รอมานาน
ปึก...เสียงปิดประตูรถพร้อมกับร่างเล็กที่พึ่งก้าวขาลงจากรถกำลังถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
เธอตื่นเต้นเป็ที่สุด....
~ นานแค่ไหนกันนะที่เธอไม่ได้มาที่บ้านหลังนี้ หากนับรวมเวลาที่ภาคินเอาแต่ทำงานจนไม่มีเวลาให้เธอก็น่าจะ 3 ปีกว่าได้แล้วมั้ง ~
" สวัสดีครับคุณประจักษ์ " ภาคินและรินรดาเอ่ยทักทายผู้ช่วยคนสนิทของคุณหญิงทัศนาวรรณ
แม้ตำแหน่งที่ทำอยู่อาจไม่สำคัญ แต่ประธานใหญ่อย่างภาคินก็ให้ความเคารพเลขาของคุณย่าท่านนี้มาก
" สวัสดีครับ คุณท่านบ่นคิดถึงพอดีเลยครับ " คุณประจักษ์เอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
" ถ้าจะอ้างว่างานยุ่งจนไม่มีเวลาก็ดูจะใช้ไม่ได้ใช่มั้ยครับ " ภาคินเอ่ยแบบยิ้มๆ
" ก็น่าจะไม่ได้นะครับ คุณท่านรู้อยู่ว่าตอนนี้คุณภาคินไม่ได้มีโปรเจคใหญ่ๆ อะไร " เลขาาุโยิ้มกลับเช่นกัน
" แต่ถ้าอ้างว่า...พึ่งแต่งงานนี่คงใช้ได้ใช่มั้ยครับ "
" ฮ่าๆๆ... แน่นอนครับ คุณท่านคงอยากได้ยินคำนี้ "
ภาคินยิ้ม...เขากับรินรดาเดินเข้ามาภายในบ้านทรงไทยที่ออกแบบผสมกันระหว่างไทยกับยุโรป ฝั่งนึงตกแต่งแบบไทยแท้ส่วนอีกฝั่งเน้นตกแต่งไปทางยุโรป
" ลงมือเข้าครัวเองอย่างกับรู้ว่าวันนี้ผมจะมานะครับ " ชายหนุ่มเดินเข้าไปกอดคนเป็ย่าจากด้านหลัง
" สวัสดีค่ะคุณท่าน " รินรดาเองก็ยกมือไหว้ผู้ใหญ่เช่นกัน
กิริยามารยาทของเธอนอบน้อมแม้จะเป็คนสมัยใหม่อาจด้วยเพราะเชื้อสกุลที่มีมาั้แ่เกิดและการได้รับการอบรมสั่งสอนจากคุณย่าศจีซึ่งเป็คุณย่าของเธอเอง
ความเป็คนอ่อนน้อมถ่อมตนของรินรดาจึงเข้าตาคุณหญิงทัศนาวรรณ
" มาคุณท่ง คุณท่านอะไร แต่งงานแล้วเรียกคุณย่าเหมือนตาคินเถอะ " คนสูงวัยเอ่ยพลางส่งยิ้มหวานให้หลานสะใภ้ที่ท่านคิดว่า เป็หลานสะใภ้คนใหม่
" เอ่อ ค่ะ คุณย่า "
" วันนี้ทำอะไรกินครับ "
" ขนมช่อม่วง จู่ๆ ก็นึกอยากกินขึ้นมาเอาเสียดื้อๆ " คนเป็ย่าเอ่ย
" ขนมช่อม่วงเหรอคะ ? " น้ำเสียงดีใจของหญิงสาวทำให้คนแก่อย่างคุณหญิงทัศนาวรรณถึงกับขมวดคิ้ว
" ชอบกินเหรอ "
" เอ่อ..ขอโทษค่ะที่เมื่อกี้ทำกิริยาไม่เหมาะ ชอบค่ะ ชอบมาก ไม่ได้กิน..เอ่อ..มานานแล้ว " รินรดารู้ตัวว่าได้พูดแทรกผู้ใหญ่เธอจึงเอ่ยขอโทษไป
กิริยาของเธอทำให้คุณหญิงทัศนาวรรณนึกเอ็นดูเพิ่มขึ้นอีก
" งั้นผมออกไปรอข้างนอกนะครับ "
" เอ่อ...ชั้นขออยู่ช่วยคุณย่านะคะ "
" อึ้ม เอาสิ " ภาคินยิ้มให้ภรรยาสาว เขารู้ว่าเธอคงคิดถึงบ้านหลังนี้อยู่ไม่น้อย บ้านหลังใหญ่ที่เป็ความทรงจำระหว่างเขาและเธอ
เธอและเขารู้จักและเติบโตมาด้วยกันที่นี่ คุณย่าของเธอมักพาเธอมาเรียนทำขนมกับคุณย่าของเขาบ่อยๆ
" ชอบกินแล้วทำเป็รึเปล่า " คนสูงวัยเอ่ยถามด้วยสายตาเอ็นดู
" ทำเป็ค่ะ แต่ไม่ได้ทำมานานมากแล้ว ไม่รู้ฝีมือจะตกไปรึเปล่า " หญิงสาวเอ่ยแล้วยิ้มบางๆ
" งั้นก็ลองแสดงฝีมือดู "
" ค่ะ "
ภาคินแอบมองคนที่เขารักทั้งสองอย่างเป็สุข ชายหนุ่มไม่คิดเลยว่าเขาจะมีวันนี้ วันที่ได้ััตัวตนของเธออีกครั้ง
หลังจากงานศพเสร็จสิ้นเขานึกย้อนกลับไปในวันที่ไปเจอศพที่โรงพยาบาลแล้วร่างนั้นไม่มีแหวนทึ่นิ้วนางข้างซ้าย เขาก็ได้แต่นึกหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ เขาหวังว่าเธอจะไม่ตาย
แต่เมื่อรอมาถึง 3 ปี ชายหนุ่มคิดว่าความหวังอาจเป็เื่ที่เขาคิดไปเอง ..เธอตายไปแล้วจริงๆ
" อร่อย..ใช้ได้ ฝีมือของเธอทำให้ชั้นนึกถึงใครบางคน " คุณหญิงทัศนาวรรณเอ่ยพลางยิ้มบางๆ ตอนนี้แววตาของท่านดูหม่นเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด
" .... " รินรดานิ่งเงียบ เธอรู้ว่าท่านหมายถึงใคร
เธอเองก็อยากบอกความจริงกับท่าน แต่ติดตรงที่เธอไม่อยากให้เขารู้ หากเขารู้..เขาจะยิ่งอึดอัดใจไปเสียเปล่าๆ
" ตาคินเคยแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง เธอเป็หลานสาวของเพื่อนชั้น ตาคินรักภรรยาคนนี้มาก ไม่คิดว่าเธอจะโชคร้าย ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตั้แ่อายุยังน้อย "
~ รักเหรอ..คุณย่าคงเข้าใจผิดอะไรไปมั้งคะ ~ รินรดานึกแย้งในใจ
" ชั้นดีใจที่เห็นตาคินพาหนูมาที่นี่วันนี้ นั่นมันหมายถึงว่า เค้าอาจเปิดใจให้กับผู้หญิงคนอื่นแล้ว ซึ่งนั่นเป็ข่าวดีสำหรับชั้น ชั้นอยากให้หลานชายมีความสุขกับเค้าสักที รับปากได้มั้ยว่าเธอจะช่วยชั้น ช่วยภาคินให้หลุดพ้นจากความรักที่ฝังอยู่ในใจของเค้า "
" เอ่อ..ค่ะ " รินรดากระอักกระอ่วนใจ
เธอจะทำได้ยัง ถึงแม้จะแต่งงานกันมาแล้วถึงสองครั้ง แต่เธอก็ไม่สามารถคว้าหัวใจเขามาครองได้
หลังจากออกจากห้องครัว ทั้งหมดก็ย้ายมาที่โต๊ะอาหาร วันนี้ดูท่าว่าคุณหญิงทัศนาวรรณจะอารมณ์ดีและเจริญอาหารมากกว่ามื้อไหนๆ
" ย่าดีใจที่เห็นคินมีความสุข " คนเป็ย่าเอ่ยขณะที่สายตามองทอดไปยังเบื้องหน้า
รินรดากำลังวิ่งเล่นกับหมาตัวโปรดที่สวนหลังบ้าน จากลูกหมาตัวน้อยที่เธอเคยวิ่งเล่นกับมันมาั้แ่เด็ก จนตอนนี้มันเองก็เติบโตตามกาลเวลาเช่นกัน
" ใช่ครับ..วันนี้ผมมีความสุขมาก ขอบคุณคุณย่าที่ทำให้ผมเจอกับความสุขเร็วแบบนี้ "
" หือ..อย่าบอกนะ ว่าคินรักเด็กคนนี้เข้าให้แล้ว "
" ครับ..ผมรักเธอ รักมานานมากแล้ว "
" ย่าดีใจนะลูกที่คินลืมหนูยิ้มได้ ย่าอยากเห็นคินมีความสุข "
" เอาไว้เื่ทุกอย่างลงตัวกว่านี้ผมจะบอกคุณย่านะครับ " ชายหนุ่มคิดในใจ
" ครับคุณย่า " หลังจากใช้เวลากับคุณย่าต่ออีกสักพักภาคินและรินรดาจึงขอตัวกลับ
ระหว่างนั่งรถมาด้วยกันรินรดานั่งเงียบมาตลอดทาง ชายหนุ่มไม่รู้จะเริ่มต้นพูดกับเธอยังไง แต่เขาเองก็ไม่อยากเสียเวลาอีกแล้ว
หลังจากขับรถเข้ามาจอดภายในบ้าน ภาคินจึงคิดจะพูดและอธิบายเื่ราวที่เกิดขึ้นให้เธอฟัง
" คุณย่าเล่าให้ฟังแล้วใช่มั้ย เื่การแต่งงานครั้งก่อน "
" ค่ะ "
" เธอเป็คนที่ชั้นรักมาก จนถึงวันนี้ความรักที่มีให้ก็ยังไม่แปรเปลี่ยน "
" หึ..น่าสงสารคนอย่างดิชั้นนะคะ สามีบอกว่ารักผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าแบบนี้ แต่ก็ช่างเถอะค่ะ ดิชั้นไม่มีสิทธิ์อะไรอยู่แล้ว " พูดจบ รินรดาก็รีบเปิดประตูรถออกไป เธอกำลังสับสนในสิ่งที่พึ่งได้ยินเมื่อครู่
ขาเรียวก้าวห่างออกจากตัวรถ หญิงสาวตั้งใจจะเดินหนีเขาเพื่อหลบหน้า
" หนูยิ้ม "
เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้รินรดาหยุดชะงัก ร่างบางแข็งทื่อกับชื่อที่เขาเอ่ยเรียก
เขารู้แล้ว.....
สวบบ...แรงกอดจากด้านหลังยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่ามีอะไรวิ่งมาจุกอยู่คอ หญิงสาวพูดไม่ออก
" หนูยิ้ม..หนูยิ้มของพี่ อย่าเดินหนีพี่อีกเลยนะ อย่าจากพี่ไปอีก พี่รักหนูยิ้ม รักมาตลอด " น้ำตาไหลรินเป็สายเมื่อได้ยินคำบอกรักที่เธอเฝ้ารอคอยมานาน
" คุณคงเข้าใจผิดแล้วมั้งคะ " แม้จะพยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่แรงสะอื้นก็ปกปิดไว้ไม่อยู่
" พี่รู้ความจริงหมดแล้ว พี่รู้แล้วว่ารินรดาคนนี้คือหนูยิ้มของพี่ อย่าทิ้งพี่ไปอีก อย่าทิ้งพี่ไปไหน พี่รักหนูยิ้ม "
" พี่ใหญ่..." ความรักที่ไม่อาจทานทนหญิงสาวหมุนตัวกลับมากอดคนด้านหลัง
" คนดีของพี่ พี่รักหนูยิ้ม รักหนูยิ้ม ได้ยินมั้ย "
" พี่ใหญ่ ฮืออๆๆๆ ... " เธอกอดเขาแน่น หญิงสาวเงยหน้ามองเขาด้วยน้ำตา ภาคินค่อยๆยกมือขึ้นปาดน้ำตาออก เขาเชยคางของเธอขึ้นริมฝีปากหนาทาบทับลงมาประกบกับริมฝีปากบาง ความรักทั้งหมดถูกส่งผ่านไปกับจูบที่แสนจะอ่อนหวานนี้
ร่างของคนทั้งสองกอดรัดกันและกันด้วยความโหยหา เขาปรนเปรอจูบให้เธอนานเนิ่นนาน
ภาคินช้อนตัวหญิงสาวเดินขึ้นบันไดและตรงไปยังห้องนอนของเขา
" พี่ใหญ่ คะ คือ " คนตัวเล็กสะดุ้งใเมื่อแผ่นหลังบางัักับเตียงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง
" พี่รอมานานแล้ว อดทนรอั้แ่เข้าหอเมื่อ 7 ปีก่อน มันนานมากรู้มั้ย อย่าห้ามพี่เลยนะ พี่สัญญาว่าจะตอบทุกคำถามที่หนูยิ้มสงสัย แต่ตอนนี้...ขอก่อน "
ดวงตากลมโตจ้องสบตากับใบหน้าคมที่คร่อมร่างของเธออยู่ หญิงสาวยกมือขึ้นโอบรอบคอของเขาแต่กระนั้นใบหน้าหวานก็เบือนหน้าหนีเพราะความเขินอาย
" ขอบคุณครับ " พูดจบมือใหญ่ก็จัดการแกะกระดุมเสื้อของตัวเองและเหวี่ยงออกให้พ้นทาง พอได้เห็นแผงอกของเขาทำเอารินรดาถึงกับแอบลอบกลืนน้ำลายลงคอ
" จับดูสิ อยากจับมานานแล้วไม่ใช่เหรอ " ชายหนุ่มยกยิ้ม เขาจับมือของเธอขึ้นทาบกับหน้าอกของเขา สมัยก่อนหากเห็นเขาถอดเสื้อเมื่อไหร่ เธอมักจะแกล้งมาขอลูบคลำแผงอกแข็งอยู่เสมอ นั่นเป็พราะรู้ว่าเขาต้องปฏิเสธแน่นอน
แต่คราวนี้เหมือนกันซะที่ไหน...
" พี่ใหญ่...ไม่เอาหนูยิ้มเขิน "
" น่ารัก " ภาคินหัวเราะเบาๆ เขาก้มลงจุ๊บที่แก้มนวลของเธอหนึ่งที
................................................
ตัดฉับเข้าฉากโคมไฟนะจ๊ะ ตามอ่านต่อได้ที่ อีบุ๊คนิยายรักรินรดา mebmarket ลงขายในราคา 89 บาทเท่านั้นจ้า