"แพรว"
เรียกได้ว่าวันนี้เป็วันแรกของเทอมเลยก็ได้มั้งที่กายนั่งเรียนอยู่ด้านหน้าของฉันตลอดคาบแรก แล้วก็เอาแต่เรียกชื่อกวนประสาทฉัน ไม่ก็หันมากวน ขยี้หัว หยิกแก้ม ดีดหน้าผาก
"โอ๊ย!!! มึงอ่อนโยนกับกูเป็ไหม" ฉันพูดกระซิบเพื่อพยายามไม่ให้อาจารย์ได้ยิน
"พรุ่งนี้แล้วนะ"
"มึงหันไปเรียนก่อน แล้วเลิกวุ่นวายกับกูสักที"
กายทำหน้าบึ้งแล้วหันหน้าไปนั่งหาวใส่อาจารย์ที่กำลังสอนอยู่หน้าห้อง
"เอ๊ะ วันนี้โลกจะล่มสลายเหรอ"
ทุกคนเงยหน้าขึ้นเพราะไม่เข้าใจที่อาจารย์พูด
"อะไรมันดลใจให้วันนี้กายเข้าเรียนคาบคณิตของครูได้"
"โถ่ครูปกติผมก็ตั้งใจเรียนจะตาย แค่ไม่แสดงออกเท่านั้นเอง"
"พูดไม่จริงระวังฟ้าดินลงโทษนะ เอาล่ะทุกคนวันนี้ครูจะสอนเื่การเรียงสับเปลี่ยนจะเป็หัวข้อสุดท้ายของเทอมนี้"
แล้วไอ้กายก็ทำมารยาทที่น่ารักใส่ครูผู้สอน โดยการหาวปากกว้างพร้อมบิดี้เี ฉันก็เลยซัดเข้าที่แขนของกายไปหนึ่งที ดูเหมือนเสียงจะดังเกินไปทำเอาคนทั้งห้องรวมถึงครูหันมามองกันหมด ฉันเลยได้แต่ยิ้มแก้เขินให้กับทุกคนไป แต่ไอ้กายไม่ตอบโต้หรือหันกลับมามองฉันเลย ได้แต่นั่งหันหลังให้ฉันแล้วไม่หันกลับมาอีก เจ็บมากงั้นเหรอ ปกติต้องโวยวายแล้วนี่นา
"กายนี่ถ้าไม่ได้แพรวช่วยเข็นให้เรียนหนังสือ จะผ่านมาถึง ม.5 ไหมเนี่ย" ครูที่ได้ยินเสียงฉันตีกายหันมาพูดเสริมให้ ใครๆ ก็รู้ว่าฉันพยายามเคี่ยวเข็ญให้กายเรียนหนังสือมากแค่ไหน
"..."
ครูพูดโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักพูดเสร็จแล้วก็สอนต่อ ทำไมคนโดนตีนิ่งไปแบบนั้นฉันทำเกินกว่าเหตุไปเหรอ ฉันเลยลองสะกิดกาย ซึ่งมันก็เอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างว่าง่ายเพื่อฟังฉันโดยไม่หันมามอง
ฉันกระซิบ "เจ็บเหรอ"
กายไม่หันมาทำแค่พยักหน้าให้รับรู้ ทำเอาคนตีรู้สึกผิดถนัด
กระซิบ "ขอดูแขนหน่อยสิ" ฉันเอื้อมมือไปเพื่อจะเปิดแขนเสื้อ เว้นแต่เ้าตัวเอามือมาจับมือฉันเอาไว้แล้วยกให้พ้นแขนของตน
กายเอียงแค่ด้านข้างมาเพื่อกระซิบตอบ "ตั้งใจเรียนไปเถอะไม่ต้องสนใจกูหรอก กูไม่เป็อะไร"
ทำไมรู้สึกถึงความเศร้าอย่างรุนแรงแบบนี้นะ ครั้งนี้ฉันทำแรงไปซินะ ่นี้ทำกายโกรธบ่อยจัง ไหนจะเื่วันเกิด แล้ววันนี้อีก ปกติก็ตบตีกันเป็ประจำไม่เห็นเป็อะไรเลย
ผ่านมาได้ 2 คาบ เป็่เวลาที่กายเอาแต่เงียบจนเวลาที่เดินไปอย่างปกตินั้นยาวนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แล้วจู่ๆ ชายหนุ่มตรงหน้าก็มีิญญาเด็ก 3 ขวบเข้าสิง จนมีท่าทางร่าเริงจนผิดปกติ ลืมแล้วสินะว่าตอนคาบคณิตงอนอะไรฉัน หรือกำลังปิดบังอะไรอยู่กันแน่ แต่คงไม่ต้องห่วงอะไรมากเพราะเ้าตัวในตอนนี้วิ่งไปกวนประสาทคนทั้งห้องได้แล้ว และฉันคือเหยื่อรายต่อไปที่มันกำลังเดินมา
"ไอ้แพรว พรุ่งนี้กูจะไป ร.ด. แล้วนะ ไปครั้งแรกเลย ไปตั้งหลายวัน"
"3 วัน เอง กูยังไม่รู้สึกสบายตัวเลย น่าจะไปนานกว่านี้ นานเท่าไหร่ยิ่งดี" ปากก็พูดไปแบบนั้นเป็เพื่อนกันมามีหรือจะไม่รู้ว่าแววตานั้นมันหลอกกันไม่ได้
"โถ่ ถ้ากูหายไปมึงจะเหงา"
"สบายมากกว่า" จะสั่งปากให้พูดดีๆ กับกาย ทำไมมันทำยากนักนะ
"ไม่จริงอะ ไม่มีใครดีกับมึงเท่ากูแล้ว"
"โห กล้าพูดนะมึง ถ้ามึงดีคนบนโลกไม่มีใครเลวแล้ว" ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่ก็มีรอยยิ้มปรากฏบนหน้าของฉันและรอยยิ้มแสนเ้าเล่ห์ของกายก็ปรากฏที่ใบหน้าเช่นกัน
"มึงนี่... มานี่เลย" แล้วไอ้กายก็ล็อกคอฉันแล้วขยี้หัวฉันจนผมยุ่งไปหมด
"กาย หยุด!!" ดีที่เจมส์มาห้ามทัพเอาไว้ไม่งั้นมีหวังหัวหลุดแน่
"ั้แ่มีเจมส์กูเล่นอะไรแบบเดิมไม่ได้เลยนะ มีคนคอยห้ามตลอด หมั่นไส้"
"ก็กูสวย บอบบาง น่าทะนุถนอม ก็ต้องมีคนคอยดูแลเป็ธรรมดา"
"หลงตัวเอง ไอ้เจมส์เตือนมันมั่ง ให้ท้ายจนมันลืมตัวแล้วเนี่ย"
จริงๆ เวลาที่ได้เถียงกับกาย เป็่เวลาที่ฉันมีความสุขที่สุด เหมือนฉันได้แสดงตัวตนของฉันออกมาแบบไม่ต้องเกรงใจใคร
พรุ่งนี้ผู้ชายก็จะไป ร.ด. เท่ากับว่าฉันจะได้หยุด 3 วันศุกร์เสาร์อาทิตย์จะนอนพักผ่อนให้เต็มที่ไปเลย รวมถึงเจมส์ที่ไม่ได้เรียน ร.ด. ก็ได้หยุดด้วย จะนอนเฉยๆ อยู่บ้านหรือหาเื่ออกไปติวหนังสือกันเจมส์ดีนะ ส่วนเหตุผลที่เจมส์ไม่ได้เรียน ร.ด. ฉันก็ไม่ได้ซักไซ้ถามให้มากความ
"แพรว" กายเดินมานั่งตรงหน้าเรียกด้วยเสียงเบา ฉันกำลังนั่งทอดอารมณ์อยู่ที่โรงอาหารเพราะทุกคนไปซื้อข้าวกันหมด โดยเจมส์อาสาไปซื้อข้าวให้ ฉันเลยรับหน้าที่นั่งเฝ้าโต๊ะ กำลังมองกายที่นั่งจ้องฉันด้วยสีหน้าที่จริงจัง
"มาอีกแล้ว ให้กูนั่งทอดอารมณ์บ้างไม่ได้เลย"
"แหม่ กูก็อยู่กวนมึงได้อีกไม่นานหรอกน่า" พูดแบบนั้นทำไมนะ ฟังแล้วรู้สึกไม่ดีเลย
"มึงจะไป ร.ด. แค่ 3 วัน พูดเหมือนจะไปตาย"
"..." กายมองมาที่ฉันไม่มีรอยยิ้มปรากฏที่ใบหน้าอีกต่อไป
"กลัวเหรอ"
"อืม"
"ฮะ!!! กลัวที่จะไป ร.ด. เนี่ยนะ ไม่จริงหรอก มึงมีอะไรมากกว่านั้นทำไมไม่บอกกูล่ะ" เข้าประเด็นไปเสียตอนนี้ดีกว่าปล่อยให้ค้างคา
"..."
"ไม่ตอบกูอีก ถ้าเป็เื่ รด. มึงไม่ต้องกลัวหรอก เขาไม่ทำมึงตายหรอกน่า โถ่... ชกต่อยสารพัดยังทำได้ แล้วมึงกลัวการไป ร.ด. เนี่ยนะ" ่นี้กายดูไม่ค่อยอยากเปิดใจพูดอะไรกับฉันแบบเมื่อก่อน และฉันรู้ดีว่าถ้ากายไม่อยากเล่าแสดงว่าต้องมีเหตุผลบางอย่างที่จำเป็
"กูกลัวจริงๆ กลัวไม่ได้เจอมึงอีก"
ฉันส่ายหัวแล้วมองเข้าไปในตาของคนตรงหน้า "อย่าพูดเป็ลาง ไม่ได้เจอได้ยังไง วันจันทร์มึงก็มาโรงเรียนแล้ว" กายไม่ปกติ แต่ทำไมไม่ยอมเล่า
กายพูดเสียงเบาจนฉันแทบไม่ได้ยิน “ดีที่มึงไม่ได้ชอบคนแบบกู”
“ว่ายังไงนะ” ฟังไม่ชัดเท่าไหร่เลย
"กูเสียใจ" เมื่อครู่พูดยาวกว่านี้นี่ "มึงบอกว่า ถ้ากูหายไปมึงก็จะสบาย กูอยู่ตรงนี้มันลำบากมึงมากนักเหรอ"
"มันก็จริงนี่ กูก็ไม่ต้องคอยเป็ห่วงเื่เรียนของมึง ไม่มีมึงมากวนประสาท สบายจะตาย"
"..." เอ้าเงียบซะอีก เป็อะไรเนี่ย
"มึงเป็อะไรหรือเปล่า ดูไม่ออกเหรอว่าอันไหนกูแหย่เล่น อันไหนกูพูดจริง วันนี้แปลกนะเงียบบ่อยจัง"
"ก็วันนี้กู...ไม่มีอะไรกูไปละ โดดคาบบ่ายดีกว่า" นั่นไง นั่นแหละมันล่ะ ไอ้กายของแท้เลย จริงจังกับอะไรไม่เคยเกิน 10 นาทีเลย
ที่จริงกายไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าฝึก ร.ด. อีกต่อไป และวันนี้กายจะต้องเดินทางไปต่างประเทศกับครอบครัวโดยด่วน กายเองก็อยากจะบอกแพรวว่าจะไปต่างประเทศ แต่กายรู้ดีว่าั้แ่เด็กแล้วแพรวเป็แบบนี้เสมอถ้ารู้ว่ากายจะไปไหนไกลๆ เธอมักจะเป็กังวลอยู่ตลอดทั้งที่ตอนอยู่ด้วยกันก็ไม่ได้ตัวติดกัน ถึงจะปากเสียใส่กันแต่ก็ห้ามอีกฝ่ายหายไปไหน มันเป็แบบนี้มาโดยตลอด แค่รู้ว่าอีกฝ่ายจะต้องไปอยู่อีกที่ไกลๆ แพรวก็จะเริ่มซึม ร้องไห้ พยายามรั้งไม่ยอมให้กายไป สุดท้ายกายก็ต้องไปพร้อมความรู้สึกห่วงและหอบหิ้วเอาของฝากมากมายมาให้แพรวเพื่อให้แพรวรู้สึกดีขึ้น กายไม่อยากเห็นแพรวร้องไห้แบบเมื่อก่อนและสภาพร่างกายตอนนี้ก็ไม่คิดว่าจะอยู่ใน่ที่ปลอบใครได้จริงๆ แค่เห็นแพรวกำลังมีความสุขมันก็ดีมากแล้ว อีกหน่อยเราก็จะสำคัญน้องลงเพราะมีเจมส์อยู่ข้างๆ
“คุณไม่โดนอะไรมาอีกแล้ว ผมบอกแล้วไงให้คุณระวัง”
กายทำหน้าเบื่อหน่าย “เร็วๆ เถอะหมอ รีบๆ ตรวจแล้วก็กลับไปได้แล้ว”
"คุณต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ อย่าให้ไปกระแทกอะไรแบบนี้ได้อีก มันเสี่ยงมากนะ" หมอประจำตัวตรวจร่างกายหลังจากที่เ้าตัวกลับมาจากโรงเรียน
"อืม แล้วจะจำไว้"