ไม่สามารถขัดขวางได้
ในขณะที่ฟางเฉินกำลังอ่านอักษรโบราณและทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎแห่งการบ่มเพาะอยู่พลังการบ่มเพาะของฟางเฉินก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน และในตอนนั้นเองที่ร่างเงาของชายชราขยับมือไปมาอักษรโบราณก็กลายเป็นซับซ้อนและเข้าใจยากมากขึ้นฟางเฉินแสดงสีหน้าแปลกใจออกมาแต่ก็ไม่ได้สนใจและยังคงค่อยๆทำความเข้าใจกฎแห่งการบ่มเพาะอย่างตั้งใตเวลาผ่านไปครึ่งเดือนฟางเฉินยังหยุดอยู่ที่ 15 เมตรเช่นเคยซึ่งตอนนี้พวกเฟิงหวู่ได้ตามฟางเฉินทันแล้ว และพวกเย่เซียนก็ไปถึงระดับ 30 เมตรแล้วด้วย“เกิดอะไรขึ้นทำไมอยู่ดีๆความเร็วของฟางเฉินถึงหยุดลงละ” เหยียนมี่กล่าว“ข้าเองก็ไม่รู้” เฟิงหวู่กล่าวไม่มีใครรู้ว่าฟางเฉินกำลังมีความสุขมากแค่ใหน เพราะถึงแม้ตัวเขาจะต้องหยุดอยู่กับที่มานานแต่ประโยชน์ที่ฟางเฉินได้รับนั้นมากกว่าคนทั่วไปอย่างมาก ในขณะที่คนอื่น ๆกำลังเข้าฌานอยู่ ในตอนนั้นเองฟางเฉินก็ปลดปล่อยจิตวิญญาณออกมาโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสีทองขนาดใหญ่ปรากฎออกมาทำให้ฟางเฉินสามารถอ่านอักษรโบราณและทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎแห่งการบ่มเพาะได้มากขึ้น“เป็นไปไม่ได้!!!!!!!!” ร่างเงาชายชรามองไปยังดวงตาสีทองด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว“เป็นไปไม่ได้ทำไมลูกหลานของบุคคนนั้นถึงมาอยู่ที่นี่ แต่เดี๋ยวก่อนไม่ใช่ว่าคนในตระกูลนี้หายสาบสูบไปแล้วหรอกเหรอ” ชายชรากล่าวด้วยสีหน้าไม่เข้าใจแต่ในตอนนั้นเองที่ฟางเฉินเริ่มก้าวเดินอีกครั้งถึงแม้ระดับความยากที่ร่างเงาชายชราจะเพิ่มขึ้นแต่สำหรับฟางเฉินนั้นถือเป็นเรื่องดี ตอนนี้ใบหน้าของฟางเฉินกำลังยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ“ไอ้เด็กนี่!!!!!!” ร่างเงาชายชราโกรธจนแทบกระอักเลือดออกมา“ฮ่า ฮ่า ตาแก่นั่นคงจะโกรธจนบ้าตายแน่ ๆถึงแม้เจ้านั่นจะตายไปแล้วก็เถอะ” ความโลภหัวเราะออกมาด้วยสีหน้าสะใจในขณะที่ฟางเฉินกำลังตั้งใจฝึกฝนอยู่นั้น ภายนอก ตอนนี้หนึ่งในเมืองของอานาจักรที่ฟางเฉินอยู่ได้ถูกพวกอสูรทำลายไปแล้ว แต่ที่น่าแปลกเมื่อพวกอสูรเหล่าน้ำลายเมืองไปแล้วพวกมันกลับไม่ได้บุกต่อพวกมันเลือกที่จะถอยกลับไปในป่าพงไพรและไม่นานเรื่องนี้ก็ทำให้ขุมอำนาจทั้งหมดตื่นตัวทั้งสามสำนักและ 4 ราชวงศ์ต่างก็ส่งผู้เชี่ยวชาญออกไปสำรวจดูเมืองที่ถูกำลายทันทีไม่นานพวกเขาก็รู้ว่าช่วงนี้สัตว์อสูรเหมือนกำลังต้องการที่จะเพิ่มความมแข็งแกร่งของตัวเองและพวกมันได้ไม่ได้ล่ากันเองแต่เลือกที่จะล่ามนุษย์แทนซึ่งนี่หมายความว่ามีอสูรที่แข็งแกร่งคอยบงการอสูรระดับ 1-4 อยู่ย่างลับๆขุมอำนาจทั้งหมดกลัวว่าจำนวนของอสูรจะมากขึ้นเกินไปพวกเขาเลยมอบภารกิจให้กับเหล่าศิษย์เพื่อให้ออกล่าอสูรทันทีทางด้านฟางเฉิน ตอนนี้ฟางเฉินได้เดินนำพวกศิษย์สายในและศิษย์หลักไปแล้ว เมื่อ 1 เดือนผ่านไปฟางเฉินก็เดินผ่านหวังเฟยโดยที่ไม่เหลียวมองอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย“ไอ้บัดซบนั้นมันทำได้อย่างไร” หวังเฟยกล่าวด้วยความโกรธแค้น“เป็นไปไม่ได้เจ้านั่นมันเดินนำหน้าศิษย์พี่หวังเฟยแล้ว” ศิษย์สายในคนหนึ่งกล่าว“ถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูผู้อาวุโสแล้วละก็ชื่อเสียงของฟางเฉินจะต้องโด่งดังไปทั่วสำนักแน่แล้วอีกฝ่ายทางสำนักอาจจะให้ความสำคัญกับฟางเฉินมากขึ้นก็ได้” ศิษย์หลักอีกคนกล่าวหวังเฟยอยากจะซัดฝ่ามือออกไปโจมตีฟางเฉินซะตอนนี้แต่ว่าถ้าถูกผู้อาวุโสรู้เข้าบทลงโทษมันก็ไม่คุ้มที่จะทำและเรื่องนี้ปู่ของตนเองก็ไม่สามารถยื่นมือช่วยได้เช่นกัน“คอยก่อนเถอะเมื่อเจ้าออกจากสำนักเมื่อไหร่ข้าจะสังหารเจ้าให้ได้” หวังเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงเครียดแค้นฟางเฉินไม่ได้รับรู้สายตาอาฆาตของอีกฝ่ายเลยเพราะฟางเฉินใช้สมาธิทั้งหมดไปกับลวดลายอักษรโบราณบนผิวน้ำ“ตูม!!!!!!!!!!”ในตอนนั้นเองฟางเฉินเดินไปถึงระดับ 30 เมตรระดับการบ่มเพาะของฟางเฉินก็เพิ่มขึ้นมาในทันที“ขั้นที่ 8 ในที่สุดข้าก็ใกล้ถึงระดับนักรบไปอีกก้าว แต่นั่นมันยังไม่พอการที่จะแก้แค้นให้ท่านปู่แล้วช่วยอี้เอ๋อได้ข้าจำเป็นต้องแข็งแกร่งกว่านี้” ฟางเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาและก้าวต่อไป“เจ้าทำได้ยังไง” เมื่อเห็นว่าฟางเฉินเดินมาถึงระดับนางเย่เซียนก็ไม่สามารถที่จะสงบได้อีกต่อไปแต่ทันใดนั้นนางก็ต้องตกตะลึงเพราะตอนนี้ดวงตาของฟางเฉินกลายเป็นส่องสว่าง ซึ่งมันทั้งงดงามและน่าหลงใหล“ดวงตาของเจ้า!!!!!!” เย่เซียนกล่าว“อ้อมันคือทักษะของข้าหนะ” ฟางเฉินกล่าวแต่จริง ๆแล้วทักษะเนตรสวรรค์เร้นไม่ได้ทำให้ดวงตาเปลี่ยนสีแต่ที่มันเปลี่ยนเป็นสีทองเพราะว่าพลังของจิตวิญญาณดวงตา“อย่าบอกนะว่าทักษะนั้นทำให้เจ้าเห็นความลับบนทะเลสาบจู่หลง” เย่เซียนเข้ามาใกล้ฟางเฉินและยื่นหน้ามาจ้องดวงตาของฟางเฉิน“เดี๋ยวก่อนศิษย์พี่ ใจเย็นๆก่อนคนอื่นกำลังมองอยู่นะ” ฟางเฉินหน้าแดงเล็กน้อยแล้วกล่าวขึ้นเมื่อได้ยินคำกล่าวของฟางเฉินเย่เซียนก็ได้สติและหันไปมองข้างหลังซึ่งตอนนี้พวกศิษย์คนอื่น ๆกำลังมองมายังพวกเขาโดยเฉพาะหวังเฟยจ้องมองมาที่ฟางเฉินราวกับจะเลือดกินเนื้อใบหน้าของเย่เซียนแดงฉานและร้อนผ่าวทันที นางรีบผละตัวออกมาจากฟางเฉินและหันหน้าไปทางอื่นและแกล้งทำเป็นบ่มเพาะต่อ ฟางเฉินส่ายหัวและเดินต่อไป คราวนี้ร่างเงาของชายชราไม่ได้ขัดขวางฟางเฉินอีกเพราะต่อให้ขัดขวางก็ไม่มีทางทำอะไรฟางเฉินได้กลับกันมันกลับเป็นผลดีต่อฟางเฉินมากกว่า“มันคงเป็นโชคชะตาสินะ” ชายชรากล่าวพร้อมกับถอนหายใจสำหรับสถานที่แห่งนี้ชายชราไม่เพียงสร้างทะเลสาบที่ช่วยให้การบ่มเพาะรวดเร็วขึ้นเท่านั้นแต่มันยังมีรางให้แก่ผู้ที่มาถึงใจกลางของทะเลสาบได้อีกด้วยแต่ว่าตั้งแต่ก่อตั้งสำนักมามีเพียงคนเดียวที่มาถึงใจกลางทะเลสาบและได้รับรางวัลนั้นไปแต่ในตอนนี้ฟางเฉินกลับเดินไปข้างหน้าเรื่อย ๆราวกับกำลังเดินเล่นซะอย่างงั้น“40 เมตร 50 เมตร 100 เมตร บ้าน่าเจ้าเด็กนั่นมันเดินไปถึง 500 เมตรแล้ว!!!!!!!!” ศิษย์หลักกล่าวออกมาด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ“ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่” ศิษย์หลักคนหนึ่งกล่าว“ตูม!!!!!!!” สหายที่อยู่ข้างๆไม่รอช้ารีบตบฝ่ามืออกไปทำให้ชายหนุ่มคนนั้นแสบร้อนที่ใบหน้าทันที“เป็นไงคิดว่าฝันอยู่หรือไม่” สหายคนนั้นกล่าว“ความฝันก็บ้าแล้ว แต่ นี่มันเป็นไปได้ด้วยเหรอ” ศิษย์หลักกล่าวและในตอนนั้นเองคลื่นบนน้ำทะเลก็เริ่มไม่สงบอีกต่อไป ทะเลสาบเริ่มสั่นใหวอย่างรุนแรงจนทำให้พวกศิษย์คนอื่นตกลงไปในทะเลสาบแล้วถูกส่งกลับขึ้นฝั่งทันที