หมานผิงไม่เคยหยุดบำเรอเชนอันยูเลยแม้แต่วันเดียว ซึ่งเชนอันยูเองก็ชอบเพราะทำให้เขาผ่อนคลาย เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาสามารถมีอะไรได้ทุกวัน วันละหลายครั้งโดยไม่เบื่อหรือเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย
วันนี้มาเธอออดอ้อนอีกครั้ง “อันยูคะ วันนี้เพื่อนบ้านของคุณพูดและมองฉันเหมือนกับตัวอะไรก็ไม่รู้ค่ะ”
“พวกเขาพูดว่าอะไรเหรอครับ”
“พวกเขาบอกว่าฉันอาศัยอยู่บ้านคุณมานานแล้ว ไม่ยอมย้ายออกไปไหนซะที ฉันก็อยากย้ายนะคะ แต่ว่าฉันทำใจไม่ได้ที่ต้องจากคุณค่ะ”
“คุณก็อย่าไปสนใจคำพูดของพวกเขาสิ”
“จะไม่ให้ฉันสนใจได้อย่างไรคะ ในเมื่อต้องเห็นหน้ากันทุกวัน ทุกครั้งที่ฉันคิดจะย้ายออก ฉันก็ทำใจไม่ได้ เพราะฉันรัก อาอิง อาเกา เหมือนลูกในไส้ เมื่อคิดว่าจะไม่มีใครดูแล”
“คุณก็อยู่ที่นี่ตลอดสิครับ ไม่มีใครอยากให้คุณย้ายไปไหน”
“แล้วฉันจะอยู่ในฐานนะอะไรล่ะคะ”
“คุณเป็เมียผมแล้วก็อยู่ในฐานะเมียผมนะสิ”
“แต่เราไม่ได้แต่งงาน จดทะเบียนกัน” เชนอันยูนิ่งเงียบ
“ฉันไม่รู้ว่าจะบอกคุณยังไงดีว่าคนที่นี่บอกว่าฉันเป็แค่นางบำเรอของคุณ เป็เมียเก็บคุณบ้าง พวกเขาดูถูกฉันสารพัดเลยค่ะ”
“เดี๋ยวผมจะไปบอกให้พวกเขาหยุดพูด คนพวกนี้ไม่รู้อะไรพูดนินทาออกมาได้”
“แต่มันก็จริงอย่างที่เขาพูดกันนะคะ เพราะฉันอยู่ที่นี่ด้วยตำแหน่งนางบำเรอจริงๆ อีกอย่างฉันเองก็ไม่รู้ว่าคุณคิดยังไงกับฉัน ไม่รู้ว่าคุณรักฉันไหม แต่ที่แน่ๆ ฉันรักคุณมากนะคะ”
“ใครบอกว่าผมไม่รักคุณ”
“คุณรักฉันจริงเหรอคะ”
“จริงสิ”
“ถ้างั้นทำไมเราไม่เป็สามีภรรยากันจริงๆ ล่ะคะ”
“คุณ้าอย่างนั้นเหรอ” หมานผิงพยักหน้า ใครจะไม่้าเป็เมียถูกต้องตามกฎหมายของครูใหญ่ มีสิทธิ์ได้เงินำาญ เงินตาย บ้านหลังนี้ด้วย ผู้ชายคนนี้ไม่มีหนี้ จะอยู่บำเรอโดยที่ไม่ได้อะไรได้ยังไง
อาทิตย์ต่อมา เชนอันยูและหมานผิงก็จดทะเบียนสมรสและจัดงานเลี้ยงเล็กๆ เชิญเฉพาะคนรู้จัก เพราะเชนอันยูไม่อยากทำอะไรใหญ่โต ซึ่งหมานผิงเองก็ไม่ว่าอะไร เพราะเงินสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด ชาวบ้านและเพื่อนร่วมงานก็นินทาว่า เมียตายยังไม่ถึงสามเดือนก็แต่งใหม่แล้ว
“จะว่าไปแล้วก็ไม่ใหม่นะ เพราะว่าเอากันั้แ่เมียยังไม่ตาย รู้สึกว่าครูใหญ่ก็เปลี่ยนไปนะ ไม่ค่อยสนใจลูกและเพื่อนบ้านเหมือนแต่ก่อน”
สภากาแฟนั่งคุยกันต่างพยักหน้าเห็นด้วย
เมื่อได้เป็คุณนายเชนอย่างเต็มตัวแล้วหมานผิงก็เดินเฉิดฉายหน้าตั้ง เข้าออกบ้านและโรงเรียนให้คนได้รู้จักว่าเธอเป็ใคร ท่าทางหยิ่งผยองของเธอทำให้ใครเห็นก็หมั่นไส้ ไม่ใช่แค่นอกบ้าน ในบ้านเธอก็สวมบทแม่เลี้ยงใจร้ายได้ดีเช่นกัน
“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่า ให้ถูบ้านล้างห้องน้ำ ทำไมไม่ทำ เหอะ นี่แหนะๆ” หมานผิงใช้ฝ่ามือตีเข้าที่ขาและลำตัวของเชนเม่ยอิง
เชนเม่ยอิงก็สู้กลับเธอสะบัดมือออกทั้งเตะทั้งผลัก แต่ก็สู้แรงของแม่เลี้ยงไม่ได้ เชนอันเกาเห็นก็รีบวิ่งเข้ามาช่วยพี่สาว
หมานผิงช่างเป็คนมีพร์ในการเลือกจังหวะ่เวลาว่าเมื่อไหร่เชนอันยูจะออกมาเห็นว่าลูกทั้งสองของเขานั้นได้พากันทำร้ายแม่เลี้ยง
“หยุด พวกแกสองคนทำอะไร” เชนอันยูร้องบอกให้ลูกหยุดทำร้ายหมานผิง
ตอนนี้เขาชักจะเริ่มเบื่อหน่ายนิสัยและกิริยาของลูกสาวเต็มทีแล้ว เพราะทุกวันลูกคนนี้จ้องแต่จะหาเื่ทะเลาะกับเมียใหม่ของเขาตลอด ยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งร้ายไม่ฟังคำสอนของพ่อแถมยังยุยงให้น้องแข็งข้อกับพ่ออีก
“อาอิง เข้าไปอยู่ในห้องเดี๋ยวนี้ ก่อนที่พ่อจะตีแก” แต่ก่อนเชนอันยูไม่เคยเรียกลูกว่าแกเลยแต่เดี๋ยวนี้คำก็แกสองคำก็แก หมานผิงยิ้มอยู่ในใจ
เชนเม่ยอิงและน้องชายยังคงนอนอยู่ห้องเดียวกันทั้งๆ ที่ตอนนี้เธออายุจะ 15 แล้ว เพราะลูกสาวของแม่เลี้ยงอยากมีห้องเป็ของตัวเองเลยยึดห้องของเม่ยอิง
วันนี้เชนเม่ยอิงก็ทะเลาะกับพ่อเื่นี้อีก
“หนูอยากได้ห้องของหนูคืน”
“อยากได้ห้องคืนก็พูดดีๆ ทำไมต้องโยนข้าวของ ของลี่ฮุยออกมาด้วย”
“หนูไม่ได้โยน แต่ลี่ฮุยโยนของออกมาเอง” หมานลี่ฮุยและแม่ของเธอช่วยกันโยนของและฉีกตุ๊กตาตัวโปรดของพวกเธอเอง ตอนแรกหมานลี่ฮุยก็ไม่ยอมให้แม่ของเธอฉีกตุ๊กตาตัวนั้นของเธอแต่พอแม่บอกว่า ทำที่ฉันบอกแล้วแกจะได้ทุกอย่างตามที่้าเข้าใจไหม
เชนอันยูหันไปมองเมียใหม่และลูกติดของเมียที่ตอนนี้อุ้มตุ๊กตาปาดน้ำตาอยู่ จะเป็ไปได้ยังไงหนูลี่ฮุยออกจะเป็เด็กดีไม่เคยทำอะไรใครก่อน
“อาอิงในเมื่อทำผิดก็ต้องรับผิด จะไปโทษคนอื่นได้ยังไง”
“หนูไม่ได้ทำ”
“แล้วแกจะให้พ่อทำยังไง แกบอกว่าแกโตแล้วไม่อยากอยู่ห้องเดียวกับน้องชาย แต่พอให้อยู่ห้องเดียวกันกับลี่ฮุยแกก็ไม่เอา”
“หนูลองอยู่แล้ว แต่...” เชนเม่ยอิงไม่อยากจะเอ่ยชื่อสองคนแม่ลูกนี้เลย
“แต่ยัยนั่นขโมยของและพังของของหนู” ซึ่งก็จริงหมานลี่ฮุยพังโครงงานวิทยาศาสตร์ของเธอที่ต้องส่งอาจารย์ จนเธอถูกหักคะแนนเพราะส่งไม่ทันตามกำหนด
“คราวหน้าคราวหลังแกก็อย่าไปวางเกะกะสิ ห้องแค่นั้นวางของของตัวเองไปทั่ว อุบัติเหตุเช่นคนเดินเหยียบมันก็ต้องเกิด” นั่นคือสิ่งที่หมานผิงและลูกบอกพ่อของเชนเม่ยอิง ทั้งๆ ที่ ความจริงแล้วสองแม่ลูกนั่นจับโครงงานของเชนเม่ยอิงจากโต๊ะเขียนหนังสือมาโยนลงพื้นและเหยียบจนพังตอนที่เธอไม่อยู่ต่างหาก
“ทำไมพ่อถึงไม่เชื่อสิ่งหนูพูดเลย” พูดเสร็จเชนเม่ยอิงก็เดินเข้าห้องน้องชายไป ั้แ่วันนั้นมาเธอก็กลับมาอยู่ที่ห้องเดียวกันกับน้องชายอีกครั้งจนถึงวันนี้ เด็กทั้งสองใช้ผ้ากั้นเพื่อความเป็ส่วนตัว
เชนเม่ยอิงและเชนอันเกาเป็เด็กเรียนดีได้รับรางวัลเรียนดีทุกปี พอขึ้นมัธยมปลาย หมานผิงก็เริ่มตัดค่าขนมของสองพี่น้อง เพื่อเอามาให้ลูกสาวของเธอได้ซื้อเครื่องสำอาง เธอไม่อยากขอสามีเพิ่มเพราะอยากจะได้ชื่อว่าเป็เมียที่รู้จักกินรู้จักใช้ งานบ้านงานเรือนก็ทำ ไม่เคยบ่นหรือทำให้สามีต้องปวดหัว
หมายผิงเป็แม่บ้านที่ยังคงมีผิวพรรณและหุ่นดีอยู่เสมอ แถมเื่บนเตียงก็ไม่ขาดตกบกพร่อง ตามคำที่ว่า เมียที่ดีต้องเป็โสเภณีในบ้าน แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เชนอันยูรักเชนอันยูหลงได้ยังไง ในทางกลับกันลูกของเขาก็หาเื่ทะเลาะกับแม่เลี้ยงทุกวัน
เชนเม่ยอิงทะเลาะเื่เงินไปโรงเรียน แม่เลี้ยงบอกทุกคนต้องประหยัด พ่อก็เห็นด้วย อย่าใช้จ่ายฟุ่มฟือย แต่เชนเม่ยอิงและน้องได้เงินไม่พอแม้แต่จะซื้อข้าวกลางวันกิน ทั้งสองจึงห่อข้าวไปกินที่โรงเรียน พ่อเองก็ไม่สนใจ