หลังจากสัปดาห์ที่เหน็ดเหนื่อยกับการถ่ายทำภาพยนตร์สั้นอันนาดูแปลกไป เธอมีสายตาที่เหม่อลอยแบบที่เธอมักจะมีเวลามีบางอย่างติดอยู่ในใจ พีทสังเกตมันได้ในตอนกลางคืนที่ทั้งกลุ่มนั่งเล่นกันอยู่เธอเงียบกว่าปกติในขณะที่คนอื่นหัวเราะและสนุกสนาน พีทไม่ได้ถามอะไรเธอเพราะรู้ว่าเธอจะพูดเองเมื่อเธอพร้อม
คืนหนึ่งเธอนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟา มือขยับที่ขอบหมอนขณะที่เขาทำความสะอาดในครัวบรรยากาศเงียบเหมือนมีคำพูดที่ยังไม่ได้พูดค้างอยู่ในอากาศ
“มีอะไรหรือเปล่า?” พีทเอ่ยปากถามในที่สุดทำลายความเงียบ “เธอกำลังคิดอะไรอยู่ พูดออกมาเถอะ”
เธอลังเลไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาในที่สุด “นายจำพระเอกในหนังของฉันได้ไหม?”
“จะลืมได้ไงล่ะ?เบสบ่นเื่เขาั้แ่วันแรก” พีทวางผ้าเช็ดจานลงเพราะคำพูดนั้นทำให้เขาสนใจขึ้นมาทันที
เธอหัวเราะเบา ๆแต่กลับเข้าสู่โหมดจริงจังอีกครั้ง “คือว่า… เขาขอฉันเดต”
พีทนิ่งไปชั่วขณะถึงแม้จะเตรียมใจไว้แล้วจากคำแซวของน้ำใน่ก่อนหน้านี้
“อ้อ” พีทตอบไปได้แค่นั้นก่อนจะถามต่อ “แล้ว…เธอคิดว่าไงล่ะ?”
“ฉันไม่รู้” เธอตอบ พร้อมหลบสายตา “นายคิดว่าไง?”
ก่อนที่พีทจะพูดอะไร น้ำซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาอีกฝั่งที่เลื่อนดูโทรศัพท์ไปมา ลุกพรวดขึ้น “ฉันว่าแล้ว!”เธอร้องด้วยเสียงตื่นเต้น “ฉันเห็นจากสายตาเขาที่มองเธอ! มันชัดเจนมากเลยนะ!”
อันนาก้มหน้า “อย่าทำให้มันเป็เื่ใหญ่นักเลยนะ”
“มันก็เื่ใหญ่น่ะสิ” น้ำยืนกรานพร้อมรอยยิ้มกว้างเหมือนคนที่เพิ่งชนะเดิมพัน “เขาชอบเธอจริง ๆ อันนา!ฉันดีใจแทนเธอ เธอสองคนเหมาะกันมาก”
พีทเงียบไปสักพักพยายามเรียบเรียงความคิดของตัวเอง เขาไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าผู้ชายคนนั้นดูดี—มีเสน่ห์ใจดี และที่เลวร้ายที่สุดคือ เขาดูสนใจอันนาอย่างจริงจังแต่ก็มีบางอย่างเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ที่ทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ มันเป็ความหึงหวงเหรอ? ไม่น่าจะใช่ หรืออาจจะแค่เป็ห่วง? แต่รู้สึกเหมือนว่าดูท่าจะเป็ความรำคาญมากกว่า
“เขาดูเป็คนดีนะ” พีทในที่สุดก็พูดออกมาพยายามรักษาน้ำเสียงให้เป็กลาง “ถ้าเธอชอบเขา ก็น่าจะลองดูนะ”
“แค่นั้นเหรอ?” อันนามองพีทด้วยสายตาคมกริบราวกับคำตอบของฉันไม่ใช่สิ่งที่เธออยากได้ยิน
“แล้วจะให้พูดอะไรอีกล่ะ?” พีทตอบกลับพร้อมยักไหล่“เธอสมควรมีความสุขนะอันนา ถ้าเขาทำให้เธอมีความสุข ก็ลุยเลย”
เธอไม่ได้พูดอะไรต่อแต่บทสนทนาทิ้งความอึดอัดไว้ในห้อง ราวกับว่าเธอคาดหวังอะไรบางอย่างจากพีท แต่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร
แน่นอนเธอจบลงด้วยการเดตกับเขาอย่างจริงจัง เขาเป็คนดี—ดีเกินไปด้วยซ้ำถ้าจะพูดตรง ๆสุภาพ ใส่ใจ และดูแลอันนาด้วยวิธีที่ทำให้ทุกคนรู้สึกได้ว่าเขาอาจจะเป็คนที่ใช่สำหรับเธอจริงๆ เขาเริ่มมาร่วมกลุ่มบ้างเป็ครั้งคราว และน่าหงุดหงิดที่เบสกับน้ำชอบเขาทันที
“เขาเป็คนเจ๋งมากจริง ๆ ด้วย”เบสพูดในคืนหนึ่งหลังจากมื้อเย็นของกลุ่ม “นิสัยดีมากเลย คุยก็สนุก นี่แหละแฟนในอุดมคติ”
น้ำพยักหน้าเห็นด้วย “ตอนแรกฉันคิดว่าเขาจะดูเยอะไปแต่จริง ๆ แล้วเขาดูเป็ธรรมชาติมาก อันนาโชคดีมากเลยนะ”
พีทไม่ได้พูดอะไรนักแม้ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรจะพูด แต่เขาแค่พูดมันออกมาไม่ได้ พีทเหมือนจะไม่สามารถทำตัวให้ชอบเขาได้จริงๆ เขาดูสมบูรณ์แบบเกินไป—เหมือนถูกดึงมาจากบทโรแมนติกคอมเมดี้ทุกครั้งที่เขาหัวเราะกับมุกของอันนา หรือชมเธอในเื่ต่าง ๆ พีทรู้สึกรำคาญแปลกๆ ถึงแม้มันอาจจะไม่ใช่ความหึงหวง แต่มันก็ไม่ใช่ความสุขแน่นอน
คืนหนึ่งหลังจากอันนาและแฟนของเธอแยกตัวไปออกเดตต่อ
เบสดันศอกใส่ฉัน “ดูเหมือนนายเป็คนเดียวที่ยังโสดอยู่นะ”
“ขอบคุณที่บอก” พีทบ่น
“ฉันแค่พูดเฉย ๆ” เบสยิ้ม “มันดูเศร้านะเมื่อก่อนนายเป็คนที่สาว ๆ ชอบกันหมด แต่ดูตอนนี้สิ”
“หุบปากไปเลย ไอ้เบส” พีทพูดแม้ไม่มีน้ำเสียงจริงจังในคำพูดของพีท
แต่เบสเองก็ไม่ได้พูดผิดอะไรหลังจากน้ำกับเบสเป็แฟนกัน และตอนนี้อันนาก็มีแฟน พีทกลายเป็คนที่แปลกแยกที่สุดในกลุ่มและถึงแม้ว่าพีทจะพยายามบอกตัวเองว่าไม่เป็ไรแต่ลึก ๆ มันก็กวนใจ ไม่ใช่เพราะเขา้าความสัมพันธ์เพื่อเติมเต็มตัวเองแต่เพราะการเห็นคนอื่นมีความสุขมันทำให้เขานึกขึ้นได้ว่ามันผ่านมานานแค่ไหนแล้วที่รู้สึกแบบนั้นั้แ่พี่นิว เขาไม่ได้ให้ใครเข้ามาใกล้พอที่จะเป็คนสำคัญเลย และตอนนี้พีทเองก็เริ่มสงสัยว่าตอนนั้นเขาตัดสินใจถูกหรือเปล่า
ใน่หลายสัปดาห์ต่อมาพีทพยายามทำตัวปกติรอบ ๆ อันนาและแฟนของเธอ แม้ว่าแม้จะไม่สามารถสลัดความรู้สึกว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไปได้กลุ่มของเขายังคงเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่มีบาง่ที่เขารู้สึกเหมือนเป็คนนอกที่มองดูคนที่เขาแคร์สร้างชีวิตที่ไม่หมุนรอบตัวเขาอีกต่อไป
แต่ถึงแม้จะเป็อย่างนั้นลึก ๆ แล้วพีทก็ยังคงรู้สึกดีใจกับอันนาเธอสมควรที่จะอยู่กับคนที่ทำให้เธอยิ้มแบบนั้นและถ้านั่นหมายถึงการกลืนความรู้สึกที่ซับซ้อนของเขาเอง เขาก็พร้อมจะทำเพราะสุดท้ายแล้ว การเป็เพื่อนไม่ใช่เหรอที่ควรจะทำแบบนั้น?