ชิงหลิงจ้องมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ เื่เพียงแค่นี้นางจะถูกจับถ่วงน้ำได้อย่างไร มันจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว
“ข้าไม่โง่เชื่อท่านหรอก” นางยังเถียงอย่างไม่ยอม
“เช่นนั้นเ้าก็ไปถามบิดามารดาของเ้าก็แล้วกัน ไม่เช่นนั้น เมื่อครู่ที่ข้าพูดว่ายังไม่หย่ากับเ้า เหตุใดบิดามารดาของเ้าจึงเงียบเล่า”
ชิงหลิงเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง เป็จริงอย่างที่เขาพูดหรือ บิดามารดาของนางไม่เอ่ยตอบโต้เลยสักคำ
นางทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นอย่างสิ้นเรี่ยวแรง สิ่งที่นางทำมาทั้งหมดเพื่อให้ได้ออกมาใช้ชีวิตสองคนแม่ลูก นับว่าสูญเปล่าอย่างงั้นหรือ
“ทำไม์ถึงได้โหดร้ายกับข้าเช่นนี้”
ชิงหลิงปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น ให้นางต้องมาอยู่ในร่างของสตรีอ้วน ที่มีลูกและสามีแล้ว ยังจะให้นางถูกรังเกียจทั้งทางวาจาและการกระทำจากสามี พอนางจะมีชีวิตที่ดีขึ้นกลับฉุดนางลงไปอยู่ในที่เดิม
จ้าวเยี่ยนเห็นมารดาร้องไห้เสียใจอย่างหนักเื่อะไรเข้าก็ไม่รู้ แต่เขาก็เดินเข้ามาลูบหลังมารดาและกอดไว้อย่างที่บิดาชอบปลอบเขาตอนเขาร้องไห้
ชิงหลิงที่ถูกจ้าวเยี่ยนกอดไว้นางก็ร้องไห้ออกมาอย่างเ็ปอีกครั้ง นางกอดจ้าวเยี่ยนแน่น จ้าวเจ๋อหยวนไม่รู้ตัวว่าเขาพูดสิ่งใดผิดไปนางถึงได้มีอาการเช่นนี้
“หยุดร้องได้แล้ว เ้าไม่อายอาเยี่ยนหรืออย่างไร”
“ไม่อาย ข้าไม่อายผู้ใดทั้งนั้น หากเ้าไม่มานอนที่เรือนข้าจะเกิดเื่เช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร” นางเอ่ยเสียงสะอื้นอย่างน่าสงสาร
“เ้าเงียบได้แล้ว ประเดี๋ยวข้ามา” จ้าวเจ๋อหยวนเดินออกจากเรือนไปอย่างเร่งรีบ ชิงหลิงนางก็ไม่ได้เอ่ยถามว่าเขาจะไปที่ใด
ชิงหลิงนางจัดการความรู้สึกของตนเองได้แล้ว ก็พาจ้าวเยี่ยนไปล้างหน้าล้างตา
“อาเยี่ยนเ้าเล่นอยู่ตรงนี้ได้หรือไม่”
“ข้ารับ”
“เด็กดี”
ชิงหลิงนางยังไม่ได้เก็บโซดาไฟที่ได้จากการต้มปูนขาวแล้วทิ้งไว้ให้ตกตะกอน จึงได้ให้บุตรชายเล่นอยู่ข้างๆ ส่วนนางเก็บเข้าไปไว้ในห้องเก็บของให้พ้นมือของบุตรชาย
“ท่านไม่กลับเข้าเมืองแล้วหรือ” ชิงหลิงเมื่อเดินออกมาจากห้องเก็บของแล้วพบจ้าวเจ๋อหยวนที่กลับเข้ามาก็เอ่ยถามอย่างแปลกใจ
“ข้าฝากท่านลุงหูไปบอกเถ้าแก่ที่เหลาอาหารแล้วว่าข้าจะอยู่จัดการเื่ที่หมู่บ้านสองวัน”
ยังดีที่เขาไปทันเกวียนวัวของลุงหูที่ขับส่งคนเข้าเมือง ไม่อย่างนั้นเขาต้องเสียเวลาเขาเมืองเพื่อไปลางานด้วยตนเอง
เพราะั้แ่ที่เขาทำงานมาสามปี จ้าวเจ๋อหยวนไม่เคยขอลาหยุดเลยสักครั้ง หากเขาจะหยุดบ้างก็คงไม่ถูกว่า
“ท่านมีเื่ใดที่ต้องจัดการ” ชิงหลิงเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
ต่อให้บอกชาวบ้านว่าทั้งคู่ยังไม่หย่ากัน ก็ไม่มีความจำเป็ที่เขาต้องอยู่จัดการเื่ใด
“เ้าจะกลับไปอยู่ที่เรือนเดิมหรือจะให้ข้ามาอยู่ที่เรือนของเ้า”
“ห๊า” ชิงหลิงร้องออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ
“หากข้ากลับเ้าแยกกันอยู่เช่นนี้ ชาวบ้านต้องสงสัยอีกเป็แน่”
ชิงหลิงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะจ้องมองจ้าวเจ๋อหยวนราวกับอยากจะเดินเข้าไปบีบคอเขา
“แล้วท่านจะพูดเื่นี้กับท่านพ่อท่านแม่ของข้าเช่นไร” อย่างน้อยนางก็ยังมีข้ออ้างเื่ของบิดามารดา หากทั้งสองไม่ยินยอมให้จ้าวเจ๋อหยวนมาอยู่กับนางหรือนางกลับไปอยู่กับเขา ก็คงทำให้เขายอมถอยได้
“ข้าจะไปพูดกับท่านทั้งสองเอง” จ้าวเจ๋อหยวนรู้ดีว่าเื่นี่เขาเป็คนผิด
เพราะเื่หย่าเขาก็ไม่ได้บอกกล่าวทั้งคู่ไว้เสียก่อน
“แล้วแต่ท่านเถิด”
จ้าวเจ๋อหยวนอุ้มอาเยี่ยนมาส่งให้นางก่อนที่เขาจะเดินออกจากเรือนไปที่บ้านของบิดามารดานาง
อู๋หลางได้ยินเสียงร้องเรียกอยู่ที่หน้าเรือนก็ออกมาเปิดประตูตามปกติ ในตอนแรกสองสามีภรรยาไม่มีอารมณ์ที่จะต้อนรับแขกในวันนี้ เพราะเื่ของบุตรสาว
“เ้ามาทำไม” อู๋หลางกัดฟันถามจ้าวเจ๋อหยวน
“ท่านพ่อตา ท่าน้าให้ข้าพูดตรงนี้จริงหรือขอรับ”
จ้าวเจ๋อหยวนหันไปมองชาวบ้านที่ชะเง้อคอมองมาทางพวกเขาอย่างสนใจ
“เข้ามา” อู๋หลางจำต้องยอมให้เขาเดินเข้ามาในเรือน
“ข้ามาขอขมาท่านพ่อตา ท่านแม่ยาย เื่..”
อู๋หลางไม่รอฟังเขาพูดจบก็ยกเท้าขึ้นถีบเจ๋อหยวนจนล้มไปกองกับพื้น จงเยว่ต้องรีบวิ่งมาดึงเขาไว้
จ้าวเจ๋อหยวนก็ไม่ร้องขอเมตตาจากเขาสักคำ นั่งลงคุกเข่าอยู่เช่นเดิม
“ท่านแม่ยาย ท่านปล่อยท่านพ่อตาเถิดขอรับ เื่หย่าเป็ข้าที่คิดไม่รอบคอบ แต่ขอเพียงท่านอย่าทุบตีที่ใบหน้าของข้านะขอรับ” จ้าวเจ๋อหยวนไม่อยากตอบคำถามผู้อื่นว่าเขาไปโดนอะไรมา
สิ้นคำของจ้าวเจ๋อหยวน อู๋หลางก็คว้าไม้ที่อยู่ใกล้มือทุบตีไปที่จ้าวเจ๋อหยวนเพื่อระบายอารมณ์อยู่หลายที
จงเยว่กลัวว่าจ้าวเจ๋อหยวนจะตายคามือของสามีตนเสียก่อนจึงได้ดึงรั้งเขาไว้อีกครั้ง
“หากมีครั้งหน้าที่เ้าทำให้หลิงเออร์ช้ำใจอีก ข้าจะจัดการเื่หย่าของนางเอง” อู๋หลางโยนไม้ทิ้งก่อนที่หันหลังกลับเข้าเรือน
“อาหยวน หลิงเออร์มิใช่สตรีที่ร้ายกาจ ทุกสิ่งที่นางทำลงไปก็เพราะรักเ้า หากวันใดที่เ้ามีคนที่พึงใจ ก็หย่าจากนางเสีย แต่อย่าได้ทำร้ายนางอีกเลย” จงเยว่ถอนหายใจก่อนจะเดินตามสามีเข้าเรือนไป
บุตรสาวของนางผิดในตอนแรกที่วางยาจ้าวเจ๋อหยวน แต่นางก็ได้รับผลมาถึงสามปีแล้ว นางไม่อยากให้บุตรสาวต้องช้ำใจอีก
จ้าวเจ๋อหยวนค่อยๆ พยุงตัวขึ้นยืนก่อนจะเดินอย่างช้า ๆ เพื่อกลับไปเก็บของที่เรือนของตนเพื่อย้ายของไปที่เรือนของชิงหลิง
ข้าวของในเรือนมีไม่มากนัก แต่ชิงหลิงนางก็นำไปแต่ของตนเองเท่านั้น จ้าวเจ๋อหยวนจึงต้องใช้เวลาเก็บของนานเสียหน่อย ส่วนของชิ้นใหญ่ๆ เขาค่อยยืมเกวียนพ่อตามาขนไป