เกือบเก้าโมงเอมิกาถึงลืมตาตื่นขึ้น พร้อมอาการปวดหนึบที่หัว จนต้องยกสองมือกุมขมับ อาทิตยาเองก็ตื่นเมื่อเพื่อนเคลื่อนไหวจนตัว
“ไปอาบน้ำสิ แล้วออกไปซดกาแฟขมๆ สักแก้ว จะได้สร่าง”
“กินก่อนค่อยอาบน้ำไม่ได้เหรอ” ยังมีต่อรอง
“ไม่ได้ อาบน้ำแล้วแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนค่อยออกไป เร็วเข้าเหม็นเหล้าจะตายแล้ว”
คนบอกรีบลุกแล้วจัดการพับผ้าห่มไล่ไปในตัว เพื่อนถึงหน้างอเดินเข้าห้องน้ำ แล้วรีบออกมาแต่งตัวเพราะอยากได้กาแฟสักแก้วจะได้หายปวดหัว อาทิตยาเองก็รีบเข้าห้องน้ำแล้วรีบแต่งตัวออกตามไปในเวลาไม่นานนัก พบว่าคนอยู่ชุดรับแขกยังหลับสบายอยู่
“มาตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ”
คำถามแรกผุดออกมาจากปากคนเพิ่งสร่าง
“เมื่อคืนดึกๆ”
เอมิกาจ้องมองหน้าเพื่อนขณะจิบกาแฟ แล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆ ก่อนแหย่
“แล้วทำไมหล่อนถึงได้โง่เข้าไปนอนบนเตียงกับฉันล่ะ ไม่นอนข้างๆ เขา เพื่อนกันไม่ต้องสร้างภาพหรอกน่าของมันรู้ๆ กันอยู่”
อีกคนกระซิบตอบทันควัน
“บ้า!!! ฉันกับเขาไม่ได้มีอะไรกันนะ และไม่มีวันจะมีด้วย จำไม่ได้เหรอว่าเงื่อนไขของฉันเป็นยังไง”
“แหม!!! กฏบางอย่างมันต้องมียืดหยุ่นบ้างสิยะ”
อาทิตยาไม่ตอบ นอกจากทำตาโตใส่
“อยากกินอเมริกันเบรคฟาสต์จังเลย รอนะ! เดี๋ยวออกไปซูเปอร์ก่อน และขากลับจะเคาะประตูดังๆ ให้สัญญาณ เผื่อเขาจะตื่นขึ้นมากุ๊ดมอนิ่งคิสบ้างหล่อนจะได้ตั้งตัวทัน”
เอมิกาจึงกระซิบกระซาบตรงท้ายประโยค แล้วย่องออกไปอย่างเงียบกริบ แต่เสียงประตูปิดเข้าก็ไม่วายปลุกให้คนหลับตื่นอยู่ดี เขาไม่ได้ทักทายเจ้าของห้อง
นอกจากรีบคว้าเสื้อผ้าเดินเข้าไปอาบน้ำ กลับออกมาในสภาพที่เรียบร้อย แม้ไม่เนี้ยบแต่ก็ดูดีในสายตาอาทิตยาที่กำลังเตรียมจะทำไข่ดาวรอเพื่อนกลับ
“อรุณสวัสดิ์ครับ”
ไข่ในมือบางเกือบหลุดเพราะความตกใจเมื่อมีสองแขนโอบกอดจากด้านหลัง แก้มก็ถูกหอมอย่างรวดเร็ว แต่เจ้าของแก้มไม่ได้ตำหนิติเตียนแต่อย่างใด นอกจากหันกลับมายิ้มให้
“รอสักครู่นะคะ มี่กำลังไปซื้อของมาทำมื้อเช้าอยู่ค่ะ”
“งั้นผมเช็คเมล์รอก็แล้วกันนะ”
เขารีบผละออกจากร่างเล็ก เมื่อเดาไม่ออกว่าคนไปข้างนอกจะกลับมาเมื่อไหร่ แล้วหันไปหางานในแล็ปท็อปที่มีงานรออยู่เต็มทันที จนลืมว่ามีสองสาวอยู่ในห้องด้วย
“คุณจิณคะเชิญค่ะ” กระทั่งเสียงเอมิการ้องเรียกถึงได้วางมือจากงานเดินไปหาโต๊ะ
“กินกันไปสองคนเลยนะคะ มี่ขอกลับไปกินที่ห้องและเก็บกวาดก่อนค่ะ รกยังกะรังหนู”
ว่าแล้วเอมิกาก็ยกจานของตัวเองเดินตัวปลิวออกไปอย่างรวดเร็ว อาทิตยาแค่หันมายิ้มให้เขาที่มองด้วยความสงสัย แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไงว่าที่เพื่อนรีบเผ่นนั้นก็เพื่อหมายจะเปิดโอกาสให้เธอและเขาได้อยู่ด้วยกันตามลำพังมากกว่า
“บ้านผมเป็นยังไงบ้าง น้องๆ ทำเรื่องให้คุณปวดหัวอีกหรือเปล่า คุณแม่ใช้งานคุณหนักมั้ย แล้วคุณพ่อกลับมานอนบ้านทุกคืนหรือเปล่า”
เขาเลือกถามอย่างเป็นการเป็นงานระหว่างนั่งกินด้วยกัน อาทิตยาเองก็บอกความไปตามความจริงทุกอย่าง และนั่นทำให้เขาเบาใจไม่น้อยเลย ที่เวลาห่างบ้านก็ยังมีคนคอยเป็นหูเป็นตาให้
“ผมแวะไปดูยัยแอ๊ฟที่ฝรั่งเศสมาด้วย”
เขาเองก็ไม่ปิดบัง
“แล้วเป็นยังไงบ้างคะ”
อาทิตยาตื่นเต้นที่จะได้รู้ข่าวสาวหนีร้อนไปพึ่งเย็นทันที
“ก็คงจะลืมเรื่องร้ายๆ ได้บ้างแล้วมั้ง เห็นช่วยงานในไร่อองเดรแก้เบื่อแก้เหงา ได้ค่าจ้างแพงเหมือนกัน พอว่างจากงานอองเดรก็สอนภาษาฝรั่งเศสให้ด้วย”
และอีกสองสามเรื่องที่ทั้งคู่หยิบยกขึ้นมาพูดคุยกัน จากนั้นจิณณวัตรก็นั่งทำงานอยู่หน้าจอเงียบกริบ อาทิตยาไม่อยากอยู่กวนจึงชวนเอมิกาไปเดินซื้อของสดมาไว้ทำอาหารเที่ยงกับเย็น
แต่ก็ช้อปเพลินกลับมาอีกทีสี่โมงเข้าไปแล้ว กลัวคนรอจะหิวแทบแย่ แต่เห็นยังนั่งทำงานเฉยๆ อยู่ ข้างกายก็มีชามบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปวางไว้
“อุ๊ย!!!”
เจ้าของห้องหมายจะไปเก็บชามมาล้าง ก็ถูกเขาคว้าเอวคอดไว้จนเสียหลักตกไปอยู่บนตักอย่างง่ายดาย แก้มก็ถูกหอมทันควันเช่นกัน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มและอารมณ์ดี
“มื้อเย็นจะทำอะไรให้ผมกินเหรอ แต่ต้องอร่อยกว่าบะหมี่ชามนั้นนะ หายไปตั้งนานรอกินเที่ยงด้วยไม่ไหว เลยต้องพึ่งอาหารญี่ปุ่นก่อน”
“ตอนแรกว่าจะทำสุกี้กินด้วยกันค่ะ แต่มี่เกรงใจคุณก็เลยจะมาช่วยทำแล้วแบ่งไปกินที่ห้อง”
อาทิตยาตอบไม่เต็มเสียงนัก เพราะอายเหลือกำลังที่ต้องนั่งอยู่บนตักเขา
“ทำไมล่ะ กินหลายๆ คนสิอร่อยออก พูดแล้วก็อยากกินเหมือนกันนะ ผมจำไม่ได้แล้วว่ากินสุกี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ น่าจะก่อนไปเมืองนอก ไปบอกคุณมี่มาอวดฝีมือให้ผมชิมทีเถอะนะ ไม่งั้นผมต้องรู้สึกผิดแน่ๆ ที่กลายเป็นตัวแทรกระหว่างคุณสองคน ถ้าคุณมี่ไม่ยอมมาคุณก็ขู่ว่าผมจะหนีกลับนะ”
อาทิตยาหันไปมองหน้าคนพูดเพื่อค้นหาว่ามาจากใจหรือแค่ตามมารยาท แต่เห็นรอยยิ้มอย่างเต็มใจแล้วก็ยิ้มตอบ แล้วรีบลาจากตักเขาไปเคาะประตูเรียกเพื่อน ส่วนเขาก็ยังคงนั่งจ้องหน้าจออยู่อย่างนั้น จนสองสาวต้องเรียกให้ไปนั่งโต๊ะ เขาถึงได้ปิดแล็ปท็อป
“ถ้าไม่อร่อยอย่าบ่นนะคะคุณจิณ เพราะมี่ไม่ได้ทำนานแล้วค่ะ”
เอมิการีบออกตัว เมื่อนั่งอยู่ตรงหน้าหม้อกำลังเดือดปุดๆ มือก็เด็ดผักลงไปในอย่างไม่รีบร้อน จิณณวัตรยิ้มให้สาวตรงหน้าอย่างสุภาพก่อนเอ่ย พร้อมกับเหล่ตาไปหาคนข้างๆ
“แต่ดูหน้าตาแล้ว ผมว่าคงจะอร่อยกว่าฝีมือคนแถวๆ นี้อยู่นะครับ”
เอมิกาหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ แต่อาทิตยากลับค้อนนิดๆ ให้ทั้งสอง จนเขาต้องเอาใจเพื่อลบล้างความผิดด้วยการลวกกุ้งตัวโตๆ ให้ ถึงได้ยิ้มบางๆ จากใบหน้าสวย
“นี่ของคุณมี่ครับ”
เอมิกาให้ประทับใจในตัวจิณณวัตรไม่น้อยที่แสดงความเป็นสุภาพบุรุษด้วยการตักอาหารให้อาทิตยาไม่ขาด และยังเผื่อแผ่มาถึงตัวเองอย่างเต็มอกเต็มใจทุกครั้ง
ผิดกับชายไทยหลายต่อหลายคนที่มักจะเอาอกเอาใจแต่แฟนตัวเอง รวมทั้งหนุ่มใหญ่เมียเผลอด้วย ที่ไม่เคยเลยจะยอมคบค้าสมาคมกับเพื่อนคู่นอนอย่างเธอ
มาหาทีก็จะหมกอยู่แต่ในห้อง หรือไม่ก็จะชวนกันออกไปกินร้านหรูหราเพียงสองคน ไปเที่ยวก็จะจำกัดแค่สองคน ไม่เคยถามไถ่ถึงคนอื่นแม้แต่พ่อแม่ของเธอเอง นอกจากให้เงินส่งไปใช้เท่านั้น ผิดกับจิณณวัตรที่ยังมีน้ำใจอุตส่าห์ถามถึง แม้เพิ่งจะเคยนั่งกินข้าวด้วยกันเป็นครั้งแรกก็ตามที
น้ำตาของสาวบาดเจ็บทางใจแทบจะไหลรินออกมา เมื่อเห็นเพื่อนกับคนรู้ใจช่วยกันเก็บโต๊ะ ยืนเคียงข้างกันล้างถ้วยชาม จนต้องรีบพาตัวออกห่าง เมื่อชายที่ตัวเองรักไม่เคยมีเวลามาทำเรื่องแบบนี้ด้วยเลย
“มี่ไปดูละครก่อนนะ”
อาทิตยาหันมายิ้มให้ แต่ไม่ได้ทักท้วงเพราะรู้ดีว่าเพื่อนไม่อยากกวนเวลาอันเป็นส่วนตัว ทว่าค่ำคืนนี้ตัวเองกลับต้องการเพื่อนอยู่ด้วยอย่างที่สุด ด้วยไม่รู้ว่าจะหักห้ามตัวเองได้ไปอีกกี่มากน้อย หากมีเขาอยู่ใกล้ๆ คอยกอดคอยหอมอยู่อย่างนี้
“ผมนอนในนี้ด้วยได้หรือเปล่า เมื่อคืนนอนขดจนปวดหลังเลย”
แล้วเขาก็แจ้งความจำนงออกมาอย่างที่คาดคิดไว้ไม่มีผิด ทำให้รู้สึกอึดอัดจนคนถามรู้สึกได้ จึงยิ้มออกมาด้วยความขำก่อนอธิบาย
“ผมหมายถึงว่า นอนพื้นห้องน่ะไม่ใช่บนเตียง ผมสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเกินเลยกว่าที่เป็น ถ้าคุณไม่พร้อม แต่ผมก็อยากอยู่ใกล้ๆ คุณบ้าง เพราะมะรืนต้องบินไปอีสานค้างสองสามวันด้วย งานก็เยอะจนไม่มีเวลาว่างจะได้เจียดมาอยู่กับคุณได้ นอกจากคืนนี้”
ค่อยโล่งใจขึ้นมาไม่น้อย อาทิตยาจึงผละออกจากการโอบกอดของเขา ไปเปิดตู้ดึงเครื่องนอนที่น้องๆ มักจะใช้เป็นประจำเวลามาค้าง แล้วเอาไปปูไว้ข้างเตียง จัดหมอนจัดผ้าห่มให้เรียบร้อย จิณณวัตรรีบนั่งลงใกล้
“ขอบคุณครับ ขอหอมทีได้หรือเปล่า”
คนไม่คิดจะรอคำอนุญาตรีบรวบร่างนุ่มเข้ามากอดแล้วหอมหนักๆ ลงไปทันที
“คุณถึงจัง แล้วคุณคิดถึงผมหรือเปล่า”
อีกครั้งที่เขาไม่รอคำตอบ แต่รีบก้มลงไปประทับจูบกระจับนุ่มทันที เพราะวันนี้อยากจะอยู่ใกล้ อยากกอดอยากหอมอยากจูบใจจะขาด แต่โอกาสและเวลาไม่เอื้ออำนวยเอาเสียเลย
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
สนใจโหลดตัวอย่างอ่านก่อนซื้อได้ค่ะ

****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเรื่องจะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็นกำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในครอบครองอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็นประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น






































