ผู้บันทึกโลก : Chronicle Rewrite

    บทที่ 1 คนที่ถูกลืม

            เสียงนาฬิกาเรือนเก่าดังแว่วอยู่ภายในห้องอนุรักษ์เอกสาร

    เข็มวินาทีเดินผ่านความเงียบอย่างสม่ำเสมอ ติ๊ก... ติ๊ก... ติ๊ก...

    แสงอาทิตย์ยามเย็นลอดผ่านหน้าต่างบานสูง ตกกระทบละอองฝุ่นที่ลอยเอื่อยอยู่ในอากาศ

    จนดูราวกับมีเกล็ดทองเล็ก ๆ โปรยปรายอยู่เหนือชั้นหนังสือไม้เก่าซึ่งเรียงรายสุดสายตา

    ห้องแห่งนี้มีกลิ่นเฉพาะตัว กลิ่นกระดาษเก่าที่ผ่านกาลเวลานับสิบปี

    กลิ่นหนังสัตว์จากปกหนังสือโบราณ และกลิ่นกาวอ่อน ๆ ที่ใช้ซ่อมแซมหน้ากระดาษซึ่งเปราะบางราวกับพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ

    สำหรับใครหลายคน กลิ่นเหล่านี้อาจชวนให้นึกถึงความเก่าแก่

    แต่สำหรับรภัทธ...มันคือกลิ่นของความทรงจำปลายนิ้วของเขาค่อย ๆ ลูบผ่านรอยฉีกขาดบนหน้ากระดาษอย่างเบามือ ก่อนใช้พู่กันแตะกาวเพียงเล็กน้อย แล้วประคองกระดาษสองชิ้นให้แนบสนิทเข้าหากัน ทุกการเคลื่อนไหวเป็๞ไปอย่างช้า ๆ ไม่ใช่เพราะเขาเชื่องช้า แต่เพราะหนังสือบางเล่ม...มีชีวิตยืนยาวกว่ามนุษย์เสียอีก หากรีบร้อนเพียงนิดเดียว เ๹ื่๪๫ราวที่ถูกส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน อาจสูญหายไปตลอดกาล

    "เสร็จแล้วหรือ" เสียงทุ้มของชายสูงวัยดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของโต๊ะ

    รภัทธเงยหน้าขึ้น ก่อนยิ้มบาง ๆ แล้วส่งหนังสือเล่มนั้นกลับคืน

    ชายชรารับมันไป พลิกดูทีละหน้าอย่างละเอียด นิ้วที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นลูบผ่านรอยซ่อมอย่างแ๶่๥เบา

    ครู่หนึ่ง...เขาจึงพยักหน้า

    "นายยังเหมือนเดิม"

    รภัทธหัวเราะในลำคอ

    "หมายถึงยังทำงานช้าเหมือนเดิมหรือครับ"

    ชายชราส่ายหน้า

    "หมายถึงนายไม่เคยซ่อนรอยแผล"

    รภัทธมองหนังสือในมืออีกครั้ง รอยต่อของกระดาษยังคงมองเห็นได้จาง ๆ หากไม่สังเกตก็คงไม่มีใครเห็น แต่เขาตั้งใจให้เป็๞เช่นนั้น

    "ผมคิดว่า..." เขาพูดพลางลูบสันปกหนังสือเบา ๆ

    "รอยแผลก็เป็๞ส่วนหนึ่งของเ๹ื่๪๫ราว ถ้าซ่อมจนเหมือนไม่เคยแตกหัก...มันก็คงไม่ใช่หนังสือเล่มเดิมอีกแล้ว"

    ชายชรานิ่งไป ก่อนรอยยิ้มบาง ๆ จะปรากฏขึ้นบนใบหน้า

    "ใช่..." เขาพูดราวกับกำลังตอบตัวเอง "คนก็เหมือนกัน"

    ประโยคนั้นทำให้รภัทธชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที แต่เขาไม่ได้ถามต่อ

    เขาเพียงเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดลงในกระเป๋าผ้าใบสีกรมท่าที่ใช้มาหลายปี

    กล่าวลาอาจารย์ แล้วเดินออกจากห้องอนุรักษ์

    ทันทีที่ประตูไม้ปิดลง เสียงของเมืองก็ไหลบ่าเข้ามาแทนที่

    เสียงรถยนต์ เสียงผู้คน เสียงเด็กวิ่งเล่นอยู่ริมทาง โลกภายนอกยังคงหมุนไปตามปกติ

    รภัทธเดินผ่านร้านดอกไม้เล็ก ๆ หน้าป้ายรถเมล์

    "เอาดอกมะลิเหมือนเดิมไหมลูก" แม่ค้าสูงวัยเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม

    "ครับ" เขาตอบสั้น ๆ

    ก่อนรับพวงมะลิสีขาวจากมืออีกฝ่าย กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้โชยขึ้นมาแตะปลายจมูก กลิ่นเดิมที่เขาซื้อทุกเย็นไม่เคยขาด

    ...

    ห้องพักผู้ป่วย 712 เงียบกว่าปกติ ม่านสีขาวพลิ้วไหวไปตามแรงลมจากหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้

    หญิงชราผมสีดอกเลานั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม สายตาทอดมองออกไปยังต้นหางนกยูงที่กำลังผลิดอกสีแดงสดอยู่ด้านนอก

    รภัทธยืนอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง ก่อนเคาะเบา ๆ

    "แม่ครับ"

    หญิงชราค่อย ๆ หันกลับมา ดวงตาคู่นั้นยังอ่อนโยนเช่นทุกครั้ง รอยยิ้มยังอบอุ่นไม่ต่างจากวันที่เขายังเป็๲เด็ก

    เพียงแต่...ไม่มีประกายของการจดจำหลงเหลืออยู่เลย

    เธอมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่างในความทรงจำ ก่อนจะเอียงศีรษะน้อย ๆ แล้วยิ้มให้ด้วยความสุภาพ

    "ขอโทษนะคะ..เราเคยรู้จักกันหรือเปล่า"

    ...

    รภัทธไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงยืนมองผู้หญิงตรงหน้า ผู้หญิงที่เคยจำวันเกิดของเขาได้ทุกปี

    ผู้หญิงที่เคยอุ้มเขาไว้ในอ้อมแขน ผู้หญิงที่เคยเรียกชื่อเขาได้ไพเราะที่สุดในโลก

    บัดนี้...กลับจำไม่ได้แม้กระทั่งว่าเขาเป็๞ใคร

    รภัทธสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนคลี่ยิ้มอ่อนโยน รอยยิ้มที่เขาฝึกใช้ทุกวัน

    "ผมเอาหนังสือมาให้อ่านครับ"

    หญิงชรายิ้มกว้างขึ้น "ขอบคุณนะ ฉันชอบหนังสือ"

    "ผมรู้ครับ" รภัทธตอบเบา ๆ ราวกับประโยคนั้นหลุดออกมาเอง

    เขานั่งลงข้างเตียง เปิดนิทานเล่มเก่า เล่มที่ปกเริ่มซีดจางจากการถูกเปิดอ่านนับครั้งไม่ถ้วน

    ครั้งหนึ่ง...คนที่เปิดมันให้เขาฟังคือแม่

    วันนี้...คนที่อ่านให้แม่ฟัง กลับเป็๲เขา

    รภัทธเริ่มอ่านบรรทัดแรกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

    เสียงของเขาลอยคลอไปกับสายลมอ่อนที่พัดผ่านหน้าต่าง ราวกับพยายามเย็บเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ขาดหาย ให้กลับมาติดกันอีกครั้ง

    แม้จะรู้ดี...ว่าพอถึงเช้าวันพรุ่งนี้ ทุกอย่างอาจหลุดลุ่ยลงอีกเหมือนเดิม