“ใช่ข้าจ่ายค่าเช่าบ้านให้เจ้าของบ้านไปครึ่งปีแล้วไม่เช่นนั้นข้าคงไม่วางแผนย้ายไปอยู่ที่ตำบล” หลี่เอ้อร์หลินเอ่ยอย่างมั่นใจว่า “ต่อไปข้าจะส่งหลี่เหลยหลี่หยวนเข้าเรียนที่สำนักศึกษาในตำบล”
ภายในห้องนอนมืดสนิทหมิงซื่อใช้สายตาราวกับมองคนบ้ามองหลี่เอ้อร์หลินนี่เพิ่งทำการค้าขายซาลาเปาได้ไม่กี่วัน หาเงินได้ไม่เท่าไรก็สติฟั่นเฟือนไปเช่าบ้านอยู่ในตำบลยังจะส่งบุตรสองคนไปเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาอีก
ดีว่านางถือหลี่เอ้อร์หลินเป็นใหญ่มาโดยตลอดหลี่เอ้อร์หลินว่าอย่างไรก็คืออย่างนั้น นางไม่ได้คัดค้านอันใดออกมา
หลี่ซานหลินหัวเราะเหอๆนำอ่างไม้ที่ใส่น้ำร้อนยกเข้ามา ให้หลี่เอ้อร์หลินเช็ดทำความสะอาดตัวสักหน่อย
หมิงซื่อกลัวว่าหลี่ซานหลินจะเอ่ยเรื่องเงินกับหลี่เอ้อร์หลินจึงผลักหลี่ซานหลินออกไปนอกประตูแล้วหาเสื้อผ้ากันหนาวสำหรับบุรุษที่หวังเฮ่ามอบให้ส่งให้กับหลี่เอ้อร์หลิน
หลี่เอ้อร์หลินเช็ดตัวอยู่ท้องของเขาก็ส่งเสียงร้องโครกครากด้วยความหิวแต่ไม่ส่งผลต่ออารมณ์ที่ดีของเขาแม้แต่น้อย เอ่ยว่า “พรุ่งนี้พวกเราจะออกเดินทางตั้งแต่เช้า”
หมิงซื่ออดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่หลี่เอ้อร์หลินจากด้านหลังเอ่ยถาม “หิมะตกเช่นนี้ จะออกจากภูเขาอย่างไร?”
หลี่เอ้อร์หลินใจจดใจจ่ออยู่กับการทำการค้าซาลาเปาเพื่อหาเงินเอ่ยว่า “หิมะหยุดแล้ว เพิ่งหยุดเมื่อครู่ คืนเดียวก็ละลายแล้วพรุ่งนี้ก็ออกจากภูเขาได้”
“คืนเดียวไม่อาจละลายได้หากพรุ่งนี้พระอาทิตย์ขึ้นถึงจะละลาย” หมิงซื่อกลัวว่าหลี่เอ้อร์หลินจะโมโหจึงเอ่ยอีกว่า “พรุ่งนี้ตอนกลางวันค่อยออกจากภูเขา”
“ไม่ได้ข้าต้องรีบกลับไปหมักแป้ง เช้าวันมะรืนข้าต้องนึ่งซาลาเปาไปขายที่อําเภอเฟิงหยางเจ้าไม่รู้อะไร ขายซาลาเปาสามารถหาเงินได้เงินที่ข้าหามาได้วันหนึ่งเท่ากับเงินที่ข้าหาเมื่อก่อนหลายเดือน”หลี่เอ้อร์หลินใช้น้ำร้อนเช็ดร่างกาย สวมชุดกันหนาวเก่าที่หวังเฮ่ามอบให้เขา “ข้าได้กินซาลาเปาเนื้อทุกวันกินข้าววันละสามมื้อ”
หมิงซื่อไม่เคยกินซาลาเปาไม่รู้ว่าซาลาเปาเป็นอาหารรสเลิศเพียงใด แต่ได้ยินว่ามีเนื้อและมีบางอย่างผสมอยู่ในเนื้อ ซาลาเปาไส้เนื้อนั่นต้องอร่อยแน่ นางตั้งตารอคอย
หลี่เอ้อร์หลินหัวเราะชั่วร้ายจู่โจมทรวงอกของหมิงซื่อ พลางเอ่ยว่า “นี่ก็คือซาลาเปา ซาลาเปาของข้า”
“น่าชังนัก”หมิงซื่อชอบที่หลี่เอ้อร์หลินใกล้ชิดกับนางหากระหว่างสามีภรรยาไม่แตะเนื้อต้องตัวกันแม้แต่น้อย นั่นก็หมายความว่าไร้ความรู้สึกต่อกันแล้วเป็นเช่นนี้ถึงจะดี
หลี่เอ้อร์หลินพลอดรักกับหมิงซื่อครู่หนึ่งคิดว่าอาหารน่าจะเตรียมใกล้เสร็จแล้ว ในบ้านมีคนมาก และไม่เคยมีอาหารเหลือเติ้งซื่อจึงต้องทําอาหารให้หลี่เอ้อร์หลินใหม่
หลี่เอ้อร์หลินสามีภรรยาออกไปที่ห้องโถงแต่ก่อนที่เขาจะเดินไปถึงประตู ก็ได้ยินเสียงของเติ้งซื่อผรุสวาทอยู่ในห้องโถง
“หูเจินทําจากทองหรืออย่างไรนางยังไม่ได้ตบแต่งเข้าประตูบ้าน เหตุใดถึงต้องเก็บของดีๆ ไว้ให้นางด้วย? เพ้ย แม้ว่านางจะแต่งงานเข้ามาก็เป็นสะใภ้เล็ก พี่ชายใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่พี่ชายรอง พี่สะใภ้รองยังไม่ได้กิน นางถือเป็นใครกัน จะมากินอะไร?”
ตามมาด้วยน้ำเสียงจนปัญญาของหลี่ซานหลิน“ข้าเพียงบอกว่าเก็บเนื้อไว้หนึ่งจิน ปลาหนึ่งตัว น้ำตาลเล็กน้อยข้าจะนำไปให้ตระกูลหู เช่นนี้จะได้ไม่ต้องเอาสิ่งของอย่างอื่น ไม่ต้องเสียเงินอีกท่านอย่าโมโหไปเลย”
เติ้งซื่อเอ่ยด้วยความโกรธ“สิ่งที่เจ้าทําไม่ถูกต้อง ข้าไม่โกรธถึงจะแปลก!”
หมิงซื่อแค่นเสียงเย็นชาหนึ่งเสียงอดไม่ได้ที่จะบ่นกับหลี่เอ้อร์หลินว่า “ครั้งที่แล้วที่น้องเขยห้ามอบเนื้อหมูน้ำตาล ซานหลินก็เอาเนื้อหมูสามจิน น้ำตาลหนึ่งจินไปให้ตระกูลหูตระกูลหูไม่มอบของขวัญตอบแทนให้เขาสักอย่าง”
หลี่เอ้อร์หลินขายซาลาเปาที่อําเภอเห็นชายหนุ่มหลายคนที่อายุไล่เลี่ยกับหลี่ซานหลินทํางานรับจ้าง หนึ่งวันสามารถหาเงินได้หลายเหรียญทองแดง
ตระกูลหลี่ยากจนทั้งอยู่ในหุบเขาทว่าหลี่ซานหลินกลับไม่มีความคิดที่จะไปทำงานหาเงินข้างนอกใช้ชีวิตแบบเช้าชามเย็นชามในบ้านไปวันๆ
อย่างตระกูลหูที่ร้องขอเงินและสิ่งของไม่หยุดหย่อนต่อไปหูเจินตบแต่งเข้ามา หลี่ซานหลินไม่อาจหาเลี้ยงหูเจินได้แน่ ถึงยามนั้นก็ต้องพึ่งพาเงินจากพี่ชายพี่สาว
หลี่เอ้อร์หลินเข้าไปในห้องโถงก็ตรงไปที่หลี่ซานหลินเอ่ยว่า “พี่ใหญ่อยู่บ้าน คอยดูแลท่านพ่อท่านแม่ พี่สะใภ้ใหญ่และลูกๆประคับประคองบ้านหลังนี้ เจ้าอยู่บ้านทุกวันทำสิ่งใดเจ้าอยากมอบเงินมอบของขวัญให้ตระกูลหู ก็ออกไปทํางานข้างนอกหาเงินซื้อเอง”
“ใช่!ต่อให้เจ้าจะซื้อภูเขาทองภูเขาเงินให้หูเจินด้วยเงินที่หาเอง ข้าจะไม่ว่าเจ้าเลย”เติ้งซื่อเอื้อมมือไปบิดแขนหลี่ต้าหลิน ตำหนิหลี่ต้าหลินที่ไม่ส่งเสียงสักคํา
หมิงซื่อได้กลิ่นหอมของอาหารรู้สึกว่าไม่ใช่กลิ่นที่จินตนาการเอาไว้ จึงเอ่ย “พี่สะใภ้ใหญ่ท่านไม่ได้ทําเนื้อหรือ?”
ผู้ใดจะไปรู้ว่าเติ้งซื่อจะยิ่งโมโหขึ้นไปอีกเอ่ยเสียงดังว่า “เนื้อกับปลาที่เอ้อร์หลินซื้อมา ข้าก็อยากทำให้เขากินแต่ท่านแม่บอกว่าดึกแล้ว ไม่ต้องทำเนื้อกับปลาข้าบอกว่าพรุ่งนี้เอ้อร์หลินจะไปแต่เช้า เช่นนั้นพรุ่งนี้ค่อยให้เขาทำท่านแม่ก็บอกว่าไม่ต้องทำ ยังกล่าวว่าเก็บเนื้อกับปลาไว้ใช้ประโยชน์อย่างอื่น
ข้าก็คิดว่าเนื้อและปลามากมายขนาดนี้ล้วนเป็นเอ้อร์หลินซื้อมา เหตุใดจะทำให้เอ้อร์หลินกินไม่ได้?
ข้าจึงถามซานหลินว่าจะเอาเนื้อกับปลาไปให้ตระกูลหูใช่หรือไม่ซานหลินตอบว่าใช่ เฮอะ ดูเอาเถิด เป็นบุตรชายเหมือนกัน ท่านแม่สนใจแต่ซานหลินไม่สนใจเอ้อร์หลินและไม่สนใจต้าหลิน ยิ่งไม่สนใจหลานๆ! ท่านแม่ลำเอียงเกินไปแล้ว!”
“ข้าล้วนสนใจ”เป็นเพราะหูเจินยังไม่ได้แต่งเข้าประตู ถังซื่อถูกหลี่ต้าหลินสามีภรรยาหลี่เอ้อร์หลินสามีภรรยาบ่นไปไม่น้อย จึงรู้สึกเสียใจในภายหลังที่ตกลงเรื่องหมั้นหมายให้หลี่ซานหลินเอ่ยอย่างโมโหว่า “นี่มิใช่หูเจินยังไม่ได้แต่งเข้าประตูหรือ รอหูเจินแต่งเข้ามารอดูว่าข้าจะจัดการอย่างไรกับนาง!”
หลี่เอ้อร์หลินอยู่ในลำดับที่สามของบ้านด้านบนมีพี่ชายใหญ่ พี่หญิงใหญ่ ด้านล่างมีน้องสาวสองคนและน้องชายหนึ่งคนดังนั้นเขาจึงไม่ถูกท่านพ่อท่านแม่ให้ความสําคัญ
ประเพณีของแคว้นต้าถังคือบุตรชายคนโตสืบทอดมรดกของครอบครัวทางฝั่งเมืองเซียงคือบุตรชายคนโตสืบทอดมรดกของบิดามารดาเจ็ดถึงแปดส่วนส่วนที่เหลืออีกสามส่วนให้กับน้องชายแน่นอนว่าบุตรชายคนโตต้องเลี้ยงดูบิดามารดายามแก่เฒ่า
ต่อไปบ้านและที่ดินของตระกูลหลี่ส่วนใหญ่ล้วนให้หลี่ต้าหลิน
ท่านพ่อท่านแม่รักหลี่ซานหลินที่สุดย่อมแบ่งให้หลี่ซานหลินบางส่วน ส่วนที่ให้หลี่เอ้อร์หลินจึงน้อยมาก
ตั้งแต่หลี่เอ้อร์หลินรู้ความก็ไม่มีความคาดหวังใดๆ จากบุพการีแม้ว่าพวกเขาจะตบแต่งหมิงซื่อที่มีรูปร่างคล้ายบุรุษให้เขาเพื่อประหยัดเงินแต่เขาก็พอใจ
“หิวจะตายแล้วฝีมือของพี่สะใภ้ใหญ่ยังดีขนาดนี้ ข้าจะกินแล้ว”หลี่เอ้อร์หลินคร้านเกินกว่าจะบ่นที่ถังซื่อไม่ให้เขากินเนื้อถึงอย่างไรพรุ่งนี้ก็ไปแล้ว ตอนนี้แค่กรอกท้องให้อิ่มเป็นพอ
เอ่ยตามตรงฝีมือของเติ้งซื่อไม่เลวโดยเฉพาะน้ำมันที่ใส่ลงในอาหารมากเป็นพิเศษ รสชาติไม่เลว
เติ้งซื่อต้องการให้หลี่ต้าหลินและหลี่เอ้อร์หลินต่อว่าหลี่ซานหลินพร้อมกันเพื่อกดดันผู้เฒ่าหลี่สามีภรรยา แต่เจ้าตัวอย่างหลี่เอ้อร์หลินไม่ได้ว่าอะไรหลี่ต้าหลินไม่เอ่ยสิ่งใดสักคำมา ทําให้เติ้งซื่อโกรธจนเจ็บหน้าอกนางสะบัดมือแล้วเดินจากไป
ทันใดนั้นหลี่ต้าหลินที่ไม่เอ่ยสิ่งใดตั้งแต่ต้นก็เปิดปากถาม“ตระกูลหวังสร้างเรือนอิฐ ขุดบ่อน้ำแล้ว?”
“ใช่แล้วขอรับ”
“เรือนอิฐใหญ่เพียงใด?”
“ใหญ่กว่าบ้านพวกเรามีทางเข้าลานบ้านสามทาง”
“เรือนอิฐใหญ่โตขนาดนี้เชียว!”หลี่ต้าหลินตกใจยิ่ง หากเขารู้ว่าตระกูลหวังมีวัว คงจะกระโดดโลดเต้นด้วยความตกใจ
วัวหนึ่งตัวเท่ากับที่นาสี่หมู่ของตระกูลหลี่แล้ว
หลี่เอ้อร์หลินตั้งใจเอ่ยขึ้น“ท่านพ่อ ท่านแม่ หากพวกท่านง่วงแล้ว ก็ไปนอนเถิดขอรับ”
ถังซื่อหาวนอนและไปนอนแล้วแต่ผู้เฒ่าหลี่ไม่ได้จากไป
หลี่ต้าหลินเอ่ยถาม“เจ้าจะพาน้องสะใภ้ หลานชายและหลานสาวไปทั้งหมดเลยหรือ?”
“ขอรับพรุ่งนี้พวกข้าจะไปแล้ว” หลี่เอ้อร์หลินเหลือบมองผู้เฒ่าหลี่ที่นั่งอยู่ข้างเตาผิงไฟอยู่เงียบๆแล้วเอ่ย “ต่อไปครอบครัวของพวกข้าหกคนจะไม่กลับมาแล้ว”
หลี่ต้าหลินเอ่ยถามอย่างตกใจ“อันใดนะ?”