ทว่า ทันทีที่ประตูหินเลื่อนเปิดออกอย่างช้า ๆ ภาพบางอย่างเบื้องหน้ากลับทำให้ทั้งผู้อำนวยการชราและอาจารย์หลัวเจินถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ตัวแข็งทื่อดุจแผ่นศิลาไปทันที...!
แทนที่จะเป็ภาพของกรงขังขังเดี่ยวอันแสนตึงเครียด หรือสภาพของศิษย์ห้อง F นอนหมดสติจมกองเืเพราะฤทธิ์เดชของมารรัตติกาลกลืนแสง ทว่าภาพตรงหน้าพวกเขากลับกลายเป็... หลีเฮงที่กำลังนั่งเอ้อระเหยอยู่บนเตียงหินที่ปูลาดด้วยหนังอุ่นอย่างแสนสบายตัว โดยมี ‘เยี่ยหลัวอิน’ นางมารน้อยระดับ SSS ผู้เคยคลุ้มคลั่งจนสั่นสะท้านไปทั่วสถาบัน ยืนอยู่ด้านหลังคอยบีบนวดบ่าไหล่ให้เขาด้วยกิริยาแสนน่ารักนุ่มนวล
นิ้วเรียวบางละเอียดลออของนางกดย้ำสลับนวดคลึงไหล่หนาอย่างทะนุถนอม คิ้วสวยของนางมารน้อยขมวดมุ่นจิ้มลิ้มอย่างตั้งอกตั้งใจราวกับกำลังปฏิบัติภารกิจระดับโลก “ศิษย์พี่หลีเฮง... ตรงนี้ตึงเกินไปหรือไม่เ้าคะ? ข้า... ข้านวดให้แรงพอดีหรือยัง?”
“อืม... ดีมาก ดีมาก ยอดรักของข้า ขยับนิ้วไปทางซ้ายอีกนิดนึง นั่นแหละ... สบายเหลือเกิน” หลีเฮงเอ่ยปากสั่งการพลางเคลิ้มหลับตาราวกับจักรพรรดิผู้กำลังเสวยสุข
ครั้นเมื่อได้ยินเสียงประตูหินเลื่อนเปิดออก เยี่ยหลัวอินจึงหยุดมือชะงัก ช้อนสายตาสีม่วงกลมโตคู่สวยที่บัดนี้ไร้แววดุร้ายและเปี่ยมด้วยความกระจ่างใสขึ้นมองผู้มาใหม่ ก่อนจะยิ้มแย้มโบกไม้โบกมือทักทายอย่างสดใสไร้เดียงสา
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ผู้อำนวยการกู้! อรุณสวัสดิ์ค่ะอาจารย์หลัวเจิน!” เสียงหวานเอ่ยทักทายกังวานใสปานกระดิ่งแก้ว
“นี่... นี่ข้าฝันไปรึเปล่าเนี่ย...” อาจารย์หลัวเจินพึมพำพลางขยี้ตาตัวเองแรง ๆ หลายครั้ง ใบหน้าชราสั่นกระตุกอย่างรุนแรง
ผู้อำนวยการกู้ถึงกับอ้าปากค้างจนเคราสีขาวสั่นระริก มือชราที่ถือ ‘แผ่นศิลาหยกรัตติกาล’ รีบสั่นเทาขยับส่งพลังปราณเวทสแกนตรวจเช็กพลังงานรอบตัวของนางมารน้อยทันที แสงสีเขียวมรกตใสบริสุทธิ์สว่างโร่สะท้อนจากแผ่นศิลาหยก บ่งชี้ถึงพลังจิติญญาและเส้นปราณมารที่แสนจะสมดุล มั่นคง และไม่มีกลิ่นอายความอันตรายหรืออาการแปรปรวนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย!
“เป็ไปได้อย่างไร...!” ผู้อำนวยการกู้สูดลมหายใจลึกอุทานลั่น แววตาสั่นไหวด้วยความตกตะลึง “พลังมารรัตติกาลกลืนแสงที่เป็ระดับภัยพิบัติ... บัดนี้กลับสงบเรียบร้อยราวกับสายน้ำนิ่งสนิท! หลีเฮง... เ้าเด็กนี่... เ้าสร้างปาฏิหาริย์ที่สถาบันเราไม่เคยทำได้สำเร็จมาก่อนจริง ๆ!”
หลีเฮงรีบลืมตาขยับตัวลุกขึ้นยืนพลางสะบัดข้อมือแสร้งทำเป็ผู้มีพระคุณผู้สงบนิ่ง “ผู้อำนวยการกู้ครับ ข้าก็บอกแล้วอย่างไรล่ะครับว่าฝีมือนวดของข้านั้นล้ำลึกสะท้านโลกันตร์... ตอนนี้จิติญญามารของนางสงบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่มีเหตุจำเป็ต้องกักขังนางไว้ในคุกมืดใต้ดินนี้อีกต่อไปแล้วครับ”
*ปิ๊ง!*
> [ตรวจสอบพบว่าโฮสต์ทำการบำบัดชำระล้างปราณมารปั่นป่วนของเยี่ยหลัวอินได้มั่นคงต่อเนื่อง]
> [ได้รับแต้มแมงดาเพิ่มเติมจากความตกตะลึงระดับประวัติศาสตร์ของผู้อำนวยการกู้: +100 แต้ม]
> [แต้มแมงดาคงเหลือสะสมในระบบปัจจุบัน: 1,330 แต้ม]
ผู้อำนวยการกู้พยักหน้ารับอย่างตื่นเต้น แววตามองเยี่ยหลัวอินด้วยความอ่อนโยนขึ้น “ดี! ในเมื่อนางหายจากอาการแปรปรวนและไม่เป็อันตรายแล้ว ข้าจะสั่งการยกเลิกโทษกักขังของนางั้แ่วันนี้... และเพื่อให้นางได้พัฒนาพร์ต่อ ข้าเตรียมให้นางกลับเข้าไปเรียนใน ‘ห้องลับ SSS’ ซึ่งเป็ห้องเรียนระดับหัวกะทิเดียวกับหลินเสวี่ยเหยาได้เลย!”
เยี่ยหลัวอินได้ยินเช่นนั้นก็ดวงตาเป็ประกายแอบชำเลืองมองหลีเฮงอย่างมีความหมาย “ได้เรียนห้อง SSS หรือเ้าคะ... เช่นนั้นข้าก็จะได้เจอกับศิษย์พี่หลีเฮงบ่อย ๆ ใช่ไหมเ้าคะ?”
หลีเฮงได้ยินแล้วเสียวสันหลังวาบ รีบแก้คำเข้าใจผิดรวดเร็ว “เอ่อ... ยอดรัก... หมายถึง น้องหญิงเยี่ย พี่เรียนอยู่ห้อง F จ้ะ ส่วนเ้าต้องอยู่ห้อง SSS ระดับสูงนะ...”
“ไม่ว่าเ้าจะอยู่ห้องไหน เ้าก็ยังเป็ ‘หมอนวดส่วนตัว’ ของข้าอยู่ดีนั่นแหละ” เยี่ยหลัวอินกระซิบเสียงหวานพลางยิ้มกวนอารมณ์ ทำเอาผู้อำนวยการกู้และอาจารย์หลัวเจินลอบกลืนน้ำลาย แอบรู้สึกทึ่งระคนนับถือในความหน้าหนาของเ้าเด็กห้อง F คนนี้ที่สยบหัวใจราชินีรัตติกาลได้อยู่หมัด
---
หลังจากเสร็จสิ้นการส่งตัวเยี่ยหลัวอินขึ้นไปยังตึกอำนวยการ หลีเฮงก้าวเท้าเดินกลับมาทางอาคารเรียนเพื่อเตรียมตัวเข้าชั้นเรียนห้อง F ตามปกติ ทว่า สภาพของเขาในยามนี้กลับช่างอิดโรยไร้เรี่ยวแรงยิ่งนัก ใบหน้าหล่อเหลาซีดเซียว ขอบตาคล้ำจาง ๆ และขาสองข้างสั่นพั่บ ๆ ราวกับคนเดินป่ามานับร้อยกิโลเมตร ซึ่งทั้งหมดนี้ย่อมเป็ผลพลอยได้จากการร่วมรักประสานพลังหยินหยางอันเร่าร้อนกับนางมารน้อยตลอดทั้งคืน
ทว่า ขณะที่เขากำลังก้าวเดินกะเผลกผ่านโถงทางเดินกลางของอาคารเรียนยามเช้าตรู่ สายลมหนาวเย็นเฉียบสายหนึ่งก็พลันพัดผ่านมาวูบใหญ่ อุณหภูมิโดยรอบลดฮวบลงจนสังเกตเห็นเกล็ดน้ำแข็งบาง ๆ เกาะตามขอบหน้าต่างกระจก
หลีเฮงสะดุ้งโหยง ดึงสติกลับมาทันควัน เงยหน้าขึ้นมองเบื้องหน้าก็พบกับเรือนร่างระหงงดงามในชุดอาภรณ์สีขาวหรูหราของ ‘หลินเสวี่ยเหยา’ ที่ยืนกอดอกดักรออยู่กลางโถงทางเดิน ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยของจักรพรรดินีเหมันต์จ้องมองเขาเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยจับผิดอย่างเปิดเผย
เมื่อนางเห็นท่าทางอิดโรย คล้ายคนไร้เรี่ยวแรง และชีพจรที่ดูเหนื่อยล้าของหลีเฮง สัญชาตญาณ ‘เมียหลวง’ ของหลินเสวี่ยเหยาพลันทำงานทันที!
“หลีเฮง... ทำไมเ้าถึงอยู่ในสภาพอิดโรยเหมือนคนหมดแรงเช่นนี้?” น้ำเสียงเย็นะเืของนางถามขึ้นพลางขยับตัวเข้ามาใกล้ทีละก้าว “แล้วกลิ่นอายอุ่นร้อนแปลก ๆ ที่ปะปนกับกลิ่นน้ำมันหอมระเหยรอบตัวเ้านี่มันคืออะไรกัน... เ้าแอบไปทำเื่บำบัดรักษาล้ำลึกเกินหน้าที่กับยัยมารรัตติกาลคนนั้นมาใช่หรือไม่?!”
*ครืนนน...!*
ไอเย็นแผ่ซ่านรอบตัวนางจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าของหลีเฮงเริ่มกลายเป็น้ำแข็ง หลีเฮงเหงื่อตกกีบสมองหมุนติ้วด้วยความเร็วแสง ขืนตอบไม่เข้าหูมีหวังโดนแช่แข็งกลายเป็ไอติมแหง ๆ! เขาไม่รอช้า เปิดใช้งานทักษะ ‘เสียงกระซิบไร้ยางอาย’ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดขยับหน้าเข้าไปใกล้ใบหูเล็กของนางแล้วกระซิบเสียงอ่อนหวานสั่นเครือแสนระทม
“เสวี่ยเหยา... ยอดรักของข้า เ้าเข้าใจข้าผิดไปใหญ่หลวงแล้วจ้ะ...” หลีเฮงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสัตย์ซื่อหน้าด้าน ๆ “ที่ข้าอยู่ในสภาพหมดเนื้อหมดตัวเช่นนี้ เป็เพราะข้าทุ่มเทพลังปราณทั้งหมดบำบัดกักขังเส้นชีพจรมารของนางมารนั่นอย่างบ้าคลั่งมาทั้งคืน เพื่อปกป้องเ้าต่างหากล่ะจ๊ะ!”
“ปกป้องข้า?... อย่างไร?” หลินเสวี่ยเหยาเลิกคิ้ว แววตาเ็าเริ่มอ่อนลงเล็กน้อย ทว่ายังคงแฝงความคลางแคลง
“ก็เพราะปราณมารสะกดของนางมารนั่นหากะเิออก ขั้วพลังที่เปราะบางที่สุดที่จะโดนทำลายและได้รับผลกระทบคือพลังเหมันต์ของเ้าไงล่ะจ๊ะ ข้ากังวลเหลือเกินว่าหากนางหลุดคลั่งออกมา เ้าที่เป็เป้าหมาย SSS จะต้องตกอยู่ในอันตราย ข้าเลยจำยอมเค้นพลังหยางในร่างจนหยดสุดท้ายสยบกดปราณมารของนางไว้เพื่อไม่ให้สร้างปัญหาแก่เ้า... เ้าดูสิ ข้าเหนื่อยจนแทบก้าวขาไม่ออก แต่ในใจของข้าคิดถึงแต่ความปลอดภัยของเสวี่ยเหยาตลอดทั้งคืนเลยนะจ๊ะ...”
หลินเสวี่ยเหยาฟังคำอธิบายอันแสนหวานแฝงความห่วงใย ใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่อจาง ๆ ไอเย็นรอบกายเริ่มสลายตัวลงไปกว่าครึ่ง ทว่าดวงตาสีฟ้าครามยังคงจ้องจับผิด “เช่นนั้นแล้วกลิ่นอายััที่ดูเหมือนกลิ่นประสานหยินหยางนี่เล่า?”
“มันคือกรงเล็บมารสะสมที่แผ่พลังสะท้อนกลับมาโดนตัวข้าตอนนวดจ้ะเสวี่ยเหยา! ข้ามีพลังวิเศษลื่นไหลบำบัดเลยต้องแลกรับมา... ข้าขอสาบานด้วยเกียรติของชายชาตรี (ที่แทบไม่เหลือ) เลยจ้ะว่าหัวใจของข้ามีเพียงเ้าเป็ที่หนึ่งเสมอ!”
*ปิ๊ง!*
> [โฮสต์เปิดใช้งานทักษะ ‘เสียงกระซิบไร้ยางอาย’ ตลบตะแลงอย่างหน้าหนาสำเร็จ]
> [ค่าศักดิ์ศรี (Dignity): -2 แต้ม (รวมปัจจุบัน: -7 แต้ม)]
> [หลินเสวี่ยเหยา: ค่าความเชื่อใจ (Trust) +2 แต้ม (รวมปัจจุบัน: 37 แต้ม)]
> [คำเตือนระบบ: ยิ่งศักดิ์ศรีลดลง วาจาไร้ยางอายของโฮสต์ยิ่งฟังดูน่าเชื่อถือมากขึ้น!]
หลินเสวี่ยเหยาเม้มปากแน่นก่อนสะบัดหน้าหนี แสร้งทำเสียงดุข่มขู่กลบเกลื่อนความเขินอาย “หึ! เ้าพูดจริงหรอกนะข้าถึงยอมเชื่อ... แต่ข้าขอขู่ไว้ก่อนเลย หากข้าจับได้ภายหลังว่าเ้าแอบบำเพ็ญคู่เนื้อแนบเนื้อกับนางมารนั่นจริง ๆ ล่ะก็... ข้าจะไม่ใช่แค่แช่แข็งธรรมดา แต่ข้าจะ ‘ตัดส่วนนั้น’ ของเ้าทิ้ง แล้วส่งไปฝังใต้ธารน้ำแข็งหมื่นปีซะ! เข้าใจไหม!”
หลีเฮงสะดุ้งเฮือกขมิบก้นเกร็ง รู้สึกเย็นเยือกแปลบปลาบที่กึ่งกลางเป้ากางเกงขึ้นมาทันที “จ้ะ... จ้ะ! เข้าใจแล้วจ้ะยอดรัก!”
---
ณ ลานกว้างกลางสถาบันหลงเหมิน
บัดนี้ ฝูงชนศิษย์ชั้นปีต่างพากันไปรุมมุงดู ‘ตารางประกาศการแข่งขันประลองยุทธ์จัดอันดับระหว่างห้องเรียน’ ที่ติดไว้บนบอร์ดไม้ใหญ่
หลีเฮงเดินสมทบกับสองสาวเพื่อนร่วมทีมอย่าง ลี่อวี่ และ ซูเมิ่ง ก้าวเท้าเข้าไปตรวจตารางแข่ง และพบว่าในรอบแรกของการแข่งขันวันพรุ่งนี้ คู่เปิดสนามแรกคือ:
**[ห้อง C ปะทะ ห้อง F]**
ทันทีที่ประกาศนี้ออกไป พวกศิษย์ห้อง C ที่ยืนอยู่แถวนั้นต่างก็พากันจับกลุ่มหัวเราะร่าและส่งสายตาเย้ยหยันหันมามองกลุ่มของหลีเฮงทันที
“ฮ่า ๆๆ! ดูสิพวกเรา คู่แรกเจอกับห้อง F ห้องขยะประจำสถาบันนี่หว่า! โชคดีชะมัด ชนะผ่านเข้ารอบถัดไปสบาย ๆ แล้ว!” ศิษย์ห้อง C คนหนึ่งะโคุยเสียงดังจงใจให้ได้ยิน
“นั่นดิ หัวหน้าทีมพวกมันก็คือหลีเฮง ขยะระดับ F ที่วัน ๆ รู้จักแต่วิ่งตามหลังผู้หญิงแล้วนวดขาประจบสอพลอวิชาสามขี้เลื่อย ชนะห้องนี้ไปพวกเราแทบไม่ต้องเสียเหงื่อเลยว่ะ!”
พวกห้อง C ต่างพากันพูดทับถมดูถูกอย่างสนุกปาก ทว่า บรรยากาศของการทับถมกลับแฝงความเกรงใจและไม่กล้าก้าวร้าวรุกรานเข้ามาตรง ๆ ด้วยสายตาของพวกเขาคอยลอบมอง ‘ลี่อวี่’ ที่ยืนกอดอกอยู่ข้างหลีเฮงด้วยความระแวดระวัง
เป็ที่รู้กันดีในสถาบันว่าลี่อวี่นั้นแม้จะอยู่ห้อง F แต่พร์ ‘ปราณอัคคีเริ่มต้น’ ของนางดุร้ายและมีนิสัยหัวร้อนอาละวาดเผาทำลายล้างอย่างไร้เหตุผล หากพวกมันล้ำเส้นเกินไปจนนางฟิวส์ขาดขึ้นมา อาจโดนเปลวไฟเพลิงคลั่งแผดเผาจนกลายเป็หมูหันก่อนการประลองจริงวันพรุ่งนี้
“ชิ! พวกสุนัขดีแต่ปาก!” ลี่อวี่หักข้อนิ้วดังกร๊อบ แววตาสีแดงฉานเปล่งประกายประกายเพลิงวูบวาบ นางตวัดสายตาพิฆาตจ้องมองกลุ่มห้อง C จนพวกมันสะดุ้งเฮือกรีบพากันหลบตาและเดินหนีหายไปทีละคน “พรุ่งนี้ข้าจะใช้ไฟเผาพวกห้อง C ให้ก้นสุกทุกลายตัวเลยคอยดู!”
“ใจเย็น ๆ เถอะจ้ะลี่อวี่... พวกเราไปซ้อมประสานพลังเตรียมคอมโบศึกวันพรุ่งนี้ดีกว่านะ” ซูเมิ่งกล่าวชวนอย่างนุ่มนวล
“ใช่แล้วล่ะสาว ๆ การร่วมมือกันคือหัวใจหลัก ข้าจะช่วยปรับสมดุลและปลดปล่อยศักยภาพของพวกเ้าเอง!” หลีเฮงยิ้มพูดอย่างมาดมั่น
---
ตกเย็น ณ ห้องฝึกซ้อมส่วนตัวของทีมห้อง F
หลีเฮง ลี่อวี่ และซูเมิ่ง ได้มาทำการฝึกซ้อมร่วมประสานงานกันอีกครั้งเพื่อขัดเกลาจังหวะการรับส่งคอมโบการต่อสู้
“ลี่อวี่ ปราณอัคคีของเ้าแรงดีก็จริง แต่จังหวะไหลเวียนคั่งค้างอยู่ที่หน้าอกกับหลังทำให้พลังมักหลุดคุมกะทันหัน...” หลีเฮงวิเคราะห์พลางมองเรือนร่างอวบอัดของเด็กสาวในชุดฝึกรัดรูป “มานี่สิ ข้าจะใช้วิชานวดช่วยเปิดทางลมปราณจุดอุดตันให้ จะได้ออกสกิลพรุ่งนี้ราบรื่น”
“ก็... ก็ได้! แต่เ้าห้ามใช้สายตาลวนลามหรือลูบคลำตามใจชอบนะ!” ลี่อวี่หน้าแดงพึมพำก้าวเท้าเข้ามาหา ทว่าในใจลึก ๆ กลับเผลอตั้งตารอััของเขาอยู่อย่างน่าอาย
หลีเฮงแอบยิ้มย่องในใจ วันนี้เขาเพิ่งอัปเกรดสกิล ‘อุ้งมือมาร’ เป็ ขั้น 2 (ระดับกรงเล็บมารสะกดิญญา) จากการสู้ศึกบำบัดเมื่อคืน เขายังไม่เคยลองทดสอบประสิทธิภาพขั้นสองกับสาว ๆ ทั่วไปเลยสักครั้ง จึงตัดสินใจเค้นพลังปราณประจุสีทองเหลืองอร่ามลงบนฝ่ามือ และทาบทับลงบนแผ่นหลังเนียนของลี่อวี่ขยับสะกิดชีพจรรวดเร็ว
ทว่า ทันทีที่ฝ่ามืออุ่นประจุสกิลอุ้งมือมารขั้น 2 ััปะทะจุดเดินปราณกลางหลังของลี่อวี่ อานุภาพของทักษะระดับสะกดิญญาที่รุนแรงและลึกซึ้งกว่าขั้นแรกถึงสามเท่าก็พุ่งทะยานเข้าปะทะเส้นประสาทจุดสยิวของนางทันที!
*สั่นสะท้าน...!*
“อ๊าาาาาางงงงง...!!!”
ลี่อวี่กรีดร้องเสียงครางหวานหลงลั่นห้องซ้อม ร่างกายอวบอัดเกร็งสั่นระริกสะท้านเยือกไปถึงขั้วิญญา หัวเข่าของนางอ่อนระทวยลงฉับพลันจนยืนแทบไม่อยู่ ใบหน้าสวยแดงซ่านระเรื่อลามไปถึงปลายหู ร่างกายของนางบิดไหวขยับเคลื่อนอย่างน่าอับอาย ปล่อยเสียงหอบครางกระเส่าพร่ำเบลออย่างไร้สติ
“หลีเฮง... อื้ออ... ตรงนั้น... เสียว... ไม่ไหวแล้ว... ร้อนเหลือเกิน... ฮึก...”
เด็กสาวสูญเสียการควบคุมสติสัมปชัญญะจากััซาบซ่านแสนเย้ายวนใจ นางโผตัวเข้าหาหลีเฮงก่อนจะใช้เรียวแขนโอบกอดลำคอของชายหนุ่มไว้แ่า เนินเนื้อนุ่มหนั่นเบียดทาบอกแกร่งพลางบดเบียดร่างซบอ้อนคลอเคลียร้องครางขอให้เขาช่วยนวดลึกซึ้งเข้าไปอีก
ซูเมิ่งยืนมองภาพนั้นอ้าปากค้าง หน้าแดงแจ๋จนแทบะเิ “ลี่... ลี่อวี่! เ้าเป็อะไรไปน่ะ! เขินอายบ้างสิ!”
หลังจากผ่านไปเกือบสิบวินาที กระแสพลังของสกิลอุ้งมือมารขั้น 2 ค่อย ๆ สงบตัวลง ลี่อวี่สะดุ้งตัวโยน สติสัมปชัญญะแสนหยิ่งทะนงเตลิดคืนมาทันที! นางพบว่าตัวเองกำลังกอดคอซบอกนวดแนบชิดกอดหลีเฮงแน่นประหนึ่งสามีภรรยา แถมยังส่งเสียงร้องครางน่าอับอายออกไปต่อหน้าเพื่อนเรียนอีกด้วย!
“กรี๊ดดดดดดดดดดด!!!”
ลี่อวี่กรีดร้องเสียงหลง ผลักหลีเฮงออกเต็มแรงแล้วเด้งตัวถอยร่นกรูดไปจนชิดกำแพงห้อง ใบหน้างามแดงก่ำปานมะเขือเทศสุก ความอับอายและเขินสะเทิ้นพุ่งพุ่งพล่านจนปราณอัคคีลุกโชนทั่วร่าง “เ้า... เ้าคนบ้าลามก! เ้าใช้วิชานอกรีตอะไรกับข้ากันแน่! ทำไม... ทำไมร่างกายของข้าถึงแปลกประหลาดเช่นนี้!”
หลีเฮงยกสองมือขึ้นทำหน้าตาซื่อตาใส “ข้าไม่ได้ทำอะไรไม่ดีเลยนะลี่อวี่! นี่คือผลข้างเคียงของการทะลวงชีพจรอัคคีขั้นสองต่างหากล่ะ! เ้าลองเช็กพลังปราณไฟในร่างดูสิ!”
ลี่อวี่ชะงักสะกดอารมณ์ ลอบโคจรพลังปราณดู ทันใดนั้นนางก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงเมื่อพบว่าปราณอัคคีเริ่มต้นที่เคยกระจัดกระจาย บัดนี้กลับควบแน่น ทรงพลัง และไหลเวียนราบรื่นอย่างไม่เคยเป็มาก่อน!
*ปิ๊ง!*
> [ทักษะ ‘อุ้งมือมาร ขั้น 2’ ทำงานกับลี่อวี่ (ระดับ C) ประสบผลสำเร็จ!]
> [ค่าความเสน่หา (Desire) ของลี่อวี่เพิ่มขึ้น: +10 แต้ม (รวมปัจจุบัน: 12 แต้ม)]
> [สถานะความสัมพันธ์พัฒนา: หวั่นไหวอย่างลึกซึ้งปนความเขินอายสะเทิ้นระดับรุนแรง]
“หึ... ถึง... ถึงพลังจะเพิ่มขึ้นจริง แต่คราวหน้าห้ามนวดแรงแบบนี้อีกนะ! เ้าคนลามก!” ลี่อวี่กระฟัดกระเฟียดสะบัดหน้าหนี แสร้งทำเป็โกรธเพื่อกลบเกลื่อนเสียงหัวใจที่กำลังเต้นระรัวปานกลองรบ
---
ค่ำคืนดึกสงัด ณ ห้องพักส่วนตัวของหลีเฮง
ชายหนุ่มนอนเอนกายลงบนเตียง ถอนหายใจยาวเหยียดเตรียมตัวจะพักผ่อนร่างกายนอนหลับอย่างมีความสุขหลังจากเผชิญพายุเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ทว่า ์กลับช่างโหดร้ายและไม่ยอมให้เขาได้พักผ่อนง่าย ๆ
*ก๊อก ๆ ๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้น หลีเฮงสะดุ้งตัวลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องก็พบกับศิษย์รับใช้หญิงในชุดสีขาวแสร้งทำเป็ถือจดหมายประทับตราผลึกน้ำแข็งส่งยื่นให้เขาด้วยท่าทางเคร่งขรึม
“ศิษย์พี่หลีเฮงคะ... ศิษย์พี่หลินเสวี่ยเหยาส่งจดหมายนี้มาถึงท่านค่ะ”
หลีเฮงรับมาเปิดอ่าน ลายมือตวัดหวัดแกว่งแฝงไอเย็นเยือกสลักคำจารึกสั้น ๆ แต่แสนดุเดือดเผด็จการทันควัน:
*[คืนนี้... มาที่ตำหนักเหมันต์ของข้า ข้าเหนื่อยล้าจากการฝึกซ้อมวิชาดาบเหมันต์อย่างหนัก และ้าให้เ้ามานวดบำบัดรักษาคลายเส้นประสาทให้ทันที ห้ามปฏิเสธ ห้ามสาย... มิฉะนั้น เ้าเตรียมถูกแช่แข็งก้นเป้ากางเกงได้เลย!]*
หลีเฮงลอบกลืนน้ำลายขมิบก้นเกร็ง ทว่าไม่ทันไร เงาร่างสีม่วงสลัวสายหนึ่งก็พลันวูบไหวแผ่ขึ้นมาจากมุมมืดของห้องพักเขา พร้อมกับการปรากฏกายแบบเงียบเชียบของ ‘เยี่ยหลัวอิน’ นางมารน้อยในอาภรณ์สีม่วงเข้มสุดเย้ายวนนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ด้วยรอยยิ้มแสนเ้าเล่ห์ดึงดูดใจ
“หลีเฮง... สามีสุดที่รักของข้า...” เสียงของนางหวานหยดย้อยลื่นหู “คืนนี้ชีพจรมารของข้ายังรู้สึกไม่ค่อยคงที่เท่าไรเลยนะ... เ้าช่วยไปนวดบำบัดประสานหยินหยางคลายชีพจรให้ข้าที่ห้องพักใหม่ส่วนตัวหน่อยสิเ้าคะ... หรือว่า เ้าอยากให้นางมารอย่างข้าอารมณ์บูดบึ้งจนจิตมารแปรปรวนแผลงฤทธิ์ป่วนสถาบันอีกรอบดีเอ่ย?”
ดวงตาสีม่วงฉายแววยั่วเย้าปนข่มขู่อย่างแสนน่ารัก
ฉิบหายแล้วไง...!
หลีเฮงยกมือกุมขมับหัวแทบะเิในวินาทีนั้น ด้านหนึ่งคือจักรพรรดินีเหมันต์ผู้พร้อมสลักดาบแช่แข็งเป้ากางเกงหากเขาหนีไปหาหญิงอื่น อีกด้านคือนางมารน้อยผู้อ่อนหวานเร่าร้อนแต่วางะเิหากไม่ได้ ‘เติมของ’ บำบัดจิตใจค่ำคืนนี้
*ปิ๊ง!*
> [ระบบตรวจพบเหตุการณ์ปะทะความหึงหวง ระดับวิกฤติ!]
> [ตัวเลือกการบำบัดเอาตัวรอดคืนนี้สำหรับโฮสต์ขยะ Rank F:]
> [1. ไปนวดบำบัดที่ตำหนักเหมันต์ของหลินเสวี่ยเหยา (รอดชีวิตทางกายภาพ แต่อาจนางมารน้อยน้อยใจจนจิตมาระเิ)]
> [2. ไปร่วมประสานรักบำเพ็ญคู่กับเยี่ยหลัวอิน (เสียวซ่านถึงสรวง์ แต่อาจถูกตัดเป้ากางเกงฝังดินน้ำแข็ง)]
> [3. แสร้งทำเป็ไข้ขึ้นสลบคาห้องนอนส่วนตัว (ความเสี่ยงโดนลากตัวไปรุมบำบัดบีบนวดแบบสองต่อหนึ่ง 300%)]
> [คำแนะนำ: จงใช้สติปัญญาและศิลปะการเอาตัวรอดของเทพแมงดาเลือกทางรอดให้ดี!]
หลีเฮงจ้องมองหน้าจอสีฟ้าของระบบด้วยสีหน้ากล้ำกลืนฝืนทน น้ำตาแทบไหลนองอาบแก้ม “ปวดหัวฉิบหายเลยโว้ยยย! ระบบ... ข้าขอใช้แต้มซื้อหนทางหนีเมียหลวงได้ไหมเนี่ย?!”
คืนนี้... เขาจะเลือกไปทางไหนดี?!
- จบตอนที่ 15 -