ตอนที่ 1: หงส์เพลิงหวนคืน
ความเยียบเย็นเสียดแทงลึกถึงแก่นิญญา ร่างกายที่เคยบอบบางดุจบุปผาต้องลมกลับหนักอึ้งราวกับถูกพันธนาการด้วยศิลาถ่วงนับพันชั่ง ดิ่งลึกลงสู่ความมืดมิดอันเป็นิรันดร์ของสระบัวอันเย็นเฉียบ ปอดที่กรีดร้องโหยหาอากาศบริสุทธิ์กลับถูกมวลน้ำอันไร้ปรานีทะลวงเข้าอย่างอำมหิต ความรู้สึกของการจมน้ำคือความทรมานที่ไร้เสียงกรีดร้อง เป็การต่อสู้ที่เงียบงันและสิ้นหวัง
ในห้วงสำนึกสุดท้ายที่ริบหรี่ดั่งแสงหิ่งห้อยในคืนเดือนดับ ‘หลิวอวิ๋นเหยา’ คุณหนูรองผู้อาภัพแห่งจวนแม่ทัพตระกูลหลิว ได้ยินเสียงของผู้เป็พี่สาวต่างมารดา ‘หลิวอวิ๋นหลัน’ ลอยละล่องลงมาจากเบื้องบน เสียงนั้นหวานล้ำดุจน้ำผึ้งแต่กลับเคลือบไว้ด้วยยาพิษแห่งความเกลียดชังและเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง
“น้องหญิงรอง ชาติหน้าหากมีจริง ก็จงอย่าได้เกิดมาขวางทางผู้ใดอีกเลย จมดิ่งสู่ปรโลกภูมิไปเสียเถอะ เศษสวะเช่นเ้า”
สิ้นคำประกาศิตอำลา สติสัมปชัญญะสุดท้ายของหลิวอวิ๋นเหยาก็แตกสลาย ดับวูบลงในความเยือกเย็นอันไร้ที่สิ้นสุด
ทว่า ในความมืดมิดที่แม้แต่พญามัจจุราชยังมิอาจย่างกราย จิติญญาสูงส่งที่เคยเหยียบย่ำเก้า์และบัญชาแดนอสูร พลันลืมตาตื่นขึ้น!
ความเ็ปจากการขาดอากาศ? ความทุกข์ทรมานแห่งความตายที่กำลังคืบคลาน?
ภายในห้วงจิตอันกว้างใหญ่ไพศาล เสียงหัวเราะหยันอันเยียบเย็นดังขึ้นอย่างแ่เบา แต่กลับก้องสะท้านไปทั่วห้วงสำนึก
น่าขันสิ้นดี! ความตายเช่นนี้...อ่อนหัดเกินไปแล้ว
เศษเสี้ยวความทรงจำอันน่าสมเพชของเด็กสาวนาม หลิวอวิ๋นเหยา ไหลบ่าเข้ามาดุจกระแสน้ำเชี่ยวที่แตกทะลักจากเขื่อน ชีวิตที่เปรียบดังธุลีดินที่ไร้คนเหลียวแล ถูกพี่น้องร่วมตระกูลรังแกสารพัด ถูกบ่าวไพร่ดูแคลนเสียดยาสาดน้ำชาใส่ ถูกคู่หมั้นหมายผู้สูงศักดิ์ทอดทิ้งอย่างไร้เยื่อใยราวกับเป็เศษขยะ และสุดท้าย ถูกผลักไสสู่ความตายอันน่าอนาถด้วยน้ำมือของพี่สาวร่วมสายเื
ในฐานะของจักรพรรดินีมาร ‘เย่หลินซี’ ผู้ซึ่งนามก้องสะท้านไปทั่วสามภพ นางเพียงโบกสะบัดมโนสำนึก ปัดเป่าความทรงจำอันอ่อนแอเ่าั้ทิ้งราวกับปัดฝุ่นละอองที่ไม่คู่ควรแก่การจดจำ
ร่างกายนี้อ่อนแอเกินทน...ตระกูลโสมม...โลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยมดปลวก...
เย่หลินซีครุ่นคิดในใจอย่างเ็าขณะสำรวจกายหยาบใหม่ที่ิญญาของนางจำต้องมาสถิตอยู่ชั่วคราว
...แต่ก็ยังพอใช้เป็ที่พักพิงเพื่อเล่นละครฉากเล็กๆ ได้
พลัน!
ร่างที่ควรจะไร้ิญญาและจมแน่นิ่งอยู่ก้นสระ กลับผุดทะลวงขึ้นเหนือผิวน้ำอย่างเงียบเชียบ! ไร้ซึ่งเสียงสาดกระเซ็น มีเพียงระลอกคลื่นวงเล็กที่แผ่ออกไปอย่างเชื่องช้า บุปผาในสระบัวยังคงลอยนิ่งไม่ไหวติง
หลิวอวิ๋นหลันและบ่าวไพร่รับใช้สองนางที่กำลังจะหมุนกายจากไปด้วยรอยยิ้มแห่งผู้ชนะ พลันชะงักงันราวกับถูกแช่แข็ง พวกนางหันขวับกลับมาพร้อมกันด้วยสีหน้าตื่นตระหนกพรั่นพรึงจนซีดขาว ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เส้นขนทั่วร่างลุกชัน สันหลังเย็นวาบราวกับถูกน้ำแข็งแห่งปรโลกภูมิเสียดแทง
ร่างบอบบางในอาภรณ์สีฟ้าอ่อนที่เปียกชุ่มของหลิวอวิ๋นเหยายืนนิ่งสงบอยู่กลางสระบัว หยาดน้ำเกาะพราวบนแพขนตางอนยาวราวกับหยาดน้ำค้างยามเช้า แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดจนทำให้หัวใจของพวกนางแทบจะหยุดเต้นคือดวงตาคู่นั้น
ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและขลาดเขลาอยู่เสมอ บัดนี้กลับนิ่งสงบดุจบ่อน้ำลึกไร้ก้นบึ้ง เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกเหนือที่สะสมความหนาวเหน็บมานับหมื่นปี มันคือแววตาของผู้ล่าที่กำลังประเมินจุดตายของเหยื่ออย่างใจเย็น!
“ภู...ภูตผีปีศาจ” บ่าวรับใช้คนหนึ่งร้องเสียงหลง ใบหน้าปราศจากสีเื สองขาอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
สตรีในนามหลิวอวิ๋นเหยาก้าวเท้าขึ้นจากสระบัวอย่างเชื่องช้า ท่วงท่างดงามราวเทพธิดาแห่งสายน้ำที่กำลังเยื้องย่างขึ้นสู่ฝั่ง ทว่าทุกย่างก้าวกลับแฝงไว้ด้วยอำนาจบารมีอันน่าเกรงขามของพญาหงส์เพลิง
“เ้า...เ้ามันตัวประหลาดอันใดกัน” หลิวอวิ๋นหลันตวาดลั่น พยายามใช้เสียงดังข่มความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินอยู่ในหัวใจ นางถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“เหตุใด...เหตุใดเ้าจึงยังไม่ตาย”
เย่หลินซีไม่แม้แต่จะชายตามองนาง นางเพียงเดินตรงเข้ามาอย่างเนิบนาบ แต่ชั่วพริบตาเดียว ระยะห่างระหว่างทั้งสองก็หมดสิ้นลง!
เพี้ยะ!
เสียงฝ่ามือแกร่งกร้าวกระทบใบหน้าเนียนละเอียดของหลิวอวิ๋นหลันดังสะท้านไปทั่วบริเวณ! แรงตบนั้นมิได้รุนแรงจนสุดกำลัง แต่กลับหนักหน่วงและเฉียบขาด หลิวอวิ๋นหลันถูกตบจนหน้าหัน ร่างกายหมุนคว้างเสียหลัก ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้นอย่างน่าสมเพช ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนไม่อาจเปล่งเสียงใดๆ ออกมาได้
“กรี๊ดดด! นังสารเลว! เ้ากล้า...เ้ากล้าลงมือกับข้า!” หลิวอวิ๋นหลันกรีดร้องออกมาในที่สุดเมื่อความเ็ปแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า ความเ็ปนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความอัปยศอดสูที่ได้รับต่อหน้าบ่าวไพร่
“บังอาจ! ปกป้องคุณหนูใหญ่!” บ่าวคนสนิทของหลิวอวิ๋nหลันตั้งสติได้ นางพุ่งทะยานเข้ามาหมายจะจับตัวผู้ที่บังอาจทำร้ายนายของตน แต่ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อปลายเท้าเรียวเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้กระโปรงเปียกชุ่มของเย่หลินซียกขึ้นถีบเข้าที่จุดตันเถียนอย่างแม่นยำและรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ร่างของนางกระเด็นไปนอนจุก สิ้นสภาพการต่อสู้ในพริบตา
บ่าวอีกนางเห็นท่าไม่ดีก็ถึงกับตัวสั่นงันงก ไม่กล้าขยับเข้ามาแม้อีกครึ่งก้าว
เย่หลินซีทอดสายตาเ็าไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ลงมองหลิวอวิ๋นหลันที่กำลังกุมใบหน้าที่เริ่มแดงก่ำบวมเป่งของตนเองด้วยความแค้นเคือง จากนั้นจึงค่อยๆ ยกฝ่ามือข้างที่ใช้ตบขึ้นมาพิจารณาช้าๆ ในระดับสายตาของตน นางขมวดคิ้วเล็กน้อยคล้ายกับกำลังมองสิ่งปฏิกูลที่น่ารังเกียจ
นางปัดมือเบาๆ สองสามครั้งในอากาศราวกับ้าสลัดความสกปรกทิ้งไป แล้วจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก
“มือข้า...ต้องมลทินเสียแล้ว”
คำพูดนั้นเรียบง่าย หากแต่ทิ่มแทงทะลุหัวใจยิ่งกว่าคมดาบเล่มใด มันคือการประกาศอย่างชัดเจนว่าแม้แต่การััตัวหลิวอวิ๋nหลัน ก็ยังเป็เื่ที่น่ารังเกียจสำหรับนาง การเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคุณหนูใหญ่ผู้สูงส่งจนจมธรณี
“เ้า! นังคนชั้นต่ำ นังแพศยา เ้า…เ้ากล้าตบข้า” หลิวอวิ๋นหลันเค้นเสียงด่าทอออกมาจากไรฟัน ดวงตาแดงก่ำราวกับจะลุกเป็ไฟ
เย่หลินซียิ้มมุมปากเป็ครั้งแรก รอยยิ้มนั้นงดงามจนสามารถล่มแคว้นล่มเมืองได้ ทว่ามันกลับไม่ส่งไปถึงดวงตา แฝงไว้ด้วยไอสังหารเยียบเย็นจนบรรยากาศรอบกายพลันหนาวเหน็บลงหลายส่วน
“ตบเ้า?” นางเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาฉายแววดูแคลนอย่างเปิดเผย
“พี่หญิงใหญ่...ท่านเข้าใจผิดไปแล้วกระมัง” นางเว้นจังหวะให้ความหวาดระแวงและความไม่เข้าใจกัดกินหัวใจของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายล้างทุกเศษเสี้ยวแห่งความหยิ่งทะนงของหลิวอวิ๋nหลันจนหมดสิ้น
“ข้าเพียง...ปัดฝุ่นที่เกาะบนอาภรณ์ของท่านเท่านั้น”
สิ้นคำพูดนั้น นางก็หมุนกายจากไปอย่างไม่ไยดีแม้แต่น้อย แผ่นหลังตั้งตรงสง่างามดุจหงส์เหนือั ทิ้งให้หลิวอวิ๋นหลันนอนตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธแค้นและอัปยศอดสูอยู่เื้ั เสียงกรีดร้องด่าทอไล่หลังมาดุจเสียงเห่าหอนของสุนัขขี้แพ้ที่ไม่สลักสำคัญ
ขณะที่ก้าวเดินผ่านสวนหินอันงดงามที่ประดับประดาอย่างวิจิตร เย่หลินซีประกาศกร้าวกับตนเองในใจ
หลิวอวิ๋นเหยาคนเก่า...ได้ตายไปในสระบัวนั่นแล้ว
ส่วนข้า เย่หลินซี...นับจากนี้ไป หนี้เืหนี้แค้นที่พวกเ้าเหล่ามดปลวกเคยสร้างไว้...
นางหยุดฝีเท้าลงชั่วครู่ แหงนหน้ามองท้องฟ้าสีครามอันกว้างใหญ่
ข้าจะทวงคืนกลับมาทั้งหมด พร้อมดอกเบี้ย เป็ร้อยเท่าพันทวี!