THE ONE

    ตอนที่ 47 แผนยกระดับพลัง ตอนปลาย

            

            เทียนคงทบทวนหกทักษะสายเลือด เจ็ดเทพวิชาและทักษะอื่น ๆ เขาทำความเข้าใจข้อดีข้อเสียของแต่และทักษะวิชาจนแน่ใจแล้วว่าจะสามารถใช้งานทักษะต่างๆได้ถูกต้องที่สุดตามแต่ละสถานการณ์

                  

            แม้เขาจะมีทักษะวิชาชั้นยอดอยู่ในระดับสูงแต่ก็สามารถใช้ออกได้ไม่เต็มที่ในตอนนี้ เพราะระดับพลังของเขานั้นยังต่ำเกินไป ซึ่งเขาสามารถใช้ออกได้เพียงขั้นหนึ่งถึงสองเท่านั้นจากระดับทั้งหมดเก้าขั้นในแต่ละวิชา

                  

            แต่เพียงแค่ทักษะสายเลือดทั้งหกที่เขาสามารถใช้ออกได้ทั้งหมดก็มากกว่าเพียงพออยู่หลายเท่าตัวแล้ว สำหรับนักรบคนหนึ่งเพราะปรกตินักรบจะสามารถใช้ออกได้อย่างมากที่สุดก็สามทักษะซึ่งพวกเขาเป็นมนุษย์สายเลือดผสม ของพันธมิตรแห่งแสง หรือพันธมิตรแห่งความมืด

                  

            และนับตั้งแต่มีสายเลือดผสมเกิดขึ้นมายังไม่เคยมีปรากฏมนุษย์คนไหนที่มีสายเลือดผสมมากกว่าสามสายเลือดจึงไม่มีใครสามารถใช้ทักษะสายเลือดได้มากกว่าสามทักษะนั่นเอง

                  

            เทียนคงเข้าใจในจุดนี้ดี และเขาก็คาดเดาได้แล้วว่า เขาคงเป็นมนุษย์สายเลือดผสมที่มีหกสายเลือดอยู่ในตัว ถึงสามารถใช้ออกได้ทั้งหกทักษะ

                  

            ตอนนี้เขาจึงตระหนักได้ว่าตัวตนของเขานั้นไม่สามารถให้คนอื่นรับรู้ได้เด็ดขาดไม่ว่ากับใครก็ตาม เพราะมันจะต้องส่งผลที่ใหญ่โตเกินกว่าจะจินตนาการได้แน่นอนหากกลุ่มมหาอำนาจต่าง ๆรู้เรื่องนี้เข้า

                  

            พวกเขาจะต้องส่งคนมาตามล่าตัวเขาให้ได้ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม เพราะสายเลือดของเขานั้นจะทำให้สมดุลของอำนาจที่มีอยู่ตอนนี้พังทลายลงไม่ว่าฝ่ายไหนจะได้ตัวเขาไป ฝ่ายนั้นจะต้องเป็นฝ่ายที่กุมชัยชนะอย่างแน่นอน

                  

            นี่ยังไม่นับรวมที่เขาสามารถใช้เทพวิชาของตระกูลข้ารับใช้ได้ด้วยหากพวกตระกูลเหล่านั้นรู้เข้า ไม่ต้องคิดเลยว่าพวกเขาจะต้องตามล่าเขาเพื่อพาเขามาสอบสวนอย่างแน่นอน

                  

            เทียนคงเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองแล้วแม้ว่าเขาจะอยากรู้ว่าตัวตนของเขาเป็นใคร แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสุ่มสี่สุ่มห้าเดินเข้าไปถามใครต่อใครได้และเขาก็ไม่สามารถบอกความลับของเขานั้นให้ใครรู้ได้ดังนั้นแล้วสิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คือความแข็งแกร่งของตัวเขา

                  

            เพราะพลังนั้นถือว่าเป็นที่สุดแห่งสัจธรรมที่สามารถเปลี่ยนดีให้เป็นเลว และเปลี่ยนเลวให้เป็นดีได้ เพียงแค่ว่าคุณมีพลังที่เหนือกว่าคุณก็สามารถขีดเขียนทุกอย่างได้ตามใจชอบ ธรรมชาติมันก็เป็นแบบนี้ ดังนั้นแล้วในเมื่อเขาต้องพึ่งพาตัวเองจึงมีแต่ต้องยกระดับพลังให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยก็พอที่จะหลบหนีได้

                  

            เทียนคงมุ่งหน้าไปที่เขตหุบเขาหลังโรงหลอม เขาเตรียมอุปกรณ์กักเก็บพลังรุ่นอัพเกรด 2.0มาด้วยถึง 20 ลูก แต่ละลูกกักเก็บพลังไว้ 500 หน่วย มากกว่ารุ่นที่แล้วถึง 5 เท่าทั้งยังมีขนาดที่เล็กกว่า หากเขาใช้ทั้งหมดนี้พร้อมกัน จะยกระดับพลังของเขาให้อยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นกลางนี่ยังไม่รวมกับพลังงานที่เขาสามารถดูดซับได้จากภายนอก ที่ระยะการดูดซับนั้นขยายออกจากรัศมี100 เมตร เป็น 300 เมตรแล้ว และปริมาณที่ดูดซับได้ก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

                  

            “เอาล่ะขอลองหน่อยเถอะ สัตว์อสูรระดับห้า(ปรมาจารย์)” เทียนคงพุ่งไปด้วยความเร็ว สัตว์อสูรที่มีพลังต่ำกว่าระดับเชี่ยวชาญล้วนถอยหนีออกจากเขาซึ่งเทียนคงก็ไม่ได้สนใจที่จะล่าพวกมันแล้วในตอนนี้ เพราะมันช่างเสียเวลาเกินไป

                  

            “เจอแล้ว”เทียนคงกระโดดขึ้นกลางอากาศแล้วชี้นิ้วไปที่สัตว์อสูรตัวหนึ่ง ที่กำลังยืนอยู่ริมหน้าผาสูงแล้วมองลงไปเบื้องล่าง มันคืออสูรอินทรีปีกเทา เป็นอสูรระดับ 5 ขั้น 3มันที่กำลังเหม่อมองไปเรื่อยเปื่อยพลันสะดุ้งทันทีที่เห็นมนุษย์คนหนึ่งจู่ๆก็กระโดดลอยมาตรงหน้ามัน จากนั้นก็มีลำแสงสีเหลืองทองพุ่งตรงมาที่มัน

                  

            มันกระพือปีกเพื่อสร้างแรงกระเพื้อมของอากาศเกิดเป็นลมหมุนที่ทำให้ลำแสงที่พุ่งมานั้นเบี่ยงทิศทางออกไป “ตูมมมมม”หน้าผาที่โดนลำแสงเกิดการระเบิดขึ้น เสียงดังสนั่น หลังจากที่ควันจากลง ก็เห็นร่องรอยของการระเบิดซึ่งทำให้สัตว์อสูรอินทรีปีกเทาเริ่มสั่นเทาด้วยความวิตกมันรู้ดีว่าหากลำแสงนั่นโดนมันเข้า คงได้กลายเป็นนกย่างแน่ ๆ

                  

            มันกระพือปีกอีกครั้งแล้วโผบินออกไปมันไม่คิดว่าจะรับมือกับมนุษย์ตรงหน้านี้ได้ และตัดสินใจที่จะหนี แต่มันคิดช้าไปความตายมาเยือนมันแล้ว

                  

            “จะหนีไปไหน .....” "ฟุบบบ" "โผล๊ะ"

            

            เทียนคงที่ลอยอยู่กลางอากาศพลันหายไปจากสายตาของอินทรีปีกเทา มันเห็นเพียงลำแสงสีเงินคล้ายอัสนีเส้นหนึ่งพุ่งเข้ามาก่อนจะเห็นหมัดลุ่น ๆกระทบเข้ากับใบหน้าของมันหมัดนี้รุนแรงจนทำให้จงอยปากของมันแตกหักทันที จากนั้นจึงเป็นหัวสมองของมันที่ระเบิดกระจุยไปและมันก็ตกตายไปอย่างรวดเร็วจนไม่ทันได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยแม้แต่นิด

                  

            “หืออออเจ้านกนี่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งนี่ ทำไมตายง่ายนักเล่า” เทียนคงงุนงงเขาเพิ่งจะใช้ออกไปเพียงสามท่า ก็สามารถจัดการสัตว์อสูรระดับ 5 ขั้น 3 ได้แล้ว “นี่ข้าประเมินตัวเองต่ำไปมากหรือประเมินสัตว์อสูรสูงไปมากกันแน่”

                  

            ท่วงท่าที่เทียนคงใช้นั้นคือดรรชนีเอกสุริยัน เขายิงออกไปด้วยนิ้วชี้ เพื่อประเมินระดับพลังและลองเชิงอินทรีปีกเทาและก็ได้เห็นว่ามันเป็นสัตว์ธาตุลมที่เชี่ยวชาญการใช้ลมและลำแสงของดรรชนีนั้นแพ้ทางมันเขาจึงตัดสินใจใช้กระบวนท่าในระยะประชิดแทน

                  

            เขาพุ่งเข้าไปด้วยท่าร่างอัสนีบาต ทำให้เขาเคลื่อนที่กลางอากาศได้หนึ่งครั้งด้วยความเร็วดั่งอัสนีบาตทำให้อินทรีปีกเทาเห็นเขาหายวับไป และทันทีที่เข้าถึงตัว เขาก็ใช้ 1 ใน 17 ท่วงท่าราชามังกรออกไป หมัดราชามังกร ต่อยออกไปด้วยแรงเพียงครึ่งเดียว ผลก็อย่างที่เห็นหัวของอินทรีปีกเทากระจุยทันที

                  

            และแน่นอนว่าที่เทียนคงคิดนั้นถูกทั้งสองอย่างเขาประเมินตัวเองต่ำไปอย่างมาก และประเมินความสามารถของสัตว์อสูรสูงไปมากเช่นกันผลลัพธ์จึงลงเอยแบบนี้

                  

            ในช่วงแรกที่เทียนคงเรียนรู้การใช้ชีวิตเขามีความรู้สึกว่าไม่ต้องการทำร้ายหรือสังหารใคร ตอนที่เขาทดสอบเอวันเขาก็สั่งไม่ให้เอวันทำร้ายสัตว์อสูรให้ถึงแก่ความตาย เพียงแค่ทำให้มันหมดสภาพที่จะต่อสู้ได้ก็พอ

                  

            แต่มาตอนนี้เขามาคิดอีกที ไม่รู้ว่าเกิดจากการที่เขาคิดได้เอง หรือเป็นเพราะสัญชาตญานบางอย่างภายในจิตสำนึกของเขามันย้ำเตือนเขาขึ้นมาว่าการจะมีความคิดแบบนั้นได้ เขาจำเป็นต้องมีพลังที่เข้มแข็งเสียก่อนไม่อย่างนั้นแล้วต่อให้เขาทำดีกับใครแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่แน่ว่าเขาจะได้สิ่งเดียวกันตอบแทนกลับมา

                  

            เขาตระเวนไปทั่วเขตหุบเขาในรัศมี50 กิโลเมตร สังหารสัตว์อสูรระดับ 5 ไปมากมาย หลายตัวในนั้นมีระดับขั้นสูงถึงขั้น9 เกือบจะเป็นสัตว์อสูรระดับ 6 แล้ว

                  

            ตอนนี้เขารวบรวมผลึกสัตว์อสูรระดับ5 ได้เป็นจำนวนหลายร้อยก้อน เพียงพอที่จะให้เขายกระดับพลังไปได้ถึงระดับ 5 ขั้นต้นซึ่งนี่ก็เพียงพอแล้วสำหรับการต่อกรกับเหล่านักรบของดาวเคราะห์ดวงนี้เขาจึงหยุดการล่าสังหารในครั้งนี้

                  

            ซากศพของสัตว์อสูรหลายร้อยตัวเทียนคงไม่ได้ปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆเขาเก็บทุกอย่างไว้ในอุปกรณ์มิติอัพเกรด 2.0 ที่เขาสร้างขึ้นมามันมีขนาด 2,500 ตารางเมตร ซึ่งเพียงพอต่อการเก็บซากสัตว์อสูรเหล่านี้ไว้ทั้งหมด

                  

            แน่นอนว่าหากเก็บไว้โดยไม่ทำอะไรละก็ซากศพพวกนี้จะต้องกลายเป็นปุ๋ยในเวลาในกี่วันแน่นอนดังนั้นแล้วเทียนคงจึงใช้ทักษะหนึ่งในทักษะสายเลือด  “เคลื่อนย้ายจักรวาล” เป็นทักษะของเผ่าเอลล์ซึ่งมีความสามารถในการรักษาสภาพร่างกายไว้ให้คงอยู่ได้แทบจะนิรันดร์แม้จะไม่มีชีวิตแล้วก็ตาม

                  

            ดังนั้นแล้วเทียนคงจึงไม่มีอะไรต้องกังวลในเรื่องนี้อีกต่อไปส่วนต่าง ๆของสัตว์อสูรระดับ 5 นั้น แทบทุกส่วนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ไม่ว่าจะเป็น เลือด กระดูก เครื่องใน จะมีส่วนที่ใช้ไม่ได้ก็คือ อุจระ และก็ไม่ใช่ทุกสายพันธุ์ด้วยที่อุจระจะไม่มีค่า บางสายพันธุ์ อุจระ ของมันมีค่ามากกว่าผลึกอสูรในตัวมันเสียอีก

                  

            นอกจากการหาผลึกอสูรเพื่อบ่มเพาะพลังแล้วเทียนคงยังได้เริ่มทำการ หลอมยา และตีอาวุธ จากชิ้นส่วนต่าง ๆที่เขาเก็บไว้

                  

            ในคลังความรู้และทักษะของเขานั้นมีวิชาการหลอมยา และการสร้างอาวุธอยู่มากมาย จนชิ้นส่วนทุกอย่างที่เขาเก็บไว้ไม่มีส่วนไหนที่ถูกทิ้งให้เสียประโยชน์เลย

                  

            เลือดและไขกระดูกของสัตว์อสูรเขานำมากลั่นเป็นยาเสริมกำลัง ยาเสริมกำลังมีผลเหมือนกับผลึกอสูรและอัญมณีประเภทเสริมกำลังเพชร ทับทิม และไพฑูรย์ แม้จะไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่ากับผลึกอสูรและอัญมณี แต่ก็หาง่ายกว่ามากเพราะมีอาชีพหนึ่งที่แพร่หลายไปทุกที่ ก็คือการเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรเพื่อเอาเลือดมันโดยเฉพาะ

                  

            ส่วนเครื่องในนั้นเขากลั่นออกมาเป็น ยานักรบคลั่ง มันสามารถทำให้นักรบเพิ่มพูนกำลังในชั่วขณะหนึ่งได้ในระยะเวลาสั้นๆ และยานักรบคลั่งนี้เองที่จะทำเงินให้เทียนคงได้มากอยู่ เพราะการกลั่นยานี้จำเป็นต้องใช้ทักษะของนักปรุงยาระดับ 3 ขั้นไป และในดาววิหคครามนี้เท่าที่เทียนคงหาข้อมูลมา มีนักปรุงยาระดับ 3 เพียงไม่กี่สิบคนเพราะจะต้องใช้พลังระดับเชี่ยวชาญขั้น 6 เป็นอย่างน้อยในการหลอมยา

                  

            เทียนคงไม่ลืมที่จะมอบยาบำรุงให้กับเอ็ดมัวร์ไว้อยู่จำนวนหนึ่ง มากพอที่จะทำให้เขาฟื้นฟูกำลังจนกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ในเวลาไม่กี่วัน

                  

            แต่อย่างหนึ่งที่เทียนคงแปลกใจคือในเมื่อ วิคทอเรีย มีความสามารถในการรักษาตัวเองและยกระดับพลังได้ถึงระดับนั้นแต่ทำไมเอ็ดมัวร์ถึงได้ต่างกันนัก เมื่อเทียบกับวิคทอเรียแล้วเอ็ดมัวร์ ไม่นับว่ามีอะไรเลย เพราะการฟื้นฟูตัวเองของเขานั้นช้ากว่า วิคทอเรียกว่า 9 เท่า นั่นหมายความว่า เอ็ดมัวร์มีพลังในการฟื้นฟูตัวเองสูงกว่ามนุษย์สายเลือดสวรรค์เพียงเท่าตัวเดียว

                  

            เขาไม่ได้ถามอะไรเอ็ดมัวร์กับวิคทอเรียในเรื่องนี้แต่เขาเริ่มคิดได้แล้วว่า วิคทอเรีย น่าจะไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ๆ แต่ก็ช่างมันไว้ก่อนในเมื่อทั้งสองคนไม่บอกเขา เขาก็ไม่คิดจะถาม เมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึงเขาก็คงจะรู้ได้เอง ....

    คล้ายกับเรื่องTHE ONE ที่คุณอ่าน

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    THe Superman

    THe Superman

    นิยาย แฟนตาซี
    333K 566
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734