บทที่ 12 การทดสอบด่านที่สอง
ในขณะนั้นเอง ซือคงก็ใและภูมิใจอย่างมาก เขาไม่คิดว่าลูกชายของเขาจะสามารถพัฒนาได้รวดเร็วเช่นนี้แม้แต่ลูกสาวผู้นำตระกูก็ยังเทียนไม่ได้กับลูกชายของเขา ใบหน้าของเขาแสดงถึงความสุขที่เปี่ยมล้น
"พี่ซือคง ดูเขาสิ ระดับพื้นฐานขั้น 8 ชั้นกลาง แถมเขายังมี พลังแฝง จิตไร้ธาตุ ข้าไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะพัฒนาได้รวดเร็วเช่นนี้!!"
จางกู่เมื่อเห็นเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา เขารู้สึกดีใจกว่าตอนประกาศ ของลูกตัวเองสะอีก
"ฮ่าฮ่า ยินดีพี่ซือคง ลูกชายท่านต้องมีอนาคตที่สดใสแน่นอน"
"ฮ่าฮ่า น้องจางกู่ ข้าก็หวังอย่างที่เ้าพูด"
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ในขณะที่ทั้งสองกำลังดีใจอย่านั้นก็มีบางคนที่สีหน้าดูไม่ดีเท่าไหร่และแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน และหนึ่งในนั้นก็คือ ถงชู
"เฮ้อ ใครกันนะที่บอกว่าเขาอ่อนแอ สงสัยเป็พวกสติไม่ค่อยดี"จางกู่พูดออกมาแลพทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้
"เ้า...."เมื่อถงชูได้ยินเช่นนั้นก็อดโมโหไม่ได้เพราะเขารู้ว่าจางกู่นั้นด่าเขาแน่นอน
และคนรอบๆตัวของถงชูก็มีสีหน้าไม่พอใจอย่างมาก
"เฮอะ ดีใจอะไรกันนักหนา ถึงจิตไร้ธาตุ จะหายาก แต่มันก็ไม่ใช่ว่าเขาจะแข็งแกร่งทุก ธาตุ เพราะตระกูลของเราก็มีแต่ทักษะธาตุไฟ และ สายฟ้า"ถงชูก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา
"คงไม่มีใครจะอยู่ที่ตระกูลตลอดไปหรอก"ไห่กู่ที่เงียบอยู่นานก็พูดขึ้นมาแต่เขาไม่ได้พูดดังนักและทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เหมือนพ่อของเขา....
"พวกเ้า...."ในตอนนั้นถงชูเดือดอย่างมากเพราะเขาไม่คิดว่าจะโดนทั้งพ่อทั้งลูกดูถูก....
"เฮ้ออ..."แต่ในขนะนั้นซือคงก็ได้ถอนหายใจออกมา
ที่เขาถอนหายใจก็เพราะว่าเขารู้ดีว่าจิตไร้ธาตนั้นหายากมากแต่มั้นก็ฝึกยากเช่นกัน
"พี่ซือคง อย่าได้กังวลเพราะว่าโลกนี้นั้นกว่าใหญ่ ข้าเชื่อว่าเขาจะต้องแข็งแกร่งอย่างแน่นอน"จางกู่พูดด้วยความมั่นใจ
"ถ้าเขาเข้า โรงเรียนดีๆเข้าจะต้อง ไม่มีปัญหาแน่นอน"ไห่กู่พูดขึ้น
"ฮ่าฮ่า นั้นสินะ"
"ท่านพี่ ท่านคิดยังไงกับการส่งเขาไปเข้าที่ โรงเรียน ขนนกศักดิ์สิทธิ์"
" โรงเรียน ขนนกศักดิ์สิทธิ์งั้นรึ....ข้าคิดว่าเกณการเข้าสอบมันค่อนข้างสูงทีเดียว"
"ท่านพี่ข้าคิดว่า 4 ปี ระดับก่อเกิดไม่นาจะเป็ปัญหาสำหรับเขาแน่นอน"
"ฮ่าฮ่า ข้าหวังว่าจะเป็เช่นนั้น"
ซือคง นั้นคิดว่าการที่จะก้าวไปสู่ขั้นก่อเกิดนั้นมันค่อนข้างยากเพราะเขากว่าจะผ่านมาได้นั้นใช้เวลาและทรัพยากรมาก และเขายังต้องถาม เทียนเฟิงถึงการตัดสินใจของเขา.....
"คนต่อไป"
หลังจาก เทียนเฟิงนั้น คนถัดไปจนถึงคนสุดท้ายนั้น ก็มีระดับพลังที่ไม่ค่อยมากเท่าไหร่
หลังจากทดสอบคนสุดท้ายเสร็จกรรมการก็ประกาศจบการทดสอบ...
"ในด่านแรกนั้นไม่มีคนตกพวกเ้ามีความสามารถมาก แต่สำหรับด่านต่อไปถือว่าโหดหินเอาการ นั้นตือการทดสอบจิตใจ พวกเ้าจะได้ลูกแก้วทดสอบ
คนละลูกถ้าใครทนไม่ไหวก็บีบมันสะถ้าใครทนไม่ได้ถึงครึ่งชั่วยามถือว่าสอบตกและจงจำไว้ว่านี้คือการทดสอบจิตใจหวังว่าพวกเ้าจะเข้าใจ...."กรรมการพูดพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย
เมื่อกรรมการบอกกติกาและวิธีการผ่านด่านแล้วเขาก็มอบลูกแก้วให้ทุกคนและพูดว่า...
"พวกเ้าจะเลือกที่นั่งตรงไหนก้ได้ภายในลานทดสอบ และพวกเ้ามีโอกาศ 3 รอบในการทดสอบ...เอาหละเริ่มได้"เมื่อกรรมการให้สัญญาณเด็กๆก็วิ่งไปเลือกที่และเริ่มทำสมาธิทันที
ตุบ ตุบ ตุบ
"เ้าสินะเทียนเฟิง"เมื่อเทียนเฟิงเริ่มเดินไปเลือกที่นั้ง ก็มีเสียงเด็กผู้หญิงตังขึ้น
"ใช่ข้าเอง..."เมื่อเทียนเฟิงหันมาเข้าก็พบกับจูหลิง แม้ว่าในสายตาคนอื่น จูหลิงนั้นจะมีหน้าตาที่น่ารักและงดงาม แต่ในสายตาของเทียนเฟิงนั้นเขามองนางเป็แค่เด็กผู้หญิงอกไข่ดาวธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
"เ้ามองอะไรของเ้า ไอคนลามก!!"จูหลิงรีบนำมือมาปิดหน้าอกของนางไว้อย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าเทียนเฟิงมองมาที่ห่อกของนาง...
"มองอะไร ?เ้ามีไรให้มอง? ถ้าข้าจะมองกระดานอย่างเ้าข้าไม่มองพี่สาวอกสะบึ่มคนนั้นไม่ดีกว่ารึ"เขาพูดอย่างไม่สนใจและเดินห่างออกจากนาง
เ้า!!
"เ้าว่าข้าอกไม้กระดานอย่างงั้นรึ!!"นางพูดด้วยท่าทีไม่พอใจ
"ว่าเ้า? ข้าก็แค่พูดไปเรื่อย เ้าจะสนใจทำไม"เขาตอบพร้อมกับเดินไปหาที่ดีๆนั้ง
ตุบ!
จูหลิงกระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจอย่างมาก เพราะั้แ่นางเกิดมานางเคยได้รับแต่คำชม แม้แต่ผู้าุโแต่ตอนนี้นางนั้นโดนคนรุ่นเดียนวกันพูดถึงหน้าอกของนางเช่นนี้
ชิ!
นางได้ยินมาว่า เทียนเฟิงนั้นเป็คนเงียบๆ(ตอนเด็กๆ)นางไม่คิดว่าเขาจะพูดกับนางเช่่นนี้
"หน้าหมั่นไส้จริงๆเลย ลูกพี่ เราควรจะทำยังไงกับมันดี แถมระดับพลังของมัน....."
"ต่อให้มันระดับพลังสูงแล้วยังไง ได้ยินว่ามันเลือกทักษะที่ฝึกฝนยากของตระกูลด้วย ข้าไม่เชื่อว่ามันจะฝึกได้สำเร็จ ที่ระดับพลังของมันสูงนั้นคงได้มาจากการดูดซับศิลาพลังซีแน่นอน ถ้าเป็อย่างนั้นมันก็แค่ไก่อ่อนตัวอ้วนหละวะ!!รอให้ถึงด่านที่สามก่อนเถอะไม่แน่มันอาจจะไม่ผ่านด่านที่สองด้วยซ่ำ"เป่ยชูพูดและยิ้มอย่างเ้าเล่ห์...
"แล้วท่ามันไม่ลงหละลูกพี่"
"ถ้ามันกล้าที่จะเข้าร่วมทดสอบข้าคิดว่ามันต้องลงแน่นอน"
"เอาหละได้เวลาแล้วทุกคน"
เมื่อกรรมการพูดจบเขาก็เอานาฬิกาทรายออกมาวางและตอนนี้ก็ถึงเที่ยงวันแล้วพวกเขามีเวลา 3 ชั่วยามในการทดสอบก่อนพระอาทิตย์ตกดิน...
"เด็กรุ่นนี้ไม่ธรรมดาเลย พวกเขามีพลังมากกว่ารุ่นก่อนๆนัก"หล่าผู้คนเริ่มพุดคุยกันถึงระกับพลังของเด็กๆ ทีพึ่งทดสอบไป...
"ข้าก็คิดเช่นนั้น โดยเฉพาะ3 คนนั้นที่น่าจับตามอง เทียนเฟิง จูหลิง แล้วก็เป่ยชู "
ฮ่า ฮ่า
"พี่ซือคงท่านคิดยังไงกับการทดสอบรอบนี้"จางกู่ถามขึ้น...
"คิดอะไรรึ..."
"ก็เทียนเฟิงไงท่านว่าเขาจะทนได้นานเท่าใด?"
"อืมม...ข้าคิดว่าสองชั่วยาม"
"แล้วเ้าหละ ท่านพี่ข้าคิดว่า สามชั่วยาม"
"สามชั่วยามงั้นรึ..."
"ถูกต้องข้าคิดว่าไม่น่าจะต่ำกว่านี้"
"ฮ่าฮ่าฮ่า อาจจะเป็เช่นนั้น"
หึ!
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน ถงชูก็พูดขึ้นกับผู้นำตระกูลว่า....
"เรียนท่านผู้นำตระกูลข้าขอพูดอะไรซักอย่างได้หรือไม่..."
"เชิญ..."
"ข้านั้นอยากให้เด็กในตระกูลของเรานั้นกระตือรือล้นในการทดสอบ"ถงชูพูดขึ้นด้วยท่าทีเคารพ...
"ท่านจะทำเช่นไรรึ"
"ข้าขอเพิ่มรางวัลให้กับผู้ชนะการประลองครั่งนี้..."
โอว...
"ท่าน้าเพิ่มสิ่งใดเป็รางวัลงั้นรึ..."ชุนมู่ แสดงใบหน้าสงสัยออกมาเล็กน้อย...
"ข้า้าเพิ่งโสมพลังกายเป็รางวัลให้กับผู้ที่ชนะการประลองครั้งนี้!!"
โสมพลังกาย!!
เหล่าผู้คนที่ได้ยินนี้ก้ถึงกับแสดงอาการใออกมาเพราะว่าโสมพลังกายนั้นมีค่าแหละหายากมาก
ซือคงและจางกู่นั้นก็ถึงกับใเช่นเดียวกันเพราะพวกเขาไม่คอดว่าถงชูจะเพิ่มรางวัลที่เป็ของหายากเช่นนี้ ทั้งสองคิดว่าถ้าเทียนเฟิงได้กินมันจะทำให้ร่างกายของเขาแข็งแรงขึ้นอย่างมากแน่นอน....
"ไม่ทราบว่าท่านผู้นำคิดเห็นเช่นไร?"
"ในเมื่อมันเป็ของส่วนตัวของท่าน ถ้าท่านคิดว่ามันดีก็เชิญ อีกอย่างก็ถือเป็การดีที่จะทำให้เด็กๆพยายามมากขึ้น..."
"ขอบคุญท่านผู้นำที่อนุญาต"ถงชูกล่าวพร้อมกับยิ้มและหันมามองพวกซือคงและให้คนไปบอกกรรมการถึงเื่เพิ่มของรางวัล
ที่เขาทำนั้นก็มีเหตุผลสองอย่าง อย่างแรกก็คือล่อให้เทียนเฟิงเข้าการประลอง และอีกอย่างนั้นก็คือ เขานั้นได้โสมมาอย่างลับๆและ้าให้มันเป็ของลูกชายของเขาอย่างไม่มีใครสงสัยเพราะเขามั่นใจว่าลูกชายของเขานั้นจะต้องชนะแน่นอน...
หลังจากที่กรรมการได้รู้เื่แล้วเขาก็ประกาศให้ทุกคนได้รับรู้
โสมพลังกาย!
"บ้าน่านั้นมันหายากมากเลยนะนั้น"
"เด็กปีนี้โชคดีชะมัด"
"จริงด้วยทำไมปีข้าถึงไม่มีนะ"
เหล่าผู้คนต่างอิจฉาเด็กปีนี้กันทั้งนั้นที่มีของรางวัลชนะเลิศที่หายากขนาดนี้พวกเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากหดหู่...
เป่ยชูเมื่อได้ยินเื่โสมพลังกายก็ไม่ได้ใอะไรเพราะเป็เื่ที่เขากับพ่อได้คุยกันไว้แล้ว...
หลังจากเริ่มทดสอบก็ได้มีคนบีบลูกแก้วไปแล้วมากกว่าครึ่ง แต่เทียนเฟิงนั้นยังคงนั้งขัดสมาธิอยู่ที่เดิม...
ในการทดสอบด่านจิตใจนั้นแต่ละคนจะทดสอบไม่เหมือนกันเพราะมันจะดึงเอาความกลัวของแต่ละคนออกมาและมันเป็การทดสอบที่หน้ากลัวเพราะความกลัวนั้นไม่สามารถต่อสู้ด้วยกำลังแต่เป็จิตใจ...
ในการทดสอบที่ผ่านมาผู้ที่สามารถทดได้นานที่สุด นั้นก็คือ ผู้นำตระกูล เหล่ย ชุนมู่ เขาทำได้ สามชั่วยาม เต็มเวลา รองลงมานั้นก็คือ ซือคงและถงชูที่ทำได้สองชั่วยามครึ่ง...
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม คนที่สามารถนั่งอยู่ได้นั้นก็คือ เทียนเฟิง จูหลิง และเป่ยชู...
"ดูนั้นสิทั้งสามคนนั้นยังนั้งอยู่ได้จนถึงหนึ่งชั่วยาม ข้าละอยากรู้จริงๆว่าในมิติทดสอบของพวกเขาจะเป็อย่างไร.."
ทุกคนต่างลุ้นกับทั้งสามคนมากเพราะว่าพวกเขานั้นเป็รุ่นเยาที่โดดเด่นที่สุดของตระกูลแล้ว..
อีกครึ่งชั่วยามผ่านไป
อ้าาา!!
ทันใดนั้นก้มีเสียงร้องดังขึ้น นั้นก็คือเสียงของเป่ยชูนั้นเอง ร่างของเป่ยชูลุกพรวดขึ้นและสีหน้าที่หวาดกลัวพร้อมกับหันซ้ายหันขวาและรู้ว่าตัวเองได้ออกมาจากมิติทดสอบแล้วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนที่จะมองไปที่บิดาหลังจากนั้นก็หน้าขาวซีดด้วยความหวาดกลัว...
ไอ้ลูกไม่ได้เื่!!
เสียงสบถของถงชูดังขึ้นเมื่อเห็นว่าลูกของตัวเองที่เวลาได้แต่หนึ่งชั่วยามครึ่ง และยังเป็คนแรกจากสามคนที่โดดเด่นที่สุด แทนที่จะเป็เทียนเฟิงหรือจูหลิงใบหน้าของถงชูตอนนี้เต็มไปด้วยเส้นเืปูดนูนเต็มไปหมดตลอดการทดสอนี้เขาเสียหน้าไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั่งแล้ว...
"ท่านพี่ถงชูทำไมทานต้องโกรธด้วนเขาอุส่าทำได้ตั้งหนึ่งชั่วโมงครึ่ง"จางกู่พูดพร้อมกับยิ้ม
เฮอะ!!
เป็ธรรมดาที่เขาจะโกรธที่จะดดนพูดอย่างงี้ใส่ และทั้งตัวเขาและลูกชายคนโตของเขานั้นทำเวลาได้ถึงสองชั่วยามครึ่งแต่ลูกชายคนเล็กกลับทำได้น้อยกว่าสองชั่วยาม...
ส่วนเป่ยชูทำได้แค่ก้มหน้าและกำหมัดแน่นด้วยความโกรธที่เขาควรแพ้น่าจะมีแค่จูหลิงแต่ตอนนี้เขากลับแพ้ให้กับเทียนเฟิงด้วย
"เป็ไปไม่ได้ ข้าแพ้ให้กับไอ้ขยะนี้งันรึ!!"หลังจากเดินออกมาเขาก็สบถออกมาด้วยความโกรธ