ปีกกาที่หนึ่ง
เขาว่าครั้งแรกคือการเรียนรู้
กลุ่มควันและฝุ่นพิษผสมรวมตัวอยู่ในอากาศ ยามเช้าอันแสนคุ้นเคยของอิไลแม้ว่าธรรมชาติในเขตกักกันจะปนเปื้อนสกปรกแต่น่าแปลกที่ร่างเขาไม่ได้รับผลข้างเคียงจากมันเลย
ั์ตาสีเขียวหม่นดูเหม่อลอยขณะเดินผ่านผู้คนและตั้งตาคอยให้เป้าหมายปรากฏตัว ซึ่งตอนนี้เลยเวลามาเกือบนาทีแล้วพวกทาทายังไม่ขับรถเข้ามาเลย
ไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกที่ทำตัวเป็นักเลงระรานคนอ่อนแออย่างพวกนั้นได้หรอก จะมีก็แต่เชื้อร้ายที่ปะปนอยู่ในอากาศ
อิไลเคยอยู่ข้างถนนมาก่อนเขารู้ดีว่าพวกติดเชื้อเป็ยังไง แม้อาการจะส่งผลแตกต่างกันแต่แน่นอนว่าพวกนั้นจะตายแน่เร็วหรือช้าอยู่ที่เวลาเท่านั้น
ถ้าตายเร็วก็ถือว่าเป็โชคดีถ้ายังไม่ตายและถูกทหารพบก็จะถูกจับไปเข้าศูนย์ทดลอง
เด็กหนุ่มไม่เคยเห็นสถาบันนั่นมันเป็เขตหวงห้ามในเขตกักกันนี้คนที่เข้าไปได้จะมีแต่พวกติดเชิ้อ นักวิทยาศาสตร์ ลูกค้าเงินหนาและพวกแต่งตัวแปลก ๆ มิดชิดแม้แต่ดวงตาก็ไม่สามารถเห็นได้
' จะสนทำไมวันนี้เป็วันสุดท้ายที่เราจะอยู่ที่นี่ '
อิไลชะเง้อคอเห็นควันดำและเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มเป็สัญญาณว่าเป้ามายกำลังจะมาใกล้เด็กหนุ่มคิดไว้แล้วว่าเขาจะเอาที่ช็อตนั้นมาได้อย่างไรและหากฉวยมันมาไม่ได้เขาก็จำเป็ที่จะต้องฆ่าซะ
การฆ่ากันตายในเขตกักกันไม่ใช่เื่ใหญ่หรือเื่ที่ผิดใครอ่อนแอก็ต้องตายหากเขาฆ่าทาทาศพของชายคนนั้นก็จะกลายเป็วัตถุนำไปชำแหละขายมีพวกกลุ่มที่เฝ้ารอให้คนตายอยู่ในเงามืดเหมือนอีแร้ง
รับรองได้ว่าร่างกายทุกส่วนของคน ๆ หนึ่งจะสร้างฐานะให้กับอีกคนหนึ่งให้มีกินมีใช้ไปทั้งชีวิตหรือไม่ก็แค่ไม่กี่เดือนมันจะไม่เหลือแน่ถ้าเอาเงินไปใช้ผิด ๆ
อิไลไม่เคยฆ่าคนมาก่อน..แต่เขากลับมั่นใจว่าร่างกายผอมแห้งของเขาจะกระทุ้งแท่งเหล็กปลายแหลมที่พวกคนงานเอาไว้ฆ่าหมูทะลุหัวใจผู้ชายตัวสูงแบบทาทาได้
ระดับความสูงของร่างกายเป็ใจอย่างเหลือเชื่อหัวของอิไลอยู่พอดีกับหัวใจของอีกฝ่ายพอดี
เด็กหนุ่มเดินเข้าไปขนเนื้อขึ้นรถตามปกติพยายามสอดสายมองหาของที่้าตามที่อิไลซ่าได้บอกเอาไว้มันอยู่ในลิ้นชักหน้ารถและถ้าไม่ผิดพลาดทาทาจะไม่ย้ายที่เก็บมัน
อิไลกลืนน้ำลายลงคอขณะเอื้อมมือเข้าไปภายในรถประกอบกับสายตาที่ยังจับจ้องเป้าหมายที่กำลังจ่ายเงินให้กับเ้าของร้าน
เขาทำสำเร็จทันทีที่มือผอมบางคว้าจับเครื่องมือดัดแปลงได้อิไลก็ไม่สนใจใครอีก เขาค่อย ๆ แฝงตัวให้กลืนไปกับคนงานแบกหามที่เดินสวนกันเป็ขบวนอย่างทุกวันก่อนที่ร่างสกปรกของเด็กหนุ่มจะผลุบหายไปจากความสนใจของพวกคนงานในร้านเนื้อ
อิไลวิ่งไม่คิดชีวิตไปทางช่องส่งศพวิธีการทิ้งศพของเขตกักกันพวกเขาจะเอาศพใส่โลงผูกรัดแ่าและปล่อยให้ลอยออกไปตามคลองส่งเมื่อโลงถึงปลายทางพวกที่ประจำอยู่ที่นั่นจะเอาศพไปปั่นและเผาทำลายไม่ต่างจากการเอากระดาษเข้าเครื่องทำลายกระดาษเลยแม้แต่น้อย
อิไลจะต้องลงไปในโลงและออกมากจากโลงก่อนที่จะไปถึงสุดปลายคลอง
ห่างไปอีกไม่กี่เมตรเด็กหนุ่มก็จะถึงที่หมายทว่าเขาต้องล้มหัวคะมำเมื่อมีวัถตุชนิดแข็งลอยมาปะทะกลางหลังของตนเข้าอย่างจัง ร่างสะบักสะบอมกลิ้งหลุน ๆไปตามทางลาด
' พวกทาทาคงรู้ตัวและตามมา..เครื่องช็อตคงใช้ได้ผลจริง ๆ มันถึงกับยอมเสี่ยงเข้ามาในเขตป่ารกที่เต็มไปด้วยสารปนเปื้อนแบบนี้ '
อิไลสะบัดหัวและเนื้อตัวพยายามที่จะลุกขึ้นให้ไวที่สุดแม้ว่าร่างกายจะถูกหนามและกิ่งไม้ข่วนจนเป็แผลเหวอะหวะหลายแห่ง การไถลตัวลงมาจากพงหญ้าช่วยให้เขามาถึงจุดหมายได้ไวกว่าเดิมนิดหน่อย
เด็กหนุ่มซ่อนตัวหลังพุ่มไม้ก่อนที่จะช็อตปลอกคอคืนอิสระให้แก่ตนเองและโยนที่ช็อตไว้ข้างกันกับปลอกคอนั้น
ไม่รอช้าอิไลกระโจนตัวซ่อนใต้ผ้าห่อศพที่จะถูกขนย้ายไปในอีกไม่กี่นาทีเป็เื่ดีที่แผนการหนีของเขาเป็ไปด้วยดีแม้ว่าพวกทาทาจะไหวตัวตามเขามาได้แต่พวกนั้นจะไม่สามารถเข้ามาในเขตทิ้งศพได้แน่ ๆ เพราะต่อให้เครื่องมือนั่นมีค่ามากแค่ไหนทาทาไม่โง่ถึงขนาดยอมให้เนื้อหนังแตะต้องโดยสารปนเปื้อนที่มีอยู่เต็มพื้นที่ป่าแน่นอนที่มันกล้าขับรถตามมาก็นับว่ากล้าหาญมากแล้ว
แรงสั่นะเืเริ่มขึ้นเป็สัญญาณให้อิไลรู้ว่าศพกับกำลังถูกเคลื่อนย้าย ในสภาพที่โคลงเคลงไปมาเรียกรอยยิ้มดีใจให้เกิดกับเด็กหนุ่มผู้สิ้นหวัง
' ไม่ต้องฆ่าคนก็หนีได้สำเร็จ..นายทำได้อิไล '
อารมณ์เป็ปลื้มยังคงมีอยู่กระทั่งอิไลนับเลขได้ครบห้าพันครั้งเขาก็จัดการกะเทาะฝาโลงเพื่อเปิดมัน แม้ว่าโลงจะถูกผนึกไว้แ่าแต่ด้วยการเตรียมการมาอย่างดีทำให้อิไลหลอมสารเชื่อมฝาโลงได้ไม่ยาก
อิไลดันศพให้พ้นทางก่อนที่ค่อย ๆ แง้มฝาโลงเขาต้องมั่นใจว่าโลงศพนี้ได้พ้นเขตชุมชนมาแล้ววิธีที่จะสังเกตคือสีของใบไม้ที่เป็สีดำเทาเพราะมีการปนเปื้อนชนิดเข้มข้น
' ต้นไม้พวกนี้ได้รับสารอันตรายขั้นรุนแรง..แต่ทำไมไม่เหี่ยวเฉาหรือตาย ? '
ข้อสงสัยเกิดขึ้นภายในใจเด็กหนุ่มเขาเก็บจำมันเพื่อเอาไว้ถามพี่สาวของตนเมื่อหัวค่ำมาเยือนในวันนี้ แต่ตอนนี้ต้องไปถึงฝั่งให้ได้ก่อน ไม่รู้ว่าร่างกายเขาจะได้รับผลกระทบจากการััป่านอกเขตชุมชนหรือไม่
ความเข้มข้นของสารอันตรายในเขตกักกันแบ่งเป็สามระดับ ระดับแดงคือพื้นที่ที่ถูกละเลยไม่ได้รับการเยียวยาตัวอย่างเช่นคลองส่งศพนี้ ต่อมาคือระดับชมพู ซึ่งก็คือเขตชุมชนด้านนอกที่ ๆ เขาเกิดและอาศัยอยู่มาตลอดยี่สิบปี พื้นที่ได้รับการเยียวยาแต่ส่วนมากพวกทหารก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับบริเวณรอบด้านของเขตสีชมพูมันถึงได้มีการปนเปื้อน แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงสำหรับอิไลหากเป็คนอื่นอาจจะติดเชื้อและตายภายในไม่ถึงชั่วโมง
พื้นที่สุดท้ายคือพื้นที่สีฟ้า มันอยู่ในรั้วคอนกรีตและมีไฟฟ้าอยู่โดยรอบรั้วสูงที่ถ้ามองจะเนินเขาที่สูงที่สุดก็จะเห็นแค่หอประมูลเท่านั้น
คงไม่ต้องอธิบายหรอกนะว่าพื้นที่สีฟ้ามันช่างปลอดภัยเป็แดน์ในเขตกักกันที่ไม่ได้มีเทวดานางฟ้าอาศัยอยู่หากแต่เป็พวกคนเลวและตัวชั่วที่สุมหัวกันอยู่ในนั้น
อิไลดึงแท่งเหล็กปลายตัดแหลมคมให้ยืดออกมันมีความยาวมากพอที่จะถ่อโลงนี่เข้าฝั่งได้เหตุผลที่มันมีความยาวขนาดนี้อาจเป็เพราะพวกลูกจ้างในร้านดัดแปลงเพื่อจะเอาไว้ยิงปล้นปืนของพวกทหาร
' พวกแข็งแรงก็มักจะบกพร่องทางความคิดแบบนี้ละนะ '
" เอาล่ะ..มาดูว่าแกจะทำให้ฉันป่วยหรือเปล่า " เมื่อขาถึงฝั่งได้อิไลก็เข้าไปแตะกอหญ้าข้างลำคลองทันทีเพื่อที่เขาจะเอามันเป็ที่เหนี่ยวยึดขณะเขี่ยโลงศพให้ลอยออกไปตามกระบวนการเดิมของมัน
"..." เด็กหนุ่มหยุดมองฝ่ามือตนเองเมื่อปล่อยจากใบหญ้านั้นแล้ว เขาคิดว่ามือของเขาอาจจะมีตุ่มหรือเกิดอะไรขึ้นสักอย่างแต่ไม่เลย..
' หรือจะเป็เรา..ที่ผิดปกติ '
เด็กหนุ่มครุ่นคิดถึงความผิดแปลกของร่างกายตนเองเขารู้ว่าเขากินไม่อิ่มและแทบจะไม่ได้นอนร่างกายเขาย่อมจะไม่แข็งแรงและตัวเล็กผอมแห้งกว่าคนวัยเดียวกัน ทั้งที่เป็อย่างนั้นเขากลับมีภูมิต้านทานเชื้อโรคพวกนั้นั้แ่จำความได้เขาก็ไม่เคยป่วยไม่เคยไอเลยด้วยซ้ำ
' เมื่อไหร่จะมืดนะ..อิไลซ่าไปอยู่ที่ไหนแล้วเวลานี้ '
จากการเดินตลอดห้าชั่วโมงไม่มีหยุดพักที่สุดแล้วอิไลก็มาสู่ช่องลอดผ่านที่จะได้ออกไป ั์ตาสีหม่นทอดมองรอบด้านเขาหิวจนไม่มีแรงเหลือ เขานั่งแหม่ะลงบนเนินหินก้อนหนึ่ง เด็กหนุ่มเงยมองท้องฟ้าคาดคะเนเวลา
อีกสักสองชั่งโมงจะถึงเวลาที่ความมืดมาเยือนเด็กหนุ่มถอนหายใจอีกครั้งเรียกแรงฮึดเพื่อที่จะไปยังปลายน้ำเก็บเอากระเป๋าของพี่สาวเผื่อว่าข้างในนั้นจะมีอาหารและเสื้อผ้า
สองขาค่อย ๆ ก้าวเดินไปพร้อมกับทิวทัศน์ที่เป็ป่ารกนั้นค่อย ๆ เตียนโล่งมากขึ้นเป็จุดสังเกตได้ว่าอิไลกำลังพ้นจากเขตกักกันแล้ว
แผนที่ตามที่อิไลซ่าบอกเขตกักกันจะถูกปกคลุมด้วยป่ารกป้องกันคนภายนอกและภายในเข้าออกคนอื่น ๆอาจมองว่ามันเป็ที่อันตรายแต่สำหรับเด็กหนุ่มมันกลับเป็ที่ซ่อนตัวที่ปลอดภัยเว้นแต่เขาอาจจะหิวตาย
" อยู่นี่เองกว่าจะหาเจอ " อิไลบ่นอุบอิบเมื่อมาถึงปลายแม่น้ำเขาต้องแงะกล่องไม้ทุกกล่องเพื่อหากระเป๋าของพี่สาวและภายในนั้นก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อมันมีของทุกอย่างที่จำเป็อยู่ครบถ้วน
แต่ไอ้เ้าชิ้นส่วนพิลึกน่าขนลุกนี่มันอะไรกัน
กระดูก? ก้อนขน? ดิน?
" เจอของกินสักที..แต่จะกินยังไงเนี่ย "
อิไลจดจ้องเนื้อแห้งในถุงซิปมันเก็บได้นานหลายปีก็จริง..แต่ดูเหมือนว่ามันจะอยู่ได้ไม่ถึงห้าปีนะ..
โครก...ก
' นี่เราต้องทนหิวอีกสองชั่วโมงเลยเหรอ ? '
เด็กหนุ่มเดินท้องกิ่วต่อไปเขาสามารถเดินทางได้ตลอดทั้งกลางวันกลางคืน ไม่ใช่เพราะว่าเขาแข็งแรงเหนือคน แต่เพราะร่างกายที่มีความผิดปกตินี่ต่างหาก
เขาไม่เคยง่วงนอน มีบางวันที่เขาไม่รู้สึกหิว เด็กหนุ่มหวังว่าสักวันหนึ่งประสาทััของเขาจะไม่มีความรู้สึกใดๆ หากว่าเป็อย่างนั้น เขาคงไม่เจ็บและไม่รู้สึกโกรธ ไม่ต้องจมอยู่กับความแค้นและความสมเพชตนเองอย่างที่เคยพบเจอ หรือทุกครั้งที่เขาเหม่อมองดวงจันทร์เป็เวลานานอดีตร้าวรานจะไม่สามารถเล่นงานเขาได้อีก
เด็กหนุ่มปิดกระเป๋าหยิบไฟฉายและแผนที่เพื่อมองหาทิศทางที่ใกล้ที่สุด แต่สิ่งที่เขาพบคือจุดกากบาทที่อิไลซ่าขีดเอาไว้ เพียงแค่มองดูจุดต่อ ๆ ไปอิไลก็พอจะเดาได้ว่าเส้นทางต่อไปของเขาควรจะหันซ้ายหรือไปทางขวา
ทิศทางลมพัดกลิ่นสาบสางปะทะจมูกเด็กหนุ่มรีบยัดของในมือใส่กระเป๋าและหาที่ซ่อนก่อนที่จะกระชับเหล็กแหลมในมือแน่น
เตรียมพร้อมกับลมหายใจของสัตว์ป่าที่ดูเหมือนว่ามันกำลังมองหาอาหารเย็นเช่นเดียวกับเขา
' มาได้ถูกเวลาเลยฉันทำงานร้านเนื้อมานานรับรองเลยว่าจะไม่มีส่วนไหนที่ฉันจะเอาทิ้งแน่ '
เสียงฟืดฟาดของสัตว์ตัวหนึ่งใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หูของอิไลได้ยินความหนักแน่นของฝีเท้าเขาเดาว่ามันเป็สัตว์ตัวใหญ่ อาจจะเป็หมูหรือใหญ่กว่านั้น ทว่าคนไร้ประสบการณ์การล่ายังคงสติเอาไว้ได้
อิไลพยายามเงียบเชียบที่สุดกระทั่งเสียงหัวใจของตนเองก็ดูเหมือนว่าเขาบังคับได้ดี
เมื่อมั่นใจได้ว่าเป้าหมายเดินเข้ามาใกล้ร่างผอมแห้งพุ่งเข้าใส่ร่างใหญ่ของสัตว์ร้ายทันที กรงเล็บของมันเหวี่ยงเข้าสู้ตามสัญชาตญาณสัตว์ป่ายืนได้สองข้ากำลังหิวขาดสติและมันไม่ลังเลที่จะโถมร่างเข้าใส่มนุษย์คนแรกที่มันเจอหลังจากร่อนเร่มาเป็สัปดาห์
อิไลอาศัยรูปร่างขนาดเล็กของตนเข้าประชิดจุดตายที่เขารู้เพียงไม่กี่แห่ง จังหวะหายนะมาเยือนเมื่อร่างทมึนโถมตัวเข้าใส่และคนตัวเล็กมุดร่างอยู่ด้านใต้พอดิบพอดี
อิไลย่อย่อก่อนจะะโสุดแรงทะยานทั้งร่างเข้าปักหัวใจสัตว์ตัวใหญ่มิดด้ามเหล็กแหลมที่เขายืดมันออกยาวเป็วา แม้ว่าเหล็กนั้นจะไม่ทะลุร่างเทอะทะแต่มันก็มีศักยภาพมากพอที่จะทะลุหัวใจดับชีพของเ้าหมีหน้าตาประหลาดลงได้
ในเวลาพลบค่ำเด็กหนุ่มก็หาที่เหมาะ ๆ สำหรบแร่เนื้อที่ล่ามาได้เพื่อเตรียมทำอาหาร อิไลคุ้นชินกับคาวเืและร่างที่ไร้ชีวิตดี เนื้อและเส้นเอ็นเขาตัดมันได้อย่างชำนาญ หลายครั้งเวลาที่เขาทำงานเขามักจะคิดไปว่าหากลองได้ล่าสัตว์เหล่านี้ด้วยตัวเองเขาจะรู้สึกอย่างไร..และจะชอบที่ได้กดของแหลมลงในเนื้อที่ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ?
กระทั่งวันนี้อิไลก็ได้คำตอบให้กับตนองแล้ว
' เราชอบมัน… '
เด็กหนุ่มบรรจงกรีดชำแหล่ะต่อไปอย่างขมักเขม้น หลังจากลงมือฆ่าสิ่งมีชีวิตไปแล้ว ใจของเขากลับสงบอย่างบอกไม่ถูก ราวกับเขาสามารถที่จะนอนหลับได้โดยไม่ฝันร้ายเลยทีเดียว
" พี่..สัญญาจำได้ไหม ? "
" น่าอร่อยจัง "
" พี่กินได้หรือไง ? "
" วันนี้นอนก่อนเถอะถึงเมื่อไรพี่จะเล่าจนไม่อยากฟังเลย "
" เมืองนี้น่ะเหรอ ? ที่นั่นมีอะไร" อิไลกางแผนที่ชี้จุดกากบาที่อยู่ไม่ไกลจากตำแหน่งปัจจุบันนัก
" เธอเป็อิสระแล้วนะ มีของที่เธอต้องใช้เธอไม่อยากได้พวกของส่วนตัวหรอกไง ? "
" มีสี " ริมฝีปากแห้งผากยิ้มตื่นเต้น มันเป็ความฝันของเด็กทุกคนในเขตกักกัน
" ดีงั้นก็รีบนอนเถอะพี่จะอยู่เป็เพื่อนเธอเอง "
อิไลยอมนอนอย่างว่าง่ายและเป็เื่แปลกที่เขาหลับสนิททันที มันเป็ครั้งแรกที่ร่างกายของเด็กหนุ่มรับรู้ได้ถึงการพักผ่อนที่แท้จริง ความรู้สึกเดียวกันกับตอนที่ได้ออกแรงฆ่าไปเมื่อ่หัวค่ำ
อิไลซ่ามองน้องชายหล่อนสังเกตเห็นว่าอิไลหลับสนิทได้รวดเร็วโดยไม่ต้องลูบผมกล่อมเป็ชั่วโมง พรุ่งนี้เช้าก็จะครบยี่สิบปีเต็มแล้ว
' หวังว่าคงจะไปถึงเมืองได้ก่อนเที่ยง '