“อ้าคคคคคคค!!!!...
“รางวัลแบบนี้ข้าไม่ต้องการโว้ยยยยยยย!!!!!
⎝q⩺ਪ⩹p⎠ ไม่โว้ย!!!
กันจิตะโกนเสร็จก็พนมมือขึ้นพร้อมกับพูดออกมาว่า
“ไปสู่ที่ชอบที่ชอบนะยายแก่....อย่าได้มาหลอกหลอนกันเลยเดี๋ยวข้าทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้….
ƪ(⪧⏠⏠⪦ƪ) แฮ่ แฮ่...
“แหยะ...!!! มาหอมแก้มข้าแถมยังบอกเป็นรางวัลอีก...
(๑•﹏•) บรึย
*แต่ทำไมกลิ่นของท่านยายมันหอมเหมือนอาเหอเหม่ยหลาน หรือ เซี่ยงน้อยเลยวะ ?!!!
(๑•̌.•̑๑)ˀ̣ˀ̣ ?!
*บรึยยยยย!!!นี่ข้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่....
(๑•﹏•) บรึย
“ถ้าเป็นแม่นางน้อยเมื่อวานก็ว่าไปอย่าง...หุหุ
(థฺˇ౪ˇథ) หุหุ (คิดเรื่องลามก หรือ คิดแผนชั่วออก)
กรึก...กรึก...กรึก
เสียงของล้อรถเข็นขายซาลาเปาที่เริ่มดังขึ้นอีกครั้งขณะเคลื่อนที่ผ่านพื้นดินที่ขรุขระอย่างช้าช้าไปในทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านเพียงแต่ในครานี้มีเพียง1 วัยเยาว์ กับ 2ตัวน้อยน่ารักเพียงเท่านั้น ที่เดินเคียงข้างกันในยามแสงอาทิตย์ใกล้ทอแสงมิมีเสียงพูดกล่าวสิ่งใดออกมาจากปากของเขา มีเพียงเสียงของล้อรถเข็นเท่านั้นที่ยังคงดังให้ได้ยินอยู่ตลอดเวลาสีหน้าของเขาอาจมิได้แสดงออกถึงอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายในใจสะเมื่อไรกันเพราะตอนนี้มันกำลังทำหน้าตาหื่น แถมที่มุมปากยังมีรอยยิ้มเป็นการแสยะยิ้มเหมือนกับพวกโรคจิตหื่นกาม มันคิดสิ่งใดอยู่ !? ทำไมมันถึงต้องแสยะยิ้ม !?
( ͡° ͜ ʖ ͡°) (แสยะยิ้มที่มุมปาก)
“ท่านยายขอ...
“เฮ้อลืมไปแกไปที่ชอบที่ชอบแล้ว...
“ไม่มียายแก่อยู่ข้างข้างข้าก็รู้สึกเหงาปากยิ่งนัก....
“เจ้าตัวเล็กคุยกับข้าหน่อยสิ...
กันจิผู้เป็นคนทำลายความเงียบสงบคำถามที่แม้แต่ท่านยายซุนผู้ผ่านโลกแห่งมาครึ่งค่อนชีวิตก็มิอาจตอบมันได้...
““เฮ้อออออออ....
**หงิง หงิง หงิง หงิง…
(*≧▽≦)(งุงิงุงิ)
**อาโฮก โฮก โฮก โฮก...
(*≧▽≦)(งุงิงุงิ)
“อา...เออ...ไม่เป็นไรถึงเจ้าตัวน้อยอย่างพวกเจ้าจะพูดออกมาข้าก็ฟังไม่รู้เรื่องอยู่ดีฮ่าฮ่าฮ่า....
จะว่าใกล้ก็ใกล้จะว่าไกลก็ไกลบ้านของมันห่างจากตัวหมู่บ้านในด้านทิศตะวันตกไม่มากไม่น้อยแค่ต้องใช้เวลาเดินประมาณ 2 – 3 ชั่วโมงกว่าจะถึงเพียงเท่านั้นบ้านที่เขาอาศัยอยู่นั่นตั้งอยู่ในหมู่บ้านทางฝั่งตะวันออกต้องออกไปจากตัวหมู่บ้านอีกบวกกับเขาไม่อาจเดินผ่าใจกลางตัวหมู่บ้านได้ตรงตรงเพราะสร้างเรื่องไว้ ตอนนี้เขามิอยากเพิ่มปัญหาให้ตนเองเพราะดูแล้วเจ้านายน้อยกงอะไรนั่นคงจะเตรียมการแก้แค้นเขาอยู่ในที่มือดแน่นอนขนาดเจ้าแก่อ้วนก็หายไปเลยจากตลาดตะวันออกทำให้เขาจึงจำเป็นต้องเดินอ้อมนอกตัวหมู่บ้านที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่นี้โดยกว่าจะถึงหน้าสำนักปรับพื้นฐานที่เขามาเมื่อวานกับท่านยายก็เป็นเวลา07.30 น. แล้วตามที่เขาได้คำนวณเวลาโดยการอ่านแสงจากดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมายังพื้นโลก
กรึก...กรึก...
“ฟู้วส์...ถึงสักที...
“เมื่อวานข้ามัวแต่เมาขี้ตาไม่ตื่นเต็มที่เสียทีพอมาวันนี้ไม่มีท่านยายซุนคอยปลุก ข้าจึงต้องตั้งใจเข็นรถเข็นขายซาลาเปามาเอง
“ว้าวววว !!! นี่มันโครตจะ Exclusive (พิเศษ) เลยวุ้ย !!! ทิวทัศน์ยามเช้าของหมู่บ้านฝั่งนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันนะถ้าหากข้ามีโทรศัพท์จะเอามาถ่ายรูปเก็บไว้ไปตั้งเป็นภาพพื้นหลังคงสวยดี และจะได้ไปอวดเซี่ยงน้อยกับเหอน้อยด้วย ...
ภาพทิวทัศน์ที่สวยงามที่เขากำลังพูดถึงอยู่นั้นคือหมู่บ้านทรายขาวเขตตะวันนตกที่อยู่ระหว่างหุบเขาทั้ง 2 ฝั่งโอบล้อมอยู่ถึงแม้จะเป็นเวลา 07.30 น. แล้วแต่มีภูเขาบดบังทำให้เป็นภาพทิวทัศน์ที่งดงามอย่างมากบวกกับตะเกียงไฟที่ยังมิถูกดับลงของชาวบ้านฝั่งนี้แต่เขาจะมิรู้เหตุผลได้เยี่ยงไรเรื่องตระเกียงนั่นเพราะคนส่วนใหญ่ทางฝั่งนี้จะมักตื่นแต่เช้าตรู่ 03.30 – 04.30 น.ออกไปขายของที่ฝั่งตะวันออกกันหมด โดยที่พวกเขาสามารถเดินผ่านใจกลางของหมู่บ้านทรายขาวทะลุไปถึงทางฝั่งตะวันออกโดยใช้เวลาเฉลี่ยไม่ถึง30 นาทีกระมั้ง ทำให้ตะเกียงไฟส่วนใหญ่จึงมิถูกดับลง ....

เขตตะวันตกของหมู่บ้านทรายขวา ยามเช้า
ด้วยทิวทัศน์ที่งดงามอากาศที่เย็นชื่นใจ และ แสงไฟที่สลัวทำให้เขาอดคิดถึงบ้านเกิดตนเองไม่ได้อดคิดถึงอาเหอ อดคิดถึงเซี่ยงอี้ และเหม่ยหลานผู้ลึกลับที่ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้างก็มิอาจรู้ได้
อารมณ์ของเขาค่อนข้างดีจึงเอ่ยประพันธ์กาพย์กลอนที่มันเองคิดว่าไพเราะออกมาได้1 บท มีใจความว่า
ด้านหน้ามีเส้นทางให้ก้าวเดิน หันหลังกลับมุ่งเส้นทางตะวันออก
อนาคตมิอาจคาดคะเน ไฉนหนอ..ทุกวันจันทร์..จึงต้อง..ไปทำงาน......
“เรานี่ก็เทพเหมือนกันแหะแต่งกาพย์ได้ด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า...
“ถึงแม้จะไม่ค่อยเข้ากันนักแต่กาพย์ท่อนสุดท้ายข้าคิดว่าชาวยุทธทุกคนคงจะตั้งคำถามเหมือนกันกับข้ากันจิผู้หล่อเหลา ปราดเปรื่อง ผู้นี้สินะ
แม้หมู่บ้านทางทิศตะวันตกแห่งนี้จะมีพ่อค้าแม่ค้า ชาวยุทธ ชาวบ้านอยู่น้อยแต่มิใช่ว่าจะไม่มีเลย ขณะที่เขาเข็นรถขายซาลาเปาสมบัติประจำตระกูลของท่านยายซุนที่แกกล่าวอ้างไว้พร้อมกับการเท้าที่เหยียบพื้นดินขรุขระด้วยความมั่นคง เขาเดินลงมาจากเนินเขาก็เริ่มได้ยินเสียงจอแจขายของของพวกพ่อค้า แม่ค้า ที่เริ่มส่งเสียงให้ได้ยินอยู่เป็นเนืองนิด...
““ผลไม้เชื่อมขอรับ ผลไม้เชื่อมหอมหวานอร่อย นะขอรับ ?
““ปลาไหมน้ำแข็ง ปลาไหมน้ำแข็ง สดสดเลยจ้ากลิ่นแล้วฉลาดมีโอเมก้า 3 ....?
““หมั่นโถวร้อนร้อน กรอบนอก นุ่มในกินแล้วหน้าใสปิ้ง ..?
““ซาลาเปา ปาท่องโก น้ำนมสด ก็มีนะขอรับลองชิมได้มิว่ากันแต่ต้องจ่ายเงินด้วยเพียงเท่านั้น....
“เฮ้ออออออ !!!
“ข้าว่ามันก็คงมิต่างกันกับตลาดฝั่งตะวันออกหรอกมั้ง...!?
“ในที่สุดก็ถึงจุดตั้งร้านสักกะทีหวังว่ามันจะเป็นทำเลทองของข้านะ...
*หืม!?...ทำไหมคนผู้นั้นถึงได้ดูคุ้นหน้าคุ้นตากันนะ?!
ヾ<(⚆ᗨ⚆)>ゞหืม!?....
*หรือว่า...จะเป็นนาง.... ?!
เขารู้สึกกังวลมากกลัวว่านางจะมาเอาเรื่องกับเขาตอนนี้ทั้งตัวเขาไม่มีของมีค่าติดตัวอยู่เลยสักชิ้น เงินผลึกก็ไม่มีถ้าหากนางต้องการให้เขารับผิดชอบสิ่งที่เขาทำลงไปคงมีแต่ต้องยอมพลีกายถวายตัวให้กับนางเพียงเท่านั้นยิ่งเขาเป็นคนรักนวลสงวนกายาอยู่ด้วย แม้ว่าเขาจะชอบเรื่องใต้สะดือแต่มิใช่ว่าบุรุษผู้หล่อเหลาแบบเขาจะยอมเสียตัวให้ใครก็ได้ยิ่งไม่รู้หัวนอนปลายเท้า พื้นเพเบื้องหลัง เขายิ่งไม่กล้าเสี่ยง หากไปข้องแวะกับเด็กเสี่ยขึ้นมาเดี๋ยวจะโดนรุมกระทืบฟรี...
(หรา.......หน้าตาเองมันไม่ได้บอกแบบนั้นเลยนะบักหื่น!!!) ᕦ{????️◡????️}ᕥ เบิกเนตร - ฉันรู้ ฉันเห็น...
*ข้าควรต้องถอยหนีแบบเงียบเงียบดีกว่า ?!
(Г・ω・)г ค่อย ค่อย ย่อง....
ขณะที่เขากำลังเก็บของเตรียมจะย้ายสถานที่ที่จะขายซาลาเปาอยู่นั่นก็มีเสียงดังมาจากทางหน้ารถเข็นขายซาลาเปาของเขา ซึ่งเสียงนี้เป็นเสียงเดียวกันกับเมื่อวานที่มาขอซาลาเปาของเขาใช่แล้วขอมิใช่ซื้อ เพราะมันเป็นเสียงของดรุณีน้อยวัยแรกแย้มคนเดียวกับเมื่อวาน...
““อ...เออ...อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะพี่ชายน้อย!
“อ...อรุณสวัสดิ์ขอรับ…
กันจิที่กำลังจะถอยหนีอยู่นั่นกับต้องหยุดมือเมื่อเขาได้ยินเสียงกล่าวทักตรงหน้ารถเข็นของเขาเอง
*เอาวะอย่างน้อยก็หาทางชดใช้ให้กับนางแล้วกัน
เขากำลังคิดคำนึงใช้กลยุทธ์ “ใจดีสู้เสือ” ถ้าหากนางจะมาเอาเรื่องเห็นทีเราก็ต้องชดใช้ให้กับนางเราที่เป็นสุภาพบุรุษแม้ต้องยอมพลีกายถวายตัวให้กับนางเราก็จะไม่แม้แต่กระพริบตาหรือขมวดคิ้วสักครั้งกันจิที่กำลังคิดวิธีชดใช้ให้กับนางอยู่นั้น มันถึงกลับต้องหยุดนิ่งทุกทุกสิ่งสิ่งที่ทำให้มันหยุดนิ่ง แม้กระทั่งลมหายใจ ก็คือภาพที่ปรากฎตรงหน้าของมัน...
ดรุณีน้อยวัยแรกแย้มผู้มีใบหน้าขาวนวลปรางแก้มทั้งสองข้างขึ้นสีชมพูจางจาง นางสวมชุดไม่ต่างกับเมื่อวานมากนักวันนี้นางสวมใส่ชุดคลุมสีดำทึบมวยผมเหมือนพวกชาวยุทธหญิงพเนจร ผมยาวปะบ่าแต่งหน้าจางจาง พอมีสีสัน
(เพลงมา -พอดูรวมรวมแล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน ไม่ต้องมาเขิน ฉันพูดจริงจริง)

ถงทงน้อย
““อ...เออ...พี่ชายน้อย !!
““พี่ชายน้อยเจ้าคะ ?!!!
“อา...เออขอรับ…ดรุณีน้อยเจ้ามาขอซาลาเปาเหมือนเดิมใช่ไหมครับเดี๋ยวข้าทำให้รอสักประเดี๋...
““พี่ชายน้อยมิใช่แบบนั้นเจ้าคะ
“อ..เออคือว่า ข้าขอแนะนำตัวก่อนข้าถง...!
*เพล้ง..เพล้ง
เสียงของไหเหล้าที่ถูกโยนลงพื้นแล้วกลิ่นเหล้าต้มที่มีแอลกอฮอล์สูงมากก็รอยโชยออกมาพลิ้วไวมาตามสายลมจนมากระทบที่จมูกของกันจิ ผู้ที่กำลังตั้งใจฟังดรุณีน้อยตรงหน้ากล่าวคำพูด คำจาที่มีน้ำเสียงชวนเคลิ้มฝัน บวกกับหน้าตา รูปลักษณ์แล้วยิ่งต้องตั้งใจฟังขึ้นไปอีก 150% ถึงกับหลุดจากภวังค์ความคิดของเขา....
“เห้ย !!! พวกแกเตรียมค่าคุ้มครองกันพร้อมแล้วใช่ไหม?!
“วันนี้เป็นวันเก็บค่าคุ้มครอง...ของพื้นที่ในตลาดแห่งนี้...
*เฮ้ออออออ...
*มารผจญตลอดสินะ
*ตึก ตึก ตึก ...ชี่ ชี่ ชี่
ԅ[ •́ ﹏├┬┴┬┴ แอบมองหลังกำแพง!
กันจิที่กำลังจมอยู่ในความคิดถึงกับต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อดรุณีน้อยนั้นวิ่งมาหลบด้านหลังของเขาแล้วแอบมองแทนจากทางด้านข้างลำตัวฝั่งซ้ายของเขา
*นี่กรูไม่ได้ไปยุ่งกับเด็กเสี่ยใช่ไหมวะ ?!
*ลางสังหรณ์แห่งหายนะไม่ได้แจ้งเตือนอะไรกับเราแสดงว่าคงไม่มีอะไรมากสินะ !!!
*ไหนขอข้าลองดูหน่อยสิว่าพวกเจ้าจะมีอะไรดีถึงกล้ามาขัดอารมณ์สุทรีย์ของข้าผู้นี้...
เขามิรอช้าเพ่งสายตาเสมือนสายตาของเหยี่ยวอันคมกล้าที่จ้องล่าอาหาร ไปทางพวกนักเลงเจ้าถิ่นที่กำลังไล่เก็บค่าคุ้มครองกับพ่อค้าแม่ค้าในห้างร้านต่างๆตลอดทางเดิน
*ติ๊ดดด..ดวงตาแห่งการตรวจสอบขั้นพื้นฐาน (เปิดใช้งาน)*
・.━━━━━━ † ━━━━━━.・
ชื่อ: เจ้า1 นักเลงถิ่นตะวันตกแห่งหมู่บ้านทรายขาว
ธาตุ : ดิน
พลังลมปราณ ระดับ พื้นฐาน ขั้น 6
ชื่อ: เจ้า2 นักเลงถิ่นตะวันตกแห่งหมู่บ้านทรายขาว
ธาตุ : ดิน
พลังลมปราณ ระดับ พื้นฐาน ขั้น 5
ชื่อ: เจ้า3 นักเลงถิ่นตะวันตกแห่งหมู่บ้านทรายขาว
ธาตุ : ดิน
พลังลมปราณ ระดับ พื้นฐาน ขั้น 4
・.━━━━━━ † ━━━━━━.・
*อะไรกันวะ ก็แค่นักเลงหัวไม่ธรรมเองนิ...
““เห้ย!!! เจ้าหนุ่มน่าละอ่อน
เสียงตะโกนที่ดังกังวานไปทั่วตลาดนั่นกำลังดังอยู่ตรงหน้ารถเข็นขายซาลาเปาของกันจิในเสียงตะโกนยังแฝงไปด้วยจิตสังหาร ความหงุดหงิดและกลิ่นสุราที่เหม็นคละคลุ้งชวนคลื่น....
““เจ้าเตรียมค่าคุ้มครองแล้วรึยัง!?
“ทำไมข้าต้องเตรียม...แล้วเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาสั่งนายน้อยอย่างข้ากัน?!
คนที่ชื่นชอบการขายข่าวและพวกขาเมาท์เริ่มหยุดเพื่อมุงดูเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงตะโกน
ภายในหัวของกันจิ
*ติ๊ด....ติ๊ด...“ระบบใส่ใจความรู้สึก ฝึกเป็นนักนึกคิด เพื่อพิชิตทั่วหล้า”
*….ตรวจพบค่าความรู้สึกในทางที่ดีและไม่ดีกับตัวตนของโฮสต์
*....ระบบแปลงค่าความรู้สึกเป็นพลังลมปราณ...Auto Start….
...ติ๊ง..มีคนรู้สึกสมน้ำหน้าโฮสต์ +5 +5 +5 +5 ....
...ติ๊ง..มีคนรู้สึกเห็นใจโฮสต์-1 -2 -3 -3 ....
...ติ๊ง..มีคนรู้สึกอยากกระทืบโฮสต์+3 +3 +3....
...ติ๊ง..มีคนรู้สึกชื่นชมโฮสต์-1....
...ติ๊ง..
*เชี้ย !!!
*มีคนอยากกระทืบสุดหล่ออย่างข้า เห็นทีจะเป็นเจ้า 3 ตัวนี้สินะ !!!
*นี้แหละนะ เบ้าหน้าฟ้าประทาน มักทำให้สวรรค์ลงทัณฑ์...เฮ้ออออ !!!
o(︶︿︶)o (เอื้อมระอาใจ)
*แต่ใครกันนะที่รู้สึกชื่นชมเรามีแค่คนเดียวด้วย ?!
ตัดภาพกับมาที่โลกภายนอก
““อ้าวพูดดีดีมิชอบสุราคำนับมิชอบดื่ม กับชื่นชอบสุราลงทัณฑ์สินะ ...
*ผลัวะ!...ผลัวะ!...ผลัวะ!...ตุบ!!!
““เจ้า 2 เจ้า 3 กระทื...
**ผลัวะ!...ตุบ!!!
**ผลัวะ!...ตุบ!!!
**ผลัวะ!...ตุบ!!!
ถงทงน้อยต้องการจะสื่ออะไร ? ใครกันที่เป็นห่วงกันจิ? แล้วกันจิจะอัดเจ้า 3 ตัวนั้นยังไง หรือเขาจะถูกอัดกันแน่ ?
#โปรดติดตามตอนต่อไป