กลับมาที่ปัจุบัน
หลังจากวิ่งไปวิ่งมากับการสั่งของและแกะกุ้งเพื่อเตรียมทำต้มยำกุ้งและโขลกเครื่องแกงส้มที่ไปเก็บมาจากสวนหลังบ้าน รินก็ถึงกับหมดแรงข้าวต้ม
แถมเจอเื่ใจหายใจคว่ำั้แ่เช้า หมดแรงเลยให้ตายเถอะ ขอเอนหลังสักหน่อยก็ยังดี
แต่เมื่อเธอเดินเปิดประตูห้องนอนไปเธอกลับระแวงว่าแล้วเธอจะตื่นขึ้นมาอีกที่เหมือนเดิมมั้ย เธอจึงหันหัวเรือกลับมาทางห้องทำงาน
เมื่อเธอเลื่อนบานเฟี้ยมและยังไม่ทันได้ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ภาพตรงหน้าคือผู้ชายนั่งหน้าเหวออยู่ต่อหน้าเธอ ห้องที่เธอเปิดเข้าไปมันกลายเป็ห้องที่มีโต๊ะตัวใหญ่และคนตัวใหญ่ที่นั่งตรงนั้นมันคือไอ้ั์ที่เธอฝากรอยเท้าไว้กลางอก
เธออยากจะกรีดร้องแต่เสียงมันไม่ออก สิ่งที่เธอทำแล้วทำให้คนอีกฝั่งงงกับพฤติกรรมของเธอคือ เธอถอยหลังแล้วเลื่อนบานเฟี้ยมปิดประตู
แต่ตัวเธอเองกลับยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นไม่ขยับตัวไปไหน เอาวะนับ1ถึง 10 1,2,3,4,5,6,7,8,9,10 ผ่าง
"เห้ย!!!!” ยังไม่ทันที่เธอจะเอื้อมมือไปเลื่อนประตูแต่บานเฟี้ยมมันก็ถูกเลื่อนออกมา ไอ้ั์ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเธอ
“ใหมดเลย Welcome to my world” ริน
ผลัก! ไม่พูดเปล่าเธอะโขาคู่ถีบคนตรงหน้าแล้วรีบวิ่งออกมาที่หน้าประตูบ้าน
“เอเลี่ยนบุก intruder!!!!! ย๊ากกกกกกกก"ริน
ส่วนอีกฝั่ง หลังจากที่ลงไม่นั่งจุกอยู่กับพื้น
“เอาอีกแล้วเหรอ” ยัยนี่ใทีก็ถีบที คราวนี้ขาคู่ สติดีที่ไหน นอกจากร้ายกาจแล้วยังจะประสาทแดกด้วย” ที่จริงตัวเขาเองก็ไปไม่เป็เช่นกันแต่ยังไม่มีเวลาให้สติแตกก็โดนฝ่าเท้าไร้เงาเข้าที่หน้าอกจุดเดิม
“แม่นจริงนะ” แทน
ทางฝ่ายริน หลังจากแกล้งสติแตกแล้วและเห็นว่าคงไม่มีใครตามมาก็กลับมานั่งที่โซฟากลางบ้าน กอดอกและครุ่นคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น
มิติเหลื่อมหรือผีหลอก จะเลือกเชื่อ JJ Abram จากซีรี่ย์ fringe ดีหรือจะเชื่อนิโคล คิดแมน จาก The other ดีวะ คนสวยงง
ถ้าอยากรู้คงต้องถามแล้วล่ะ การฝึกการตอบโต้และการแสดงอารมณ์ของเธอถือว่าใช้ได้มั้ยนะ เธอเลือกที่จะตอบโต้เหมือนกันในสถานการณ์ที่ต่างกัน
“กรี๊ดเมื่อกี๊มันดูเวอร์ไปนิดนึงแฮะ” ริน
ถามว่าเธอใหรือไม่ คำตอบคือ “ใช่” อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ไม่เท่ากับเมื่อเช้า แต่ที่เธอะโถีบสองขาเธอจำคำที่เขาเรียกเธอว่า อีตัวได้ มันคือวิถีการเอาคืน คนปากไม่ดีสมควรโดนบ้าง
นิสัยของเธอถ้ามองแบบดีๆ ก็จะเรียกว่า เรียกร้องความยุติธรรม แต่ถ้าเรียกแบบไม่ดีก็เรียกว่า เ้าคิดเ้าแค้น
ซึ่งก็จริงนั่นแหละ เป็อย่างนี้มาั้แ่เด็ก เริ่มั้แ่วันที่รันจากไป เธอเกือบทำให้บ้านย่ามอดไหม้ไป ดีที่วันนั้นป้ารองอยู่ หึหึ แล้วคนที่ลงมือก็ไม่ใช่เธอ แต่มันเป็ฝีมือของเธอ
ถามว่าเธอเลวมั้ยก็จะตอบว่า แล้วแต่มุมมอง และถ้าจะมองว่าเธอเลวเธอก็ไม่สนหรอก ทำพี่ชายเธอตายคำขอโทษสักคำไม่หลุดออกจากปาก
ั้แ่วันนั้นเธอสาบานว่าบ้านหลังนั้นจะไม่มีวันสงบสุขอีก ซึ่งเธอก็ทำได้ตามที่พูด
เธอเดินตั้งน้ำร้อน เตรียมชา กาแฟไว้รอแขก ไม่นานเสียงเปิดประตูจากห้องทำงานของเธอก็ดังขึ้น
ภาพที่เขาเห็นเมื่อเปิดประออกมาประตูที่เขาเปิดออกเป็แบบบานเฟี้ยม พื้นเป็พื้นไม้สีน้ำตาลให้ความรู้สึกอบอุ่น ผนังบ้านเป็ไม้คล้ายเป็ระแนงแต่วางต่อกันทาสีเขียวพาสเทล
เพดานค่อนข้างสูงทำให้ลมหมุนเวียนดี ตัวบ้านมีลักษณะเป็แปดเหลี่ยมจัดห้องเป็สัดส่วนโดยมีโถงกลางวางเฟอร์นิเจอร์ไม้ มีเบาะวางรองลายด้วยได้สีอ่อนอมชมพู เรียบง่ายแต่สวยงาม
เบาะดูนุ่มน่านั่งสบาย มีพัดลมตั้งพื้นวางอยู่ข้างเสา
ตัวบ้านโปร่งสามารถมองออกไปรอบๆ บริเวณบ้านที่เห็นต้นไม้เขียวขจี มีผลไม้กำลังออกดอก ออกผล มองออกไปทางหน้าบ้านมีศาลาริมน้ำ
ด้านหลังเป็สวนเลยไปหน่อยก็มีเรือนหลังเล็กอีกเรือน หน้าประตูที่มองเห็นราวบันไดไม้ นั่นหมายความว่าบ้านนี้อยู่้าพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยมากกว่า
“อ่ะแฮ่ม” รินที่ยืนอยู่ข้างหลังเขากระแอมเรียกสติ
“ชาหรือกาแฟ” พอได้มายืนใกล้เธอถึงกับต้องแหงนหน้า เธอสูง 168 ซม. ถึงไม่สูงแต่ก็ไม่เตี้ย แต่อีตาลุงนี่สูงกว่าเธอหนึ่ง่หัว หัวเธอน่าจะอยู่แค่หัวไหล่เขาพอดี
” ไม่มีโกโก้ เหรอ”
"…..” ริน
“มีโอวัลตินกินมั้ย”
"คืออะไร” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
“มอลต์น่ะ” ริน
“ขอกาแฟ” แทน
เยอะ คิดได้อย่างนั้น รินพยักหน้าแล้วเธอไปกดน้ำร้อนชงกาแฟสูตรกลมกล่อมของเธอ
“ไม่นม ไม่น้ำตาล” แทน
“ไม่ทัน ใส่ไปแล้ว จะกินมั้ย” ริน
“ลองดู” แทน
ชายหนุ่มยื่นมือออกไปรับแก้วกาแฟกันร้อนสองชั้น ก่อนจะจิบก็มองหน้าเ้าของบ้าน
“ไม่มียาพิษหรอกอย่างมากก็แค่สลอด” ริน
“อะไร” ชายหนุ่มถาม
“ก็ไอ้ที่กินเข้าไปแล้วต้องวิ่งเข้าห้องน้ำจนหมดไส้หมดพุงนั่นแหละ” รินตอบหน้าตาเฉย
ชายหนุ่มผงะ ยัยนี่พูดจาดีๆ ไม่ได้หรือไง
“อืม อร่อยดี”
“อือ” ริน
เดี๋ยวก็ขี้แตก
“บ้านน่าอยู่” แทน
“อือ” ริน
เมื่อกี๊ใส่สลอดไปป่าววะ
“อยู่คนเดียวเหรอ” แทน
“เออ” ริน
ที่บ้านไม่มีสลอดนี่หว่า แสดงว่าเมื่อกี๊ไม่ได้ใส่อะไร ว้า รินนั่งคุยกับตัวเองจนดูเหมือนจะลืมแขกต่างมิติที่ไม่ได้รับเชิญ
“คำถาม” แทน
“อือ” ริน
“เป็ผีหรือเป็คน/ เป็ผีหรือเป็คน” ถามพร้อมกัน
“เป็คน/เป็คน” ตอบพร้อมกัน
งั้นใช่ละคงจะเป็คนละมิติ
ผู้ชายที่อยู่เบื้องหน้าของเธอตัวสูงหน้าตาหล่อเข้าขั้นว่าวัวตายความล้มกันเลยทีเดียว แพขนตานั่นบ่งบอกได้เลยว่าเขาคงเป็คนโปรดของพระเ้า ให้มาฟูลออปชั่นซะขนาดนั้น
วันหลังเธอจะลองเอาก้านไม้ขีดไปวาง ดวงตาสีน้ำทะเลเข้มนั้นทำไมมันเข้มได้ใจขนาดนั้นเหมือนมองเข้าไปลึกอย่างหาที่สิ้นสุดไม่ได้
จมูกเป็สันได้รูป แล้วปากแดงคู่นั้นประหนึ่งเอาน้ำยาอุทัยทิพย์แต่งแต้มเอาไว้ ใบหน้านั้นเรียกได้ว่าสวยมองเพลินสำหรับเธอ
แต่ดวงตานั้นบ่งบอกเลยว่าไม่ได้ดูอ่อนหวานเหมือนใบหน้า ส่วนสีผิวนั้นดูไม่ออกว่าเป็คนผิวขาวหรือเหลือง โครงร่างกลับคล้ายคนผิวสีรูปร่างดีมาก ผิวละเอียดเหมือนคนเอเซียและสีออกแทนและไปทางสีชมพู
ผู้ชายคนนี้มีตัวตนจริงๆ หรือภาพวาด จะหล่อไปไหนเนี่ย
ผู้หญิงที่นั่งอยู่เบื้องหน้าสูงโปร่งดูบอบบาง ไม่รู้ไปเอาแรงถีบช้างสารนั่นมาจากไหน เขาเองฝึกการต่อสู้ มีสมดุลของร่างกายที่ดีและแข็งแรง แต่กลับถูกหล่อนถีบจนหงายหลังมาถึงสองครั้งสองครา
ใบหน้ารูปไข่ แต่ตีนผมมีลูกผมโค้งอุณาโลมทำให้หน้าตาดูเหมือนรูปหัวใจ คิ้วโค้งได้รูปเหมือนมีคนวาด ผมสีดำเข้ม ตาสีดำเปล่งประกายแต่ไม่สามารถรู้ได้ว่าอารมณ์ของเธอนั้นอ่อนไหวหรือไม่ แต่ดูมั่นคง
การแสดงสีหน้าต่างๆ ของเธอจมูกงอนรั้น บอกได้อย่างเต็มภาคภูมิว่าเป็คนที่ไม่ยอมคน ริมฝีปากรูปกระจับเรื่อชมพูนั้นน่าดึงดู เป็ผู้หญิงที่น่ามองและดูมีชีวิตชีวาคนนึง
“อธิบายได้มั้ย ว่าเกิดอะไรขึ้น” เธอถาม
“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน” เขาตอบ
“งั้นกินกาแฟเสร็จก็กลับไปได้แล้ว” ริน
ถ้ากลับได้นะ…
เธอคิดในใจจะไปรู้ได้ยังไงว่ามิติที่ซ้อนจะเหลื่อมนานแค่ไหนแล้วเหลื่อมกลับไปเวลาเดิมหรือไม่ เพราะเท่าที่ดูการหลุดเข้าไปมิติที่เหลื่อมครั้งนี้นานกว่าครั้งที่แล้วพอสมควร
เขามองหน้าหล่อน
“เธอนี่…ไม่มีมารยาทเลยนะ เจอคนแปลกหน้าก็ด่าทอทำร้ายร่างกาย มีคนมาเยี่ยมถึงที่ก็เอ่ยปากไล่ง่ายๆ” แทน
เขายกมุมปากเหยียดเธอด้วยสายตา
“อย่างน้อยฉันก็ไม่เรียกผู้หญิงที่เจอกันครั้งแรกว่า อีตัว แล้วก็ไม่เคยไปเยี่ยมใครโดยที่เขาไม่ได้รับเชิญ มากินของเขาแล้วยังจะมาด่าเ้าของบ้าน” เธอตอบนิ่งๆ
“ก็จริง” แทน
น่าสนใจดีนี่ั้แ่เขาจำความได้มีแต่คนมาพินอบพิเทาเขา โดยเฉพาะพวกผู้หญิงทั้งหลายที่แม้แต่จะเจอเขาครั้งแรกก็อ่อนระทวย
ในชีวิตที่ผ่านมาถึงแม้จะไม่ได้ออกสู่สาธารณชนเท่าไหร่แต่เขาก็เจอผู้คนมากมาย รวมถึงผู้หญิงที่มีทั้งจริตจะก้าน และผู้หญิงที่อ่อนหวานและอ่อนโยน
แต่ไม่มีใครเคยหยาบคายและพูดตรงๆ กับเขาอย่างนี้ สายตาที่มองเขาอย่างเท่าเทียม ไม่ได้มองเขาสูงส่งอย่างเทพเทวดา ไม่มีสายตาชื่นชมสรรญเสริญ หรือหวาดกลัวใดๆ
เขาลุกขึ้นยืน ขายาวๆ คู่นั้นทำให้เธอคิดถึง ไมเคิล แจ็คสันเลยทีเดียว
“เต้นมูนวอล์คได้มั้ย” เธอคิดเสียงดังอีกแล้ว
” หือ?” เขายกคิ้วสูงหันมามองเธอ มูนแปลว่าพระจันทร์น่ะ แค่อยากจะถามว่าโลกนายมีใครเคยไปเหยียบดวงจันทร์มั้ย
“ดาวเคราะห์บริวารนั่นน่ะเหรอ เรามีสถานีเกษตรอยู่บนนั้นด้วยนะ”
“…..” โคตรเจ๋งอ่ะ พวกนี้คือสิ่งที่เราควรจะถามมากกว่ามานั่งแซะกันรึป่าว
ไม่ใช้แค่เธอที่คิดฝ่ายเดียว
—————————————-
คร่ะ พ่อคุณแม่คุณเพิ่งจะสำเหนียกกันได้เนอะ แล้วจะเอายังไง กลับไปโลกตัวเองได้มั้ย แล้วจะได้เจอกันอีกมั้ย แล้วแกนโลกที่เอียงล่ะ จะยังไงต่อคะคู๊ณณณ