สาวบ้านไร่กับมารร้ายจอมป่วน (锦绣农家女)

    ตอนที่ 39 แยกจาก

            เป็นเวลาหลายวันแล้วที่เฉียวซีถูกบรรดาป้าบรรดาอาลากขึ้นไปบนภูเขาตั้งแต่เช้ายันเย็น แม้แต่ข้าวก็ยังต้องกินที่บ้านคนอื่นวันเวลาผ่านไปเช่นนี้ทุกวันๆ แต่ทว่าก็มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือตอนนี้ชาวบ้านมีมิตรไมตรีกับสามพี่น้องตระกูลเฉียวมากขึ้นแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่แม้จะเห็นก็ทำเป็นไม่เห็น แม้จะทักทายก็ไม่มีผู้ใดสนใจ

             

            เวลาสิบวันได้ผ่านไปเช่นนี้เข้าใกล้วันที่เฉียวซงจะต้องจากบ้านไปทุกวันๆหากจำเป็นต้องไปยังเมืองใหญ่ระดับอำเภอต้องเดินทางเกินครึ่งวันนางต้องการซื้อของกลับมาบ้านก่อนที่พี่ชายคนโตของนางจะจากบ้านไปพอพี่ใหญ่จากไปก็ไปนานแสนนาน

             

            “พี่ใหญ่ เหลือเวลาอีก 3วันท่านก็ต้องไปเรียนแล้วข้าอยากอาศัยโอกาสในช่วงก่อนที่ท่านจะจากไปเติมเสบียงอาหารสักหน่อย”วันนี้เป็นวันพักผ่อนซึ่งยากจะหามาได้ครอบครัวของเฉียวซีนั่งพูดคุยกันอยู่ในห้องโถงใหญ่ของบ้าน

             

            “ข้าก็อยากจะพูดเรื่องนี้กับเจ้าพอดีข้าจะไปนานหลายวัน กลัวว่าเสบียงอาหารจะไม่เพียงพอ”ตอนนี้น้องรองมีสถานที่เอาไว้สำหรับเก็บซ่อนสิ่งของ ซื้อมาเยอะสักหน่อยแล้วให้นางเก็บเอาไว้ หากใกล้จะหมดจึงนำออกมาทีละเล็กทีละน้อยหากเป็นเช่นนี้ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าพวกเขาจะต้องลำบากอยู่ที่บ้าน

             

            “ข้าอยากให้เราไปด้วยกันข้ายังอยากซื้อลูกเจี๊ยบสักหน่อย ไว้มันโตแล้วจะได้ออกไข่แถมยังเอาไว้ฆ่ากินได้ด้วย” ตอนนี้ที่ดินใหญ่พอสมควรแล้วเลี้ยงสัตว์สักหน่อยก็ไม่เลว

             

            “ถ้าเจ้าอยากเลี้ยงก็เลี้ยงเสียเถิด”ตอนนี้ครอบครัวเริ่มอยู่ดีกินดีขึ้นมาแล้ว เลี้ยงไก่ไว้จะได้มีไข่

             

            วันนี้มีตลาดนัดพอดี มีผู้คนไปๆ มาๆมากกว่าช่วงเวลาปกติหลายเท่าตัว ชาวบ้านหลายคนแบกของไว้บนไหล่ บ้างก็ถือไว้ในมือไม่มีผู้ใดมือว่างเลย

             

            ดูเหมือนว่านี่จะเป็นวันที่ต้องไปตลาดเสียแล้วพวกเขาควรนำของในบ้านไปขายแลกเงิน แล้วซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันกลับมา

             

            สิ่งที่ชาวไร่ชาวนาธรรมดาๆผลิตได้โดยทั่วไปจะมีมูลค่าไม่มากนักแต่หากแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันได้ก็เพียงพอแล้ว

             

            ผู้ที่สามารถนำสิ่งของมาขายแลกเงินได้เช่นนี้ถ้าไม่มีที่ดินไว้เพาะปลูกสักสองสามหมู่ ก็ต้องเป็นคนที่มานะบากบั่นพอสมควรเพราะผลิตผลต้องมีจำนวนมากจึงจะนำมาขายแลกเงินได้หากเป็นคนขี้เกียจและที่บ้านพอมีพอกินอยู่แล้ว ก็มักจะอยู่ไปวันๆ

             

            “พี่ใหญ่ วันนี้เป็นวันที่มีตลาดนัดต้องมีคนมาขายลูกเจี๊ยบเป็นแน่ พวกเราลองไปหาดูสักหน่อยเถอะ”ตอนนี้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว เหมาะที่สุดสำหรับการฟักลูกเจี๊ยบออกมาจากไข่บางคนก็นำไปขายที่ตลาดในเมือง ขอแค่มองหาสักหน่อยก็สามารถซื้อได้แล้วหากหาซื้อไม่ได้ในเมือง ก็ไปถามที่หมู่บ้านตอนนี้ความสัมพันธ์กับคนในหมู่บ้านดีขึ้นแล้ว พวกเขาย่อมเต็มใจช่วยเหลือนางแน่นอน

             

             

            “ได้สิ เช่นนั้นพวกเขาไปหาดูสักหน่อยเถอะ”

             

            สามพี่น้องหากันหนึ่งรอบแล้วพวกเขาก็หาเจอที่มุมมุมหนึ่ง “พี่ใหญ่ข้าเจอแล้ว ตรงนั้นขายลูกเจี๊ยบพวกเรารีบไปดูเถอะ”

             

            “เจ้าใจเย็นๆ หน่อยแค่ลูกเจี๊ยบเท่านั้นไม่จำเป็นต้องวิ่งหรอก” มองน้องสาวที่วิ่งออกไปเฉียวซงยิ้มพลางส่ายหน้าไปมา แล้วจูงมือน้องชายคนเล็กเดินตามไป

             

            เฉียวซีมาถึงแผง มองซ้ายทีขวาทีสำหรับการเลือกลูกเจี๊ยบนางถือเป็นคนนอกวงการ ไม่รู้ว่าต้องดูอย่างไรสิ่งที่นางพอจะรู้ได้คือพวกมันป่วยหรือไม่

             

            เมื่อเห็นพวกพี่ใหญ่มาถึงแล้วนางจึงดึงแขนเสื้อของพี่ใหญ่“พี่ใหญ่ ท่านเลือกลูกเจี๊ยบเป็นไหม ทางที่ดีให้เลือกตัวเมียกลับไปเลี้ยง”

             

            “...ข้าก็เลือกไม่เป็นหรือว่าเราจะรอดูคนอื่นเลือดก่อนดีเล่า” เฉียวซงตอบคำถามของเฉียวซีไม่ได้เขาไม่เคยเลือกลูกเจี๊ยบมาก่อนเลย ขณะที่พูดอยู่นั้น เขาก็ดึงน้องสาวและน้องชายออกไปข้างๆ

             

            ตลาดนัดก็เป็นเช่นนี้ คนแน่นเป็นอย่างมากเมื่อมีจุดไหนว่างขึ้นมาก็จะถูกคนเข้าไปแทนที่อย่างรวดเร็ว

             

            ดังนั้นเมื่อพวกเขาขยับออกไปด้านข้างก็มีคนมายืนหน้าแผงทันที

             

            “ท่านพี่สะใภ้ใหญ่ ลูกเจี๊ยบของท่านตัวนี้ดูมีชีวิตชีวาเสียจริงไม่รู้ว่าขายอย่างไร” หญิงวัยกลางคนแต่งตัวธรรมดาๆ ผมของนางถูกหวีอย่างเรียบร้อยเสื้อผ้าของนางก็สะอาดมาก มองแวบแรกนางก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นคนเรียบร้อย

             

            “แน่นอนลูกเจี๊ยบเหล่านี้ได้รับการดูแลมาอย่างดี ราคาไม่แพงแค่ตัวละ 2 อีแปะเจ้าสามารถไปถามที่อื่นดูได้ ทุกที่ต่างให้ราคานี้กันทั้งนั้น”

             

            “หนึ่งตัว 2 อีแปะไม่แพงหรือ ไข่ไก่ฟองละ1 อีแปะเองนี่ ไข่ไก่ 1 ฟองเท่ากับลูกเจี๊ยบ 1 ตัว มิใช่หรือ”หญิงวัยกลางคนผู้นี้กำลังพูดว่าแพง แต่แววตาของนางไม่เปลี่ยนไปสักนิดสายตาของนางยังคงจับจ้องไปที่ลูกเจี๊ยบเหล่านั้น

             

            “ท่านอาสะใภ้คำพูดของท่านช่างน่าสนใจยิ่งนักแต่การฟักไข่ให้กลายเป็นลูกเจี๊ยบนั้นไม่สามารถทำได้ในหนึ่งวันหรือสองวันและไม่ใช่ว่าไข่ทุกฟองจะฟักออกมาเป็นลูกเจี๊ยบได้ ดังนั้นหากคิดเช่นนี้ก็ถือว่าไม่แพงเลยหากท่านไม่เชื่อ ท่านก็ลองกลับไปฟักเองก็ได้หากฟักเป็นลูกเจี๊ยบได้เกินครึ่งก็ถือว่าไม่เลวทีเดียว” เมื่อคำพูดนี้กล่าวออกไปหญิงผู้นั้นก็หยุดพูดทันที ดูเหมือนนางก็น่าจะเห็นด้วยกับคำพูดเหล่านี้

             

            “เช่นนั้นก็ตกลงตามนั้น ข้าเอา 10 ตัวแต่ข้าขอเลือกเอง”

             

            “ไม่มีปัญหา ท่านเลือกได้ตามสบายลูกเจี๊ยบของข้าเหล่านี้ดีหมดทุกตัว”

             

            พี่น้องตระกูลเฉียวทั้งสามคนรู้สึกทึ่งกับการเลือกลูกเจี๊ยบของหญิงผู้นั้นว้าว แค่ซื้อลูกเจี๊ยบ ยังมีกระบวนการเช่นนี้อีกหรือ น่านับถือเป็นที่สุด

             

            “พวกเราก็ไปเลือกดูบ้างไหม…”

             

            “อืม พวกเราก็จะเลือกตัวที่มีชีวิตชีวาแล้วก็ต้องเลือกตัวใหญ่ๆ…” หลังจากที่ดูมาสักพัก นางก็ได้รู้อะไรมากขึ้นแล้ว

             

            สามพี่น้องเลือกลูกเจี๊ยบกันครู่หนึ่งจนสุดท้ายพวกเขาก็ซื้อลูกเจี๊ยบมาแล้ว10 ตัว

             

            หลังจากซื้อลูกเจี๊ยบเสร็จพวกเขาก็ไปที่ร้านขายธัญพืชและแป้ง ซื้อข้าวและแป้งสาลีจำนวนมากเมื่อผ่านร้านขายของชำ เฉียวซีบอกให้พี่ใหญ่และน้องสามรออยู่ข้างนอกครู่หนึ่งนางจะเข้าไปสักหน่อย ประเดี๋ยวก็จะออกมา

             

            หลังจากเข้าร้านขายของชำนางซื้อเมล็ดพันธุ์พืชจำนวนหนึ่ง มีเมล็ดขึ้นฉ่ายและถั่วฝักยาว นอกจากนี้นางยังเจอเมล็ดแตงโมมะเขือเทศและพริกอีกด้วย นางจึงให้เถ้าแก่ห่อให้นางมากสักหน่อยหลังจากซื้อของเหล่านี้เสร็จแล้ว พวกนางจึงมุ่งตรงกลับบ้าน

             

            เวลาสามวันผ่านไปในพริบตาเฉียวซีเตรียมของมากมายให้กับเฉียวซง ตั้งแต่เสื้อผ้ายันของกินสิ่งของที่จำเป็นมีครบครันเรียบร้อย

             

            “พี่ใหญ่ เงินเหล่านี้ท่านนำไปด้วยเถอะไม่แน่ว่าอาจจำเป็นต้องใช้” เฉียวซีนำเงิน 20ตำลึงเงินที่เตรียมไว้วางลงบนมือของเฉียวซงการไปเรียนในเมืองระดับอำเภอคงเลี่ยงการจัดเลี้ยงอาหารกับเพื่อนร่วมสำนักศึกษาไม่ได้ถึงเวลานั้นจะได้ไม่อายที่ไม่มีอะไรให้หยิบออกมาจากกระเป๋าเลยนี่ถือเป็นวิธีการสานสัมพันธ์ตามปกติ

             

            เฉียวซงเปิดห่อผ้าออกและเห็นว่าในนั้นเป็นถึง20 ตำลึง เขาจะกล้ารับมันไว้ได้อย่างไร เงิน 10ตำลึงสำหรับนำไปเรียนหนังสือในเมืองนั้นน้องรองได้ให้เอาไว้แล้วตอนนี้ให้เขาเอาไปอีก 20 ตำลึง ที่บ้านจะมีเงินเหลือหรือ “น้องรอง เยอะเกินไปแล้วข้าไม่ได้ใช้เงินเยอะถึงเพียงนี้ หากเจ้าให้เงินเหล่านี้กับข้าทั้งหมดเจ้ากับน้องสามจะใช้อะไร”

             

            “พี่ใหญ่ ในมือข้ายังมีเงินเหลืออยู่ท่านนำไปด้วยเถอะ ข้าไม่ปล่อยให้ตัวเองเงินขาดมือหรอก” ให้พี่ใหญ่ไป 20 ตำลึงนางยังมีเหลืออีก 340 ตำลึง ซึ่งเงินจำนวนสามร้อยกว่าตำลึงนี้พี่ชายใหญ่ของนางไม่รู้เรื่องครึ่งหนึ่งมาจากการขายยา อีกครึ่งได้มาจากผู้อื่นทั้งสองเรื่องนี้ไม่อาจเอ่ยออกไปได้ เก็บไว้ในใจก็พอ

             

            “เช่นนั้น ข้าเอาไป 10 ตำลึงเก็บไว้ที่บ้านอีก 10 ตำลึงก็แล้วกัน” เฉียวซงรู้ว่าน้องรองยังมีเงินเหลืออยู่บ้างแต่คงไม่มากสักเท่าไร หากเขาจะไม่เอาไปเลย น้องรองคงจะไม่สบายใจเป็นแน่ทำได้เพียงเลือกทางตรงกลาง เอาไปด้วยครึ่งหนึ่ง เก็บไว้ที่บ้านอีกครึ่งหนึ่ง

             

            “เช่นนั้นก็ได้ท่านอย่าเก็บเงินทั้งหมดไว้ที่เดียวกันเป็นอันขาด เช่นนั้นจะไม่ปลอดภัยซ่อนไว้หลายๆ ที่จะดีกว่า” เงิน 10ตำลึงหากเก็บไว้ที่เดียวกันแล้วถูกขโมยเข้าก็จะหมดไปในทันทีเก็บไว้คนละที่จะปลอดภัยกว่า หากถูกขโมยไปหนึ่งที่อย่างน้อยในมือก็จะยังมีเงินเหลืออยู่มิใช่หรือ

             

            “รู้แล้ว น้องรองหากเจ้ายังพูดต่อไปวันนี้พี่ใหญ่คงไม่กล้าออกจากบ้านแล้ว” เฉียวซงพูดติดตลก

             

            “ว้า… สายถึงเพียงนี้แล้วข้าไม่พูดอะไรแล้ว พี่ใหญ่ เดินทางดีๆ นะ รักษาตัวด้วย”

             

            “รู้แล้ว เจ้าไม่ต้องเอ่ยอำลาข้าหรอก”เฉียวซงกลัวว่าเขาจะไม่อยากจากไปแล้ว น้องสาวและน้องชายของเขายังเด็กถึงเพียงนี้แต่ด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้แม้แต่อาหารและเครื่องนุ่งห่มของน้องชายและน้องสาวยังคงเป็นปัญหาสำหรับเขาอยู่บ้านหลังนี้มีเพียงน้องรองที่พยุงเอาไว้ได้เวลานี้สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือต้องสอบให้ผ่านหากทำได้ที่ว่าการจะส่งธัญญาหารและเงินให้ทุกเดือน แม้จะไม่มากแต่อย่างน้อยก็รับประกันได้ว่าจะไม่ขาดแคลน

             

            เขาจะตั้งใจเรียนและสอบจอหงวน[1]กลับมาให้ได้จะได้เป็นที่พึ่งให้กับน้องรองและน้องสามได้

             

            การจากกันในครั้งนี้ก็เพื่ออนาคตที่งดงามทำได้แต่เพียงกดทุกความคิดถึง ทุกความอาลัยอาวรณ์ไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ

             

            เฉียวซงออกจากบ้านไปแล้ว หันไปรอบๆแล้วดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงในทันที ราวกับว่ามีน้ำตาคลออยู่ในนั้น

             

            เฉียวซีและเฉียวไป่ไม่เอ่ยคำอำลาพี่ชายใหญ่ของตนเลยแม้แต่คำเดียวรอกระทั่งมองไม่เห็นเงาของพี่ใหญ่แล้ว สองพี่น้องจึงร้องไห้ออกมาเงียบๆ

             

            “พี่รอง ข้าคิดถึงพี่ใหญ่แล้ว”เฉียวไป่สะอื้นไห้

             

            “อืม ข้าก็คิดถึง แต่พวกเราต้องเข้มแข็งให้พี่ใหญ่ไปเรียนหนังสือด้วยความสบายใจ ไม่ต้องคอยพะวงถึงเรื่องพวกเรา”เฉียวซีกอดน้องสามไว้พร้อมกล่าวให้เขาสบายใจ

             

            “พี่รองวันข้างหน้าข้าก็จะตั้งใจเรียนหนังสือ จะต้องสอบจอหงวนกลับมาให้ท่านให้ได้”เฉียวไป่จริงจัง

             

            “จ้ะ พี่รองจะรอนะ” จะสอบได้ตำแหน่งจอหงวนหรือไม่ไม่สำคัญสักนิดและการเรียนหนังสือก็ไม่ใช่ว่าเรียนเพื่อตัวนางแต่นางก็ไม่อยากพูดอะไรขัดคำพูดของเขา

             

            “ข้ารับปากแล้วจะทำให้ได้”

             

            “จ้ะ”

             

            แม้พี่ใหญ่จะจากบ้านไปแล้วแต่ชีวิตของพวกเขาก็ยังต้องดำเนินต่อไป

             

            วันต่อมาหลังจากที่เฉียวซงจากไปเฉียวซีจึงเตรียมตัวเริ่มงานเย็บปักถักร้อยในตอนแรกนางตั้งใจไว้เพียงว่าจะเย็บผ้าเช็ดหน้าและกระเป๋าใบเล็กๆกลุ่มเป้าหมายของนางคือบรรดาคนมีเงินในเมือง คนที่นี่ขอเพียงแค่เป็นผู้หญิงก็มักจะถือผ้าเช็ดหน้าไว้ในมือ ซึ่งคล้ายกับกระเป๋าที่ทุกคนในเทียนเฉาต้องถือติดตัวยามไปไหนมาไหนด้านหนึ่งมีไว้ใช้ อีกด้านหนึ่งก็เพื่อความสวยความงาม

             

            แต่หากต้องการสร้างรายได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายผู้หญิงที่นี่ต่างเย็บปักถักร้อยเป็น เวลาว่างก็มักจะปักผ้าเช็ดหน้ากระเป๋าและสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ สำหรับตัวเองอยู่แล้ว

             

            หากนางต้องการพึ่งพาการเย็บปักถักร้อยเพื่อสร้างรายได้นางต้องหาสิ่งที่แปลกใหม่และสะดุดตาจึงจะได้

             

            แต่จะทำอะไรกันแน่นางก็ยังไม่แน่ใจทำได้เพียงลองปักอะไรเล็กๆ น้อยๆ ขายดูก่อน

             

            เพียงแค่ลงมือทำก็พอนางหยิบผ้าที่ดีที่สุดที่ซื้อมาออกมาชิ้นหนึ่งหลังจากนั้นไม่นานนางก็ตัดเป็นสี่เหลี่ยมด้านเท่าขนาดเล็กตัดออกมาประมาณยี่สิบสามสิบชิ้นแล้วจึงหยุด

             

            หลังจากทำเสร็จ นางเริ่มถอดด้ายเส้นด้ายถูกดึงออกเป็นหลายๆ เส้น

             

            เฉียวไป่มองอยู่ข้างๆ เขาดูจนเวียนหัวไม่เข้าใจแม้แต่นิดเดียวว่าพี่รองกำลังทำอะไรอยู่ตอนที่แม่เย็บผ้าก็ไม่ได้ซับซ้อนเท่าที่พี่รองกำลังทำอยู่

             

            ไม่ดูแล้ว เขาไปหาหนอนให้ลูกเจี๊ยบดีกว่าน่าสนุกกว่าเยอะเลย

             

            “พี่รองข้าไปหาหนอนให้ลูกเจี๊ยบกินก่อนนะ”

             

            “จ้ะ ไปเถอะ”เฉียวซีตอบกลับโดยไม่หันมามองเลย

             

            เมื่อเฉียวไป่เห็นว่าพี่สาวของตนไม่เงยหน้าขึ้นมามองจึงบอกออกไปว่าเขากำลังจะไปที่ไหน เผื่อยามนางนึกขึ้นได้จะได้ไม่ต้องออกตามหา

     


    [1]  จอหงวน (状元) หมายถึงบัณฑิตที่ได้คะแนนสูงที่สุดจะได้รับตำแหน่งสูงในงานราชการ และได้รับเกียรติยศชื่อเสียงมากมายมหาศาล

    คล้ายกับเรื่องสาวบ้านไร่กับมารร้ายจอมป่วน (锦绣农家女) ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808