สาวน้อยเซี่ยเพ่ยอิง

    ตอนที่ 5 เข้าเมือง

    ตอนที่ 5 เข้าเมือง

     

            “ทำไมหรืออิงเอ๋อร์” ท่านพ่อถามขึ้นมาหลังจากที่เพ่ยอิงนำก้อนหินเรืองแสงใส่ลงไปแช่ในน้ำ

            “ตอนอยู่ในกำไลมิติข้าเอาหินเรืองแสงนี่ไปล้างในลำธาร ปรากฏว่าเมื่อมันแช่ลงไปน้ำทำให้แสงมอดลงไปเ๯้าค่ะ” 

            “เป็๲เพราะตอนนั้นพี่รองแช่ในลำธารแล้วตอนนี้พี่รองแช่ในขันหรือเปล่าขอรับ” น้องเล็กแสดงความคิดเห็น

            “อาจเป็๞เพราะน้ำจากในกำไลมิติก็เป็๞ได้” ไป๋หู่เอ่ยเสริม

            “แช่ในลำธารหรือ น้ำในกำไลมิติหรือ” เพ่ยอิงหันไป๋มองน้องเล็กกับเ๽้าไป๋หู่แล้วพึมพำขึ้นมา 

            “เอ๊ะ!! อาจเป็๞เพราะน้ำในกำไลมิติอย่างที่ไป๋หู่บอกก็เป็๞ได้” เพราะที่ใช้ในบ้านตอนนี้ก็คือน้ำจากหิมะที่ละลาย

    บางทีอาจจะเป็๲เพราะน้ำในกำไลมิติแตกต่างจากน้ำข้างนอกอย่างที่ไป๋หู่ว่าก็เป็๲ได้ เมื่อเธอคิดได้ดังนั้นเธอก็เอาน้ำที่พี่ใหญ่ตักมาให้ไปเททิ้งแล้วดึงน้ำในลำธารจากแหวนมิติออกมาใส่แทน

            “เอาล่ะข้าจะลองแช่ใหม่แล้วนะเ๯้าคะ”

            เธอกล่าวกับทุกคน ซึ่งทุกคนก็กำลังรอดูอยู่เช่นกัน เธอจึงนำหินเรืองแสงลงไปในน้ำทันที และปรากฏว่าจากที่หินส่องแสงสว่างอยู่นั้นแสงก็ค่อย ๆ มอดดับลงไป

            “มอดลงไปแล้วเ๯้าค่ะ น้องเล็กเ๯้าฉลาดมาก” 

    เพ่ยอิงหันไปชมน้องเล็กที่ช่วยออกความเห็นจนทำให้เธอฉุกคิดเ๱ื่๵๹น้ำทีใช้ขึ้นมาได้

            “แล้วเ๯้าจะทำให้มันมอดดับทำไมหรือ” ท่านแม่ถามด้วยความสงสัยเพราะยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ของเธอ

            “คืออย่างนี้เ๽้าค่ะท่านแม่ เราจะใช้หินเรืองแสงนี้แทนตะเกียงในเวลากลางคืนใช่ไหมเ๽้าคะ แต่ว่ามันจะสว่างตลอดเวลา ตอนแรกข้าคิดว่าตอนกลางวันจะใช้ผ้าสีทึบคลุมแสงเอาไว้ เมื่อตกกลางคืนค่อยเอาผ้าคลุมออก แต่เมื่อมันโดนน้ำแล้วแสงมันจะดับไป เวลาเราจะใช้เราค่อยเอามันขึ้นออกมาจากน้ำยังไงล่ะเ๽้าคะ” 

            เธอกล่าวไปพลางมือก็หยิบหินเรืองแสงที่ใส่ลงไปในน้ำขึ้นมาแล้วเช็ดให้แห้ง ทำให้มันสว่างขึ้นมาอีกครั้ง

            “ดีจริงๆ เลยขอรับ ต่อไปนี้ตอนกลางคืนบ้านของเราจะสว่างแล้ว” น้องเล็กกล่าวออกมาด้วยความดีใจ

            “ถ้าอย่างนั้นก้อนที่มีแสงสีเหลืองเอาไว้ในห้องห้องนอนของทุกคนนะเ๯้าคะ แล้วก้อนสีขาวก็เอาไว้ที่ห้องโถงกับห้องครัว”

            “เดี๋ยวข้าจะเอาน้ำจากลำธารในมิติมาใส่ไว้ในโอ่งเพื่อเอาไว้ใช้กันดีกว่านะเ๽้าคะ ตอนนี้หิมะก็ละลายใกล้จะหมดแล้ว พี่ใหญ่จะได้ไม่ต้องเดินไปขนน้ำมาจากในลำธารให้เหนื่อยด้วย” 

            เพราะว่าบ้านหลังนี้อยู่ห่างจากลำธารประมาณครึ่งลี้ จะว่าไกลก็ไกล จะว่าไม่ไกลก็ไม่ไกล แต่ถ้าหากไม่ต้องเดินไปตักน้ำก็จะสะดวกมากขึ้น

            “น้องเล็กมาช่วยข้าตักน้ำแล้วใส่หินเรืองแสงลงไปด้วย จะได้นำไปไว้ในห้องของทุกคน”

            “ขอรับ” น้องเล็กตอบรับ

            เพ่ยอิงนึกขึ้นได้ว่าในโอ่งยังมีน้ำที่ใช้ไม่หมด กินน้ำจากหิมะก็ไม่ค่อยจะดีนักควรเทน้ำในโอ่งทิ้งไปเลยดีกว่า แล้วค่อยใช้น้ำในกำไลมิติใส่แทนลงไปเลย  

            “พี่ใหญ่ช่วยข้าเทน้ำออกจากโอ่งให้หน่อยเ๯้าค่ะ”

            จากนั้นทั้งสามคนก็เดินเข้าไปในครัวทันที แล้วท่านแม่ก็ตามมาด้วยเพราะยังทำอาหารเย็นไม่เสร็จ

            เมื่อเข้ามาในครัวพี่ใหญ่ก็เข้าไปเทน้ำในโอ่งทิ้งทันที ส่วนโอ่งอีกใบท่านแม่ก็เอาปลาไปใช้ทำกับข้าวหมดพอดีก็เททิ้งไปพร้อมกัน เพราะถึงอย่างไรน้ำนั้นก็ใช้ไม่ได้อยู่แล้ว

            จากนั้นเพ่ยอิงก็ดึงน้ำจากลำธารในกำไลมิติออกมาใส่โอ่งทั้งสองใบจนเต็มแล้วก็ให้น้องเล็กตักน้ำไปแช่หินเรืองแสง จากนั้นก็เอาไปไว้ในห้องของทุกคน รวมทั้งห้องโถงและห้องครัวด้วย

            

     ...

     

            ในเย็นวันนั้น...

            หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จทุกคนนั่งพร้อมหน้ากันที่ห้องโถงในบ้านซึ่งตอนนี้ก็ได้นำเอาหินเรืองแสงออกมาให้แสงสว่างแล้ว

            “ท่านพ่อเ๽้าคะ เราปลูกผักขายกันดีหรือไม่เ๽้าคะ” เพ่ยอิงเสนอความคิดออกมา

            “ทำไมหรือ”

            “ก็พี่ใหญ่จะได้ไม่ต้องขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรมาขายอย่างไรเล่าเ๽้าคะ”

            “อืมมมม จริงอย่างที่เ๯้าว่า ถ้าเช่นนั้นเราก็ต้องไปซื้อเมล็ดพันธุ์มาจากในเมือง อาทิตย์หน้าหิมะก็คงจะละลายหมดแล้วจะได้ลงมือปลูกได้ทันที” 

            “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยววันรุ่งขึ้นข้าจะเข้าเมืองไปซื้อเมล็ดพันธุ์ผักมาให้เองขอรับ เพราะตอนนี้หิมะที่กองอยู่ก็เหลือไม่มากแล้ว” พี่ใหญ่เสนอตัว

            “เข้าเมืองหรือเ๯้าคะ ข้าอยากไปด้วยเ๯้าค่ะ” เพ่ยอิงรีบขอตามไปด้วยทันที เพราะเธอยังไม่เคยเข้าไปในเมืองเลยสักครั้ง ไม่ใช่แค่เธอคนปัจจุบันแต่เธอคนเก่าก็ไม่เคยไป ไม่รู้ว่าบรรยากาศกับผู้คนในเมืองจะเป็๞อย่างไร จะเป็๞อย่างในซีรี่ส์จีนหลายๆ เ๹ื่๪๫หรือไม่

            “แม่ว่าอย่าดีกว่า เมืองหย่งซานอยู่ห่างจากหมู่บ้านเทียนยี่ถึงสี่สิบลี้ การเดินทางก็ลำบาก” ท่านแม่ของเธอเอ่ยขัด

            “ไม่เป็๞ไรเ๯้าค่ะ ข้าไปได้ ให้ข้าไปเถอะนะเ๯้าคะท่านแม่”

            “อย่าดื้อเลยอิงเอ๋อร์ เ๽้าไม่เคยเดินทางไกลๆ เลย ยิ่งเมืองหย่งซานอยู่ห่างจากที่นี่ถึงสี่สิบลี้ด้วยแล้ว เ๽้าจะเดินไหวได้อย่างไร” ท่านแม่อธิบายออกมาให้เธอฟัง

            “แต่ท่านแม่เ๯้าคะ ตอนนี้ข้าแข็งแรงดีแล้วนะเ๯้าคะ แถมข้ายังเป็๞ผู้ฝึกปราณแล้วด้วย” ที่เธอกล่าวออกไปก็ถือว่ามีเหตุผล ทำให้ท่านแม่เริ่มลังเลแต่ก็ยังเป็๞ห่วงอยู่ดี

            “เอาอย่างนี้ดีหรือไม่” ท่านพ่อเอ่ยขึ้นมา ทำให้ทุกคนหันไปมองที่ท่านพ่อ

            “อย่างไรหรือเ๯้าคะ” 

            “เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ให้ต้าเอ๋อร์กับเ๽้าเข้าเมืองไปกับเกวียน รับ-ส่ง คนของลุงฉูฮ่ายก็แล้วกัน เพราะตอนนี้หิมะก็ละลายใกล้จะหมดแล้ว ลุงฉูฮ่ายคงกลับมา รับ-ส่ง คนเข้าเมืองเหมือนเดิมแล้ว” เมื่อท่านพ่อเสนอออกมาเช่นนั้นก็ทำให้ท่านแม่จำใจตอบรับออกมา

            “เอาแบบนั้นก็ได้”

            “ข้าก็อยากไปด้วยนะขอรับ”

            เมื่อเห็นว่าไม่มีอุปสรรคในการเดินทางแล้ว น้องเล็กก็รีบเอ่ยเสนอตัวว่าอยากไปด้วยทันที

            “แม่ว่าอย่าเพิ่งไปดีกว่านะหลีเอ๋อร์ เ๽้าค่อยไปคราวหน้าดีกว่า”

            “ก็ได้ขอรับท่านแม่” น้องเล็กตอบรับออกมาด้วยความไม่เต็มใจ


            ...

     

            เช้าวันถัดมา...

            เพ่ยอิงกับพี่ใหญ่ออกจากบ้านที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านเทียนยี่อยู่ประมาณสี่ลี้มา๻ั้๹แ๻่เช้า เพื่อตรงไปที่บ้านของลุงฉูฮ่ายคนขับวัวเทียมเกวียน รับ-ส่ง คน ไป-กลับ เมืองหย่งซาน 

            เมื่อมาถึงก็เห็นวัวเทียมเกวียนที่ลุงฉูฮ่ายจัดเตรียมไว้ รับ-ส่ง คน ไป-กลับ เมืองหย่งซาน เป็๞เกวียนที่ใหญ่พอสมควรให้คนนั่งได้ถึงยี่สิบคนโดยไม่อึดอัด ถ้านั่งกันมากๆ ก็จะได้มากถึงสามสิบคน ใช้วัวตัวใหญ่หนึ่งตัวในการลาก ซึ่งวัวของโลกนี้แต่ละตัวก็ใหญ่กว่าวัวของโลกที่เพ่ยอิงจากมาถึงสองเท่า

            และตอนนี้มีคนมารอขึ้นวัวเทียมเกวียนเพื่อเข้าเมืองหย่งซานอยู่ก่อนแล้ว สาม-สี่ คน เมื่อต้าชุนกับเพ่ยอิงเดินเข้าไปถึงลุงฉูฮ่ายก็ทักขึ้นมาในทันที

            ​​“อ้าว...ต้าชุนวันนี้เ๯้าก็จะเข้าเมืองหรือ” ลุงฉูฮ่ายถามด้วยความที่ตนเป็๞คนอัธยาศัยดี

            “ขอรับลุงฉูฮ่าย ข้าจะพาน้องสาวเข้าเมืองไปเปิดหูเปิดตาแล้วก็ซื้อเมล็ดพันธุ์ผักมาปลูกขายสักหน่อยขอรับ”

            ​​“ที่บ้านของเ๯้าจะปลูกผักขายกันแล้วหรือ”

            “ขอรับ”

            “แล้วนี่น้องสาวของเ๯้าหรือ ได้ข่าวว่าไม่สบายบ่อย แล้วนี้หายดีแล้วหรือ” 

            “เ๽้าค่ะท่านลุง” 

            “อืม ดีแล้วๆ” 

            “แล้วอีกนานหรือไม่ขอรับที่ท่านลุงจะเริ่มออกเดินทาง” พี่ใหญ่ถามถึงเวลาออกเดินทางเพื่อเข้าเมืองเมื่อเห็นว่าคนเริ่มมากันเยอะแล้ว

            “ไม่นานๆ ประเดี๋ยวอีกสักหนึ่งเค่อ ก็ไปแล้ว”

            ​​“ขอรับ” ต้าชุนตอบรับเพียงแค่นั้น

            ​​เมื่อรอได้อีกประมาณหนึ่งเค่อก็มีคนมาเพิ่มอีกเพียงแค่สามคน จากนั้นลุงฉูฮ่ายก็ขับวัวเทียมเกวียนออกทันที และเมื่อเดินทางมาถึงทางแยกที่สามารถไปหมู่บ้านเทียนซ่งและหมู่บ้านเทียนซานได้ ก็มีคนรอเพื่อที่จะขึ้นวัวเทียมเกวียนของลุงฉูฮ่ายอยู่สักประมาณหก-เจ็ดคน 

            บ้างก็จะไปขายผัก บ้างก็จะไปขายสัตว์เล็กๆ ที่ใช้กับดักจับมาได้ ทำให้ตอนนี้เกวียนของลุงฉูฮ่ายเต็มไปด้วยผู้คน

            “น้องรองเ๯้าไหวหรือไม่” พี่ใหญ่เอ่ยถามขึ้นมา เมื่อเห็นสีหน้าของเธอไม่ค่อยดีสักเท่าไรนัก

            “ข้าไหวเ๽้าค่ะพี่ใหญ่”

            บอกเลยว่าประสบการณ์การนั่งวัวเทียมเกวียนในครั้งแรกของเธอนั้นไม่ได้ดีมากนัก ทั้งเกวียนโคลงและโยกไปมาจนทำให้เวียนหัว อีกทั้งยังเจ็บก้น แล้วคนก็เยอะจนต้องนั่งเบียดกันอีก

            “เ๽้าทนอีกนิดเดียวก็จะถึงเมืองหย่งซานแล้วล่ะ” พี่ใหญ่เอ่ยบอก

            “เ๯้าค่ะพี่ใหญ่” 

            นั่งมาได้ไม่นานก็ถึงเมืองหย่งซานอย่าที่พี่ใหญ่กล่าว แต่เวลาเพียงไม่นานนั้นก็นานสำหรับเธออยู่ดี 

            ซึ่งวัวเทียมเกวียนของลุงฉูฮ่ายที่วิ่งมากว่าหนึ่งชั่วยามสี่เค่อ ก็จอดลงที่ทางเข้าของเมืองหย่งซานเพื่อให้คนลง ลุงฉู่ฮ่ายจะเก็บจากคนที่นั่งมาจากหมู่บ้านเทียนยี่คนละสองอีแปะ 

            ส่วนคนที่มาขึ้นตรงแยกระหว่างหมู่บ้านก็จะเก็บเพียงคนละหนึ่งอีแปะเท่านั้นเพราะขึ้นมาแค่ครึ่งทาง ต้าชุนกับเพ่ยอิงจ่ายค่านั่งวัวเทียมเกวียนไปรวมกันสองคนก็เท่ากับสี่อีแปะ 

            จะสังเกตได้ว่าตามข้างทางก่อนถึงประตูเมืองจะมีพวกพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งแผงขายของกันอยู่เต็มไปหมด ดูคึกคักอยู่ไม่ใช่น้อย

            แต่ก่อนที่ทั้งสองคนจะได้เดินไปต่อแถวเข้าเมือง ลุงฉูฮ่ายก็ได้บอกว่าถ้าจะกลับด้วยให้มารอหน้าทางเข้าเมือง๻ั้๹แ๻่ปลายยามเว่ย (13.00-14.59น.) เมื่อเข้ายามเซิน (15.00-16.59น) ก็จะขับเกวียนกลับหมู่บ้านทันที

            ทั้งเธอและพี่ใหญ่มาต่อแถวคนเดินเข้าเมืองซึ่งไม่นานก็ถึงทั้งสองคน เมื่อยื่นป้ายชื่อประจำตัวยืนยันตัวของหมู่บ้านเทียนยี่ให้ดูก็ผ่านเข้าเมืองไปได้อย่างง่ายดาย

            ซึ่งในการเข้าเมืองแต่ละครั้งทุกคนที่มาจะต้องมายื่นป้ายประจำตัวเพื่อให้ทหารดูก่อนเพราะถ้าหากเข้าไปก่อความวุ่นวายภายในเมืองจะได้ตามหาตัวได้ง่าย

            ๻ั้๫แ๻่ประตูทางเข้าเมือง เพ่ยอิงก็ได้พบเข้ากับความคึกคักของคนภายในเมืองทั้งที่เดินเข้าและออกนอกเมือง

            พอเดินเข้ามาแล้วก็มีร้านขายของต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็๲ร้านขายของชำ ร้านขายผ้า โรงเตี๊ยม และเหล่าอาหารต่างๆ และอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน 

            ลักษณะการตกแต่งของที่นี่เห็นทีจะต่างไปจากซีรี่ส์จีนย้อนยุคหลายๆ เ๹ื่๪๫ที่เธอเคยดูผ่านตามา

            เพราะมันดูคึกคักแล้วก็มีชีวิตชีวากว่านั้นมาก และที่สำคัญเธอไม่ได้ย้อนกลับมาในอดีตแต่เธอมาโผล่ในโลกที่ไม่รู้จัก แค่วิถีชีวิตและความเป็๲อยู่ต่างๆ จะคล้ายกับยุคเก่าๆ ของจีนเพียงเท่านั้น

            “เดี๋ยวเราจะไปซื้อเมล็ดพันธุ์ผักที่จะปลูกก่อนนะ แล้วข้าค่อยพาเ๯้าไปเดินเที่ยวชมเมือง” พี่ใหญ่เอ่ยบอก แล้วจากนั้นก็พาเธอเดินไปที่ร้านขายเมล็ดพันธุ์ผัก

            “เ๽้าค่ะ” 

            พี่ใหญ่พาเธอมาที่ร้านขายเมล็ดพันธุ์ผักร้านหนึ่ง ซึ่งที่ร้านนี้ไม่ใหญ่มากค่อนข้างไปทางจะเล็กด้วยซ้ำไป

            “ทำไมถึงมาร้านนี้เล่าเ๽้าคะ เราไปร้านใหญ่ ๆ ของอีกฝั่งถนนที่เราเดินผ่านมาไม่ดีกว่าหรือเ๽้าคะ” เธอเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย เพราะส่วนมากเมล็ดพันธุ์พืชในร้านใหญ่ๆ จะมีของที่ดีกว่าร้านเล็กๆ ที่เอามาขาย ถึงแม้ว่าราคาจะแพงกว่านิดหน่อยแต่คุณภาพดีอย่างแน่นอน 

            ถ้าเป็๞ร้านเล็กๆ คนอาจจะไม่ค่อยได้เข้าไปซื้อเหมือนกับร้านค้าใหญ่ๆ ทำให้เมล็ดพันธุ์ที่รับมาขายค้างอยู่ในร้านนานจึงอาจจะทำให้เมล็ดฝ่อและเสียเยอะ จากที่คิดว่าจะไปได้ของถูกแต่กลับได้ของแพงมาแทน

            “ถึงร้านนี้จะเป็๲เพียงร้านเล็กๆ แต่คุณภาพของเมล็ดพันธุ์พืชผักที่ขายดีอย่างแน่นอน เมล็ดพันธุ์ที่ฝ่อก็มีน้อยแถมเมล็ดยังอวบอิ่มไม่แพ้ร้านใหญ่ๆ” 

            “ชาวบ้านที่ปลูกผักในหมู่บ้านเทียนยี่ส่วนมากก็จะมาซื้อกันที่ร้านนี้แหละ” ต้าชุนอธิบายให้เพ่ยอิงฟัง 

            เพราะทางบ้านตระกูลเหอของท่านแม่เคยแนะนำไว้ว่าถ้าจะปลูกผักขายก็ให้มาซื้อเมล็ดพันธุ์ร้านนี้ เพราะคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ไม่ได้แตกต่างไปจากร้านใหญ่ๆ ในเมืองเลย อีกทั้งราคายังถูกกว่ามาก

            “อย่างนั้นหรือเ๯้าคะ เช่นนั้นเราก็เข้าไปเลือกเมล็ดพันธุ์กันเถิดเ๯้าค่ะ” 

            “จะรับเมล็ดพันธุ์อะไรดีจ๊ะพ่อหนุ่ม” เถ้าแก่เนี้ยที่เป็๲เ๽้าของร้านเอ่ยถาม

            “เ๯้าจะเดินดูก่อนหรือไม่น้องรอง” พี่ใหญ่หันมาถามเพ่ยอิงที่คนต้นคิดที่จะปลูกผักขึ้นมา

            “ถ้าอย่างนั้นข้าขอเดินดูก่อนนะเ๽้าคะพี่ใหญ่” เธอหันไปกล่าวกับพี่ใหญ่

            “ข้ากับพี่ชายขอเดินชมก่อนนะเ๯้าคะเถ้าแก่เนี้ยคนงาม” 

            เธอกล่าวชมเถ้าแก่เนี้ยคนขายเมล็ดพันธุ์พืชผัก เพราะจากที่เห็นอายุก็น่าจะประมาณสามสิบปลายๆ ผิวออกขาวเหลืองหน่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ดูแก่อะไรขนาดนั้น ถึงแม้ว่าร่างจะท้วมไปสักหน่อยดูรวมๆ แล้วก็ไม่ได้แย่อะไร ก็แค่หน้าตาธรรมดาเท่านั้น แต่ก็พูดชมไปก่อนไม่ได้เสียหายอะไรเผื่อบางทีจะได้ส่วนลดมาบ้าง

            “แหม ได้สิจ๊ะแม่สาวน้อย เ๯้าทั้งสองเชิญดูตามสบายถ้าอยากได้เมล็ดพันธุ์อะไรก็บอกข้าได้เลย” 

            เธอเดินดูเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ที่มีอยู่ในร้านก็เห็นได้ว่าเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ที่มีขายเมล็ดดูใหญ่และอวบอิ่มดีทุกเมล็ด 

    ดีอย่างที่พี่ชายของเธอกล่าวเอาไว้จริงๆ ด้วยสิ ถึงแม้ว่าเมื่อวานจะตกลงกันแล้วว่าจะซื้อเมล็ดพันธุ์ผักอะไรบ้างแต่เธอก็ยังอยากเดินดูก่อนอยู่ดี

            เมื่อเดินดูไปได้สักพักเธอก็ตัดสินใจได้ว่าควรจะเอาเมล็ดพันธุ์ผักไปเพิ่มอีกสักสองอย่าง

            “เถ้าแก่เนี้ยเ๯้าคะ ข้าเอาเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาว หัวไชเท้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง แล้วก็กุยช่าย อย่างละสามชั่งเ๯้าค่ะเถ้าแก่เนี้ยคนงาม” เมื่อเธอสั่งเมล็ดพันผักเสร็จก็ไม่ลืมที่จะเยินยอเข้าไปด้วยอีกทีหนึ่ง

            “แหม เ๽้าล่ะก็ ข้าก็ไม่ได้งามอะไรขนาดนั้น” เถ้าแก่เนี้ยกล่าวพร้อมกับบิดตัวไปมาอย่างเขินอาย

            “เถ้าแก่เนี้ยอย่าถ่อมตนเลยเ๯้าค่ะ ไม่เคยได้ยินหรือเ๯้าคะว่าเด็กไม่เคยโกหก” เธอยังเอ่ยเยินยอต่อไปไม่หยุด

            “ก็ได้ๆ ตามใจเ๽้า เดี๋ยวข้าจะไปตักเมล็ดพันธุ์ผักมาให้เ๽้ารอสักประเดี๋ยว” กล่าวจบเถ้าแก่เนี้ยเ๽้าของร้านก็ตักเมล็ดพันธุ์ผักมาให้ทันที

            “ได้แล้วๆ มาคิดราคากันดีกว่า ผักกาดขาว ชั่งละสิบห้าอีแปะ หัวไชเท้า ชั่งละสิบห้าอีแปะ กวางตุ้ง ชั่งสิบสองอีแปะ ผักบุ้ง ชั่งละสิบอีแปะ กุยช่าย ชั่งละสิบอีแปะ เ๯้าเอาอย่างละสามชั่ง รวมทั้งหมดหนึ่งร้อยแปดสิบหกอีแปะ ข้าแถมเมล็ดพันธุ์แคร์รอตไปให้เ๯้าครึ่งชั่งด้วยนะ” เถ้าแก่เนี้ยกล่าวไปพลางดีดลูกคิดไปพลาง 

            “ขอบพระคุณเ๽้าค่ะเถ้าแก่เนี้ยคนงาม นี่เ๽้าค่ะค่าเมล็ดพันธุ์ผัก” จากนั้นพี่ใหญ่ก็เอาถุงกระดาษใส่เมล็ดพันธุ์ผักทั้งหมดไปถือ

            “ข้ากับพี่ชายไปก่อนนะเ๯้าคะ คราวหน้าข้าจะมาซื้อใหม่นะเ๯้าค่ะ” 

            จากนั้นทั้งสองก็เดินออกมาจากร้าน เมื่อมาอยู่ในที่ลับตาคนเพ่ยอิงก็นำถุงเมล็ดพันธุ์ที่ต้าชุนถือเข้ามาเก็บไว้ในกำไลมิติก่อนแล้วเหลือเอาไว้สักถุงเพื่อไม่ให้เป็๲ที่สงสัยนักจากนั้นค่อยเดินเที่ยวชมเมือง

            ตอนนี้ก็น่าจะใกล้ยามอู่แล้ว (11.00-12.59น.) กว่าลุงฉูฮ่ายจะเดินทางกลับหมู่เทียนยี่ก็ยามเซิน (15.00-16.59น.) ยังเหลือเวลาให้เดินเที่ยวอีกสองชั่วยาม 

            หากถามว่าเก็บของเข้ากำไลมิติไปแล้วจะไปอยู่ไหน คำตอบก็คือเข้าไปอยู่ที่กระท่อมข้างน้ำตกนั่นเอง กระท่อมหลังนั้นเพ่ยอิงให้ไป๋หู่ใช้ปราณช่วยสร้างขึ้นมาให้ ซึ่งทำมาจากเถาวัลย์ที่พันเกี่ยวกันขึ้นไปเป็๲รูปร่างของกระท่อม ส่วนของหลังคาก็ให้ใช้เถาวัลย์ที่มีใบเยอะและใหญ่หน่อยมุงเอาไว้ มีเตียงที่ทำขึ้นจากเถาวัลย์ปูด้วยหญ้าที่หนานุ่มเหมือนขนสัตว์ 

            ส่วนด้านหน้าก็ให้ทำยื่นลงไปในน้ำมีเก้าอี้โยกปูด้วยหญ้านุ่ม ๆ ไว้ให้เรียบร้อย เผื่อเธออยากไปนั่งมองน้ำตก ซึ่งทั้งหมดนี้เธอเป็๞คนออกแบบเอง