“เ้าว่ายังไงนะ! คุณหนูฉินให้เ้าส่งตั๋วแลกเงินไปให้นางสองหมื่นตำลึง เ้าบอกแม่มาว่าพวกเ้าไปก่อเื่อะไรไว้ถึงต้องใช้เงินมากขนาดนั้น หรือว่ามีใครมาขู่กรรโชกทรัพย์พวกเ้า ไม่ได้การแล้ว เ้าไปกับแม่เดี๋ยวนี้เลย เราต้องให้ท่านพ่อมาจัดการเื่นี้ให้เรา” หลี่อี๋เหนียงหรือเวลานี้คือฟู่ฮูหยินถามบุตรสาวอย่างโมโห นางก็นึกสงสัยอยู่ว่าทำไม่หลายวันมานี้บุตรสาวถึงสีหน้าไม่สู้ดี บางครั้งก็เหมือนมีเื่อยากปรึกษา แต่บางครั้งก็เหมือนหลบหน้า
“ไม่ได้นะเ้าคะท่านแม่ ท่านพ่อจะรู้เื่นี้ไม่ได้” ฟู่เซียงหรูรีบร้องห้าม เมื่อเห็นมารดากำลังจะเดินออกจากห้องไป
“ทำไมท่านพ่อถึงจะรู้เื่นี้ไม่ได้”
“ความจริงเื่นี้ไม่เกี่ยวกับข้าเลยเ้าค่ะ แต่เป็ฉินซีหลินต่างหากที่ซุ่มซามไปทำลายข้าวของที่จวนท่านอ๋องฉี นางไปรับปากท่านหญิงจินเยว่เองแท้ๆ ว่าจะเอาเงินเจ็ดหมื่นตำลึงไปชดใช้ค่าเสียหาย แต่ระหว่างเดินทางกลับ นางก็มาบอกว่าให้ข้าร่วมชดใช้ค่าเสียหายด้วยสองหมื่นตำลึง ถ้าข้าไม่ทำตาม เื่ที่พี่ใหญ่ทุจริตในการสอบ นางก็จะไม่ให้คุณชายฉินช่วยเรา” ฟู่เซียงหรูฟ้องมารดา
ฟู่ฮูหยินกำลังจะโวยวายว่าไม่ใช่เื่ที่ฟู่เซียงหรูต้องร่วมรับผิดชอบ แต่พออีกฝ่ายยกเอาเื่อนาคตของลูกชายขึ้นมาขู่ ฟู่ฮูหยินก็เริ่มสองจิตสองใจแล้ว เงินสองหมื่นตำลึงจะว่ามากก็มากจะว่าน้อยก็น้อย ที่บอกว่ามากก็เพราะในมือของนางเวลานี้ไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น เพราะเงินในจวนถูกรวบรวมเพื่อนำไปชดใช้เป็ค่าสินเดิมให้จูจื้อโหยวไปหมดแล้ว ส่วนที่ว่าน้อยก็เพราะหากนางไปขอจากบิดา เงินสองหมื่นตำลึงสำหรับโรงรับจำนำสกุลหลี่นั้นถือว่าเป็จำนวนเงินเล็กน้อยจริงๆ
“ท่านแม่เ้าคะ เราจะไปหาเงินจำนวนนี้มาจากไหน เื่นี้เกี่ยวพันถึงอนาคตของพี่ใหญ่เชียวนะเ้าคะ” ฟู่เซียงหรูพูดเสียงเครียด แต่นางก็ไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นจริงหรอก เพราะนางรู้ดีว่าหากเื่นี้กระทบไปถึงพี่ชาย มารดาต้องหาเงินจำนวนนี้มาได้แน่ อย่างน้อยก็แค่เดินไปหาท่านตาที่โรงรับจำนำสกุลหลี่ เผลอๆ ไม่ใช่แค่เงินสองหมื่นตำลึง แต่มารดาอาจจะได้เงินกลับมามากกว่านั้นก็ได้
“เช่นนั้นวันนี้เ้าก็ไม่ต้องออกไปที่ไหน รอแม่อยู่ที่นี่ แม่จะไปหาท่านตาของเ้าสักหน่อย นานแล้วที่แม่ไม่ได้ไปเยี่ยมท่าน”
ฟู่เซียงหรูแอบเบ้ปาก พูดมาขนาดนี้แล้วจะบอกว่าไปขอเงินจากท่านตาก็ไม่มีใครว่าหรอก แต่บอกว่าไปเยี่ยมนี่มันน่าอายเกินไป ถึงอย่างนั้นนางก็ยิ้ม “ข้าจะรอท่านแม่อยู่ที่บ้านนะเ้าคะ”
‘เ้านาย! ตื่นเร็วเข้าขอรับ เกิดเื่ใหญ่แล้ว’
เสียงหงหลินะโอยู่ในหัวจูจื้อโหยวเสียงดัง นางใจนเกือบจะพลัดตกจากเตียง ดีที่ฟู่ซีซวนคว้าตัวนางไว้ได้ทัน
“เ้าเป็อะไรไป ฝันร้ายหรือ” ฟู่ซีซวนยังกอดภรรยาไว้แน่น ปกติแล้วเขาจะให้ภรรยาเข้านอนด้านใน เมื่อคืนอยู่ดีๆ ภรรยาก็อยากจะนอนด้านนอกให้ได้ เขาก็เลยต้องยอมตามใจ แต่ไม่คิดว่าภรรยาจะฝันร้ายจนเกือบจะพลัดตกเตียงไปแล้ว “เ้าเกือบจะตกจากเตียงแล้วรู้ไหม คืนนี้เ้าเข้าไปนอนด้านในเหมือนเดิมเถอะ ข้าไม่อนุญาตให้เ้านอนด้านนอกอีกแล้ว”
“จะให้ข้านอนด้านในก็ได้ แต่ท่านต้องสัญญากับข้าก่อนว่าท่านจะไม่แอบออกไปอ่านหนังสือกลางดึกอีก ท่านอย่าคิดว่าข้านอนขี้เซาจนไม่รู้ว่าท่านจะรอให้ข้านอนหลับก่อนแล้วจากนั้นท่านก็จะหายไปที่ห้องหนังสือ ข้าเคยบอกท่านแล้วว่าตำแหน่งจอหงวนอันดับหนึ่งอะไรนั่นข้าไม่ได้อยากได้ ท่านจะสอบได้อันดับที่เท่าไหร่ข้าก็ไม่สนใจ แต่ที่ข้าสนใจมากที่สุดคือสุขภาพของท่านต่างหาก ถ้าท่านรับปากข้าได้ ข้าก็จะกลับไปนอนด้านในเหมือนเดิม”
“ได้ ข้าสัญญา” ฟู่ซีซวนยิ้มให้ภรรยาอย่างอ่อนโยน “ว่าแต่เ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยว่าเมื่อครู่ทำไมถึงรีบลุกขึ้นเช่นนั้น เ้าฝันร้ายหรือเปล่า”
“ไม่ใช่เ้าค่ะ”
“เช่นนั้น...คนในนี้ปลุกเ้าให้ตื่นใช่ไหม” ฟู่ซีซวนชี้ไปที่หัวของตัวเอง
“หงหลินปลุกข้าให้ตื่นจริงเ้าค่ะ แต่เขาะโเสียงดังไปหน่อยข้าก็เลยใ ท่านพี่...ข้าขอเวลาคุยกับหงหลินสักครู่นะเ้าคะ” จูจื้อโหยวพูดจบก็หลับตาลงทันที
‘ว่ายังไงคุณระบบตกรุ่น อยู่ดีๆ ทำไมถึงะโขึ้นมาซะเสียงดังเชียว ไม่กลัวว่าข้าจะช็อกตายไปก่อนหรือไง’
‘ข้าสแกนดูร่างกายเ้านายทุกวัน รับรองว่าสุขภาพแข็งแรงอย่างเ้านายจะมีอายุยืนเป็ร้อยปี’
‘ไม่เอาๆ นานไป กว่าจะถึงตอนนั้นข้าไม่ต้องนอนติดเตียงแล้วหรือ แต่อย่าเพิ่งนอกเื่เลย ตกลงว่าเ้าะโปลุกข้าทำไม’
‘เ้านาย ตอนนี้ระบบสารพัดนึกทุกรุ่นมีเงื่อนไขใหม่โดยจะไม่ใช้คะแนนความพึงพอใจมาเป็ตัวเพิ่มพลังงานแล้วขอรับ แต่จะประเมินผลงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย’
‘ภารกิจอย่างงั้นเหรอ แล้วภารกิจที่ว่ามันยากไหม แล้วถ้าข้าทำภารกิจไม่สำเร็จล่ะ ข้ายังจะใช้งานเ้าได้อยู่หรือเปล่า’ จูจื้อโหยวถามรัวๆ เพราะนางกลัวว่าหงหลินจะหายไป
‘ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นขอรับ เ้านายยังใช้งานข้าได้เหมือนเดิม ส่วนภารกิจจะเป็อะไรข้าก็บอกเ้านายไม่ได้เหมือนกัน เ้านายลองลืมตาขึ้นสิขอรับ แล้วเ้านายจะเห็นหน้าจอสี่เหลี่ยมปรากฏขึ้น’
จูจื้อโหยวทำตามที่หงหลินบอกทันที จากนั้นนางก็มองเห็นหน้าจอสี่เหลี่ยมอยู่ตรงหน้า มีข้อความยินดีต้อนรับเข้าสู่ระบบอีกครั้ง จากนั้นหน้าจอก็ปรากฏค่าพลังงานของหงหลิน รวมถึงตัวเลขระบุเลเวลของหงหลินมาให้เห็นอย่างชัดเจน
‘ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลยนอกจากตัวเลขบอกค่าพลังงานกับเลเวลของเ้า’ จูจื้อโหยวพูดอย่างไม่พอใจ ‘ไม่เห็นจะมีข้อมูลอะไรใหม่ตรงไหน เ้าก็ะโเรียกจนแก้วหูข้าเกือบแตก’
‘ เ้านายดูดีๆ สิขอรับ ตัวเลขระบุเลเวลหมายถึงอะไรเ้านายไม่รู้หรือ ถ้าเ้านายทำภารกิจจนขึ้นไปอยู่ในเลเวลที่สิบได้ นั่นก็หมายความว่าระบบอย่างข้าก็จะได้รับการอัปเกรดให้ทันสมัยมากขึ้น ต่อไปเ้านายก็จะไม่ต้องมาบ่นว่าข้าเป็ระบบตกรุ่นหรือเป็ระบบที่ไม่เสถียรอีกอย่างไรเล่าขอรับ’ หงหลินอธิบายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เพราะมันอยากอัปเกรดตัวเองมานานแล้ว
จูจื้อโหยวเพ่งดูที่หน้าจออีกครั้ง ‘ถ้างั้นก็หมายความว่า ตอนนี้ข้าเพิ่งอยู่เลเวลที่หนึ่งเองหรือ เลเวลหนึ่งมีอะไรพิเศษไหม’
‘มีเครื่องชงกาแฟขายในราคาพิเศษ และยังมีห้องควบคุมอุณหภูมิไว้เก็บวัตถุดิบแถมให้ฟรีอีกหนึ่งห้องขอรับ เ้านายลองหลับตาแล้วก็ลืมตาดูอีกครั้ง’
คราวนี้จูจื้อโหยวรีบทำตามอย่างเร็ว เครื่องชงกาแฟขนาดใหญ่ราคาหลายแสนเหรียญก็ปรากฏมาให้เห็น ทั้งยังมีห้องเก็บอุณหภูมิขนาดห้าสิบตารางเมตรปรากฏขึ้นด้วย
‘เครื่องชงกาแฟก็ดีอยู่นะ แต่ห้องเก็บของทำไมเล็กจัง’ จูจื้อโหยวแอบบ่น
‘ขนาดของห้องจะเปลี่ยนไปตามเลเวลที่เพิ่มขึ้นขอรับ’
‘หงหลิน ตอนนี้ยังมีการจำกัดการซื้อสินค้าอยู่ไหม’ จูจื้อโหยวถามอย่างนึกขึ้นได้
‘ตอนนี้ฟังก์ชันทุกอย่างกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้วขอรับ เ้านายอยากได้ของสิ่งไหนจากยุคใด ขอแค่เ้านายมีเงินมาซื้อ ระบบสารพัดนึกสามารถจัดหามาได้ทั้งหมด’
‘ข้าไม่เชื่อเ้าหรอก เพราะไม่รู้ระบบของเ้าจะรวนขึ้นอีกเมื่อไหร่ แต่ยังดีที่มีห้องเก็บอุณหภูมิมาเป็ของแถม ข้าจะได้ซื้อวัตถุดิบที่ไม่มีในยุคนี้มาตุนไว้ในตอนที่ระบบยังใช้การได้’
‘เื่นั้นเ้านายจะมาโทษข้าได้อย่างไรขอรับ ต้องโทษคนพัฒนาระบบโน่น’ หงหลินท้วงเหมือนไม่ได้รับความเป็ธรรม
จูจื้อโหยวคุยกับหงหลินต่ออีกสักพัก จากนั้นนางก็ตัดสินใจซื้อเครื่องชงกาแฟ หัวเชื้อน้ำหวาน รวมถึงวัตถุดิบในการทำอาหารและส่วนผสมสำหรับทำขนมจากระบบมาเก็บไว้ในห้องเก็บของเป็จำนวนมาก และในอนาคตจูจื้อโหยวก็จะซื้อของมาเติมในห้องเก็บของแห่งนี้เรื่อยๆ เพื่อป้องกันความผิดพลาดของระบบ อย่างเช่นตอนนั้นนางสั่งซื้อเมล็ดกาแฟเพื่อที่จะเอาออกมาคั่ว แต่กลายเป็ว่าระบบส่งต้นอ่อนกาแฟมาให้เสียนี่ ทำให้นางต้องเอาต้นอ่อนกาแฟไปให้เฉียงไหลเฉิงปลูกอยู่เกือบสิบไร่แล้วตอนนี้
ฟู่ซีซวนนั่งมองภรรยาไม่ห่าง เดี๋ยวก็เห็นนางหลับตา อีกสักพักนางก็ลืมตาขึ้นเหมือนจ้องอะไรบางอย่าง เขาสงสัยเหลือเกินว่าระบบที่นางพูดถึงคืออะไร ความจริงนางก็เคยอธิบายให้เขาฟังอยู่เหมือนกัน แต่เขากลับฟังไม่เข้าใจ บางทีนางยังพูดภาษาของดินแดนตะวันตกออกมาด้วย ยิ่งทำให้เขาฟังไม่เข้าใจกันไปใหญ่
จูจื้อโหยวลืมตามองดูสามีแล้วยิ้มขึ้นมาอย่างดีใจ “ท่านพี่ต้องไม่เชื่อแน่เลยว่าตอนนี้ข้ามีห้องเก็บอุณหภูมิไว้เก็บวัตถุดิบที่จะใช้ในโรงน้ำชาแล้ว”
“ห้องเก็บอุณหภูมิคืออะไร?” ฟู่ซีซวนถาม
“คือห้องเก็บของที่จะทำให้ของคงอยู่ในสภาพเดิมไม่เน่าไม่เสียเ้าค่ะ”
“มีห้องแบบนี้ด้วยหรือ ในโลกที่เ้าจากมาคงมีของแปลกๆ อยู่มากมายเลยสินะ”
“มีมากมายเลยเ้าค่ะ แต่มันต้องแลกมากับอะไรหลายๆ อย่าง อีกอย่างผู้คนในยุคนั้นก็ไม่ได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายเหมือนที่นี่หรอกนะเ้าคะ และป่าไม้เขียวขจีก็ไม่ได้มีมากเท่ายุคนี้ด้วย ที่ที่เราอยู่ตอนนี้อากาศและสภาพแวดล้อมดีกว่ากันเยอะ”
“เ้าอยากกลับไปบ้านเกิดของเ้าไหม” ฟู่ซีซวนถามเสร็จก็กระชับมือภรรยาเอาไว้เหมือนกลัวว่านางจะหายไป
จูจื้อโหยวใช้มือข้างหนึ่งตบลงไปบนหลังมือสามีเบาๆ “บ้านของข้าคือที่นี่ และท่านคือครอบครัวของข้าเ้าค่ะ”
ฟู่ซีซวนโน้มใบหน้าเข้าหาภรรยา จากนั้นสองสามีภรรยาก็แสดงความรักเล็กๆ ต่อกันอยู่สักพัก ก่อนที่ฟู่ซีซวนจะออกไปฝึกยุทธ์ และจูจื้อโหยวจะไปเตรียมอาหารเช้า