กุ้ยเหมยเห็นทุกคนคุยกัน ในเื่ราวที่ผ่านมาของตัวเองอยู่ นางก็ไม่มีเื่อะไรที่จะคุยกับพวกเขา จึงเอ่ยขอตัวพาคนของโจวซิ่นเฉิง ไปขนของที่อยู่บ้านหลังเก่ามาที่นี่ อันไหนที่เก่ามากแล้วก็ทิ้ง เอาที่ใช้ได้จริงๆเท่านั้น ดีที่มีคนช่วยเยอะไม่นานทุกอย่างก็เสร็จในเวลาอันรวดเร็ว อีกอย่างนางต้องทำงานแข่งกับเวลาด้วย เพราะอีกไม่นานลูกสาวตัวน้อยคงได้เวลาตื่นแล้ว
"ฮูหยินบอกให้ปูที่นอนแบบนี้ใช่ไหม"
"ใช่เอาที่ย่นๆวางตรงมุมทั้งสี่มุม ดึงให้ตึงเลยนะ"
"ผ้าผืนนี้นุ่มสบายนัก ที่นอนก็ดูแปลกตา ข้าว่าคงไม่ใช่ของในแคว้นนี้แน่เลยเ้าว่าไหม" คนงานคนนี้ค่อนข้างจะพูดมากกว่าคนอื่น ั้แ่นางมาช่วย จะคอยถามนั้นถามนี้ตลอด ดูสนใจข้าวของในบ้านของกุ้ยเหมยมาก จึงพูดขึ้นมาโดยไม่ได้คิดอะไร
"อืม ข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ"
"หมอนก็นุ่มสบายแถมยังใบใหญ่อีก แบบนี้ราคาคงจะแพงมาก"
เสียงพูดคุยที่ดังอยู่อีกห้องกำลัง พูดถึงข้าวของในบริเวณของนาง นางจึงได้เดินเข้ามาดู ก็พบว่าเป็คนงานสองในหกคนที่โจวซิ่นเฉิงพามา เขาเลือกคนพูดมากมาทำงานได้อย่างไร หากเป็บ้านอื่นคงไม่พอใจแน่นอน นางเองก็ไม่พอใจ แต่ก็ไม่อยากจะทำให้ใครเดือดร้อนโดยการตำหนิพวกนางกับโจวซินเฉิง เพราะคงไม่มีโอกาสได้พบกันอีกแล้ว
"ตรงนี้ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว เ้าออกไปก่อน เดี๋ยวข้าจะออกไปจ่ายค่าแรงให้"
นางพอจะสังเกตได้ว่าฮูหยินคงจะไม่พอใจนางแล้ว อยากจะตบปากตัวเองนัก ทำไมถึงพูดไม่คิดนะ ฮูหยินท่านนี้ต้องมีความสำคัญกับคุณชายไม่น้อย ไม่อย่างนั้นคุณชายคงไม่มาดูแลเอง อีกทั้งนางมีเงินสร้างบ้านหลังขนาดนี้ คงไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาแน่นอน ไม่แน่ว่าอาจจะเป็คนในวังที่นางเคยดูงิ้ว ที่บอกว่า บรรดาองค์หญิงองค์ชายมักปลอมตัวเป็คนธรรมดา ไม่อย่างนั้นข้าวของพวกนั้น คนธรรมดาคงไม่สามารถหามาใช้ได้ ขนาดจวนตระกูลโจว ยังไม่มีของพวกนี้แม้แต่ชิ้นเดียวเลย พอคิดถึงตรงนี้ นางก็หน้าซีดกลัวว่าฮูหยินอาจจะฆ่าปิดปากนางหรือเปล่า นางไม่กล้าแล้วจริงๆ
"ไม่เป็ไร เ้าค่ะ คุณชายจ่ายค่าแรงบ่าวเอาไว้แล้ว บ่าวไม่กล้ารับเงิน ของฮูหยินอีกหรอกเ้าค่ะ ขออภัยที่บ่าวล่วงเกินนะเ้าคะ"
กุ้ยเหมยมองคนงานของโจวซิ่นเฉิง วิ่งลนลานออกไปทั้งสองคน ก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องกลัวนางขนาดนั้น นางไม่สนใจว่าคนอื่นจะสงสัยในสิ่งของพวกนี้หรือเปล่า เพราะหากมีคนถามนางก็ค่อยบอกว่าซื้อมาจากที่อื่น แต่นางก็ไม่ได้เอาออกไปให้คนภายนอกเห็นสักหน่อยนี่นา ของพวกนี้เป็ของใช้ภายในบ้านเท่านั้น
แต่ก็อย่างว่าข้าวของบางอย่าง นางเอามาจากในยุคของนาง ที่จริงไม่ใช่เฉพาะที่นอนกับผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนเท่านั้น แม้แต่ตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะเครื่องแป้ง รวมถึงโซฟานางก็มี เพราะวันแรกที่รู้เื่ช่องว่าง นางเกิดคึก เอาทุกอย่างในบ้านลองเอามาใส่หมด ที่นอนก็เป็ของตัวเอง ที่นางจำเป็ต้องเอาออกมาใช้ เพราะนางไม่สามารถนอนพื้นแข็งๆได้เลย ใครเคยนอนในที่สบายๆแล้ว จะเข้าใจดีว่ามันรู้สึกอย่างไร แต่นางก็ไม่โง่ขนาดเอาของที่ดูแตกต่างในยุคนี้เกินไป จึงเอามาใช้บางอย่างเท่านั้น
บางอย่างก็เอามาปรับเปลี่ยนนิดหน่อย อย่างเช่นของใช้ สบู่ ยาสีฟัน นางก็เอาใส่กระปุกที่มีขายในยุคนี้ ตอนไปเดินตลาด เอามาใส่เครื่องปรุงรสในครัวด้วย เอาไว้รอสักหน่อยนางค่อยบอกความจริงกับสามี ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะพูดเื่นี้สักเท่าไหร่ เพราะนางไม่แน่ใจว่าเขาจะรับมันได้หรือเปล่าก็ไม่รู้
เมื่อจัดของเสร็จแล้ว นางก็ออกไปหาลูกสาวในห้องนอน ป่านนี้คงใกล้จะตื่นแล้วกระมัง
"แม่ หลันเก่ง" พอกุ้ยเหมยเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของลูกสาว ก็ถึงกับพูดไม่ออก เสื้อผ้าของหลินหลันที่พับเอาไว้ในตะกร้าอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย ก็กระจัดกระจายเต็มห้องไปหมด โดยมีคนทำนั่งมองนางพร้อมกับยืนขึ้นราวกับ้าให้มารดาชม แต่สภาพที่ใส่กางเกงขาเดียว มันทำให้กุ้ยเหมยหัวเราะออกมาทันที
"ทำไมถึงเปลี่ยนกางเกงเองล่ะลูก" พอมองไปบนที่นอนก็รู้สาเหตุทันที เพราะที่นอนตอนนี้เปียกจนไหลซึมออกมาด้านล่าง ดีที่นางปูผ้าให้นอนกลางวัน ไม่อย่างคืนนี้เตียงเ้าตัวยุ่งอาจจะต้องเปียกแน่นอน
หลินหลันเดินมาเกาะขามารดาอย่างยากลำบาก เพราะนางเอาทั้งสองขาใส่ในกางเกงข้างเดียว กุ้ยเหมยจึงก้มลงไปอุ้มนางขึ้นมา
"หลันเอ๋อร์ของแม่เก่งมาก เปลี่ยนกางเกงเองได้แล้ว แต่ทีหลังเวลาปวดฉี่ต้องนั่งกระโถนตรงนั้นนะ ฉี่รดที่นอนแบบนี้อายคนอื่นเขานะรู้ไหม"
กุ้ยเหมยพาลูกสาวไปดูกระโถนที่นางซื้อมาจากตลาด ลักษณะมันเหมือนแจกันขนาดใหญ่ นางจึงเอามาใช้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ วัยนี้หากฝึกนั่งกระโถนทุกวันจนชิน ก็จะสามารถอึหรือฉี่ในกระโถนได้ จะได้ไม่ต้องเรี่ยราดเหมือนเดิม
"นั่งฉี่ตรงนี้นะ"
เมื่อรอจนลูกสาวฉี่ออกมา ถึงจะใช้เวลานานเกือบ 1 เค่อ แต่ก็ประสบความสำเร็จ คราวนี้นางคงรู้แล้วว่า เวลาอยากเข้าห้องน้ำต้องมาตรงไหน "หลันเอ๋อร์ของแม่เก่งมาก" สาวน้อยปรบมือเสียงดัง พอใจที่ได้รับคำชม
"ไปอาบน้ำกันดีกว่านะ จะได้ไปทักทายท่านย่า หลันเอ๋อร์ลองเรียกท่านย่าซิ"
"ท่านย่า ท่านย่า..."
เสียงเล็กๆ พูดตามที่มารดาสอน ระหว่างที่กำลังแช่น้ำในถังไม้พร้อมกับตีฟอง เล่นอย่างนึกสนุกสนาน และก็ถูกมารดาแกล้งรดน้ำทำให้ฟองมันหายไป นางจึงยิ่งตีฟองแรงขึ้นเมื่อเห็นมารดาตัวเปียกนางยิ่งหัวเราะเสียงดัง
"แกล้งแม่หรือ เ้าตัวแสบ"
กุ้ยเหมยส่ายหน้าให้กับความซนของลูกสาว ไม่รู้ว่านิสัยขี้แกล้งแบบนี้เหมือนใคร หวังว่าคงไม่ใช่สามีของนางหรอกนะ ใช่ไหม ?..
"ท่านย่า.. ท่านย่า.."
"ไหนใครเรียกย่า สาวน้อยน่ารักคนนี้นี่เอง"
หานหรงเหลียนมายืนอยู่หน้าห้องน้ำตอนไหนไม่รู้กำลังมองหลานสาวด้วยความเอ็นดู ด้านหลังของนางก็คือ หานหนานกงที่ขอให้มารดาเข็นรถเข็นมาที่ห้องนี้
"ท่านแม่ระวังเปียกน้ำนะเ้าคะ หลันเอ๋อร์เลิกตีฟองได้แล้วลูก เดี๋ยวท่านย่าจะเปียกเอา" กุ้ยเหมยรีบบอก แต่สภาพของนางก็เปียกไปหมดทั้งตัวแล้วเหมือนกัน
เมื่อเห็นสถานการณ์แล้วถ้าปล่อยไว้ ทุกคนคงต้องเปียกแน่นอน กุ้ยเหมยจึงจัดการอาบน้ำล้างฟองให้ลูกสาว แล้วเอาผ้าขนหนูมาห่อรัดตัวเอาไว้ ไปวางลงบนเตียงนอนที่ทำมาใหม่
"เดี๋ยวแม่ช่วยเอง เ้าไปเปลี่ยนชุดเถอะ เดี๋ยวไม่สบาย เปียกไปหมดแล้ว"
หานหรงเหลียนบอกกุ้ยเหมย เพราะนางเองก็อยากจะใกล้ชิดหลานสาวคนนี้ด้วย ใบหน้าเล็กๆ ที่มีรอยยิ้มโผล่ออกมาจากผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ ดูน่าเอ็นดูนัก นางไม่เคยได้อุ้มหลานสาวของนางมาก่อนเลย เพราะตอนนั้นหานหนานกง ไม่ชอบกุ้ยเหมย จึงได้สั่งให้นางไปอยู่ไกลๆ ห้ามมาวุ่นวายในเรือนใหญ่ ทุกคนจึงไม่ได้สนใจหลานสาวคนนี้โดยปริยาย
"ท่านแม่คงอยากอยู่กับหลาน เ้าอย่าได้คิดมากเลย เ้าไปเปลี่ยนชุดเถอะเดี๋ยวจะไม่สบาย"
"เ้าค่ะ" กุ้ยเหมยรีบเปลี่ยนชุดกลับมาที่ห้องลูกสาว ก็เห็นแม่สามีกำลังพับเสื้อผ้าของหลินหลันที่รื้อเอาไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีหานหนานกงช่วยดูแลหลินหลันที่นั่งเล่นม้าโยกอยู่ บรรยากาศภายในห้อง ดูน่ารักมากทีเดียว เสียงหัวเราะของทั้งสามคน ทำให้รู้สึกว่าตอนนี้ทั้งสองคนคงมีความสุขที่ได้มาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง
"ข้าช่วยเ้าค่ะ"
"เป็ฝีมือหลานสาวของแม่ใช่ไหมเนี่ย?"
"ใช่เ้าค่ะ นางฉี่รดที่นอน ก็เลยลุกขึ้นมาเปลี่ยนกางเกง ตอนเข้ามาข้ายังใเลยเ้าค่ะเมื่อเห็นสภาพห้อง" กุ้ยเหมยเอ่ยยิ้ม ๆ
"เหมือนตัวกงเอ๋อร์เด็กๆ ไม่มีผิด ฉี่รดที่นอนจนถึง 6 หนาว แล้วก็ลุกมาเปลี่ยนชุดเอง แอบเอาผ้าไปซ่อน บ่าวเก็บห้องให้ ก็เห็นเสื้อผ้าที่ซุกเอาไว้แทบทุกวัน แม่จับได้เพราะอะไรรู้ไหม ก็เพราะเสื้อผ้า ก็ถูกรื้อกระจุยกระจายแบบนี้เหมือนกันอย่างไรเล่า ขนาดถูกตีตั้งหลายครั้ง ยังไม่เข็ดอีก"
ทั้งสองคนหัวเราะเสียงดัง กุ้ยเหมยมองชายหนุ่มที่หน้าแดงก่ำเพราะความอาย รู้สึกว่าเขาเป็แบบตอนนี้ก็น่ารักดี ส่วนหานหรงเหลียนหัวเราะครั้งแรกในรอบหลายปี นางคิดถึงความหลังอย่างมีความสุข ตอนนั้นลูกชายของนางก็น่ารักเหมือนหลินหลันจริง ๆ
"ท่านแม่! ข้าไม่ขนาดนั้นสักหน่อย เหมยเอ๋อร์อย่าไปเชื่อนะ พี่ไม่ได้เป็แบบนั้นเลยนะ"
เสียงโอดครวญดังมาจากมุมห้อง มารดาเอาเื่ตอนเขาเป็เด็กมาเล่าให้นางฟังแบบนี้ เขาก็อายเป็นะ เด็กที่ไหนก็ฉี่รดที่นอนทั้งนั้น มันไม่ใช่เื่ที่น่าคุยสักนิดเลย
"จริงซิ แม่เดินผ่านเห็นห้องออกกำลังกายของกงเอ๋อร์ หากเขาฝึกเดินทุกวัน กงเอ๋อร์ก็จะกลับไปเดินได้อีกครั้งใช่ไหมเหมยเอ๋อร์"
"อาจจะต้องใช้เวลาเ้าค่ะ ตอนนี้ข้าบำรุงร่างกายของท่านพี่อยู่ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงต้องกินเนื้อสัตว์ กินถั่ว กินนม ตอนนี้ก็นับว่าดีขึ้น หากกำลังแขนของท่านพี่แข็งแรงขึ้น ข้าถึงจะพาฝึกเดิน ตอนนี้ใช้วิธีนวดและออกกำลังกายเบาๆไปก่อนเ้าคะ"
"ไม่เป็ไร นานก็ไม่เป็ไร ขอเพียงมีหวังแม่ก็รอได้ จะให้แม่ช่วยอะไรก็บอกนะ เอาอย่างนี้แม่จะช่วยดูแลหลันเอ๋อร์ เ้าจะได้มีเวลาดูแลกงเอ๋อร์ดีไหมลูก"
ขอเพียงมีหวังว่าบุตรชายของนางจะกลับมาเดินได้จะให้นางทำอะไรก็ยอม
"ข้าแบ่งเวลาแล้วเ้าค่ะ ทำกายภาพหลังจากกินอาหาร1ชั่วยาม เลือกเอา่เวลาที่หลันเอ๋อร์นอนกลางวัน ่บ่ายให้ท่านพี่เข็นรถเข็นของตัวเอง ไปมาประมาณ 2 เค่อ แล้วค่อยเพิ่มขึ้นเมื่อรู้สึกว่าทำได้มากขึ้น ท่านแม่เหนื่อยมากแล้ว คอยช่วยเล่นกับหลันเอ๋อร์นิดหน่อยก็พอ"
"ได้อย่างไร เ้าอย่าคิดว่าแม่ทำไม่ไหวนะ หลายปีมานี้ แม่ทำงานจนชินแล้ว เ้าทำอะไรตั้งหลายอย่าง ให้แม่ช่วยนั่นแหละดีแล้ว"
"เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เ้าค่ะ ข้าอยากเรียนหนังสือ ข้าอ่านไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ ตอนนี้ข้าเริ่มค้าขายกับคุณชายโจวอยู่ ต่อไปอาจจะได้ค้าขายด้วยกันหลายอย่าง ตอนแรกข้าจะให้ท่านพี่ช่วยสอน แต่ตอนนี้คงต้องรบกวนท่านแม่ช่วยสอนหนังสือให้ข้ าได้ไหมเ้าคะ ข้าอยากรู้หนังสือเร็วๆ"
เมื่อเห็นว่าแม่สามีคิดอยากจะช่วยเหลือจริงๆ จึงคิดว่าแบบนี้ดีที่สุด เพราะคนที่เขียนอ่านไม่ได้ อาจจะถูกหลอกได้ง่าย นางจึงอยากพึ่งพาตัวเองได้ ไม่อยากต้องคอยมาวิ่งถามสามีทุกครั้งที่จะทำอะไร
"ได้ซิ เอาแบบนั้นก็ได้ อย่าว่าแต่หนังสือเลย แม่จะสอนทุกอย่างที่แม่รู้ให้เ้า อดีตคุณหนูตระกูลหาน ไม่ใช่มีแค่ชื่อเท่านั้นนะ ตอนนั้นอาจารย์ของแม่ดุมากทีเดียว แม่ถึงกับร้องไห้ทุกวันเลย"
"หวังว่าข้าคงไม่ต้องร้องไห้แบบนั้นใช่ไหมเ้าคะ"
กุ้ยเหมยแสร้งทำท่าหวาดกลัว แต่ดวงตาเป็ประกายซุกซน หานหรงเหลียนรู้สึกเอ็นดูลูกสะใภ้คนนี้ไม่น้อย ทั้งจิตใจดี ทั้งขยัน แถมยังน่ารักสดใส
"แม่ใจดีมากนะ ไม่เชื่อถามกงเอ๋อร์ได้เลย"
"ตอนเด็กไม่ใช่ว่าท่านตีข้าทุกวันหรือ เหมยเอ๋อร์ เ้าต้องตั้งใจเรียนนะรู้ไหม ไม่อย่างนั้น..."
"เ้าลูกคนนี้นี่!"
หานหรงเหลียนทำเป็ดุลูกชาย ในขณะที่มองดูลูกชายที่เติบโตจนมีครอบครัวที่อบอุ่นก็ดีใจ ที่เวลานี้เขาเจอคนดี ถึงแม้ว่าจะลำบากไม่สบายเหมือนแต่ก่อน แต่นางกลับรู้สึกว่าหานหนานกงหัวเราะมีความสุข มากกว่าตอนที่อยู่ในตระกูลจ้าวมาทั้งชีวิตเสียอีก พอมองลูกสะใภ้คนนี้ก็ยิ่งชอบ สงสัยนางต้องรีบจัดการแต่งงานให้ทั้งสองคนอย่างถูกต้องเสียที กุ้ยเหมยเหมาะสมแล้วที่จะเป็ฮูหยินของกงเอ๋อร์ นางไม่อยากให้หลานสาวต้องเป็เพียงบุตรสาวของอนุ นางต้องรีบแก้ไขเื่นี้ก่อนอย่างอื่น