เมื่อเข้ามาในห้องลูชก็ค่อยๆล็อกประตูอย่างช้าๆด้วยเสียงที่เงียบสนิท เขาพิจาณาห้องของตัวเองอยู่นานสองนานก่อนจะถอนหายใจ
“เพราะการหลอมรวมิญญาทำให้ข้าเกิดสับสนระหว่างบุคลิคงั้นเรอะ? เเต่เื่นั้นมันเเก้ได้ไม่อยาก..ก่อนอื่นเลย”เขาค่อยๆก้าวเท้าไปยังภายในห้อง ก่อนจะหันซ้ายหันขวาเเละนั่งลง
เขาในตอนนี้กำลังนั่นขัดสมาธิอยู่บริเวณกลางห้องที่มีขนาดสี่คูณสี่เมตร
จากนั้นเด็กหนุ่มก็ค่อยๆหลับตาเเละเริ่มกำหนดลมหายใจ
ในตอนนั้นเองภายในจิตใต้สำนึกของเด็กหนุ่ม ลูชค่อยๆมองเห็นบางสิ่งตรงหน้ามันคือเพลิงสีทองอร่ามที่มีเปลวไฟสีม่วงปะปนอยู่
สิ่งนี้เรียกว่าพลังิญญา ลูชเคยเห็นมันเเล้วครั้งหนึ่งในตอนที่เจอกับิญญาเฒ่า ในตอนนี้เขากำลังพิจารณาดวงไฟที่กำลังลุกโชด่ตรงหน้าด้วยท่าทีจริงจัง
“ข้าััได้ถึงเต๋า”ด้วยพลังอันเเสนจะหยั่งถึงในกาลก่อนทำให้ลูชที่ได้รับผลพวงจากการหลอมิญญา นั่นจึงทำให้เขาทะลุขีดกำจัดของมนุษย์ไป
ประสาทััของเขาดีขึ้น พลังกายเองก็มากขึ้นเช่นกัน เเต่ถึงจะเป็อย่างนั้นด้วยประสบการณ์อันเเปลกประหลาดของดวงิญญาอีกดวงที่อยู่ในกายของลูช ทำให้ลูชไม่รู้สึกตื่นตระหนกทัเงยังคิดว่ามันยังคงน้อยก่อนไปด้วยซ้ำ
หากวัดจากสัตว์อศูรระดับสูงที่เขาเคยประมือ พลังเเค่นี้มีเเต่จะทำให้ตายเปล่าๆ เเถมเมื่อซักครู่ลูชก็ััได้ถึงสปีริตที่ไม่ควรจะอยู่บนโลกนี้ได้ ทำให้เขาเริ่มที่จะเปลี่ยนเเปลงสามัญสำนึกของลูชคนก่อน
“ข้าต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อปกป้องพวกเขา”ลูชกำหมัดเเน่นก่อนจะจิตนาการถึงเส้นสายนับพันที่เรียงรายเเละเชื่อมต่อกันทั่วร่างกายโดยเเกนกลางของมันคือห้องวงกลมขนาดใหญ่ที่มีดวงไฟสีทอง เเละสีม่วงผสมอยู่ประปราย
เขาค่อยๆหายใจเข้าเเละออกเป็จังหวะ ก่อนที่จะเริ่มมีการเปลี่ยนเเปลงของเส้นสายเ่าั้เเละร่างเนื้อของลูช
ภายในเส้นสายเ่าั้กำลังปรากฎเเสงสีทองผสมม่วงค่อยๆไหลไปตามเส้นต่างๆอย่างช้าๆราวกับน้ำที่กำลังถูกปล่อย ภายนอกของลูช ยามนี้กำลังปรากฎเป็ออร่าสีขาวผ่องครอบคลุมทั่วทั้งร่างของเขาอย่างช้าๆ
สิ่งที่ลูชทำอยู่ในตอนนี้คือวิชาการควบคุมิญญาหรือที่เรียกกันว่า ‘เคน’ เป็วิชาที่ิญญาของดวงของลูชคิดขึ้นมาเพื่อใช้เป็พื้นฐานในการฝึกร่างกาย
โดยมันจะทำหน้าที่เสริมกำลังให้กับร่างกายของผู้ใช้เพียงเเค่ผู้ใช้เปิดจุดผนึกทั้งเเปดที่คอยกันไม่ให้วิญาณออกจากร่างหลุดออกไปจนหมด ในขณะนี้ลูชกำลังเผิดประตูบานที่หนึ่งของวิชาควบคุมิญญาโบราณ ‘เคน’ ในตอนนั้นเอง
ปึ้ง!
เพียงไม่กี่นาทีเสียงที่คล้ายคลึงกับการทำลายของเเข็งก็ดังขึ้นเป็สัญญาณว่าประตูบานเเรกถูกทำลายลงเเล้ว นั่นทำให้เขาลืมตา
ลูชลืมตาขึ้นพลางมมือทั้งสองข้างของตน
‘ช่างเป็ความรู้สึกที่น่าคิดถึง’เมื่อลองสังเกตุดูดีๆที่มือของเขานั้นปรากฎเป็ไอสีใสทั้งยังครอบคลุมทั่วทั้งร่างเป็สัญญาณว่าตอนนี้ประตูบานที่หนึ่งของ‘เคน’ถูกเปิดออกมาเเล้ว
กระนั้นลูชก็ยังไม่พึงพอใจ เดิมทีเเล้วการเปิดจุดพลังิญญาหรือการทลายประตูิญญาที่คอยกันท่าไม่ให้ิญญาออกจากร่าง หากทำลายจนครบเเปดประตูจะทำให้คนๆหนึ่งทีหลังทัดเทียมกับทวยเทพ ทว่านั่นก็หมายความว่าพลังิญญาทั้งหมดจะหายออกจากร่างกาย
หรือก็คือ.....ตายนั่นเอง....
ทว่านั่นไม่ใช่เื่ที่เด็กหนุ่มควรจะหวาดกลัว เขาเป็ใครกันหละ? ครึ่งหนึ่งของเขาคือชายผู้ยืนบนจุดสูงสุดนะ!
นั่นจึงทำให้ลูชไม่รู้สึกเกรงกลัวต่อการเปิดประตูบานที่เเปด เพราะเขานั้นมีวิธีรับมือกับประตูบานที่เเปดอยู่เเล้ว
ไม่นานหลังจากที่ประตูบานที่หนึ่งถูกเปิดลูชก็ค่อยๆหลับตาเเละกลับไปไหลเวียนพลังวิญญานอีกร่างอีกครั้งโดยเป้าหมายของเขาในวันนี้คือการทะลวงประตูิญญาไปให้ได้สามประตู เพื่อจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
เวลาผ่านไปราวชั่วโมงเศษ บามนี้ดวงอาทิตย์นั้นคล่อยๆคล้อยตัวลงต่ำจนเท้องฟ้านั่นเริ่มเเปรเปลี่ยนเป็สีส้ม ในตอนนั้นเองเขาก็ค่อยๆลืมตาขึ้น พริบตานั้นเอง
ฟูมมมม....
พลังสีใสก็พลันเเปลเปลี่ยนเป็อ่อร่าสีทองผสมม่วง! นี่คือหลักฐานของการเปิดปรดตูิญญาบานที่สามสำเร็จ!
นับเป็ก้าวเเรกที่ยิ่งใหญ่สำหรับเด็กหนุ่มที่เคยธรรมดาอย่างเขาลูชยิ้มบางๆให้กับตัวเองก่อนที่ตัวของเขาจะลุกขึ้นเพื่อทำในขั้นตอนต่อไปทว่าในตอนนั้นเอง
“ปึกๆ!”เสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นดึงความสนใจของลูช เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังบานประตูตรงหน้าพริบตานั้นดวงตาทั้งสองของเขาก็พลันเเปรเปลี่ยรเป็สีม่วงหนึ่งข้างเเละทองหนึ่งข้าง เมื่อเขาทอดสายตาออกไปสิ่งที่เขาพบคือภาพของคนที่มีเส้นสายเเบบเดียวของเขาหนึ่งคนเเละบางสิ่งบางอย่างที่มีเพียงเเค่ดวงิญญา
“คร้าบ!”เพื่อไม่ให้สงสัยลูชพยายามเปลี่ยนสำเนียงคำพูดให้ดูปรกติที่สุดเเละกล่าวออกไปด้วยเสียงที่ค่อนข้างดังเพื่อให้อีกฝ่ายที่อยู่หน้าห้องได้ยิน
“พี่ข้าวเย็นเสร็จเเล้ว”เธอคือน้องสาวของเขานั่นเองโดยเธอมีชื่อเเซ่ว่าริน สำหรับลูชในความเป็จริงเขารู้ได้ตั้งเเต่มองผ่านดวงตาคู่นั้นที่เป็อนิจสงค์จากการหลอมิญญาเเล้วเเต่เพื่อความเเนบเนียน
“น้องเองเรอะ? ปรกติไม่เคยมาเเบบนี้หนิ?”มันค่อนข้างเเปลกที่น้องสาวซึ่งปรกติไม่เคยเข้าหาคุณหรือสนใจคุณหรือครอบครัวกลับมาบ้านจรงเวลาเเละมาเชิญชวนเขาไปทานอาหาร บวกกับเ้าสัตว์ที่คล้ายคลึงกับสัตว์ตัวเล็กๆที่หลบอยู่ที่ด้านข้างเธอด้วย ลูชรู้สึกเเปลกๆ ภายในความทรงจำของเขา เขาคิดว่าโลกเเห่งนี้ไม่มีพลางสิญญาณปราณหรือเวทมนต์ทว่าเมื่อเขาใช้ดวงตาของตนมองดูจริงๆกลับพบว่ามันมีอยู่ประปรายในสังคมคน
“...”เสียงหน้าห้องไม่ได้ตอบกลับมา ลูชจึงลุกขึ้นเเละเดินไปยังหน้าประตูของเขา
‘เเกร็ก’ประตูค่อยๆถูกเปิดอย่างช้าๆ เเต่เมื่อเปิดออกมาลูชกลับไม่พบกับใครยืนอยู่ตรงนั้นเลย
‘ลบตัวตน? ไม่สิเเค่ทำให้กายหยาบกลมกลืนกับธรรมชาติ’เมื่อลูชลองสังเกตุดูดีๆก็พบว่าเส้นพลังิญญาไม่ได้หายไปไหนซึ่งนั่นก็หมายความว่าเธอยังอยู่
‘เธอกำลังสงสัยข้า?’ลูชที่กำลังตั้งคำถามกับตัวเองพลางค่อยๆก้าวเท้าออกไปจากห้องโดยที่ทำเป็ไม่สนใจหญิงสาวตรงหน้า ในขณะที่ลูชเดินไปยังชั้นล่างนั้นเอง
“ท่านเเม่ รินยังไม่ลงมาหรอ?”
“อ่าวเมื่อกี้เเม่พึ่งให้ไปตามลูกมานะ”
เมื่อได้ยินเสียงขลูชดังมาจากด้านล่าง ร่างของหญิงสาวผู้มีศักดิ์เป็น้องของลูชก็ก้าวเข้ามาในห้องอันเป็อนาเขตส่วนตัวของลูช
เธอใช้ดวงตากลมโตพิจารณาห้องพี่ชายอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะก้มหน้าลงมามองบางสิ่งที่คล้ายกับตุ๊กตายัดนุ่นที่คล้ายกับกระต่าย
“นี่เปโกะ....ออกมาได้เเล้ว”พริบตาร่างของกระต่ายยัดนุ่มสีชมพูก็กระโจมออกมาจากด้านข้างของเด็กสาว
“พี่ชายของรินไปเเล้วจริงๆใช้ไหม---เปี้ยว!”