ระยะเวลาผ่านไป 2 เดือน ธนนท์ก็กลายเป็หัวหน้าครอบครัวที่ต้องคอยดูแลเซโกะและลูกในครรภ์ของเขา เมื่อหัวหน้ามาเฟียเห็นว่าธนนท์มีความรับผิดชอบและทำหน้าที่เป็สามีที่ดี ประกอบกับที่ลิดาไม่เข้ามาเป็มือที่สาม เธอยอมออกห่างครอบครัวของลูกสาว และยอมถอนแจ้งความเื่รถถูกตัดสายเบรก ดังนั้นหัวหน้ามาเฟียจึงยอมซื้อรถมือสองให้ลิดาใหม่
ดังนั้นลิดาจึงกลับมาขับรถไปทำงานเอง ไม่มีใครไปรับไปส่งเธออีก เธอจึงกลายเป็สาวโสดอย่างเต็มตัว
จนวันหนึ่งลิดาได้เดินสวนทางกับท่านประธานโดยบังเอิญ ลิดาทำเพียงแต่ไหว้ท่านประธานตามมารยาทแล้วเดินหนีไปทันที แต่ทว่า
“ช้าก่อน ลิดา” ท่านประธานกล่าวรั้ง
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ลิดาหันกลับมาด้วยความสงสัย
“คุณไม่เป็อะไรแน่นะ” ท่านประธานเห็นว่านายธนนท์ไปแต่งงานกับหญิงอื่น ก็เลยเป็ห่วงความรู้สึกของลิดา
“ไม่นี่ค่ะ ฉันปกติดี” ลิดากล่าว
“งั้น ก็ดีแล้วครับ” แล้วท่านประธานก็เดินหนีไป
ลิดาแอบมีเซ้นส์ว่าทศวิทย์เป็ห่วงเธอมาก แต่เธอก็ไม่ยอมเชื่อเซ้นส์ เธอคิดในใจว่า “เขาเป็ถึงเ้านาย แถมอยู่สูงเกินเอื้อม จำไว้บ้างสิลิดา”
***************************************
จนมาถึงคืนหนึ่ง วันนี้ลิดาได้โทรไปบอกแม่ว่าเธอต้องเคลียร์งานให้เสร็จ เลยต้องทำโอที ทำให้ลิดาจำต้องกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ รถของลิดาจอดที่ลานจอดรถเหมือนๆ กับคนอื่นๆ เพราะกลัวประวัติซ้ำรอยซึ่งก็คือกลัวกิ่งไม้ใหญ่หล่นทับถ้าไปจอดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
พอเสร็จงาน ลิดาจึงเดินไปที่ลานจอดรถ สักพักเธอก็มองเห็นนายทศวิทย์กำลังเดินเคียงคู่มากับลาวัลย์ ทั้งคู่เดินไปที่รถของทศวิทย์ ดังนั้นลิดาจึงรีบแอบไปหลบหลังเสาเพื่อดูเหตุการณ์ เพราะเธอไม่้าเผชิญหน้ากับนายทศวิทย์นั่นเอง
ตอนแรกลิดากะว่าจะเดินหนีไปที่รถของตัวเอง แต่ทว่าลิดาได้มองเห็นลาวัลย์มอบขวดน้ำส้มให้ทศวิทย์ดื่มซึ่งมันเหมือนภาพที่ลาวัลย์เคยมอบน้ำปาณะให้กับคุณกาสะลองไม่มีผิด และทศวิทย์ก็ดื่มจนหมดขวด ผ่านไปไม่นานทศวิทย์ก็รู้สึกมึนหัวจนลาวัลย์ต้องรีบช่วยประคองแล้วพาขึ้นรถฝั่งข้างคนขับ ส่วนลาวัลย์ก็ขับรถของทศวิทย์เพื่อไปที่ไหนสักแห่ง
ลิดามองเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น เธอจึงรีบขับรถติดตามรถของทศวิทย์ที่ตอนนี้ลาวัลย์กำลังขับอยู่ ซึ่งลาวัลย์ขับรถไปไกลมาก กว่าจะถึงที่หมาย
และแล้วลาวัลย์ก็เข้าไปจอดในโกดังแห่งหนึ่งแถวชานเมือง ลาวัลย์ลงจากรถเสร็จ เธอก็รีบสั่งลูกน้องชายฉกรรจ์สองคนที่รออยู่หน้าโกดังอยู่ก่อนแล้ว ให้พวกเขาช่วยกันแบกทศวิทย์เข้าไปข้างในโกดัง
ลิดารีบย่องไปดูจนสามารถแอบเข้าไปข้างในโกดังได้สำเร็จ
ทศวิทย์ถูกพาเข้าไปข้างในแล้วถูกจับมัดมือมัดเท้า ผ่านไปไม่นานทศวิทย์ก็รู้สึกตัวตื่น
ทศวิทย์มองไปรอบๆ เขาใมากก็เลยว่า “คุณทำแบบนี้ทำไมน่ะลาวัลย์”
“ฉันก็แค่้าซื้อที่ดินจากคุณ แต่คุณไม่ยอมขายให้ฉัน ฉันก็เลยจำต้องบังคับคุณด้วยวิธีนี้” ลาวัลย์บอกวัตถุประสงค์
“นั่นเป็ที่ดินมรดกที่พ่อยกให้ผม ผมไม่ขายเด็ดขาด” ทศวิทย์ค้านหัวชนฝา
“คุณยอมเอาชีวิตมาทิ้งเพราะที่ดินผืนเดียวงั้นหรือ” ลาวัลย์ไม่อยากจะเชื่อ
“คุณยอมก่ออาชญากรรมเพียงเพื่อ้าที่ดินผืนนั้นงั้นหรือ” ทศวิทย์ถามกลับ
“น่าเสียดายจริงๆ ฉันว่าจะจับนังกาสะลองไว้เป็ตัวประกัน เพื่อต่อรองให้คุณขายที่ดินผืนนั้น แต่น่าเสียดายที่ยานอนหลับในน้ำปาณะออกฤทธิ์ช้าไปหน่อย ฉันน่าจะใส่ยาให้เยอะกว่านี้” ลาวัลย์กล่าว
“ที่แท้คุณก็ฆ่าภรรยาผม” ทศวิทย์รู้สึกแค้นใจ
“ฉันเปล่าเสียหน่อย ถ้ากาสะลองสลบก่อนที่จะขึ้นรถไป ฉันก็จะสามารถจับเธอไว้เป็ตัวประกัน แล้วบังคับให้คุณขายที่ดินให้กับไมเคิล” ลาวัลย์ยอมเผย
“ที่แท้คุณก็ทำทุกอย่างก็เพื่อแฟนใหม่ของคุณนี่เอง” ทศวิทย์จำได้ว่าคนที่ถ่ายรูปคู่กับลาวัลย์คือไมเคิล
“ฉันไม่อยากทำร้ายคุณ คุณยอมขายที่ดินให้ไมเคิลเถิดนะ” ลาวัลย์พยายามเกลี้ยกล่อม
“แล้วยังไง หากผมรอดไปได้ผมก็จะไปแจ้งความอยู่ดี” ทศวิทย์ไม่ยอมปล่อยให้คนชั่วลอยนวลอย่างแน่นอน
“นายจะมีชีวิตอยู่รอดได้ไปแจ้งความหรือเปล่านะ” ไมเคิลปรากฏตัว
“นายจะฆ่าฉันงั้นหรือไมเคิล” ทศวิทย์กล่าว
“คุณอยู่เฉยๆ ให้ฉันจัดการเองเถอะนะคะ” ลาวัลย์ไม่อยากให้ไมเคิลวู่วาม
“ถึงฆ่าผมตาย ผมก็ไม่ยอมขายที่ดินให้หรอก” ทศวิทย์หัวแข็ง
“อย่าดื้อนักเลยวิทย์ หากคุณยอมขายั้แ่แรก ฉันอาจไม่วางยาสลบภรรยาคุณ และบางทีเธอก็อาจมีชีวิตยืนยาวอยู่เคียงคู่กับคุณก็เป็ได้” ลาวัลย์กลับกล่าวโทษทศวิทย์
วิทย์ได้แอบพกมีดสั้นไว้กับตัว เขาได้แอบตัดเชือกจนขาด โดยที่คนร้ายไม่ทันสังเกต สักพักเขาก็เข้าไปแย่งปืนจากไมเคิล
ทั้งสองเข้าตะลุมบอนกัน ทำให้พากันกลิ้งไปกลิ้งมากับพื้น จนทำให้ลาวัลย์ต้องชักปืนเพื่อช่วยไมเคิล ทศวิทย์สามารถแย่งปืนจากไมเคิลมาได้ เขาจ่อปืนไปที่ไมเคิลหวังจะจับไมเคิลเป็ตัวประกัน ตนจะได้ต่อรองแล้วออกไปจากที่นี่ แต่แล้วลาวัลย์กลับจงใจลั่นไกปืนเพื่อฆ่าทศวิทย์ทิ้ง
“ระวังค่ะ คุณวิทย์” ลิดาเอาตัวเข้าไปขวาง ทำให้เธอรับะุแทนวิทย์
ปัง ปัง
“ลิดา คุณเป็ยังไงบ้าง” ทศวิทย์รีบเข้าไปประคองตัวลิดาไม่ให้ล้มกระแทกไปกับพื้น
“ช่างจุ้นจริงๆ เลยนะ นังนักบัญชี ฐานะตนต่ำต้อยยังไม่เจียมตัว ถึงขั้นคิดจับท่านประธานบริษัทมาเป็แฟนอีก” ลาวัลย์กล่าว
“คุณหนีความผิดไปไม่พ้นหรอก ลาวัลย์” ทศวิทย์กล่าว
“งั้นคุณก็ตายตามลิดาไปก็แล้วกัน” ลาวัลย์หันปืนไปทางวิทย์
สักพักกลุ่มตำรวจก็กรูกันเข้ามาจับกุมลาวัลย์ ไมเคิลและพรรคพวก
“นี่คุณแจ้งตำรวจงั้นหรือ” ลาวัลย์ใ
“ผมก็แค่แกล้งทำเป็เชื่อคุณ แต่ความเป็จริงผมจ้างสายลับให้จับตาดูความเคลื่อนไหวของคุณทุกฝีก้าว พอสายลับผมเห็นคุณจ้างคนร้ายให้มาช่วยกันจับกุมผม ผมก็เลยแจ้งตำรวจและให้พวกเขาคอยดูเหตุการณ์ไปก่อนเท่านั้นเอง” ทศวิทย์กล่าวอย่างมีชัย
พอตำรวจคุมตัวคนร้ายได้หมดแล้ว ทศวิทย์ก็ยื่นเครื่องอัดเสียงขนาดเล็กส่งให้ตำรวจ ทำให้ตำรวจสามารถเอาผิดในคดีที่ลาวัลย์ทำร้ายกาสะลองด้วย เขาตั้งใจว่าจะเอาเื่ให้ถึงที่สุด
ผ่านไปไม่นานรถพยาบาลก็มาถึง ทศวิทย์ปล่อยให้ตำรวจจัดการทุกอย่าง ส่วนตนก็เข้าไปดูอาการของลิดาที่ตอนนี้เธอถูกยิงที่ไหล่ข้างขวาจนสลบไป เขาเข้าไปนั่งอยู่เคียงข้างลิดาในรถพยาบาลและจับมือของลิดาไว้แน่น
“คุณต้องไม่เป็อะไรนะครับลิดา ผมไม่อยากสูญเสียคุณไปอีก” ทศวิทย์กล่าวทั้งน้ำตา
ลิดาฟื้นขึ้นมา เธอมีเื่สงสัย ก็เลยถาม “ไหนว่าคุณเชื่อคุณลาวัลย์ไงคะ แล้วทำไมคุณถึงจ้างสายลับให้จับตาดูลาวัลย์ได้”
“ความจริงผมเชื่อคุณทุกคำพูด ประกอบกับผมได้ไปขอดูกล้องวงจรปิดที่ภัตตาคารที่ลาวัลย์นัดหมาย กับบ้านเรือนที่อยู่แถววัดปางรัตนเดชแล้วครับ สรุปว่าลาวัลย์ไม่ได้ไปรอที่ภัตตาคารดังที่เธอกล่าวอ้าง แต่เธอไปรอภรรยาผมที่วัดจริงๆ และหลอกว่ารถเธอน้ำมันหมดแล้วให้ภรรยาผมไปซื้อน้ำมันรถให้จริงๆ ดังที่คุณเล่ามาทุกอย่าง” ทศวิทย์อธิบาย
“แล้วทำไมคุณถึงหลอกฉันว่าคุณเชื่อคุณลาวัลย์ล่ะคะ” ลิดาอยากรู้
“ผมไม่อยากให้คุณเสี่ยงอันตราย ผมไม่อยากเสียคุณไปอีกนะลิดา แต่ในที่สุดคุณก็มารับะุแทนผมเข้าจนได้” ทศวิทย์คาดไม่ถึง
“ฉันไม่อยากให้คุณเป็อันตรายค่ะ” ลิดาพูดจากใจ
“คุณถึงมือหมอแล้ว อดทนนะลิดา อย่าทิ้งผมไป ผมรักคุณมากนะครับ” ทศวิทย์สารภาพรัก
“อะไรนะคะ นี่คุณแสดงละครอยู่หรอคะ” ลิดาไม่เชื่อ
“ผมรักคุณจริงๆ นะลิดา” ทศวิทย์จูบหน้าผากของลิดาเบาๆ
ลิดาคิดในใจว่า “นี่ฉันต้องฝันอยู่แน่ๆ” สักพักเธอก็สลบไปเพราะเสียเืมาก
ในระหว่างที่ลิดาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เธอได้ฝันถึงเหตุการณ์หนึ่ง