เมื่อบทเพลงอันไพเราะที่เรนิตาบรรเลงได้จบลงเธอหันมาที่เทวินก่อนที่จะลุกเดินมานั่งที่เดิมพร้อมด้วยรอยยิ้ม เธออยากรู้ว่า
เขาจะชอบเพลงที่เธอบรรเลงให้เขาฟังหรือเปล่าเห็นเขานิ่งๆ
“คุณชอบหรือเปล่าคะ?”
“เออ..เพราะมาก คุณเล่นเปียโนได้เก่ง ผมชอบมากครับ”เขากล่าวอย่างชื่นชมพร้อมกับยิ้มให้เธอ กำลังคิดที่จะเอ่ยถามกับเธอ
“เป็เพลงที่ไพเราะมาก ผม..เออ..ผมไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเลยครับ”
“คุณชอบจริงๆ เหรอค่ะ ดีใจมากที่คุณชอบเป็เพลงที่เรเนียแต่งเองค่ะ แต่ยังไม่ได้ตั้งชื่อให้กับบทเพลงนี้เลย” เธอดีใจมากที่เขาชอบ
เพลงที่เธอแต่งขึ้น
“คุณเรียกฉัน เรเนีย จะดีกว่าค่ะ” หลายคนเรียกตัวเธอเช่นนั้น ตอนนี้เริ่มมีความสนิทกับเขามากขึ้น จึงอยากให้เขาเรียกเรเนียมากกว่า
”อ๊ะ!...คุณแต่งขึ้นเอง!?” ดูเขาใ
“ใช่ค่ะ เพลงนี้เรเนียแต่งขึ้นเองเออ...คุณเทวินเป็คนแรกที่ได้ฟังเพลงนี้จากเรเนีย” เธอยิ้มด้วยความยินดีแต่ก็รู้สึกได้ว่าเขาใ
แต่เธอเพิ่งเล่นเพลงนี้ให้คนอื่นฟังเป็ครั้งแรก จึงไม่แปลกใจและอธิบายกับเขา
“คุณเรนิตา...เออ ..เรเนีย” ดูเขาจะยังไม่คุ้นที่จะเรียกชื่อเล่นของเธอ
“คะ คุณเรียกฉันว่า เรเนีย ดีแล้วค่ะส่วนเรเนียจะเรียกคุณเทวิน นะคะ” เห็นว่าเขาเป็คนที่มีอายุมากกว่าตัวเธอขอเรียกเขาแบบนี้จะดีกว่า
ที่จริงแล้วเธอรู้สึกถูกชะตากับเขา ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน อยากให้เขาฟังเพลงที่ตัวเธอเองแต่งขึ้น
ทั้งสองคนพูดคุยกันสักพักเทวินจึงได้ขอตัวกลับ ก่อนที่เขาจะกลับ เรนิตาได้ขอที่จะไปชมดูสวนของเขาเพราะว่าเธอรู้สึกชอบที่มีต้นผลไม้หลายอย่าง โดยเฉพาะมีสวนลิ้นจี่ผลไม้ที่เป็ของโปรด เขาก็ได้อาสาที่จะพาตัวเธอเที่ยวชมสวนผลไม้ทั้งสองนัดหมายกันว่าจะขับจักรยาน
เที่ยวชมสวนของเทวิน่เช้า
หลังจากที่เทวินกลับไปแล้วเธอยังได้บรรเลงบทเพลงที่แต่งขึ้นเองอีกครั้ง
‘คุณเทวิน เขาเป็คนแรกที่ฟังเพลงนี้จากเราให้เขาตั้งชื่อเพลงนี้ให้ดีมั้ยนะ’
“เรเนียพี่เตรียมอาหารมื้อเที่ยงไว้แล้วจ้ะ” โสภาพี่เลี้ยงเห็นเธอหยุดเล่นเปียโนแล้วจึงเข้ามากล่าวกับเธอ
“พี่โสภาคิดว่า คุณเทวินเขาเป็ยังงัยบ้างคะ?”
“พี่คิดว่าเขาดูดีและก็นิสัยดีด้วย” โสภาตอบเธอตามความรู้สึก
“เรเนียจะไปเที่ยวสวนของเขาพรุ่งนี้”
“อ๊ะ!..น้องเรเนียอย่าเพิ่งไว้ใจใครง่ายๆนะ”
“ไม่รู้สิค่ะ เรเนียมีความรู้สึกที่ดีคิดว่าคุณเทวินเขาเป็คนที่เรเนียควรจะไว้ใจ.... รู้สึกแบบนั้นจริงๆอีกอย่างลุงชาญกับป้าสร้อยที่คุณพ่อกับคุณแม่รู้จักก็อยู่แถวๆ นั้น”
“ถึงอย่างไรก็ควรจะระมัดระวังไว้บ้าง”โสภาพูดด้วยความเป็ห่วง
“ก็ได้ค่ะ เรนียจะระวังตัว” ที่ผ่านมาเธอก็สามารถดูแลตัวเองได้เป็อย่างดี แต่ก็รู้ว่าควรจะทำให้พี่เลี้ยงของเธอสบายใจ
แล้วเธอก็ยิ้มด้วยรอยยิ้มที่สดใสก่อนจะไปกินมื้อเที่ยง
...................
เทวินกลับมาที่บ้านไม่ได้กินมื้อเที่ยงตอนนี้มองดูไปที่ต้นจันทน์ลูกหอมจากห้องของตัวเองผ่านบานหน้าต่างอย่างกำลังครุ่นคิด
และเหมือนบทเพลงที่บรรเลงนั้นจะส่งเสียงที่ไพเราะอยู่ในใจ
ใช้เวลา่หนึ่งตรงนั้นก่อนที่จะตัดสินใจบางอย่างได้ตอนนี้จิตใจได้สงบลงบ้างแล้ว
‘ผมพร้อมแล้วไม่ใช่เพราะผมรู้อยู่ก่อน ไม่ใช่เพราะต้นไม้...แต่เป็เพราะว่าตัวของผมเอง’
เช้าวันต่อมาเรนิตาได้มารอเทวินที่บ้านของลุงชาญเธอได้ยืมจักรยานคันหนึ่ง วันนี้เธอแต่งตัวสบาย กางเกงขายาวเสื้อแขนยาว
และรวบผมสีน้ำตาลทองสวย ดวงตาสีฟ้าและใบหน้าที่สวยงามทำให้ยิ่งดูสดใส
เธอเตรียมพร้อมที่เที่ยวชมสวนของเทวินเธอยังได้พูดคุยกับลุงชาญ ป้าสร้อยและพิเชษฐ์ที่กำลังจะไปมหาวิทยาลัย
“ฉันชอบที่นี้จัง รู้สึกสดชื่นมากๆ”
การพูดคุยกับครอบครัวลุงชาญทำให้ทราบว่าเทวินเป็วิศวกร นี่เป็เื่ดีเพราะตัวเธอเองจะได้ขอให้เขาช่วยดูแลงานก่อสร้าง
ตามแผนที่วางไว้ว่าจะสร้างโรงงานแปรรูปทางการเกษตรบนที่ว่างที่สวน
เทวินมาแล้วด้วยจักรยานที่ซื้อมาวันก่อนเมื่อทักทายทุกคนเขากับเรนิตาก็ขับจักรยานเที่ยวชมสวนด้วยกัน เริ่มจากสวนลิ้นจี่
ซึ่งลุงชาญและป้าสร้อยวันนี้ก็มีงานที่สวนลิ้นจี่นี่เอง เธอจึงได้เห็นวิธีดูแลและเก็บเกี่ยวผลลิ้นจี่รวมทั้งได้รับประทานลิ้นจี่ไปหลายผล
“ลิ้นจี่ เป็ผลไม้ที่เรนิตาชอบมากที่สุดขอบคุณมากเลยค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณลุงชาญ
“ลิ้นจี่ ลำไยและมะม่วงเป็ส่วนที่ใช้พื้นที่มากที่สุดในส่วนของผลไม้ ่นี้เรากำลังเก็บเกี่ยวลิ้นจี่ เดี๋ยวลุงกับป้าจะใส่ถุงให้กลับไปบ้าน
และฝากกับคนของหนูเรนิตาด้วยจ้ะ”ป้าสร้อยกล่าว
“ขอบคุณค่ะ” เธอยกมือไหว้ลุงชาญกับป้าสร้อย
“เดี๋ยวผมจะพาคุณไปที่สวนลำไยและสวนมะม่วงจะมีทางเส้นเล็กไปที่สวนกล้วยหอมและจะมีสระน้ำอยู่แถวๆ นั้นครับ” เทวินพูดกับเธอ
ดูเธอกระตือรือร้นเป็อย่างมากที่แท้เธอก็ชอบสวนและการเพาะปลูกจึงคิดจะทำแปรรูปเกี่ยวกับการเกษตร
“โอเค คุณนำทางเรเนียเลยค่ะ” เธอมีรอยยิ้มที่ดูสดใสจริงๆ เทวินจึงยิ้มให้กับเธอ สำหรับตัวเธอรอยยิ้มของเทวินดูมีความอบอุ่น
และดูเหมือนว่าอยากทำความรู้จักเขาให้มากขึ้น
“ไปกันครับ” ทั้งสองคนขับจักรยานไปคู่กันจากสวนลำไย ก็ผ่านไปยังสวนมะม่วง ถึงตรงนี้ก็เห็นสระน้ำที่มีแผงโซลาเซลล์ติดตั้งไว้รอบ
ขอบสระ และยังเห็นห้องเก็บของที่สร้างจากหินศิลาแลงนั้นด้วย
“โอ้ววว!...ฉันชอบที่นี่มากเลย” เสียงที่ร้องออกมาและรอยยิ้มที่สดใสของเธอทำให้เทวินรู้สึกสดชื่นตาม
“ผมดีใจที่คุณชอบที่นี้ที่นี้ยังมีพื้นที่ว่างอยู่ และผมกำลังคิดที่จะหาอะไรสักอย่างมาปลูกครับ”
“ให้เรเนียมาปลูกด้วยนะคะ เรเนียชอบและอยากลองทำสวนด้วยนะคะ”เธอมีความกระตือรือร้นและดีใจที่เขาจะปลูกต้นไม้
รู้สึกว่าอยากจะทำด้วย
“ได้สิครับ ไว้ให้ผมได้แนวทางที่ชัดเจนก่อนแล้วผมจะบอกกับเรเนียนะครับ”
“เรเนียดีใจที่สุดเลย ขอบคุณมากค่ะ”
“เราไปพักกันที่ห้องเก็บของริมสระกันครับถัดไปก็จะเป็ป่ากล้วยหอม”
“กล้วยหอม! ..เรเนียก็ชอบด้วยค่ะ”
“กล้วยหอม่นี้ยังมีออกมาบ้างครับแต่ยังไม่เยอะ รุ่นต่อไปก็คงจะได้กล้วยหอมหลายเครือครับ” เขาอธิบาย
“จริงสิ สวนนี้มีชื่อเรียกมั้ยคะ?”
“เออ...ยังไม่มีครับ คุณตาของผมท่านไม่ได้ตั้งชื่อสวนนี้ไว้ผมยังคิดว่าจะทำป้ายชื่อ แต่ยังไม่รู้จะเรียกชื่ออะไรดี”
“เหมือนเพลงของเรเนียเลย ยังไม่มีชื่อเหมือนกัน” เธอยิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วทั้งคู่ก็พูดคุยกันไปพร้อมกับจูงจักรยาน
ไปหยุดพักที่ห้องเก็บของ