หลังจากที่แสงเห็นภาพแต่ละคนในม้วนวิดีโอ แสงถึงกับสบถออกมา เขาถึงกับขาอ่อนแรงเซถอยหลังจนติดกำแพง แสงพยายามหยิบเอาบุหรี่ขึ้นมาสูบแต่มือของเขากลับสั่นจนทำให้บุหรี่ม้วนหนึ่งหล่นลงพื้น แสงพยายามดึงบุหรี่ออกมาอีกครั้งคราวนี้เขาดึงออกมาครึ่งม้วนก่อนใช้ปากคาบออกมาจากซองแล้วจุดบุหรี่ ทุกคนประหลาดใจกับสภาพของแสงพวกเขาคิดว่าคงมีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้น
" ไหวไหมเนี่ยลุง " ทไวซ์ถามขึ้นคนแรก เขารู้จักแสงดี ผู้ชายคนนี้มีไม่กี่อย่างที่ทำให้เขาเสียศูนย์ได้มากขนาดนั้น
" ... " แสงไม่ได้ตอบกลับในทันที เขาพยายามสูบบุหรี่เพื่อลดความวิตกกังวลของเขา
" ... " ทไวซ์หันกลับมามองที่จออีกครั้ง เขาหวังว่าจะรู้ว่าเขาพลาดอะไรไป เขาค่อยๆ ดูใบหน้าทีละคนอย่างละเอียด แม้ทไวซ์จะคุ้นๆ กับใบหน้าของบางคนไม่น้อย แต่เขาก็ยังจำไม่ได้ จนกระทั่งมีคนหนึ่งอยู่ตรงมุมจอที่เขาค่อนข้างมั่นใจว่าคนนั้นคือ ผู้บังคับการตำรวจ
" เวรเอ๊ย!! สา มีหนังสือพิมพ์เดือนสี่เก็บไว้บ้างไหม " ทันทีที่ทไวซ์รู้อะไรบางอย่าง ทไวซ์รีบถามสาอย่างตื่นตระหนก
" หนังสือพิมพ์เก่าน่าจะมีเก็บที่ห้องเก็บของนะ แต่ไม่รู้ว่ามีของเดือนสี่เหลือไหม " สาตอบแม้ว่าเธอจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์
" ช่วยหาให้ฉันที ไม่สิ พวกเราไปช่วยกันหาเลยดีกว่า " ทไวซ์ดูรีบร้อนอย่างมาก
" ไม่ต้องไปหาหรอก นายคิดถูกแล้ว " แสงพูดขึ้นหลังจากที่นิ่งเงียบไปสักพัก
" .... " ทไวซ์ถึงกับเซถอยหลังกลับไปนั่งที่เดิม สภาพไม่ได้ต่างจากแสงตอนแรก
" ตกลงทั้งสองคนรู้เื่อะไรกันแน่ " หมอกถาม เขาไม่เคยเห็นทั้งสองคนเป็แบบนี้
" คนในวิดีโอคือ กลุ่มรัฐปะา " แสงตอบ ทันทีที่สาได้ยินขาเธอก็อ่อนแรงจนทรุดตัวลงกับพื้นเหมือนกัน
" กลุ่มรัฐปะามันคืออะไร " หมอกเขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงแปลกกันไปหมด
" นายอาจไม่รู้เพราะ่เดือนสี่มีหลายอย่างเกิดขึ้น แถมนายกับลุงก็ต้องหนีจากเมืองปาง เลยทำให้นายไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น " ทไวซ์พูด
" ... "
" ประเทศของเรามีการปกครองแบบเสรีนิยม หรือประชาธิปไตย โดยมีการเลือกตั้งเพื่อที่คนในประเทศจะเลือกตัวแทนเข้าไปเป็รัฐบาล " ทไวซ์พูดต่อ
" นายจะมาสอนวิชาสังคมอะไรตอนนี้ทไวซ์ " หมอกพยายามตอบกลับ
" เปล่า ที่ทไวซ์จะพูดคือ โดยทั่วไปเราจะใช้การเลือกตั้งเพื่อเลือกรัฐบาล แต่ถ้านายไม่ได้รับเลือกแต่้าเป็รัฐบาลเองนายจะทำยังไงไอ้หนู " แสงถาม
" ก่อฏ " หมอกเข้าใจแล้วว่าคนที่เกี่ยวข้องกับคดีการตายของพ่อเขา คือคนที่อยู่ในกลุ่มที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศ ณ เวลานี้ หมอกรู้สึกเหมือนถูกค้อนทุบที่หัว เขาจะดึงคนที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศมารับโทษคดีของพ่อเขาได้แน่เหรอ กลุ่มคนที่มีอำนาจฉีกกฎหมายสูงสุดของประเทศทิ้งราวกับว่ามันไม่มีความหมาย
ทไวซ์แม้ว่าเขาเคยเป็สายข่าวให้ตำรวจหลายครั้ง เขาต้องแฝงตัวเข้าไปอยู่กับพวกมาเฟีย หรือพวกมีอำนาจที่มือเปื้อนเืมามาก แต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกว่ามันจะมีครั้งไหนที่อันตรายเท่าครั้งนี้ นี่ไม่ใช่มาเฟียหรือผู้มีอำนาจทั่วไป แต่นี่คือกลุ่มคนมือเปื้อนเืที่ในตอนนี้สามารถคุมประเทศนี้ได้สำเร็จแล้ว ถ้าเขายังทำเื่นี้ต่อไปไม่เพียงแค่พวกเขาจะตกอยู่ในอันตราย แม้แต่ลูกน้องของเขาก็อาจไม่เหลือ แม้เขาจะอยากช่วยแสงกับหมอกแค่ไหน แต่เื่นี้มันอันตรายเกินไป เหตุผลที่ลุงเป็แบบนั้นเพราะเขารู้ดีว่ามันอันตรายแค่ไหน
" เราพักกันเถอะ เราทุกคน้าเวลาคิดกันสักหน่อย " แสงพูดขึ้นก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไป ทไวซ์เดินเข้าไปพยุงสาขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ เขาเดินไปก้มตัวหยิบบุหรี่ที่แสงทำตกไว้ก่อนจะเดินออกจากห้องไปเหมือนกัน
" พี่ออกไปพักเถอะ เดี๋ยวผมอยู่เฝ้าที่นี่เอง " หมอกพูดกับสา เขาคิดว่ายังไงก็ไม่ควรปล่อยม้วนวิดีโอทิ้งไว้ ใจจริงเขาก็อยากออกไปสูดอากาศด้านนอกเหมือนกัน เพียงแต่จากสภาพของสาเื่ที่เกิดขึ้นมันน่าจะรุนแรงต่อความรู้สึกของเธอมาก และเขาน่าจะเป็คนที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด สาลังเลเล็กน้อย แต่เธอก็ตอบกลับมาว่า " ฉันขอพักสักหน่อย เดี๋ยวฉันมาเปลี่ยนเวรนะ " สาพูดจบเธอก็เดินออกไปด้านหน้าก่อนจะเปิดเหล้าแรงๆ เทลงแก้วเพื่อดื่ม หมายจะลดความกังวลของเธอลงได้บ้าง
ทไวซ์เดินออกมานอกร้าน เจอแสงยืนสูบบุหรี่อยู่เงียบๆ ทไวซ์เดินไปยืนข้างๆ แสงก่อนจะยื่นบุหรี่คืนให้ แสงหันมามองบุหรี่ในมือของทไวซ์ก่อนที่เขาจะหยิบบุหรี่คืนแล้วขอบคุณทไวซ์ ทไวซ์หยิบเอาเบียร์กระป๋องมาเปิดก่อนจะดื่มหนึ่งอึก ก่อนจะยื่นให้แสง แสงรับมาดื่มด้วยเหมือนกัน ทไวซ์เองก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบด้วยเหมือนกัน
" ลุงจะยังทำต่อไหม " ทไวซ์ถาม
" ...ถ้าฉันไม่ทำ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปสู้หน้าน้องชายของฉันได้ยังไง " แสงตอบ (ในต้นฉบับเขียนตะวัน แต่บริบทคือแสงพูดถึงตะวัน) ก่อนจะยื่นเบียร์คืนให้ทไวซ์
" แล้วหมอกล่ะ ลุงจะทำยังไงกับเขา " ทไวซ์ดื่มเบียร์ก่อนจะถาม
" ..นั่นคงต้องให้เขาเป็คนเลือก ฉันไม่ได้อยากให้เขาเข้ามาเกี่ยวด้วยนัก แต่ถ้าฉันต้องทำเื่นี้คนเดียวฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำไปได้แค่ไหน " แสงตอบ
" ผม..ขอโทษนะลุง " ทไวซ์พูดเบาๆ พร้อมกับบีบกระป๋องในมือ
" หึ..จะขอโทษทำไม นายไม่ได้ตัดสินใจอะไรผิดหรอก " แสงพูด
" .... " ทไวซ์ไม่ได้ตอบอะไร เขายกเบียร์ขึ้นดื่มจนหมดกระป๋อง
" เหมือนนายจะโตเป็ผู้ใหญ่แล้วนะ รู้สึกว่าตัวเองแก่ขึ้นมาเลย " แสงพูด พร้อมกับลูบหัวทไวซ์
- จบภาคปฐมบท -
มุมมองนักเขียน
ตอนนี้เป็อีกหนึ่งตอนที่ผมรู้สึกขมมากๆ ตอนเขียน ขมเหมือนดื่มเอสเพรสโซ่ร้อนเข้มๆ เลย อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็แนวทางที่ผมวางโครงเื่ไว้ั้แ่แรก แม้จริงๆ ผมลังเลอยู่บ้างว่าจะให้ทไวซ์คอยช่วยเหลือแสงกับหมอกต่อไปไหม แต่สำหรับผมคิดว่ามันค่อนข้างสมเหตุสมผลที่ทไวซ์จะต้องถอยออกมา เพื่อให้มีพื้นที่ว่างให้หมอกเติบโตมากขึ้น แน่นอนว่าทไวซ์เป็ตัวละครสำคัญและเขาต้องกลับมามีบทบาทอีกแน่ในอนาคตถ้าได้เขียนต่อจนถึงตอนจบนะครับ อย่างไรก็ตามหลังจากนี้หมอกและแสงจะต้องเดินไปยังเส้นทางที่สีเทาขึ้นเรื่อยๆ เดิมทีผมวางแผนจะเขียนแค่ 2 ภาค แต่ดูจากที่ผมเพิ่งเขียนออกมาดูแล้วมันน่าจะมีประมาณ 3-4 ภาค