โซดาะโลงจากรถเวสป้าด้วยท่าทางทะมัดทะแมงก่อนส่งหมวกกันน๊อคคือให้สารถีรุ่นพี่ที่อาสาขับรถส่วนตัวมาส่งถึงหน้าบริษัท R&Mเด็กสาวเสยผมยาวประบ่าให้เข้าที่เข้าทางก่อนใช้หนังยางสีดำที่รัดข้อมืออยู่ขึ้นรวบและมัดผมเป็หางม้า
“ตอนเย็นพี่มารับถ้าเลิกเร็วก็โทรเข้ามือถือพี่ เดี๋ยวจะพาไปเที่ยวสะพานพุทธ” ตั้มเอ่ยแล้วยิ้มให้จนตาหยี
“แหม...จะไปหาพี่น้ำหวานก็บอกมาเถอะไม่ต้องเอาโซดาไปอ้าง”
“ไม่ต้องมาทำเป็รู้ทันรีบๆ ไปเลยเดี๋ยวไม่ทัน”
“ครับผม!” โซดาทำท่าเลียนแบบทหารรับคำสั่งก่อนหมุนตัวจะเดินเข้าไปในตึกแต่กระเป๋าเป้ก็ถูกดึงไว้ก่อนจนเ้าตัวต้องหันกลับมาอีกที
“มีอะไรอีกอะพี่ตั้ม”
“ขอเบอร์พีอาร์สวยๆ หรือพริ้ตตี้น่ารัก ๆ มาฝากมั้งนะ”
“อะไรกันอยากได้ก็ไปขอเองสิแหวะ! ไปล่ะ”
ตั้มโยกหัวน้องสาวเพื่อนอย่างเอ็นดู โซดายกมือยกไม้ปัดป้องไม่อยากให้ผมยุ่งมากไปกว่านี้ แต่เหมือนมีอะไรบางสิ่งเรียกสายตาของเธอให้หันไปมองที่ฝั่งตรงข้าม ใต้เงาร่มไม้ใหญ่ตรงนั้นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน แว่นตาทรงกลมกรอบเงินยืนอยู่ที่เดิมและสายตาคู่นั้น กำลังจับจ้องมาตรงจุดที่เธอยืนอยู่
เอ๊ะ!เสื้อตัวเดิมกับเมื่อวานนี่น่า...หรือเขาจะมีเสื้อแบบเดียวกันเป็โหล
“ไปได้แล้วตอนเย็นพี่มารับ”
โซดาสะดุ้งแม้จะถูกผลักไหล่เบาๆ เธอพยักหน้าหงึกงักหันไปมองชายหนุ่มแปลกหน้าแวบหนึ่งก่อนที่จะพาร่างตนเองเข้าไปในตึกบริษัทR&M ขณะยืนรอลิฟต์เพื่อไปห้องอบรม เธอก็รู้สึกว่ามีใครคนหนึ่งเข้ามายืนข้างหลังกลิ่นโคโลจญ์ผู้ชายหอมอ่อน ๆ ทำให้เธอหันไปมองอย่างไม่ตั้งใจ
“พี่ปกรณ์”
“อ้าว..น้องโซดาใช่ไหมมาเร็วจังนะค่ะ”
“ค่ะพี่ปกรณ์ก็เหมือนกัน”
โซดาไม่ได้พูดอะไรอย่างที่ใจ้านักแค่ได้ยืนข้าง ๆ แบบนี้หัวใจก็เต้นตูมตาม ปกรณ์เป็หนุ่มมาดโรแมนติกผมยาวสลวยประบ่าชอบสวมเสื้อผ้าฝ้ายสีด้ายดิบดูเป็ศิลปินโดยแท้ พูดจากับผู้หญิงก็คะ-ขาหวาน แค่นี้โซดาก็แทบเก็บอาการไม่อยู่แล้ว
ประตูลิฟต์เปิดออก โซดาก้าวเท้าเข้าไปก่อนตามด้วยปกรณ์และคนที่เธอไม่รู้จักอีกสองคนขณะประตูกำลังจะปิด ร่างบอกบางของเด็กสาวผู้มีใบหน้าซีดเซียวราวคนป่วยก็ถือกล่องไวโอลินเข้ามาด้วยอีกคน
“แป้งร่ำมาเรียนดนตรีเหรอคะ” ปกรณ์เอ่ยถามพลางยื่นมือไปฉวยกล่องไวโอลินมาช่วยถืออย่างสนิทสนม
“ค่ะ”เด็กสาวยิ้มบาง ๆ และหว่านยิ้มหวานมาทางโซดาที่ยืนอยู่ด้านข้างปกรณ์
“แป้งร่ำหน้าซีดๆ นะคะ เดี๋ยวพี่ไปส่งที่ห้องเรียนดนตรีดีกว่านะ”
“ไม่เป็ไรค่ะแป้งไปเองได้ แป้งไม่ได้ป่วยอะไร”
“อย่าเลยให้พี่ไปส่งดีกว่า ขืนเป็อะไรไปพี่จะยิ่งโทษตัวเองมากขึ้นนะ”
“ค่ะก็ได้”
ไฟกระพริบที่ชั้นห้าปกรณ์ก็พาเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับกับโซดาเดินหายไป เธอได้แต่ยืนซื่ออยู่ในนั้นเพียงลำพังรอคอยจนลิฟต์เคลื่อนที่ไปชั้นสิบเอ็ด ก่อนเข้าห้องรับรองเธอแอบแว้บเข้าไปยืนจ้องหน้าตัวเองในกระจกทั้งผมเผ้าเสื้อผ้าดูมอมแมมไม่น่ารัก ช่างต่างจากผู้หญิงคนเมื่อครู่ดูเป็คุณหนูเรียบร้อยน่ารักน่าทะนุถนอม
“ช่างเถอะเกิดมาสวยได้แค่ไหนก็แค่นั้นแหละนะ โซดาเอ๊ย!!!”
โซดายิ้มกว้างให้กับตัวเองในกระจกเรียกความมั่นใจก่อนเข้าไปนั่งรอที่ห้องอบรม จะว่าไปแล้วในคอร์สนี้สมาชิกสิบหกชีวิต มีเธอเท่านั้นที่อายุน้อยที่สุดคือเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น และสูงสุดคือคุณลุงวัยสี่สิบแปดแต่งตัวภูมิฐาน โซดาแอบได้ยินคนในกลุ่มคุยกันตอนพักทานของว่าง เดี๋ยวนี้เป็เทรนใหม่ ใคร ๆก็มีพ๊อกเก็ตบุ๊คของตัวเองเขียนเองพิมพ์เองก็ได้ใช้เงินไม่กี่หมื่น เปิดตัวหรูหราจ้างบริษัทออกาไนเซอร์มาดีไซด์งานให้ก็ได้
ได้ยินเพียงแค่นี้โซดาก็มึนตึบ แต่เพราะมีปกรณ์ที่ค่อยให้คำแนะนำในการเขียนวางโครงเื่หลักโครงเื่รอง การสร้างนิสัยตัวละคร โอ๊ย!!!แค่นี้โซดาก็นั่งปลื้มจนตาหวานฉ่ำแล้ว ไม่สนใจแม้กระทั้งว่า ปลายศรจะมาบอกกลเม็ดในการเขียนให้รุ่งได้เพียงข้ามวัน
การอบรมดำเนินไปจวบจนถึงเวลาเลิก แต่โซดากลับถูกเรียกให้นั่งรอจนคนอื่นกลับไปหมดแล้ว ร่างสูงโปร่งเ้าของผมยาวประบ่าก็เดินมาพร้อมรอยยิ้มที่ทำเอาโซดาแทบจะกรี๊ด!!!
‘โอ๊ย! อยากจะเป็ลมผู้ชายอะไรยิ้มหวานชะมัด’
“รอนานไหมคะ น้องโซดา”
“ไม่นานเลยคะ”
‘รอไปถึงพรุ่งนี้หนูก็รอได้เพื่อพี่ดุจตะวันของหนู’
ประโยคหลังได้แต่พูดในใจ ก่อนจะเอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตานักเขียนสุดปลื้มของโซดา
“คือพี่ดูจากงานที่ผ่าน ๆ มาของน้องโซดาแล้ว น้องเป็คนที่มีแววที่สุดในกลุ่ม” ปกรณ์เอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “แต่การจะสร้างนักเขียนขึ้นมาให้โดดเด่นได้ไม่ใช่แค่เขียนหนังสือดีเท่านั้น...น้องโซดาต้องมีภาพลักษณ์ที่ดีด้วย”
ถึงตอนนี้โซดาแทบกลั้นใจรอฟังประโยคต่อไป และเหมือนอีกฝ่ายจะรู้จึงแกล้งดื่มน้ำทวงเวลาไว้ ก่อนจะเอ่ยต่อ
“น้องโซดาลองเขียนดูก่อนไหมคะ”
“ลองเขียนยังไงคะ”
หว่า! เพิ่งเคยได้ยิน ในห้องอบรมไม่เห็นมีพูดถึง โซดาได้แต่ขมวดคิ้วงง ๆ
“ก็เขียนตามที่พี่แนะนำไงคะเหมือนทำอาหารตามสั่ง ทำตามใจลูกค้า น้องโซดาก็เขียนนิยามตามที่พี่กำหนด เราต้องดูเื่การตลาดเป็หลัก โซดาเขียนไปสักพักถ้าชื่อติดมีแฟนคลับเมื่อไหร่ ที่นี่โซดาอยากเขียนอะไรก็ได้ แต่ตอนนี้เขียนตามสั่ง ทำตามที่พี่บอกก่อน ดีไหมคะพี่ว่านี่เป็โอกาสที่ดีที่สุดสำหรับคนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นักเขียนแถวหน้านะคะ”
โซดาพยักหน้ารับอย่างไม่รู้ตัว ไม่รู้เพราะว่าเอาแต่มองหน้าปกรณ์ หรือเพราะน้ำเสียงรื่นหูฟังแล้วสบายใจรู้สึกถึงความจริงใจหรือเปล่านะ!
“ดีค่ะ งั้นเรามาเริ่มงานชิ้นแรกเลยดีกว่านะคะ” ปกรณ์ยิ้มละมุมก่อนเปิดแฟ้มเอกสารและอธิบายงานอย่างละเอียดให้โซดาฟัง
หลังจากโทรศัพท์หาตั้มแล้วโซดาออกมานั่งตากอากาศอยู่นอกตึกของบริษัท เธอไม่ค่อยถูกกับอากาศเย็น ๆ จากเครื่องปรับอากาศเท่าไหร่นัก เธอกอดแฟ้มงานรายละเอียดของงานชิ้นแรกไว้แน่นแนบอก นั่งที่โต๊ะม้าหินใกล้จุดนัดพบและอ่านสมุดบันทึกที่จดรายละเอียดของงานวันนี้ รู้สึกเหมือนมีประกายไฟในตัวเองยังไงไม่รู้อยากกลับรีบกลับบ้านไปทำงานให้ปกรณ์
พี่เขาจะปลื้มแค่ไหนนะ ที่รู้ว่าโซดาทุมเทขนาดนี้
สายลมก็พัดมาวูบหนึ่งหอบเอากระดาษจดงานของสาวโซดาปลิวว่อนในอากาศ เธอรีบลุกขึ้นตามเก็บกระดาษจดงานจนไม่ทันดูว่ากระดาษแผ่นนั้นปลิวไปที่ถนนหน้าตึกเป็จังหวะเดียวกับที่รถเก๋งยุโรปคันหรูเคลื่อนเข้ามาอย่างรวดเร็วพอดี เสียงเบรกดังลั่นจนยามที่อยู่บริเวณนั้นรีบวิ่งมาดู รถยนต์ยุโรปคันใหญ่จอดนิ่งสนิท โซดาได้แต่ยืนงงอยู่กลางถนน
“เป็อะไรหรือเปล่าคะ”
“เปล่าค่ะ”
โซดาจำใบหน้าอ่อนหวานแต่ซีดเซียวของอีกฝ่ายได้ โดยเฉพาะเสียงพี่ปกรณ์ที่เรียกเธอว่า“แป้งร่ำ” เด็กสาวในรถยิ้มให้อย่างอ่านหวาน โซดาถอยหลบขึ้นทางเท้าให้รถยุโรปคันหรูแล่นผ่านไป
‘เฮ้อ..ไม่มีโอกาสได้นั่งแล้วยังจะเกือบโดนรถทับตายอีกแนะเรา’ โซดาพึมพำกับตัวเองเบาๆ เดินกลับมาที่โต๊ะม้าหิน
แต่สายตากลับสะดุดกับชายร่างสูงโปร่งผู้สวมแว่นตาทรงกลมกรอบเงิน เขากำลังเดินตรงเข้ามาใกล้ จนหยุดยืนเผชิญหน้ากันห่างเพียงแค่มือเอื้อม ยิ่งทำให้โซดารู้สึกว่าตัวเธอเองนั้นตัวเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับอีกฝ่ายยามที่มองอยู่อีกฝากของถนน
“โซดาจ๋าพี่ตั้มสุดหล่อมารับแล้วจ๊ะ”
โซดาหันไปตามเสียงเรียกคราวนี้ตั้มเอารถฮอนด้า ซีวิคสีน้ำเงินน้ำทะเลมารับ โซดาหันไปยิ้มแหย นึกไปก็กลัวเ้าของรถจะมาทวง อย่างที่พี่ชายเคยเล่าให้ฟังว่าตั้มชอบเอารถลูกค้าหรูๆ ที่เข้าอู่แอบขับ ซิ่งอวดสาวยามค่ำคืน
“ไปก่อนนะคะ”
โซดาหันไปเอ่ยลาเบาๆ ทั้งที่ไม่รู้ว่าชายแปลกหน้าเข้ามามีจุดประสงค์อะไร เธอรีบวิ่งไปฉวยเป้แล้วรีบวิ่งขึ้นรถที่ไม่รู้จักเ้าของ ตั้มเสยผมสั้น ๆ สีน้ำน้ำตาลแดงพยายามจับแต่งให้ผมเป็ทรงแมวตะกุก โซดาพยายามเพ่งสายตามองจากกระจกรถ เธอรู้สึกเหมือนกับว่าสายตาหลังแว่นตาทรงกลมกรอบเงินนั่น
กำลังอ้อนวอนขอความช่วยเหลืออะไรบางอย่างจากเธอ...