอื่นๆก็ล้มสลบกันไปหมดเลยขอรับ! เมื่อครู่ท่าน...เอ่อ..ท่าน ท่าน ท่านเงาซ้าย! ท่านออกไปดูเมื่อกี้ก็หน้าเครียดใหญ่รีบสั่งให้ข้ามาเชิญท่านออกไปดูทันทีเลยขอรับ!” ชายหนุ่มพูดท่าทีร้อนรน
“..............”
บุรุษผู้สวมหนังหน้ากากมนุษย์ลุกขึ้นเงียบๆและเดินออกไปชายหนุ่มที่มีผีเสื้อทัดที่ข้างหูหอบหายใจเหมือนเหนื่อยล้าที่วิ่งมาส่งข่าว ชายหนุ่มชะโงกหัวดูเล็กน้อยว่า‘หัวหน้า’จากไปหรือยัง เมื่อเห็นว่าเงามรณะผู้เลื่องชื่อจากไปแล้วชายหนุ่มกลืนน้ำลายเบาๆย่องช้าๆเข้าไปในสถานที่เก็บสมบัติของกองโจร
ชายหนุ่มที่เข้าไปพลันตกตะลังในความโอ่อ่าของสมบัติมากมายที่ส่วนมากแล้วเป็ของวิเศษระดับหกขึ้นไปแต่ละชิ้นถูกวางเรี่ยราดราวกับไม่มีความหมาย ชายหนุ่มเดินกอดอกชมรอบๆพลางพยักหน้าชื่นชมความขยันของกองโจรมรณะ
ทันใดนั้นชายหนุ่มก็สะดุดตากับสิ่งๆหนึ่งที่ถูกตั้งวางไว้อย่างดีชายเดินย่องๆเข้าไปดูใกล้ๆก็เห็นเป็แหวนที่ถูกพันด้วยผ้าเก่าๆ ชายหนุ่มผู้มีผีเสื้อทัดอยู่ที่ข้างหูหยิบมันขึ้นมาดูพริบตาที่ปลายนิ้วของเขาัักับผ้าเก่าๆที่พันแหวนไว้ แรงสั่นะเืคล้ายวิ่งไปตามผ้าเหมือนกับมันมีชีวิตมันดูดกลืนลมปราณจากชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่งราวกับกระหายอาหารมานาน
ชายหนุ่มที่เห็นผ้าเก่าๆดูดกินลมปราณของเขาก็ยืนเท้าเอวมองมันเบื่อๆ“อิ่มยัง?” ผ้าเก่าๆยังหน้ามึนดูดกลืนลมปราณของเขาอย่างตะกละชายหนุ่มกรอกตามองบน “มันเสียเวลาข้านะรู้มั้ย?”ชายหนุ่มหมดความอดทนส่งลมปราณชุดใหญ่ยัดลงไปที่ผ้าเก่าๆเหมือนกลับคนตะกละที่ไม่รู้จักหยุดทั้งๆที่อิ่มแล้วก็ยัดเข้าไป ไม่นานผ้าเก่าๆที่ดูกลืนลมปราณไม่ไหวก็บวมขึ้นและะเิออกปลิวหายไป
ชายหนุ่มมองสิ่งที่อยู่ใต้ผ้าเก่าๆแหวนทองคำที่มีลวดลายดีดำตัดขาวที่ไม่เหมือนสิ่งใด ชายหนุ่มหรี่ตาลงเหมือนรับรู้ได้ถึงความไม่ธรรมดาของมันเขาสวมแหวนเข้าไปที่นิ้วนางข้างขวา
“ตำนานเล่าว่าแหวนวงนั้นเคยเป็ของแคว้นหวังโบราณมาก่อน”เสียงราบเรียบของเงามรณะดังขึ้นทำเอาชายหนุ่มที่มีผีเสื้อทัดหูสะดุ้งโหยง
“หะหัวหน้า!?” ชายหนุ่มพูดตะกุกตะกัก
“แหวนวงนั้นเป็สิ่งที่เ้าหมายตาไว้งั้นหรือ?” ในมือของเงามรณะถือใบมีดที่เป็ฟันปลาน่ากลัว “น่าสนใจ อุตส่าห์เอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เพื่อแหวนวงเดียว”บุรุษผู้สวมหนังมนุษย์เดินเข้ามาหาช้าๆ
“แค่กๆท่านหัวหน้าข้าแค่บังเอิญเห็นสมบัติมันสกปรกเลยเข้ามาทำความสะอาดให้เท่านั้นเอง”ชายหนุ่มเอาเสื้อถูของวิเศษที่ส่องแวววาวจนเห็นหน้าตาของเขาโดยไม่ต้องทำอะไร
“ระหว่างถูกเฉือนใบหน้าอย่างช้าๆกับถูกถลกหนังอย่ารวดเร็วเ้าอยากได้แบบไหนมากกว่ากันล่ะ?” ชายหนุ่มพลันหน้าขาวซีด “ทะ ท่านหัวหน้าได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย! บะ บิดาที่บ้านข้าป่วยหนักมากเพราะงั้นข้าเลยต้องหาเงินจำนวนมาก! ท่านหัวหน้าได้โปรดเห็นแก่ที่ข้าข้าคอยรับใช้ท่านอย่างดีมาหลายปีได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะข้าจะไม่กลับมาให้ท่านเห็นหน้าอีกเด็ดขาด!” ชายหนุ่มผู้มีผีเสื้อทัดหูวิงวอนทั้งน้ำตา1
แทนคำตอบใบมีดฟันปลาฟันลงมาที่ใบหน้าของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วชายหนุ่มหน้าขาวซีดกว่าเดิมแตกลับยกเท้าขึ้นเตะไปที่ร่างเงามรณะอย่างรวดเร็ว
ตูม!
เสียงอากาศะเิแตกออกอย่างรุนแรงพร้อมกับร่างของเงามรณะที่กระอักเืกระเด็นออกไปไกลเว่ยเมิ่งเช็ดเหงื่อที่ไหลลงมาตามใบหน้า “เกือบไปแล้ว! ให้ตายเถอะไม่นึกว่ามันจะมองการแสดงแสนแเีของข้าออกด้วย! สมแล้วจริงๆที่เป็หนึ่งในโจรที่เลื่องชื่อมานาน” เว่ยเมิ่งพยักหน้าชื่นชมเงามรณะที่ทรุดตัวลงกับพื้นที่สามารถออกการแสดงของตนออก...........
“พี่ใหญ่!” สองเงาซ้ายขวากลับมาถึงพอดี
เว่ยเมิ่งโบกมือลากองโจร“บ๊ายบายนะท่านหัวหน้า! ไว้มีโอกาสพวกเราค่อยไปดื่มชากันแน่นอนว่าท่านต้องเลี้ยงข้าน่ะ” เว่ยเมิ่งหันหลังจะเดินจากไป
“หยุดมัน!” เงามรณะคำราม
พร้อมๆกับเสียงคำรามสองร่างเงาซ้ายขวาพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วพวกมันต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาอย่างยาวนาน กระบวนท่าของพวกมันยิ่งใช้ออกร่วมกันยิ่งทรงอานุภาพสองขุนพลของเงามรณะประสานการโจมตีไปยังเว่ยเมิ่งที่บังอาจหันหลังให้กับพวกมัน
“หืม?” เว่ยเมิ่งหันหลังมามองการโจมตีก็เกาหัวเหมือนไม่รู้จะทำอย่างไงดี “เอ๊ะ!ยังไม่ได้ลองกระบวนท่าของท่านปรมาจารย์รุ่นที่สามเลยนี่หว่า?” เว่ยเมิ่งลูบคางพลางก้าวเท้ากลับหลัง
เทพเซียนเหยียบนรก!
สองเงาซ้ายขวาที่กำลังประสานการโจมตีพุ่งมาพลันรู้สึกเหมือนมีพลังบางอย่างกดทับลงมาที่ร่างของพวกมันอย่างรุนแรงร่างสองถูกกดทับด้วยพลังที่มองไม่เห็นจนติดอยู่กับพื้นพวกมันเบิกตากว้างอย่างไม่เข้าใจพวกมันคือยอดฝีมือระดับเก้านอกจากยอดฝีมือชนชั้นแก่นแท้ลมปราณแล้วพวกมันก็ไม่จำเป็ต้องเห็นใครอยู่ในสายตา
ทว่าชายหนุ่มที่ท่าทางอายุเกือบยี่สิบตรงหน้าที่ไม่ว่าดูอย่างไรก็ไม่ได้เป็ผู้ฝึกยุทธ์แน่ๆกลับเล่นงานพวกมันได้อย่างดายเงามรณะที่เห็นสองลูกน้องคนสนิทพ่ายแพ้ก็แค่นเสียง
“เป็ถึงชนชั้นแก่นแท้ลมปราณแต่กลับมารังแกพวกเราเช่นนี้ท่านไม่รู้จักอับอายบ้างหรือผู้าุโ?” เงามรณะที่าเ็จนลุกไม่ขึ้นแค่นเสียงเ็าถามเว่ยเมิ่งมันแน่ใจว่าคนตรงหน้าต้องเป็ผู้แข็งแกร่งขั้นแก่นแท้ลมปราณแน่ๆ บางทีผู้าุโท่านนี้อาจจะใช้วิชาลับบางอย่างทำให้อายุน้อยลงก็เป็ได้
“แก่นแท้ลมปราณ?ผู้าุโ? พวกเ้ามโนกันไปถึงไหนเนี่ย”เว่ยเมิ่งเกาหัว “เอาเถอะๆ ช่างมันคิดแทนพวกเ้าไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเอาเป็ว่าข้าขอตัวก่อนแล้วกันน่ะ” เว่ยเมิ่งหายตัวไปพร้อมกับเงามืดยามราตรี
“....แค่กแค่ก” เงามรณะไอเป็เื จ้องไปยังทิศทางที่เว่ยเมิ่งหายตัวไปอย่างเคร่งเครียด
“พี่ใหญ่..หรือว่านั้นจะเป็ยอดฝีมือที่เก้าพันธมิตรส่งมาไล่ล่าพวกเรา!?” เงาขวาถามทั้งๆที่ร่างกายสั่นสะท้าน
“ไม่น่าจะใช้น่ะเ้าขวาหากเป็เช่นนั้นจริงมันคงสังหารพวกเราทิ้งไปแล้ว” เงาซ้ายเอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย
“ข้าลองตามดูมันอยู่ครู่หนึ่งแต่ดูเหมือนมันจะไม่ค่อยสนใจพวกเราเสียเท่าไรดูท่าแล้วมันคงสนใจสมบัติที่พวกเราสะสมมาเสียมากกว่า”
“สมบัติ?หรือว่า?...”
“ไม่..ที่มันเอาไปมีแค่ชิ้นเดียวเท่านั้นเป็แหวนของแคว้นหวังโบราณ” เงามรณะเอ่ยด้วยท่าทีครุ่นคิด
“ไอ้แหวนสูบชีวิตบัดซบนั้นนะหรือ?” เงาขวาเอ่ยด้วยท่าทีประหลาดใจแหวนที่ถูกห่อด้วยผ้าเก่าๆนั้นเกือบคร่าชีวิตพวกมันมาหลายครั้งแล้วแค่เพียงััโดนผ้าเก่าๆนั้นก็จะถูกดูดซับลมปราณในร่างไปจนหมดแค่เพียงนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เกือบตายเงาขวาก็ขนลุก
“แล้วเราจะเอาอย่างไรกันดีพี่ใหญ่?จะเดินตามแผนที่วางไว้หรือถอยกันก่อนดี?”เงาซ้ายถามอย่างลังเล
เงามรณะเม้มปากมองไปยังทิศทางของขบวนสำนักคุ้มกันภัยที่ขนย้ายสมบัติที่พวกมันหมายตา“นี่เป็โอกาสสุดท้ายแล้ว...หากของไปถึงแคว้นชิงเมื่อไรพวกเราคงไม่มีโอกาสแย่งชิงมาเป็แน่....”มันพึมพำกับตัวเอง ดวงตาภายใต้หนักมนุษย์ลุกโชนด้วยความมุ่งมั่น
“พวกเราจะทำตามแผนเดิม!อีกสองวันหลังจากนี้พวกเราจะชิงเอาของนั้นกลับไปถวายให้กับท่านประมุข!”